เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 36 : เผชิญหน้าราชาสุสาน

ตอนที่ 36 : เผชิญหน้าราชาสุสาน

ตอนที่ 36 : เผชิญหน้าราชาสุสาน 


ตอนที่ 36 : เผชิญหน้าราชาสุสาน

เมื่อหนานจี้หงเห็นราชาแห่งสุสาน เธอก็หยุดเท้าพร้อมกับตะโกนออกมา “สมาชิกทุกคนในทีมฟัง ใช้พลังทั้งหมดที่เหลือหนีไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ”

ภายใต้คำสั่งของหนานจี้หง ทุกคนในทีมก็พากันฝ่าวงล้อมออกไปในทางทิศตรงกันข้ามกับที่ราชาแห่งสุสานอยู่ พวกเขาพากันระเบิดพลังออกมาฝ่าวงล้อมผีดิบ อีกทั้งพวกเขาก็ยังไปรวมตัวช่วยกันฝ่าวงล้อมออกไป

เฉินกวนและฉินจืออวี่ตกที่นั่งลำบาก พวกเขาอยู่ห่างจากกลุ่มที่กำลังหนี มันมีผีดิบจำนวนมากคั่นระหว่างพวกเขาเอาไว้ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปรวมตัวกับพวกนั้นได้

ก่อนที่พวกเขาจะไปรวมตัวกับพวกนั้นได้ พวกนั้นอาจจะฝ่าวงล้อมออกไปแล้ว ถ้าพวกเขาเลือกที่จะหนีไปตอนนี้ งั้นพวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับฝูงผีดิบที่มีไม่รู้จบ

สีหน้าของเฉินกวนดูซับซ้อนขึ้นมา เขาไม่คิดเลยว่าจะมีคนในโลกที่ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อสร้างโอกาสหนีให้กับคนในทีม

ตามที่เล่าเหนี่ยวบอกมา หนานจี้หงเป็นคนเห็นแก่ตัว ถึงเฉินกวนจะไม่เชื่อ ทว่าเขาก็ไม่คิดเลยว่าหนานจี้หงจะเป็นคนดีถึงขนาดนี้

สิ่งที่เฉินกวนกลัวมากที่สุดหลังจากที่ทีมชั้นนำฝ่าวงล้อมออกไปได้คือหนานจี้หงก็จะหนีไปได้ด้วยเช่นกัน จากนั้นเขากับฉินจืออวี่ก็จะกลายเป็นแพะรับบาปแทน

หนานจี้หงเต็มใจจะเสียสละตัวเองเพื่อทีมก็เพราะเธอคือหัวหน้าทีม เฉินกวนและพวกไม่ใช่สมาชิกในทีมนี้ ดังนั้นหนานจี้หงจึงไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตของพวกเขา

ไอดำบนตัวราชาแห่งสุสานปะทุออกมา มันยกกระบองกระดูกในมือขึ้นก่อนจะฟาดเข้าใส่หนานจี้หง

หนานจี้หางเลือกที่จะไม่หลบ เธอจับหอกด้วยมือทั้งสองข้างและยกขึ้นกันกระบองกระดูกที่ฟาดเข้ามา

ตอนที่หอกกับกระบองปะทะกัน ร่างของหนานจี้หงกลับยุบลง วัวหัวกะโหลกที่เธอขี่อยู่นั้นไม่อาจจะทนรับแรงฟาดขนาดนี้ได้ ขาทั้งสี่ของมันบิดเบี้ยวพร้อมร่างที่ทรุดลงไปกับพื้นพร้อมเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังขึ้นมา

เท้าของหนานจี้หงสัมผัสกับพื้น เข่าเธอถึงกับพับเพราะแรงฟาด ตอนนี้เหมือนเธอนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น แต่มือของเธอยังจับหอกดันกระบองกระดูกเอาไว้แน่น

มืออีกข้างของราชาแห่งสุสานนั้นยื่นมือเข้ามาที่หน้าของหนานจี้หง นิ้วกระดูกของมันพุ่งเข้ามาเพื่อแทงตาของหนานจี้หง

หน้าของหนานจี้หงเริ่มแดง เธอสะบัดหอกเพื่อปัดกระบองกระดูกออก ในเวลาเดียวกันเธอก็รีบดีดตัวออกไปข้างๆ พร้อมกันนั้นเธอก็บิดเอวพร้อมกับเหวี่ยงหอก หอกสีแดงวนรอบเอวของเธอก่อนจะพุ่งออกไปแทงเข้าที่หัวใจของราชาแห่งสุสาน

ผีดิบพวกนี้ไม่ใช่โครงกระดูก มันมีผิวหนัง, เลือดและอวัยวะภายใน มันดูคล้ายกับโครงกระดูกก็เพราะหนังที่หุ้มกระดูกของพวกมัน

ราชาแห่งสุสานไม่ได้หลบ ทว่ามันกลับยื่นมือออกมาจับที่ปลายหอก หนานจี้หงใช้โอกาสนั้นแทงเข้าไปที่มือของมัน ทว่าหอกกลับเดินหน้าต่อไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว

สีหน้าของหนานจี้หงไม่ได้เปลี่ยนไปเลย อยู่ๆ เธอก็หมุนควงหอกในมือพร้อมกับหอกที่หมุนวนอย่างรวดเร็ว

หอกที่หมุนควงเป็นสว่านนั้นปัดมือของราชาแห่งสุสานออก

หนานจี้หงหันกลับและถีบเข้าที่ปลายหอก ตัวหอกหมุนควงเร็วขึ้นอีกพร้อมกับพุ่งแทงเข้าที่อกของราชาแห่งสุสาน

“สวย !” ฉินจืออวี่อุทานออกมา

เฉินกวนต้องยอมรับว่าทักษะการต่อสู้ของผู้หญิงคนนี้น่ะสุดยอดจริงๆ ตัวเฉินกวนเองก็ยังสู้ไม่เก่งเท่ากับเธอเลย

หอกบิน !

ปลายหอกปักเข้าที่อกของราชาแห่งสุสาน หอกที่หมุนควงนั้นเกิดการเสียดสีขึ้นจนเกิดประกายไฟ ทว่าปลายหอกยังไม่แทงทะลุที่อก มันแทงทะลุชั้นผิวหนังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ราชาแห่งสุสานใช้มือข้างหนึ่งจับหอกเอาไว้จนหอกหยุดหมุนในพริบตา

หนานจี้หงยังใช้วิธีหมุนควงหอกเหมือนเดิมเพื่อปัดมือของราชาแห่งสุสานออก ทว่าครั้งนี้มันสายเกินไป

ราชาแห่งสุสานออกแรงที่มือเพิ่มจับหอกเอาไว้แน่นก่อนจะโยนหนานจี้หงออกไปพร้อมกับหอก

หนานจี้หงไม่กล้าเผชิญหน้ากับราชาแห่งสุสานตรงๆ แบบเดิมอีก ตอนที่โดนโยนออกไปนั้น เธอก็ปล่อยมือจากหอกและใช้เท้าถีบเข้าที่หอกเพื่อดีดตัวออกมา จากนั้นเธอก็ตีลังกาอยู่กลางอากาศก่อนจะลงมาถึงพื้นได้อย่างปลอดภัย

ราชาแห่งสุสานที่แย่งหอกจากหนานจี้หงไปได้นั้นใช้หอกแทงเข้าใส่หนานจี้หงต่อ ร่างของหนานจี้หงเคลื่อนที่ราวกับมังกรโบยบิน

เธอสะบัดมือพร้อมดาบคู่หนึ่งปรากฏขึ้นมาในมือ เธอหลบหอกที่แทงสวนกลับมาและพุ่งเข้าใส่ราชาแห่งสุสาน

ตะกี้นี้เป็นการโจมตีระยะไกล ทว่าตอนนี้เป็นการโจมตีระยะใกล้ หอกกับกระบองกระดูกนั้นใช้ประโยชน์ในสถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้

หนานจี้หงตอนนี้เหมือนกับผีเสื้อโบยบินที่ใช้ดาบเข้าฟันราชาแห่งสุสานอย่างต่อเนื่อง ในพริบตาหนานจี้หงก็โจมตีราชาแห่งสุสานไปได้หลายครั้ง

แต่ร่างของราชาแห่งสุสานนั้นแข็งแกร่งจนดาบของหนานจี้หงที่ฟันไปทั่วร่างนั้นไม่อาจจะสร้างบาดแผลได้เลย

ราชาแห่งสุสานโจมตีไปข้างตัว ฝ่ามือที่เหมือนกับกระดูกของมันเหมือนกับงูกระดูกขาว มันได้ยื่นมือออกมาฟาดเข้าที่อกของหนานจี้หงราวกับจะใช้มือนี้แทงอกเธอให้ทะลุ

หนานจี้หงดึงเอวกลับงอตัวเหมือนกับกุ้ง ทว่าดาบในมือเธอนั้นกลับโดนมือของราชาแห่งสุสานจับเอาไว้อีก

หนานจี้หงยอมทิ้งดาบคู่โดยไม่ลังเล เธอรีบดีดตัวกลับมาพร้อมกับแส้กระดูกที่ปรากฏขึ้นในมือ มันคือสมบัติวิญญาณอีกชิ้น

แส้กระดูก 19 ส่วนคืออาวุธที่มีทั้งส่วนที่แข็งและอ่อน มันคืออาวุธที่น้อยคนนักจะใช้ได้ หากไม่ได้ฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วง เช่นนั้นคงยากที่จะใช้มันในการต่อสู้ได้

แต่เมื่อแส้อยู่ในมือหนานจี้หง แส้นี้ก็ราวกับมังกรที่คลุ้มคลั่งและมีชีวิต

‘ ไม่แปลกเลยที่หนานจี้หงจะตั้งทีมและเป็นหัวหน้าทีมได้ ถ้าไม่นับเรื่องอื่นๆ แค่ความสามารถในการต่อสู้ของเธอก็เหนือกว่าคนทั่วไปหลายเท่า ’ เฉินกวนคิดกับตัวเอง

“เธอแข็งแกร่งมาก แต่บางทีเธออาจจะฆ่าราชาแห่งสุสานไม่ได้”

ฉินจืออวี่พูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่เฉินกวน

เฉินกวนเองก็บังเอิญมองไปที่ฉินจืออวี่เช่นกัน ทั้งสองคนรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายคิดอะไร ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรต่อ ฉินจืออวี่ก็พุ่งเข้าใส่ราชาแห่งสุสานและบอกกับเฉินกวน “เอาสร้อยนั่นมาให้ฉัน”

เฉินกวนเอาสร้อยมารออกมาโยนให้กับฉินจืออวี่พร้อมกับส่งเหยียนจือออกไปด้วย

ด้วยการที่ฉินจืออวี่และเหยียนจือเข้ามาสมทบ แรงกดดันที่หนานจี้หงต้องรับก็ลดลงไปเล็กน้อย ทว่าก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น ถึงจะโดนรุม 3 แต่ราชาแห่งสุสานก็ยังได้เปรียบอยู่

เหตุผลหลักก็เพราะร่างกายของราชาแห่งสุสานนั้นแข็งแกร่ง แม้แต่มีดสูบเลือดของเหยียนจือฟันลงไปที่ตัวมัน ทว่าก็ทิ้งได้แค่รอยข่วนขาวๆที่ผิว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้ราชาแห่งสุสานบาดเจ็บหนักได้

ฉินจืออวี่พยายามเอาสร้อยมารไปใส่ที่คอราชาแห่งสุสานอยู่หลายรอบ ทว่าก็ล้มเหลวทุกรอบ

“ตอนที่ยังเหลือเวลา พวกนายควรจะหนีไปซะ เราฆ่ามันไม่ได้หรอก” หนานจี้หงพูดขึ้น

เฉินกวนเองก็อยากจะหนี ทว่าทีมชั้นนำน่ะหนีออกไปแล้ว ถ้าพวกเขาหนีไปตอนนี้ พวกเขามีแต่จะตกอยู่ในวงล้อมของผีดิบและตายอย่างน่าอนาถ

“ไม่มีโอกาหนี เราต้องร่วมมือกันฆ่าบอสให้ได้ นี่คือทางเดียวที่เราจะรอด” ดาบในมือฉินจืออวี่สะบัดไปมารวดเร็วอย่างกับสายฟ้า <ลมปราณม่วงเขียว> ทำงานจนถึงขีดสุด ทว่าสุดท้ายก็ยากที่จะสร้างความเสียหายให้กับราชาแห่งสุสานได้

หนานจี้หงได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นมา “  นายฝึก <ลมปราณม่วงเขียว> จนถึงระดับที่เปลี่ยนปราณเป็นแสงได้รึยัง ? ถ้านายฝึกได้ถึงระดับนั้น งั้นเราก็ยังพอมีโอกาสอยู่ ไม่งั้นแล้วหลังจากที่ทีมของฉันหนีไปได้ ฉันจะรีบถอยกลับ อยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์”

“ฉันขอลองดูหน่อย แต่มีโอกาสแค่ครั้งเดียวเท่านั้น” ฉินจืออวี่ตอบกลับ

มีแสงแปลกๆส่องประกายขึ้นมาในตาหนานจี้หง <ลมปราณม่วงเขียว> เป็นเทคนิคที่ทรงพลัง ทุกคนในโลกต่างก็รู้เรื่องนี้ หากฉินจืออวี่บ่มเพาะมันจนเปลี่ยนปราณเป็นแสงได้

งั้นพวกเขาก็อาจจะฆ่าราชาแห่งสุสานได้จริงๆก็ได้

“ราชาแห่งสุสานไม่ใช่สัตว์วิญญาณตัวเดียวแต่เป็น 2 ตัว พวกมันฝึกฝนคู่กันเหมือนกับหยินหยาง ถ้าคิดจะฆ่ามัน งั้นก็ต้องแยกหยินกับหยางออกจากกัน จากนั้นก็ทำลายส่วนที่เชื่อมต่อแยกพวกมันออกจากกัน...” หนานจี้หงพูดขึ้นมาพร้อมกับสู้ไปด้วย

ทว่าเมื่อเธอเห็นการเคลื่อนไหวของราชาแห่งสุสาน เธอก็อดไม่ได้ที่จะคิ้วขมวด

จบบทที่ ตอนที่ 36 : เผชิญหน้าราชาสุสาน

คัดลอกลิงก์แล้ว