- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 35 : ราชาแห่งสุสาน
ตอนที่ 35 : ราชาแห่งสุสาน
ตอนที่ 35 : ราชาแห่งสุสาน
ตอนที่ 35 : ราชาแห่งสุสาน
เฉินกวนลองใช้สกิลกับตัวเองแต่มันไม่ได้ผล
เฉินกวนไม่คิดว่า [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] นั้นจะไม่ส่งผลต่อตัวเขา เขาคิดว่ามันอาจจะเพราะใจเขาแข็งเกินไป มันเหมือนกับฉินจืออวี่ ที่คำชมทั่วไปนั้นไม่ได้ผล เขาต้องชมสื่อให้ถึงใจ
แต่เขาจะชมคนแบบนั้นแบบไหนดี ? เฉินกวนเองก็ไม่รู้จักตัวเอง สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การเข้าใจคนอื่น แต่เป็นการเข้าใจตัวเองต่างหาก เฉินกวนไม่รู้ว่าเขาอยากได้คำชมแบบไหนกัน
แน่นอนว่ามันเป็นไปได้ที่ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] จะใช้กับตัวเองไม่ได้ผล
ภายใต้การพุ่งออกไปของเหยียนจือ เฉินกวนก็ได้พุ่งไปหาหนานจี้หง เพราะมีหนานจี้หงนำหน้า กลุ่มผีดิบตรงหน้าจึงดูเบาบางเปิดโอกาสให้เฉินกวนและเหยียนจือตามเธอไปติด ๆ ได้
ตอนที่เขาพุ่งไปข้างหน้า อยู่ๆเขาก็รู้สึกเหมือนว่ามีคนส่งตราสัตว์เลี้ยง 2 อันให้กับเขา เฉินกวนรับมันไว้ มันมีจุดแสงสีขาวลอยเข้ามาหาตัวเขา ผีดิบกลายพันธุ์ 2 ตัวได้กลายเป็นวิญญาณสัตว์เลี้ยงของเขา
ทันทีที่เฉินกวนเรียกผีดิบกลายพันธุ์ออกมา เขาก็เห็นฉินจืออวี่พร้อมกับผีดิบกลายพันธุ์สองตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางเขา
“ฉินจืออวี่ !” เฉินกวนแอบดีใจ
ผ่านมาไม่นาน ทว่าฉินจืออวี่กลับได้ผีดิบกลายพันธุ์เป็นสัตว์เลี้ยงเยอะแบบนี้ สกิล [ เสน่ห์ต่อสัตว์เลี้ยง ] นี่มันผิดปกติจริง ๆ
ด้วยผีดิบกลายพันธุ์ที่ช่วยมาแบ่งเบาแรงกดดันแล้ว แรงกดดันที่เฉินกวนต้องแบกรับก็ลดลงไปอย่างมาก
“กงซุนจั๋วกับหวังเหลียนหายตัวไป กลัวว่าพวกเขาคงตกอยู่ในอันตราย” ฉินจืออวี่กลับไปสมทบกับเฉินกวนและพูดขึ้นมา
เฉินกวนคิด ‘มันคงดีถ้าหวังเหลียนตาย เธออาจจะตายเพราะผีดิบพวกนี้ไปแล้ว มันไม่ใช่ความผิดอะไรของฉัน ถึงตระกูลหวังอยากจะเอาเรื่อง แต่ก็ไม่มีทางมาเอาเรื่องฉัน’
“ตามหนานจี้หงออกจากที่นี่ มันอาจจะเป็นทางเดียวที่จะรอดไปได้” เฉินกวนตะโกนบอกกับฉินจืออวี่
“ได้” ฉินจืออวี่ตอบกลับและนำทางไปพร้อมกับเหยียนจือ มันมีผีดิบกลายพันธุ์คอยคุ้มกันทั้งสองข้างทาง ส่วนข้างหลังมีเฉินกวนและผีดิบกลายพันธุ์อีกตัวคอยระวังหลัง
เฉินกวนมองดูฉินจืออวี่ฆ่าพวกผีดิบ จากนั้นผีดิบพวกนี้ก็เปลี่ยนเป็นจุดแสงเข้าไปในร่างเขา ไม่นานมันก็กลายเป็นสัตว์เลี้ยงของฉินจืออวี่
เฉินกวนสู้มาตั้งนานและฆ่าผีดิบไปหลายตัว ทว่าเขาก็ยังไม่ได้สัตว์เลี้ยงเลยสักตัว
โชคร้าย ก่อนจะปลุกพลังรอบ 2 ขึ้นมา พวกเขาเรียกสัตว์เลี้ยงออกมาได้แค่ 2 ตัวเท่านั้น ไม่งั้นแล้วฉินจืออวี่อาจจะเรียกกองทัพผีดิบออกมาช่วยแล้ว
“แปลก....ฉันฆ่าผีดิบมาตั้งนาน....อย่างน้อย 20 ตัวได้ หรืออาจจะ 30 ตัว....ไม่แปลกที่ฉันไม่ได้สัตว์เลี้ยงมา...แต่ทำไมถึงไม่เห็นสกิลหรือเทคนิคอะไรดรอปมาเลย...”
เฉินกวนรู้สึกว่ามันผิดปกติ หลังจากที่ลองคิดดูดี ๆ แล้ว เขาก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น “ต้องเป็นเพราะสร้อยมารแน่ ๆ ผลของมันทำให้โชคของคนใส่ลดลงสินะ ?”
สร้อยมารอยู่กับเฉินกวน เขาเป็นคนเก็บเอาไว้ ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าสร้อยคอจะแสดงผลก็ตอนที่สวมมัน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าแค่พกติดตัวก็แสดงผลแล้ว
“การที่โดนผีดิบล้อมเอาไว้ ไม่ใช่เพราะผลจากสร้อยมารหรือไง ? ไม่งั้นแล้วมันจะบังเอิญได้ยังไงที่เราจะมาพบกับฝูงผีดิบทันทีที่มาถึงที่นี่...” สีหน้าของเฉินกวนเริ่มแปลกไป
เขาอยากโยนสร้อยมารนี่ทิ้งซะ แต่ถ้าไม่มีสร้อยนี่ มันก็คงยากที่จะฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทาน
‘หนานจี้หงนี่สุดยอดจริง ๆ เธอจะฝ่าวงล้อมไปได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องกังวลแล้ว เราต้องรีบตามเธอไป ไม่งั้นถ้าเธอออกจากวงล้อมไปได้ งั้นจะไม่มีใครคอยเปิดทางให้เรา มันคงยากที่เราจะออกจากวงล้อมไปได้’
เมื่อคิดได้แบบนั้น เฉินกวนก็ตะโกนบอกกกันฉินจืออวี่ “เร่งมือ เราต้องตามหนานจี้หงให้ทัน”
ฉินจืออวี่ไม่ได้พูดอะไร แต่เขาเหวี่ยงดาบในมือเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เหยียนจือเองก็คอยสะบัดมีดปังตอในมือไปทางซ้ายขวาทำให้เลือดกระจายไปทั่วทุกทิศทาง
หลายคนพยายายมจะไล่ตามหนานจี้หงมา
หนานจี้หงเดินหน้าต่อแต่ก็พบว่าการเดินหน้านั้นลำบากขึ้นเรื่อย ๆ เธอฆ่าจ้าวผีดิบไปไม่น้อยกว่า 3 ตัว แต่ตอนนี้กลับมีจ้าวผีดิบอีก 2 ตัวโผล่มาขวางหน้าเธอเอาไว้
หอกในมือหนานจี้หงสะบัดไปมาอย่างรวดเร็วอย่างกับพายุจัดการกับจ้าวผีดิบทั้งสอง ผีดิบใกล้ ๆ ล้วนแต่โดนฆ่าด้วยมีดที่เธอโยนออกมา
เมื่อชายตามามองด้านหลัง เธอก็พบว่าฉินจืออวี่และเหยียนจือนั้นกำลังไล่ตามเธอมา เธอถึงกับตกใจ
เธอมาที่นี่เพื่อล่อราชาแห่งสุสาน เธอไม่รู้ว่าพวกนี้ตามเธอมาทำไม
พวกนี้แข็งแกร่งอยู่บ้าง แต่เลเวลของพวกนี้ยังไม่ถึง 10 ความแข็งแกร่งของพวกนี้ยังน้อยกว่าเธอ พวกนี้คงรับมือกับราชาแห่งสุสานไม่ได้
แต่เธอไม่มีเวลามาคิดอะไรมาก เธอต้องเพ่งสมาธิทั้งหมดไปกับจ้าวผีดิบสองตัวตรงหน้า สุดท้ายจ้าวผีดิบทั้งสองตัวก็ไม่อาจจะทำอะไรเธอได้
ตอนที่หอกของหนานจี้หงแทงทะลุหัวของจ้าวผีดิบ เฉินกวนและฉินจืออวี่ก็มาถึงที่ที่ไม่ห่างจากหนานจี้หงมากนัก
หนานจี้หงจัดการกับจ้าวผีดิบอีกตัว เธอมองไปยังทั้งสองคนแต่ไม่ได้พูดอะไรและยังเดินหน้าต่อ
เฉินกวนคิดกับตัวเอง ‘มองอะไร ? เราตามเธอมา ไม่ได้ตามมาหาเรื่องสักหน่อย’
เมื่อเห็นว่าเหลือผีดิบตรงหน้าไม่เยอะ หนานจี้หงกำลังจะออกจากวงล้อมไปได้ เฉินกวนก็รีบออกปากเร่งฉิน จืออวี่ให้รีบตามหนานจี้หงไป
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็ตามหนานี้หงจนหลุดออกจากฝูงผีดิบมาได้
“ในที่สุดก็ออกมาได้สักที !” เฉินกวนตื่นเต้น เมื่อเห็นว่าหนานจี้หงไม่ได้ไปไหนต่อหลังจากที่ออกจากวงล้อมไปได้ อยู่ ๆ เขาก็สับสนขึ้นมา
เมื่อเห็นว่าผีดิบด้านหลังกำลังแห่กันตามมา เฉินกวนก็ลังเลว่าจะเดินหน้าต่อดีหรือไม่ แต่อยู่ ๆ เขาก็เห็นว่าพื้นหินตรงหน้าอยู่ ๆ ก็มีรอยแตกร้าวขึ้นมาพร้อมร่างแปลก ๆ ที่คลานออกมาจากรอยแยกนั้น
มันจะบอกว่าร่างก็ไม่ถูก เพราะมันคือร่างที่ทำขึ้นมาจากโครงกระดูกสองร่างคล้ายกับจ้าวผีดิบ แต่มันไม่ใช่จ้าวผีดิบ
มันราวกับจ้าวผีดิบสองตัวประกอบร่างกัน พวกมันมีหัวและแขนขาของตัวเอง
ร่างของพวกมันขาวอย่างกับหยก พวกมันตัวสูงกว่าจ้าวผีดิบ มือข้างหนึ่งถือกระบองหนามกระดูกที่ยาวกว่า 1 ม. มืออีกข้างถือถ้วยกระดูกที่คล้ายกับถ้วยกระดูกของพุทธองค์สุสานน้ำแต่ใหญ่กว่า
เลือดด้านในนั้นสดกว่า ถึงจะอยู่ไกลก็ยังได้กลิ่นคาวเลือด
ตาทั้งสองคู่ของมันส่องแสงสีแดงเลือดอันน่ากลัว ไอสีดำแผ่ออกมารอบตัวพวกมันราวกับผ้าที่พันตัวพวกมันเอาไว้ ไอดำพวกนี้ยิ่งทำให้พวกมันดูน่ากลัวและแปลกยิ่งกว่าเก่า
“นี่....ราชาแห่งสุสาน...” เฉินกวนมองไปที่ผีดิบประหลาดนี่ เขาไม่รู้ว่าเขาโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่