เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 : ราชาแห่งสุสาน

ตอนที่ 35 : ราชาแห่งสุสาน

ตอนที่ 35 : ราชาแห่งสุสาน


ตอนที่ 35 : ราชาแห่งสุสาน

เฉินกวนลองใช้สกิลกับตัวเองแต่มันไม่ได้ผล

เฉินกวนไม่คิดว่า [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] นั้นจะไม่ส่งผลต่อตัวเขา เขาคิดว่ามันอาจจะเพราะใจเขาแข็งเกินไป มันเหมือนกับฉินจืออวี่ ที่คำชมทั่วไปนั้นไม่ได้ผล เขาต้องชมสื่อให้ถึงใจ

แต่เขาจะชมคนแบบนั้นแบบไหนดี ? เฉินกวนเองก็ไม่รู้จักตัวเอง สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การเข้าใจคนอื่น แต่เป็นการเข้าใจตัวเองต่างหาก เฉินกวนไม่รู้ว่าเขาอยากได้คำชมแบบไหนกัน

แน่นอนว่ามันเป็นไปได้ที่ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] จะใช้กับตัวเองไม่ได้ผล

ภายใต้การพุ่งออกไปของเหยียนจือ เฉินกวนก็ได้พุ่งไปหาหนานจี้หง เพราะมีหนานจี้หงนำหน้า กลุ่มผีดิบตรงหน้าจึงดูเบาบางเปิดโอกาสให้เฉินกวนและเหยียนจือตามเธอไปติด ๆ ได้

ตอนที่เขาพุ่งไปข้างหน้า อยู่ๆเขาก็รู้สึกเหมือนว่ามีคนส่งตราสัตว์เลี้ยง 2 อันให้กับเขา เฉินกวนรับมันไว้ มันมีจุดแสงสีขาวลอยเข้ามาหาตัวเขา ผีดิบกลายพันธุ์ 2 ตัวได้กลายเป็นวิญญาณสัตว์เลี้ยงของเขา

ทันทีที่เฉินกวนเรียกผีดิบกลายพันธุ์ออกมา เขาก็เห็นฉินจืออวี่พร้อมกับผีดิบกลายพันธุ์สองตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางเขา

“ฉินจืออวี่ !” เฉินกวนแอบดีใจ

ผ่านมาไม่นาน ทว่าฉินจืออวี่กลับได้ผีดิบกลายพันธุ์เป็นสัตว์เลี้ยงเยอะแบบนี้ สกิล [ เสน่ห์ต่อสัตว์เลี้ยง ] นี่มันผิดปกติจริง ๆ

ด้วยผีดิบกลายพันธุ์ที่ช่วยมาแบ่งเบาแรงกดดันแล้ว แรงกดดันที่เฉินกวนต้องแบกรับก็ลดลงไปอย่างมาก

“กงซุนจั๋วกับหวังเหลียนหายตัวไป กลัวว่าพวกเขาคงตกอยู่ในอันตราย” ฉินจืออวี่กลับไปสมทบกับเฉินกวนและพูดขึ้นมา

เฉินกวนคิด ‘มันคงดีถ้าหวังเหลียนตาย เธออาจจะตายเพราะผีดิบพวกนี้ไปแล้ว มันไม่ใช่ความผิดอะไรของฉัน ถึงตระกูลหวังอยากจะเอาเรื่อง แต่ก็ไม่มีทางมาเอาเรื่องฉัน’

“ตามหนานจี้หงออกจากที่นี่ มันอาจจะเป็นทางเดียวที่จะรอดไปได้” เฉินกวนตะโกนบอกกับฉินจืออวี่

“ได้” ฉินจืออวี่ตอบกลับและนำทางไปพร้อมกับเหยียนจือ มันมีผีดิบกลายพันธุ์คอยคุ้มกันทั้งสองข้างทาง ส่วนข้างหลังมีเฉินกวนและผีดิบกลายพันธุ์อีกตัวคอยระวังหลัง

เฉินกวนมองดูฉินจืออวี่ฆ่าพวกผีดิบ จากนั้นผีดิบพวกนี้ก็เปลี่ยนเป็นจุดแสงเข้าไปในร่างเขา ไม่นานมันก็กลายเป็นสัตว์เลี้ยงของฉินจืออวี่

เฉินกวนสู้มาตั้งนานและฆ่าผีดิบไปหลายตัว ทว่าเขาก็ยังไม่ได้สัตว์เลี้ยงเลยสักตัว

โชคร้าย ก่อนจะปลุกพลังรอบ 2 ขึ้นมา พวกเขาเรียกสัตว์เลี้ยงออกมาได้แค่ 2 ตัวเท่านั้น ไม่งั้นแล้วฉินจืออวี่อาจจะเรียกกองทัพผีดิบออกมาช่วยแล้ว

“แปลก....ฉันฆ่าผีดิบมาตั้งนาน....อย่างน้อย 20 ตัวได้ หรืออาจจะ 30 ตัว....ไม่แปลกที่ฉันไม่ได้สัตว์เลี้ยงมา...แต่ทำไมถึงไม่เห็นสกิลหรือเทคนิคอะไรดรอปมาเลย...”

เฉินกวนรู้สึกว่ามันผิดปกติ หลังจากที่ลองคิดดูดี ๆ แล้ว เขาก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น “ต้องเป็นเพราะสร้อยมารแน่ ๆ ผลของมันทำให้โชคของคนใส่ลดลงสินะ ?”

สร้อยมารอยู่กับเฉินกวน เขาเป็นคนเก็บเอาไว้ ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าสร้อยคอจะแสดงผลก็ตอนที่สวมมัน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าแค่พกติดตัวก็แสดงผลแล้ว

“การที่โดนผีดิบล้อมเอาไว้ ไม่ใช่เพราะผลจากสร้อยมารหรือไง ? ไม่งั้นแล้วมันจะบังเอิญได้ยังไงที่เราจะมาพบกับฝูงผีดิบทันทีที่มาถึงที่นี่...” สีหน้าของเฉินกวนเริ่มแปลกไป

เขาอยากโยนสร้อยมารนี่ทิ้งซะ แต่ถ้าไม่มีสร้อยนี่ มันก็คงยากที่จะฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทาน

‘หนานจี้หงนี่สุดยอดจริง ๆ เธอจะฝ่าวงล้อมไปได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องกังวลแล้ว เราต้องรีบตามเธอไป ไม่งั้นถ้าเธอออกจากวงล้อมไปได้ งั้นจะไม่มีใครคอยเปิดทางให้เรา มันคงยากที่เราจะออกจากวงล้อมไปได้’

เมื่อคิดได้แบบนั้น เฉินกวนก็ตะโกนบอกกกันฉินจืออวี่ “เร่งมือ เราต้องตามหนานจี้หงให้ทัน”

ฉินจืออวี่ไม่ได้พูดอะไร แต่เขาเหวี่ยงดาบในมือเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เหยียนจือเองก็คอยสะบัดมีดปังตอในมือไปทางซ้ายขวาทำให้เลือดกระจายไปทั่วทุกทิศทาง

หลายคนพยายายมจะไล่ตามหนานจี้หงมา

หนานจี้หงเดินหน้าต่อแต่ก็พบว่าการเดินหน้านั้นลำบากขึ้นเรื่อย ๆ เธอฆ่าจ้าวผีดิบไปไม่น้อยกว่า 3 ตัว แต่ตอนนี้กลับมีจ้าวผีดิบอีก 2 ตัวโผล่มาขวางหน้าเธอเอาไว้

หอกในมือหนานจี้หงสะบัดไปมาอย่างรวดเร็วอย่างกับพายุจัดการกับจ้าวผีดิบทั้งสอง ผีดิบใกล้ ๆ ล้วนแต่โดนฆ่าด้วยมีดที่เธอโยนออกมา

เมื่อชายตามามองด้านหลัง เธอก็พบว่าฉินจืออวี่และเหยียนจือนั้นกำลังไล่ตามเธอมา เธอถึงกับตกใจ

เธอมาที่นี่เพื่อล่อราชาแห่งสุสาน เธอไม่รู้ว่าพวกนี้ตามเธอมาทำไม

พวกนี้แข็งแกร่งอยู่บ้าง แต่เลเวลของพวกนี้ยังไม่ถึง 10 ความแข็งแกร่งของพวกนี้ยังน้อยกว่าเธอ พวกนี้คงรับมือกับราชาแห่งสุสานไม่ได้

แต่เธอไม่มีเวลามาคิดอะไรมาก เธอต้องเพ่งสมาธิทั้งหมดไปกับจ้าวผีดิบสองตัวตรงหน้า สุดท้ายจ้าวผีดิบทั้งสองตัวก็ไม่อาจจะทำอะไรเธอได้

ตอนที่หอกของหนานจี้หงแทงทะลุหัวของจ้าวผีดิบ เฉินกวนและฉินจืออวี่ก็มาถึงที่ที่ไม่ห่างจากหนานจี้หงมากนัก

หนานจี้หงจัดการกับจ้าวผีดิบอีกตัว เธอมองไปยังทั้งสองคนแต่ไม่ได้พูดอะไรและยังเดินหน้าต่อ

เฉินกวนคิดกับตัวเอง ‘มองอะไร ? เราตามเธอมา ไม่ได้ตามมาหาเรื่องสักหน่อย’

เมื่อเห็นว่าเหลือผีดิบตรงหน้าไม่เยอะ หนานจี้หงกำลังจะออกจากวงล้อมไปได้ เฉินกวนก็รีบออกปากเร่งฉิน       จืออวี่ให้รีบตามหนานจี้หงไป

หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็ตามหนานี้หงจนหลุดออกจากฝูงผีดิบมาได้

“ในที่สุดก็ออกมาได้สักที !” เฉินกวนตื่นเต้น เมื่อเห็นว่าหนานจี้หงไม่ได้ไปไหนต่อหลังจากที่ออกจากวงล้อมไปได้ อยู่ ๆ เขาก็สับสนขึ้นมา

เมื่อเห็นว่าผีดิบด้านหลังกำลังแห่กันตามมา เฉินกวนก็ลังเลว่าจะเดินหน้าต่อดีหรือไม่ แต่อยู่ ๆ เขาก็เห็นว่าพื้นหินตรงหน้าอยู่ ๆ ก็มีรอยแตกร้าวขึ้นมาพร้อมร่างแปลก ๆ ที่คลานออกมาจากรอยแยกนั้น

มันจะบอกว่าร่างก็ไม่ถูก เพราะมันคือร่างที่ทำขึ้นมาจากโครงกระดูกสองร่างคล้ายกับจ้าวผีดิบ แต่มันไม่ใช่จ้าวผีดิบ

มันราวกับจ้าวผีดิบสองตัวประกอบร่างกัน พวกมันมีหัวและแขนขาของตัวเอง

ร่างของพวกมันขาวอย่างกับหยก พวกมันตัวสูงกว่าจ้าวผีดิบ มือข้างหนึ่งถือกระบองหนามกระดูกที่ยาวกว่า 1 ม. มืออีกข้างถือถ้วยกระดูกที่คล้ายกับถ้วยกระดูกของพุทธองค์สุสานน้ำแต่ใหญ่กว่า

เลือดด้านในนั้นสดกว่า ถึงจะอยู่ไกลก็ยังได้กลิ่นคาวเลือด

ตาทั้งสองคู่ของมันส่องแสงสีแดงเลือดอันน่ากลัว ไอสีดำแผ่ออกมารอบตัวพวกมันราวกับผ้าที่พันตัวพวกมันเอาไว้ ไอดำพวกนี้ยิ่งทำให้พวกมันดูน่ากลัวและแปลกยิ่งกว่าเก่า

“นี่....ราชาแห่งสุสาน...” เฉินกวนมองไปที่ผีดิบประหลาดนี่ เขาไม่รู้ว่าเขาโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่

จบบทที่ ตอนที่ 35 : ราชาแห่งสุสาน

คัดลอกลิงก์แล้ว