เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 : ท่าไม้ตาย

ตอนที่ 33 : ท่าไม้ตาย

ตอนที่ 33 : ท่าไม้ตาย 


ตอนที่ 33 : ท่าไม้ตาย

ไม่แปลกเลยที่เล่าเหนี่ยวจะไม่เชื่อ ความแข็งแกร่ง, เลเวล และอุปกรณ์สวมใส่ของทีมระดับสูงนั้นดีจนทีมของเฉินกวนไม่อาจจะเทียบได้

แม้แต่พวกเขาก็ยังฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานไม่ได้ มันน่าเหลือเชื่อที่เฉินกวนและพวกหน้าใหม่แค่ไม่     กี่คนกลับทำแบบนั้นได้

หากไม่มี [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] ถึงจะมีเหยียนจือ ทว่าเฉินกวนและคนอื่นก็คงไม่อาจจะฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานได้แน่

ในการต่อสู้กับพุทธองค์สุสานน้ำ เหยียนจือไม่ได้มีบทบาทอะไรมากนัก คนที่สำคัญที่สุดในการต่อสู้ครั้งนี้คือฉินจืออวี่

ตามที่ฉินจืออวี่บอกมา เขาได้เข้าสู่สภาวะลึกลับ จิตวิญญาณเขาเหมือนเปิดออก โลกตรงหน้าเขาต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ในสภาวะนั้น <ลมปราณม่วงเขียว> ในตัวก็ได้รวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกันและระเบิดพลังที่น่าเหลือเชื่อออกมา มันคล้ายกับพลังบรรพกาลที่สร้างขึ้นตอนที่บ่มเพาะ <ลมปราณม่วงเขียว> ไปถึงขีดสุด

ในสภาวะนั้น  ฉินจืออวี่รู้สึกว่าเขาไร้เทียมทานจริง ๆ เขาสามารถรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของทุกอย่าง พลังชีวิตที่ปะทุออกมาจากตัวนั้นสามารถทำลายล้างได้ทุกสิ่ง

ตอนนั้นฉินจืออวี่ราวกับเทพเจ้า

แต่สภาวะนั้นอยู่ได้แค่ไม่นาน หลังจากนั้นตอนที่ฉินจืออวี่คิดจะเข้าไปในสภาวะนั้นอีกครั้ง เขาก็ไม่อาจจะทำได้ เขาได้ตรวจสอบผังสเตตัสและสกิลของตัวเอง แต่ก็ไม่พบว่ามันต่างอะไรจากเดิมเลย

เขาได้แต่คิดว่านี่คือการระเบิดพลังตอนที่ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต

มันก็เหมือนกับผู้หญิงที่ยกถังน้ำไม่ขึ้นถ้าอยู่ในสถานการณ์ปกติ แต่พวกเธอสามารถพลิกรถได้ตอนที่ช่วยลูกของพวกเธอ พวกเธอสามารถแสดงพลังที่น่าเหลือเชื่อออกมาได้

ฉินจืออวี่ตัดสินใจที่จะศึกษาดูว่าสภาวะนั้นคืออะไร เฉินกวนรู้ดีว่ามันเป็นฝีมือของเขาเอง  เพราะนอกจากนี้มันยังมีบันทึกเพิ่มเติมเข้ามาในส่วนของ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ]

ในข้อมูลลับสุดยอดนี้ มันมีข้อมูลแค่อย่างเดียวบันทึกเอาไว้

สภาวะลับสุดยอด – ขอบเขตไร้ขีดจำกัด : ไร้ขีดจำกัด, ไร้ขอบเขต, ไม่มีรูปร่าง, ไม่แบ่งแยกระหว่างหยินหยาง, รวมทุกสรรพสิ่ง, ไร้รูปร่าง, ไร้เงา ไร้เสียง ไร้สี ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด

นี่คือขอบเขตไร้ขีดจำกัด

ขอบเขตไร้ขีดจำกัดคือสภาวะที่ฉินจืออวี่เข้าใจและเข้าไปอยู่ แต่สภาวะนี้ต้องก้าวข้ามขีดจำกัดของชีวิต มันไม่ง่ายเลยที่จะควบคุมมันได้ตามใจ แม้แต่ฉินจืออวี่เอง หากไม่มี [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ]  คอยช่วย งั้นก็ยากจะเข้าไปในสภาวะนี้ได้

แต่เฉินกวนสามารถใช้บันทึกลับสุดยอดของ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] ได้เพื่อนำเป้าหมายเข้าไปสู่สภาวะขอบเขตไร้ขีดจำกัดได้

หลังจากที่ใช้สภาวะขอบเขตไร้ขีดจำกัด ค่าสเตตัสของเฉินกวนจะไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด ทว่าเขารู้สึกว่าเขาหลอมรวมกับสวรรค์และโลก มันราวกับว่าทุกอย่างในโลกนั้นคือตัวเขา

พลังชีวิตในร่างกายบริสุทธิ์ราวกับมันเข้ากันได้กับทุกอย่าง พลังชีวิตรอบตัวรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว

นอกจากนี้ความสามารถในการรับรู้ก็ยกระดับขึ้นมา ความรู้สึกนี้มันยากจะอธิบายได้ แต่มันทำให้เขารับรู้ได้ดีกว่าปกติอย่างมาก

ขอบเขตไร้ขีดจำกัดนั้นไม่ใช่ความลับสุดยอดที่เฉินกวนตระหนักได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นตอนที่เขาใช้มัน เขาจึงไม่อาจจะเข้าใจความหมายของมันทั้งหมดและยากจะดึงพลังทั้งหมดของมันออกมาได้

เขาได้แต่ต้องค่อยศึกษามัน

โชคดีที่เขาใช้มันเมื่อไหร่ก็ได้ มันทำให้เขาแกร่งกว่าฉินจืออวี่ที่ตระหนักถึงขอบเขตไร้ขีดจำกัด

เฉินกวนรู้สึกว่าประโยชน์ที่ดีที่สุดของขอบเขตไร้ขีดจำกัดคือการรวมทุกอย่าง มันต้องบ่มเพาะ <ลมปราณม่วงเขียว> จนถึงขีดสุดก่อนถึงจะเข้าสู่สภาวะนี้ได้

หลังจากที่ได้ขอบเขตไร้ขีดจำกัดมาครอบครอง ปราณม่วงและปราณเขียวก็ได้รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว มันเท่ากับผลสูงสุดของ <ลมปราณม่วงเขียว> ดังนั้นฉินจืออวี่จึงสามารถฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำไปได้

โชคร้ายที่เฉินกวนเองไม่ได้บ่มเพาะ <ลมปราณม่วงเขียว> ดังนั้นหลังจากที่เข้าสู่สภาวะขอบเขตไร้ขีดจำกัด เขาจึงไม่สามารถใช้ดาบแสงบรรพกาลออกมาได้เหมือนกับฉินจืออวี่

แน่นอนว่ามีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ถึงคนส่วนมากจะมีหลายสกิล ทว่าพวกเขาก็ใช้ได้แค่สกิลเดียว

ในสภาวะขอบเขตไร้ขีดจำกัด มันมีหลากหลายเทคนิคบ่มเพาะ หากมีสองเทคนิคบ่มเพาะที่พลังขัดแย้งกัน งั้นมันอาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี

แต่เทคนิคบ่มเพาะคือสิ่งที่หายากอยู่แล้ว <พระสูตรเอฝาง> ที่คัดลอกมาจากต้นแก้ว 7 สมบัติเป็นแค่เทคนิคบ่มเพาะส่วนหนึ่งเท่านั้น มันเป็นไปไม่เลยที่จะบ่มเพาะในตอนนี้

เฉินกวนและคนอื่น ๆ ไม่ได้เก็บผลแก้ว 7 สมบัติทั้ง 7 ผลมาด้วย

มันไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากเก็บมัน ทว่าตามบันทึกบนต้นไม้ ผลแก้ว 7 สมบัติที่ยังไม่โตเต็มที่นั้น ประสิทธิภาพของมันจะลดลงอย่างมาก ถึงกินผลแก้ว 7 สมบัติเข้าไปครบทั้ง 7 ผล ทว่าเลเวลก็จะไม่เพิ่มขึ้น

ตามบันทึกบนต้นไม้ ตัดสินจากสภาพของผลไม้แล้ว พวกมันน่าจะสุกในเวลา 2-3 เดือน หลังจากที่ปรึกษากันดูแล้ว พวกเขาก็ตัดสินใจว่าค่อยกลับมาเก็บมันเมื่อครบกำหนด

เล่าเหนี่ยวกลายเป็นบ้าไป ดังนั้นเฉินกวนจึงจบชีวิตอีกฝ่ายและนำศพอีกฝ่ายไปฝัง

พวกเขาพากันเดินหน้าต่อและเตรียมที่จะมุ่งหน้าไปยังสถานที่ของสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานตัวต่อไป

<พระสูตรเอฝาง> แบ่งเป็น 6 ส่วน ตามที่หวังเหลียนบอกมา หลังจากที่ฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำไปได้ สัตว์วิญญาณตัวต่อไปที่พวกเขาต้องฆ่าก็คือ จ้าวสุสาน

สุสานที่ว่าคือสุสานที่เฉินกวนเคยไปมาก่อน จ้าวสุสานที่ว่าไม่น่าจะเป็นจ้าวผีดิบทั่วไปแน่ ๆ ควรจะบอกว่ามันคือราชาสุสานแห่งนี้จะเหมาะกว่า

แต่เมื่อไปถึงที่สุสาน พวกเขาก็พบว่าเส้นทางที่นำไปสู่สุสานนั้นมีคนคอยเฝ้าอยู่

“ทีมระดับสูงกำลังทำธุระอยู่ พวกนายไปที่อื่นซะ” คนที่เฝ้าทางอยู่เห็นเฉินกวนและคนอื่น ๆ เดินเข้ามาก็เข้ามาขวางไม่ให้พวกเขาเดินหน้าต่อ

เฉินกวนและพวกมองหน้ากัน ทีมระดับสูงนั้นมีคนในทีมเยอะ ด้วยความแข็งแกร่งของพวกนั้นแล้ว พวกเขาอาจจะไม่ได้เปรียบ

แต่พวกเขาจำเป็นต้องฆ่าราชาแห่งสุสาน พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น

“เก็บเลเวลกันก่อนแล้วค่อยมาใหม่ บางทีตอนนั้นพวกเขาอาจจะกลับกันแล้วก็ได้” ฉินจืออวี่พูดขึ้นมา

“ก็ได้” เฉินกวนรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องรีบร้อน มันไม่จำเป็นต้องมีเรื่องขัดแย้งกับทีมระดับสูงตอนนี้

ตอนที่พวกเขากำลังจะแยกออกไป อยู่ ๆ พวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากด้านในสุสาน เมื่อหันกลับไปมองก็พบกับผู้หญิงในชุดเกราะสีแดงนำคน 8-9 คนวิ่งออกมาจากสุสาน

เฉินกวนจำผู้หญิงคนนี้ได้ เธอคือหนานจี้หง หัวหน้าทีมระดับสูง

แต่สีหน้าของเธอดูไม่สู้ดีนัก สีหน้าของคนอื่น ๆ ในทีมก็ดูไม่ดีเช่นกัน

“ถอย....ถอยกันก่อน...” หนานจี้หงตะโกนพร้อมกับพาทุกคนหนีออกมา

ที่สุสานด้านหลัง กลุ่มผีดิบพากันพุ่งออกมาอย่างกับฝูงสัตว์ป่า พวกมันมีหลายตัวจนยากจะรับได้ ไม่มีใครรู้เลยว่าผีดิบพวกนี้มีกันกี่ตัว

“ท่าไม่ดี...หนีกันก่อน...” เฉินกวนและคนอื่น ๆ หน้าถอดสี

ในสถานการณ์แบบ 1 ต่อ 1 เฉินกวนพึ่งเหยียนจือถึงได้กล้าสู้กับผีดิบพวกนี้ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์วิญญาณเป็นพัน ๆ หรือหมื่น ๆ ตัว ไม่ว่าเหยียนจือแข็งแกร่งแค่ไหนก็ยากจะเอาชีวิตรอดได้

ฉินจืออวี่และพวกรู้ว่าผีดิบพวกนี้แกร่งแค่ไหน ดังนั้นพวกเขาจึงหันกลับและพยายามจะหนีออกมา

แต่ก่อนที่พวกเขาจะหนีออกมาได้ พวกเขาก็เห็นผีดิบจำนวนมากแห่กันเข้ามาจากทั้งสองข้างทางของป่าจากเส้นทางที่พวกเขาเดินทางเข้ามา

ไม่นานผีดิบก็ปิดทางหนีพวกเขาเอาไว้ ผีดิบนับไม่ถ้วนแห่กันเข้ามาหาพวกเขาจากทุกทิศทางอย่างกับคลื่น

ในหมู่พวกนั้นมีผีดิบกลายพันธุ์อยู่จำนวนมากอีกด้วย

จบบทที่ ตอนที่ 33 : ท่าไม้ตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว