เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 : ตัวตลก

ตอนที่ 32 : ตัวตลก

ตอนที่ 32 : ตัวตลก


ตอนที่ 32 : ตัวตลก

เล่าเหนี่ยวมองผ่านคนรอบ ๆ เฉินกวน ที่เกาะมีคนมาใหม่หลายคน เขาเคยเห็นหลายคนที่ฐานมาแล้ว

เล่าเหนี่ยวและเฉินกวนเรียนจบจากมหา’ลัยเดียวกัน แต่เล่าเหนี่ยวแก่กว่าเฉินกวนและพวกเขา1 ปี เขาไม่รู้จักกงซุนจั๋ว แต่จำฉินจืออวี่ได้ นี่คืออัจฉริยะของมหา’ลัย

เล่าเหนี่ยวจำหวังเหลียนที่อยู่ข้าง ๆ ได้ เพราะหวังเหลียนน่ะเป็นคนสวย แน่นอนว่าคนสวยแบบนี้ต้องเป็นที่พูดถึงในมหา’ลัยอยู่แล้ว

เล่าเหนี่ยวไม่ได้สนใจหวังเหลียนและกงซุนจั๋ว แต่ระวังตัวจากฉินจืออวี่

มันไม่ใช่ว่าเขากลัวฉินจืออวี่เพราะความแข็งแกร่ง แต่เพราะฉินจืออวี่น่ะมาจากตระกูลฉิน ถึงจะเป็นแค่ตระกูลสาขาก็ตาม ทว่านี่ก็ไม่ใช่คนที่เล่าเหนี่ยวที่ไม่มีภูมิหลังนั้นจะไปหาเรื่องได้

“สิ่งที่ฉันจะพูดน่ะเป็นเรื่องส่วนตัว เราแยกไปคุยกันดีกว่า” เล่าเหนี่ยวพูดขึ้น

“ก็ได้” เฉินกวนพยักหน้าและบอกกับฉินจืออวี่และคนอื่น ๆ “รอฉันตรงนี้ก่อน ฉันจะรีบกลับมา”

เล่าเหนี่ยวคิ้วขมวดเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไร เขาหันกลับไปพาเฉินกวนไปที่หน้าหุบเขา ไม่นานทั้งสองคนก็หายไปจากสายตาฉินจืออวี่และคนอื่น ๆ

เมื่อมาถึงที่ห่างคน เฉินกวนก็หยุด เขายื่นมือออกมาแตะที่ไหล่เล่าเหนี่ยว เขามองไปที่เล่าเหนี่ยวและพูดขึ้น “ตรงนี้พอแล้ว อยากจะพูดอะไรก็พูด”

เล่าเหนี่ยวรู้สึกว่ามันถึงเวลาแล้ว ดังนั้นเขาจึงเลิกเสียเวลาและมองไปที่เฉินกวน

“เฉินกวน ฉันเจอปัญหามา เห็นแก่ที่เราเป็นเพื่อนบ้านเก่ากัน นายช่วยฉันและให้ฉันยืมกระต่ายปิศาจหน่อยได้ไหม ? หลังจากนั้นฉันจะช่วยนายเก็บเลเวล”

“ไม่” เฉินกวนเดาว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาขี้เกียจจะเถียงกับเล่าเหนี่ยวต่อ เขาจึงปฏิเสธทันที

สายตาของเล่าเหนี่ยวเย็นชาขึ้นมา ทว่าน้ำเสียงเขาเหมือนอ่อนลงเยอะ “นายก็รู้สถานการณ์บนเกาะนี้ ถึงนายจะมีสัตว์เลี้ยงระดับยูนีค ทว่ามันก็ยากที่จะได้เปรียบถ้าอยู่ตัวคนเดียว

ตอนนี้ฉันเป็นสมาชิกของทีมระดับสูง เลเวลของฉันก็ถึง 10 แล้ว ฉันมีฐานะพอตัวในทีม ถ้านายเลเวลมากพอแล้ว ฉันจะแนะนำนายเข้าทีม ฉันช่วยนายแน่ ไม่ใช่ว่ามันดีกว่าการมีสัตว์เลี้ยงระดับยูนีคหรือไง ? ”

“ไม่” เฉินกวนไม่อยากเสียเวลากับคนแบบนี้ต่อและขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับเล่าเหนี่ยว

สีหน้าของเล่าเหนี่ยวเปลี่ยนไป มือข้างหนึ่งถือธนู มืออีกข้างถือลูกธนู เขาเล็งไปที่เฉินกวนและพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันพูดกับนายดี ๆ แล้ว อย่าได้ใจไปหน่อยเลย นายจะให้ฉันยืมสัตว์เลี้ยงดี ๆ ไหม”

เฉินกวนยิ้ม “พูดแบบนี้ซะตั้งแต่แรกก็จบแล้ว อ้อมค้อมไปก็เหนื่อยเปล่า ๆ”

“เอากระต่ายปิศาจมาให้ฉัน” เล่าเหนี่ยวค่อย ๆ ดึงสายธนู ลูกธนูนั้นเหมือนจะยิงออกมาทะลุอกเฉินกวนได้ทุกเมื่อ

“ไม่” เฉินกวนหุบยิ้มและพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“นายบังคับฉันเองนะ” เล่าเหนี่ยวยิงลูกธนูใส่อกเฉินกวนโดยไม่ลังเล เขายิงออกมา 3 ครั้งติด ไม่เปิดโอกาสให้เฉินกวนได้เรียกเหยียนจือออกมา

ด้วยระยะห่างที่ใกล้แบบนี้และด้วยลูกศรหลายลูกที่ยิงออกมา เล่าเหนี่ยวไม่ได้เปิดโอกาสให้เฉินกวนได้รอดชีวิตต่อไป เขาโจมตีสุดกำลัง แต่ลูกธนูพวกนี้ไม่ได้เล็งไปที่จุดสำคัญของเฉินกวน แต่เล็งไปที่แขนกับขาแทน

ในความเห็นของเล่าเหนี่ยว มันผ่านมาแค่ไม่กี่วัน ถึงเฉินกวนจะเลเวลเพิ่ม ทว่าก็คงไม่มาก อย่างมากก็แค่เลเวล 5-6 สำหรับเขาที่เลเวล 10 แล้ว ใช้เวลาไม่กี่นาทีเขาคงฆ่าเฉินกวนได้

เขาจะรอจนกว่าเฉินกวนสู้ต่อไปไม่ไหวแล้วค่อยทรมานเฉินกวน ไม่ต้องเดาเลยว่าเฉินกวนต้องยอมส่งเหยียนจือให้แน่

เฉินกวนไม่ได้เรียกเหยียนจือออกมาเพราะมันไม่จำเป็น จ้านกั้วที่อยู่ข้าง ๆ กระโดดใช้กรงเล็บตะปบลูกธนูสองลูก ปากคาบลูกธนูอีกลูก หลังจากที่ตกลงมาถึงพื้นแล้ว

จ้านกั้วก็มองไปที่เล่าเหนี่ยวพร้อมออกแรงที่ขากรรไกร ลูกธนูนั้นหักเป็นสองส่วนตกลงไปที่พื้นทันที

“เป็นไปไม่ได้น่า !” เล่าเหนี่ยวเบิกตากว้างไม่อาจจะเชื่อสิ่งที่เห็นตรงหน้าได้

เขาคิดถึงความเป็นไปได้หลาย ๆ อย่าง เขาถึงกับคิดว่าเลเวลของเหยียนจืออาจจะสูง แต่นั่นคงทำให้เขาแค่ออกแรงเพิ่มขึ้นก่อนจะเอาชนะเฉินกวนได้

เขาวางแผนทุกอย่างมาแล้ว แต่เขาไม่คิดเลยว่าหมาเฝ้าบ้านนั้นจะตามงับลูกธนูของเขาทันได้ด้วย

หมาเฝ้าบ้านคือสัตว์วิญญาณระดับต่ำที่สุด พูดโดยทั่วไปแล้วร่างกายของหมาเฝ้าบ้านระดับสูงนั้นแกร่งกว่ามนุษย์เลเวลเท่า ๆ กัน ทว่าหมาเฝ้าบ้านส่วนมากนั้นอาจจะมีร่างกายที่อ่อนแอว่ามนุษย์ผู้ปลุกพลังด้วยซ้ำ

เล่าเหนี่ยวคิดถึงความเป็นไปได้ทั้งหมดแต่ไม่เคยคิดว่าหมาเฝ้าบ้านของเฉินกวนนั้นจะกลายเป็นอุปสรรคต่อแผนเขา

เล่าเหนี่ยวหยิบเอาลูกธนูที่ซองออกมาและยิงออกไปอีกรอบ แต่จ้านกั้วก็ยังโดดเข้าใส่เขาราวกับหมาป่าที่หิวโหย ก่อนที่เล่าเหนี่ยวจะตั้งตัวได้ เล่าเหนี่ยวก็ตกลงจากหลังวัวหัวกะโหลกแล้ว

เล่าเหนี่ยวที่ตกลงถึงพื้นลนลาน เขาอยากจะใช้สายธนูรัดคอจ้านกั้ว ตอนนี้เขาลนไปหมด ความเร็วและแรงของจ้านกั้วนั้นทำให้เขากลัว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมหมาเฝ้าบ้านถึงได้แข็งแกร่งแบบนี้ได้

จ้านกั้วกัดเข้าที่แขนของเล่าเหนี่ยว มีเสียง ‘แกร๊ก’ ดังขึ้น พร้อมมือที่ถือธนูอยู่นั้นคลายออกจนธนูตกลงมา

หลังจากที่กินเนื้อของพุทธองค์สุสานน้ำมา จ้านกั้วก็มีพลังชีวิตในร่างกายมากพอ ตอนนี้มันเลเวล 8 แล้ว ต่ำกว่าเล่าเหนี่ยว 2 เลเวล

ผลของ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] กับจ้านกั้วยังส่งผลอยู่ พลังของมันตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่เล่าเหนี่ยวจะรับมือไหว ไม่งั้นแล้วเฉินกวนคงเรียกเหยียนจือออกมาตั้งแต่แรกแล้ว

แขนกับขาของเล่าเหนี่ยวถูกจ้านกั้วกัด เขานอนกับพื้นและได้แต่กรีดร้อง เขาได้แต่ดิ้นไปมาแต่ไม่อาจจะลุกขึ้นยืนได้

“จ้านกั้ว กลับมา” เฉินกวนเรียกจ้านกั้วกลับมา

เมื่อจ้านกั้วได้ยินคำสั่งของเฉินกวน มันก็วิ่งกลับมานั่งยอง ๆ ตรงหน้าเฉินกวน มันส่ายหาง, แลบลิ้น และมองเฉินกวนราวกับเด็กที่รอคำชม

“ทำได้ดี จ้านกั้ว” เฉินกวนลูบหัวจ้านกั้วและเอาเนื้อของพุทธองค์สุสานน้ำออกมาให้มันกิน จ้านกั้วคาบเนื้อที่พื้นและกลืนไปในคำเดียว ไม่รู้เลยว่ามันหิวหรือว่าพร้อมจะกินทุกอย่างอยู่แล้ว

เล่าเหนี่ยวที่แขนขาหักคลานไปไหนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เขาได้แต่บิดตัวไปมาเพราะความเจ็บปวด เขาทั้งอึ้งและโกรธ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ตกอยู่ในสภาพนี้ เขาเอาชนะหมาเฝ้าบ้านไม่ได้ด้วยซ้ำ

เล่าเหนี่ยวรู้สึกผิดอย่างมาก ถ้าเขารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ เขาคงไม่มีทางมาหาเฉินกวน นี่ไม่ต้องนับการคิดจะแย่งเหยียนจือเลย แต่เขาจะไปรู้ได้ไงว่าเขาเอาชนะหมาเฝ้าบ้านไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

“เป็นไปไม่ได้....ทำไมฉันถึงเอาชนะหมาเฝ้าบ้านไม่ได้....เป็นไปไม่ได้...” เล่าเหนี่ยวทั้งอึ้งและโกรธ ตอนนี้เขาสติหลุด แต่เขาไม่อยากจะเชื่อกับความจริงที่ว่าเขาเอาชนะหมาเฝ้าบ้านไม่ได้

ฉินจืออวี่และกงซุนจั๋วได้ยินเสียงกรีดร้องก็รีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับหวังเหลียน จากนั้นพวกเขาก็เห็นเล่าเหนี่ยวนอนอยู่ที่พื้น พวกเขาพอเดาออกทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

“เขาคิดจะขโมยของนายงั้นเหรอ ?” ฉินจืออวี่มองไปที่เล่าเหนี่ยวก่อนจะมองไปที่เฉินกวนและถามขึ้น

“เขาจะขโมยสัตว์เลี้ยงของฉัน” เฉินกวนตอบกลับ

หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็รู้สึกว่าเล่าเหนี่ยวหาเรื่องตายเอง กระต่ายปิศาจของเฉินกวนน่ะมีความสามารถสู้กับสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานได้ มันอาจจะมีน้อยคนบนเกาะที่ทำแบบมันได้

นี่เล่าเหนี่ยวยังกล้าหมายตาเหยียนจืออีก หาเรื่องตายชัด ๆ

“เขาแกร่งมากหรือไง? ทำไมเขาถึงกล้าหมายตากระต่ายปิศาจของนาย? เขาไม่รู้เหรอว่ากระต่ายปิศาจของนายสู้กับสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานได้ ?”

กงซุนจั๋วยากจะเชื่อเรื่องนี้ได้ เขาไม่รู้จักเล่าเหนี่ยว เขาไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าเหนี่ยวในมหา’ลัยมาก่อน

เล่าเหนี่ยวได้ยินแบบนั้นก็ใจสั่น เขามองไปที่กงซุนจั๋วด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ เขาไม่รู้ว่ากงซุนจั๋วพูดถึงเรื่องอะไร

“ดูเหมือนว่านายจะยังไม่รู้สินะ”

กงซุนจั๋วมองไปที่เล่าเหนี่ยวราวกับมองดูคนโง่ เขาพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “เราเพิ่งฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานมา กระต่ายปิศาจนี่คือตัวหลักในการต่อสู้”

เล่าเหนี่ยวได้ยินแบบนั้นก็อึ้งอย่างกับโดนฟ้าผ่า เขาไม่เชื่อหูตัวเองและตะโกนออกมา “ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้....นายโกหกฉัน...ทำไมพวกผู้ปลุกพลังหน้าใหม่ถึงได้มีสิทธิ์....ทำไมพวกนายถึงได้...”

เขาพยายามจะปีนป่ายขึ้นไปเพื่อที่จะล่าสัตว์วิญญาณระดับสูงมาครอง เขาถึงกับยอมผิดสัญญากับเฉินกวนและไปเข้าร่วมทีมระดับสูง

ผลก็คือทีมระดับสูงไม่อาจจะฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานได้ ทว่าเฉินกวนกับพวกกลับฆ่าได้

เล่าเหนี่ยวไม่อาจจะยอมรับความจริงนี้ได้ มันยิ่งทำให้เขาตอนนี้ดูเหมือนกับตัวตลก

จบบทที่ ตอนที่ 32 : ตัวตลก

คัดลอกลิงก์แล้ว