- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 34 : ผีดิบ
ตอนที่ 34 : ผีดิบ
ตอนที่ 34 : ผีดิบ
ตอนที่ 34 : ผีดิบ
ภายใต้วงล้อมของผีดิบ ทุกคนต่างก็พากันแยกย้ายออกจากกัน
ไม่มีใครสนใจเป็นห่วงคนอื่น พวกเขาพากันสู้กับผีดิบที่แห่กันเข้ามา ถ้าไม่ระวังให้มากพอ พวกเขาอาจจะโดนฝูงผีดิบพวกนี้กลืนกินไป
ก่อนที่ผีดิบพวกนี้จะเขามาถึงตัว เฉินกวนก็ได้เรียกเหยียนจือออกมาและเก็บจ้านกั้วไป
จ้านกั้วนั้นเลเวลแค่ 8 และคงไม่มีโอกาสรอดกับการต่อสู้ตอนนี้ ถึงเขาจะเรียกมันออกมาช่วย ทว่ามันก็ช่วยอะไรไม่ได้และมีแต่ต้องตาย
ถึงด้วยพลังจาก [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ จ้านกั้วนั้นไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้หรือสกิลดี ๆ อะไร มันก็แค่หมาที่ฉลาด
ทว่าความฉลาดนั้นไม่อาจจะช่วยอะไรในสถานการณ์ตอนนี้ได้เลย
เหยียนจือใช้ร่างขนาดใหญ่ของมันเป็นโล่ให้กับเฉินกวน มีดในมือสามารถฆ่าผีดิบได้ในพริบตา
เฉินกวนหลบอยู่ด้านหลังคอยจัดการกับผีดิบระดับทั่วไปที่ล้อมพวกเขาเอาไว้
หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาไม่ไกลนัก ฟังจากเสียงก็น่าจะเป็นเสียงของกงซุนจั๋ว กลัวว่าเขาคงไม่รอด
เฉินกวนไม่มีเวลาไปสนใจห่วงคนอื่น ตอนแรกความแข็งแกร่งของเฉินกวนนั้นไม่ได้มากเท่ากับกงซุนจั๋ว เหตุผลที่เขายังอยู่รอดจนถึงตอนนี้ก็เพราะเหยียนจือรวมถึง <ลอบสังหารอมตะ> ที่เขามีด้วย
ด้วยเลเวลและความแข็งแกร่งของเฉินกวนตอนนี้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะต้านทานฝูงผีดิบที่แห่กันเข้ามาเยอะแบบนี้ได้ ด้วยการใช้ [ มือเลือด ] เขาถึงพอฆ่าพวกผีดิบระดับทั่วไปได้บ้าง
หลังจากที่ใช้สกิลแทบทั้งหมดแล้ว พลังงานพวกเขาก็ถูกผลาญไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาต้องการเวลาในการฟื้นฟูพลังเพื่อใช้สกิลต่อ
ในสถานการณ์ตอนนี้เขาอาจจะไม่มีเวลามาฟื้นฟูแรงและอาจจะโดนพวกผีดิบฆ่าเอา
<ลอบสังหารอมตะ> นั้นสามารถขโมยพลังกลับมาได้ เฉินกวนใช้ [ มือเลือด ] จัดการกับพวกผีดิบระดับทั่วไป พลังงานที่ขโมยมาจาก <ลอบสังหารอมตะ> นั้นสามารถฟื้นฟูพลังของเขาได้ทันที แถมมันยังเกินกว่าพลังที่ใช้ไปด้วยซ้ำ เขาสามารถใช้ [ มือเลือด ] ได้แทบไม่จำกัด
มือของเฉินกวนเหมือนกับเลือดที่ขยายใหญ่กว่าปกติ เขาฟาดฝ่ามือเลือดออกไป ทุกครั้งที่ฟาดฝ่ามือออกมา มันจะทิ้งรอยมือสีแดงเลือดบนหัวของผีดิบทำให้พวกมันตายไป
ถ้าให้คนอื่นใช้สกิลที่พวกนั้นมี ถึงเลเวลสกิลจะเท่ากัน ทว่าก็คงยากที่จะรอดไปได้เหมือนกับเฉินกวนในสถานการณ์ตอนนี้ แม้ว่าจะมีเหยียนจือเหมือนเฉินกวนก็ตาม
เฉินกวนยังสู้กับผีดิบไม่รู้จบ ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึกว่าพลังชีวิตไหลเข้ามาในร่างเขาอย่างต่อเนื่อง ไม่นานเลเวลเขาก็เพิ่มเป็นเลเวล 6
เฉินกวนไม่สนใจคนอื่น เขาสั่งให้เหยียนจือพุ่งไปทางหนึ่งโดยหวังว่าจะฝ่าวงล้อมผีดิบพวกนีออกไปได้ โชคร้ายที่ผีดิบพวกนี้มีมากไปหน่อย ไม่ว่าเหยียนจือฆ่าพวกมันไปเยอะแค่ไหน ทว่าพวกเขาก็เหมือนติดอยู่ในบ่อทรายดูดที่ไม่อาจจะออกจากวงล้อมผีดิบได้เลย
หนานจี้หงและพวกเองก็ยังสู้กับผีดิบอยู่เช่นกัน แต่โชคดีที่พวกเขาเป็นทีมระดับสูงจริง ๆ ความแข็งแกร่งของหนานจี้หงไม่ได้ด้อยไปกว่าเหยียนจือเลย อาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ
ทว่าพวกเขาก็ยังไม่อาจจะฝ่าวงล้อมออกไปได้
หนานจี้หงขี่วัวหัวกะโหลกพร้อมหอกในมือที่เหวี่ยงไปมาฆ่าผีดิบที่ล้อมรอบเธอเอาไว้ มีผีดิบนับไม่ถ้วนที่ตายไปเพราะหอกในมือเธอ
เธอมองไปรอบ ๆ พร้อมกับสู้ไปด้วย เธอคอยเอาแต่สังเกตการณ์เพื่อนร่วมทีม เธอพบว่าทุกคนต่างก็สู้กันอยู่และไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต ทว่าตอนที่เธอมองมาที่เหยียนจือและฉินจืออวี่ สายตาเธอก็สะท้อความแปลกใจออกมา
<ลมปราณม่วงเขียว> ของฉินจืออวี่นั้นโด่งดังอยู่แล้ว คุณสมบัติของมันเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว หนานจี้หงรู้ทันทีว่ามันคือเทคนิคบ่มเพาะอะไร และต้องแปลกใจกับความแข็งแกร่งของฉินจืออวี่
ฉินจืออวี่เป็นผู้ปลุกพลังหน้าใหม่ พวกผู้ปลุกพลังหน้าใหม่ถูกส่งมาที่นี่พร้อมกัน เขาอยู่ที่นี่มาได้แค่ 10 วัน ทว่ากลับแข็งแกร่งขนาดนี้แล้ว น่าทึ่งจริง ๆ
ความสามารถของเหยียนจือก็ทำให้หนานจี้หงแปลกใจได้เหมือนกัน
ในความเห็นของเธอแล้ว ความสามารถของเฉินกวนนั้นด้อยกว่าเหยียนจือและฉินจืออวี่ เขายังมีชีวิตอยู่ก็เพราะการปกป้องจากเหยียนจือ มันขึ้นอยู่กับเวลาก่อนที่เฉินกวนจะตาย มันไม่ควรเสียเวลากับคนที่จะตาย
หนานจี้หงละสายตากลับมาและคิดว่าจะพาทีมของเธอออกจากฝูงซอมบี้นี้ยังไง
ตอนแรกพวกเขาเข้าไปด้านในสุสานตั้งใจจะฆ่าราชาแห่งสุสาน ด้วยความแข็งแกร่งและการร่วมมือกับของทีมชั้นนำ พวกเขาคิดว่าถึงจะชนะไม่ได้ แต่ก็น่าจะหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย
ใครจะไปรู้ว่าสู้กันอยู่ดี ๆ ราชาแห่งสุสานกลับใช้สกิลบางอย่าง ผีดิบและผีดิบกลายพันธุ์จำนวนมากในสุสานหรือแม้แต่จ้าวผีดิบก็ยังคลานออกมาจากพื้นดิน
ในสถานการณ์ตอนนั้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฆ่าราชาแห่งสุสาน ตอนแรกพวกเขาคิดจะถอย ทว่าพวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีผีดิบจำนวนมากโผล่มานอกสุสานปิดทางหนีพวกเขาแบบนี้
ตอนนี้พวกเขาตกอยู่ในวงล้อม จนตอนนี้พวกเขายังไม่เห็นร่างของราชาแห่งสุสานเลย พวกเขาไม่รู้ด้วยว่ามันอยู่ที่ไหน
หนานจี้หงรู้แค่ว่าราชาแห่งสุสานนั้นต้องจับตาดูพวกเขาอยู่ ไม่งั้นแล้วกลุ่มผีดิบคงล้อมพวกเขาไว้แบบนี้ต่อไม่ได้แน่ ถ้าพวกเขาคิดจะหนีออกจากที่นี่ งั้นคงเป็นเรื่องยาก
บางทีพวกเขาอาจจะถูกราชาแห่งสุสานมาขวางด้วยตัวเองก็ได้
“เราต้องบังคับให้ราชาแห่งสุสานออกมา จากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะหนีไปทางไหน
ไม่งั้นวันนี้เราตกที่นั่งลำบากแน่” เมื่อหนานจี้หงคิดถึงความเป็นไปได้นี้ สายตาเธอก็สะท้อนความอาฆาตออกมา เธอกำหอกในมือไว้แน่นพร้อมหน้าที่เริ่มแดงเรื่อ พลังที่เธอแผ่ออกมาเริ่มรุนแรงขึ้น
หอกพุ่งออกไปอย่างกับมังกร หนานจี้หงและวัวหัวกะโหลกของเธอพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าผ่านไปที่ไหน ผีดิบที่ขวางทางอยู่ก็ตายอย่างกับหญ้าข้างทางที่โดนตัด
“แกร่งจริง ๆ !” เมื่อเห็นความแข็งแกร่งที่หนานจี้หงแสดงออกมาจนทำให้เกิดความวุ่นวายในฝูงซอมบี้ แม้แต่เฉินกวนที่เห็นก็ยังต้องออกปากชม
เมื่อเห็นหนานจี้หงมุ่งหน้าไปทางหนึ่ง เฉินกวนก็เริ่มใจสั่น ‘ด้วยความแข็งแกร่งของทีมชั้นนำ แต่วันนี้พวกเขาคงหนีจากที่นี่ได้ หนานจี้หงต้องพึ่งความแข็งแกร่งของตัวเองเพื่อเปิดทางหนีออกไป’
ตอนที่เกิดหายนะขึ้น ทุกคนต่างก็หนีเอาตัวรอด เฉินกวนคิดว่าการกระทำแบนี้ไม่ได้ผิด ยังไงคนที่นี่ก็ต้องตายอยู่แล้ว มันจะดีกว่าที่มีคนรอดแทนที่จะกอดคอกันตายทั้งหมด
“หนานจี้หงมุ่งหน้าไปทางนั้น ฉันคิดว่าทางที่เธอไปน่าจะเป็นทางเดียวที่เราจะรอดไปได้” เมื่อเฉินกวนคิดได้แบบนั้น เขาก็สั่งเหยียนจือให้เปลี่ยนทางมุ่งหน้าไปทางเดียวกับหนานจี้หง
เมื่อฝั่งนั้นน่าจะเป็นทางออกจากที่นี่ได้ เขาก็ต้องพึ่งหนานจี้หงให้คอยเปิดทางดึงดูดพวกผีดิบ ส่วนเฉินกวนไม่มีทางที่จะพลาดโอกาสนี้คอยตามหนีออกไปด้วย
เฉินกวนไม่รู้เลยว่าหนานจี้หงไม่ได้คิดจะหนี เธอคิดที่จะล่อราชาแห่งสุสานออกมาต่างหาก
“เฉินกวน ทนเอาไว้ นายทำได้ นายคือคนที่ใจกล้าที่สุด, อดทนที่สุด และอึดที่สุดในโลก นายต้องทนได้จนกว่านายจะหลุดออกจากฝูงผีดิบพวกนี้ได้” เฉินกวนพยายามใช้ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] กับตัวเองโดยหวังว่าพลังจากสกิลติดตัวจะทำให้เขาทนได้นานกว่านี้
พลังชีวิตที่ขโมยมาด้วย <ลอบสังหารอมตะ> แต่แรงกายไม่ได้ฟื้นฟูกลับมาด้วย
การต่อสู้ที่กินเวลานานนั้นยิ่งทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า ถ้าเขาหมดแรง ไม่ว่าจะมีพลังชีวิตเหลือมาแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี