- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 32 : ตัวตลก
ตอนที่ 32 : ตัวตลก
ตอนที่ 32 : ตัวตลก
ตอนที่ 32 : ตัวตลก
เล่าเหนี่ยวมองผ่านคนรอบ ๆ เฉินกวน ที่เกาะมีคนมาใหม่หลายคน เขาเคยเห็นหลายคนที่ฐานมาแล้ว
เล่าเหนี่ยวและเฉินกวนเรียนจบจากมหา’ลัยเดียวกัน แต่เล่าเหนี่ยวแก่กว่าเฉินกวนและพวกเขา1 ปี เขาไม่รู้จักกงซุนจั๋ว แต่จำฉินจืออวี่ได้ นี่คืออัจฉริยะของมหา’ลัย
เล่าเหนี่ยวจำหวังเหลียนที่อยู่ข้าง ๆ ได้ เพราะหวังเหลียนน่ะเป็นคนสวย แน่นอนว่าคนสวยแบบนี้ต้องเป็นที่พูดถึงในมหา’ลัยอยู่แล้ว
เล่าเหนี่ยวไม่ได้สนใจหวังเหลียนและกงซุนจั๋ว แต่ระวังตัวจากฉินจืออวี่
มันไม่ใช่ว่าเขากลัวฉินจืออวี่เพราะความแข็งแกร่ง แต่เพราะฉินจืออวี่น่ะมาจากตระกูลฉิน ถึงจะเป็นแค่ตระกูลสาขาก็ตาม ทว่านี่ก็ไม่ใช่คนที่เล่าเหนี่ยวที่ไม่มีภูมิหลังนั้นจะไปหาเรื่องได้
“สิ่งที่ฉันจะพูดน่ะเป็นเรื่องส่วนตัว เราแยกไปคุยกันดีกว่า” เล่าเหนี่ยวพูดขึ้น
“ก็ได้” เฉินกวนพยักหน้าและบอกกับฉินจืออวี่และคนอื่น ๆ “รอฉันตรงนี้ก่อน ฉันจะรีบกลับมา”
เล่าเหนี่ยวคิ้วขมวดเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไร เขาหันกลับไปพาเฉินกวนไปที่หน้าหุบเขา ไม่นานทั้งสองคนก็หายไปจากสายตาฉินจืออวี่และคนอื่น ๆ
เมื่อมาถึงที่ห่างคน เฉินกวนก็หยุด เขายื่นมือออกมาแตะที่ไหล่เล่าเหนี่ยว เขามองไปที่เล่าเหนี่ยวและพูดขึ้น “ตรงนี้พอแล้ว อยากจะพูดอะไรก็พูด”
เล่าเหนี่ยวรู้สึกว่ามันถึงเวลาแล้ว ดังนั้นเขาจึงเลิกเสียเวลาและมองไปที่เฉินกวน
“เฉินกวน ฉันเจอปัญหามา เห็นแก่ที่เราเป็นเพื่อนบ้านเก่ากัน นายช่วยฉันและให้ฉันยืมกระต่ายปิศาจหน่อยได้ไหม ? หลังจากนั้นฉันจะช่วยนายเก็บเลเวล”
“ไม่” เฉินกวนเดาว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาขี้เกียจจะเถียงกับเล่าเหนี่ยวต่อ เขาจึงปฏิเสธทันที
สายตาของเล่าเหนี่ยวเย็นชาขึ้นมา ทว่าน้ำเสียงเขาเหมือนอ่อนลงเยอะ “นายก็รู้สถานการณ์บนเกาะนี้ ถึงนายจะมีสัตว์เลี้ยงระดับยูนีค ทว่ามันก็ยากที่จะได้เปรียบถ้าอยู่ตัวคนเดียว
ตอนนี้ฉันเป็นสมาชิกของทีมระดับสูง เลเวลของฉันก็ถึง 10 แล้ว ฉันมีฐานะพอตัวในทีม ถ้านายเลเวลมากพอแล้ว ฉันจะแนะนำนายเข้าทีม ฉันช่วยนายแน่ ไม่ใช่ว่ามันดีกว่าการมีสัตว์เลี้ยงระดับยูนีคหรือไง ? ”
“ไม่” เฉินกวนไม่อยากเสียเวลากับคนแบบนี้ต่อและขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับเล่าเหนี่ยว
สีหน้าของเล่าเหนี่ยวเปลี่ยนไป มือข้างหนึ่งถือธนู มืออีกข้างถือลูกธนู เขาเล็งไปที่เฉินกวนและพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันพูดกับนายดี ๆ แล้ว อย่าได้ใจไปหน่อยเลย นายจะให้ฉันยืมสัตว์เลี้ยงดี ๆ ไหม”
เฉินกวนยิ้ม “พูดแบบนี้ซะตั้งแต่แรกก็จบแล้ว อ้อมค้อมไปก็เหนื่อยเปล่า ๆ”
“เอากระต่ายปิศาจมาให้ฉัน” เล่าเหนี่ยวค่อย ๆ ดึงสายธนู ลูกธนูนั้นเหมือนจะยิงออกมาทะลุอกเฉินกวนได้ทุกเมื่อ
“ไม่” เฉินกวนหุบยิ้มและพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“นายบังคับฉันเองนะ” เล่าเหนี่ยวยิงลูกธนูใส่อกเฉินกวนโดยไม่ลังเล เขายิงออกมา 3 ครั้งติด ไม่เปิดโอกาสให้เฉินกวนได้เรียกเหยียนจือออกมา
ด้วยระยะห่างที่ใกล้แบบนี้และด้วยลูกศรหลายลูกที่ยิงออกมา เล่าเหนี่ยวไม่ได้เปิดโอกาสให้เฉินกวนได้รอดชีวิตต่อไป เขาโจมตีสุดกำลัง แต่ลูกธนูพวกนี้ไม่ได้เล็งไปที่จุดสำคัญของเฉินกวน แต่เล็งไปที่แขนกับขาแทน
ในความเห็นของเล่าเหนี่ยว มันผ่านมาแค่ไม่กี่วัน ถึงเฉินกวนจะเลเวลเพิ่ม ทว่าก็คงไม่มาก อย่างมากก็แค่เลเวล 5-6 สำหรับเขาที่เลเวล 10 แล้ว ใช้เวลาไม่กี่นาทีเขาคงฆ่าเฉินกวนได้
เขาจะรอจนกว่าเฉินกวนสู้ต่อไปไม่ไหวแล้วค่อยทรมานเฉินกวน ไม่ต้องเดาเลยว่าเฉินกวนต้องยอมส่งเหยียนจือให้แน่
เฉินกวนไม่ได้เรียกเหยียนจือออกมาเพราะมันไม่จำเป็น จ้านกั้วที่อยู่ข้าง ๆ กระโดดใช้กรงเล็บตะปบลูกธนูสองลูก ปากคาบลูกธนูอีกลูก หลังจากที่ตกลงมาถึงพื้นแล้ว
จ้านกั้วก็มองไปที่เล่าเหนี่ยวพร้อมออกแรงที่ขากรรไกร ลูกธนูนั้นหักเป็นสองส่วนตกลงไปที่พื้นทันที
“เป็นไปไม่ได้น่า !” เล่าเหนี่ยวเบิกตากว้างไม่อาจจะเชื่อสิ่งที่เห็นตรงหน้าได้
เขาคิดถึงความเป็นไปได้หลาย ๆ อย่าง เขาถึงกับคิดว่าเลเวลของเหยียนจืออาจจะสูง แต่นั่นคงทำให้เขาแค่ออกแรงเพิ่มขึ้นก่อนจะเอาชนะเฉินกวนได้
เขาวางแผนทุกอย่างมาแล้ว แต่เขาไม่คิดเลยว่าหมาเฝ้าบ้านนั้นจะตามงับลูกธนูของเขาทันได้ด้วย
หมาเฝ้าบ้านคือสัตว์วิญญาณระดับต่ำที่สุด พูดโดยทั่วไปแล้วร่างกายของหมาเฝ้าบ้านระดับสูงนั้นแกร่งกว่ามนุษย์เลเวลเท่า ๆ กัน ทว่าหมาเฝ้าบ้านส่วนมากนั้นอาจจะมีร่างกายที่อ่อนแอว่ามนุษย์ผู้ปลุกพลังด้วยซ้ำ
เล่าเหนี่ยวคิดถึงความเป็นไปได้ทั้งหมดแต่ไม่เคยคิดว่าหมาเฝ้าบ้านของเฉินกวนนั้นจะกลายเป็นอุปสรรคต่อแผนเขา
เล่าเหนี่ยวหยิบเอาลูกธนูที่ซองออกมาและยิงออกไปอีกรอบ แต่จ้านกั้วก็ยังโดดเข้าใส่เขาราวกับหมาป่าที่หิวโหย ก่อนที่เล่าเหนี่ยวจะตั้งตัวได้ เล่าเหนี่ยวก็ตกลงจากหลังวัวหัวกะโหลกแล้ว
เล่าเหนี่ยวที่ตกลงถึงพื้นลนลาน เขาอยากจะใช้สายธนูรัดคอจ้านกั้ว ตอนนี้เขาลนไปหมด ความเร็วและแรงของจ้านกั้วนั้นทำให้เขากลัว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมหมาเฝ้าบ้านถึงได้แข็งแกร่งแบบนี้ได้
จ้านกั้วกัดเข้าที่แขนของเล่าเหนี่ยว มีเสียง ‘แกร๊ก’ ดังขึ้น พร้อมมือที่ถือธนูอยู่นั้นคลายออกจนธนูตกลงมา
หลังจากที่กินเนื้อของพุทธองค์สุสานน้ำมา จ้านกั้วก็มีพลังชีวิตในร่างกายมากพอ ตอนนี้มันเลเวล 8 แล้ว ต่ำกว่าเล่าเหนี่ยว 2 เลเวล
ผลของ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] กับจ้านกั้วยังส่งผลอยู่ พลังของมันตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่เล่าเหนี่ยวจะรับมือไหว ไม่งั้นแล้วเฉินกวนคงเรียกเหยียนจือออกมาตั้งแต่แรกแล้ว
แขนกับขาของเล่าเหนี่ยวถูกจ้านกั้วกัด เขานอนกับพื้นและได้แต่กรีดร้อง เขาได้แต่ดิ้นไปมาแต่ไม่อาจจะลุกขึ้นยืนได้
“จ้านกั้ว กลับมา” เฉินกวนเรียกจ้านกั้วกลับมา
เมื่อจ้านกั้วได้ยินคำสั่งของเฉินกวน มันก็วิ่งกลับมานั่งยอง ๆ ตรงหน้าเฉินกวน มันส่ายหาง, แลบลิ้น และมองเฉินกวนราวกับเด็กที่รอคำชม
“ทำได้ดี จ้านกั้ว” เฉินกวนลูบหัวจ้านกั้วและเอาเนื้อของพุทธองค์สุสานน้ำออกมาให้มันกิน จ้านกั้วคาบเนื้อที่พื้นและกลืนไปในคำเดียว ไม่รู้เลยว่ามันหิวหรือว่าพร้อมจะกินทุกอย่างอยู่แล้ว
เล่าเหนี่ยวที่แขนขาหักคลานไปไหนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เขาได้แต่บิดตัวไปมาเพราะความเจ็บปวด เขาทั้งอึ้งและโกรธ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ตกอยู่ในสภาพนี้ เขาเอาชนะหมาเฝ้าบ้านไม่ได้ด้วยซ้ำ
เล่าเหนี่ยวรู้สึกผิดอย่างมาก ถ้าเขารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ เขาคงไม่มีทางมาหาเฉินกวน นี่ไม่ต้องนับการคิดจะแย่งเหยียนจือเลย แต่เขาจะไปรู้ได้ไงว่าเขาเอาชนะหมาเฝ้าบ้านไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
“เป็นไปไม่ได้....ทำไมฉันถึงเอาชนะหมาเฝ้าบ้านไม่ได้....เป็นไปไม่ได้...” เล่าเหนี่ยวทั้งอึ้งและโกรธ ตอนนี้เขาสติหลุด แต่เขาไม่อยากจะเชื่อกับความจริงที่ว่าเขาเอาชนะหมาเฝ้าบ้านไม่ได้
ฉินจืออวี่และกงซุนจั๋วได้ยินเสียงกรีดร้องก็รีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับหวังเหลียน จากนั้นพวกเขาก็เห็นเล่าเหนี่ยวนอนอยู่ที่พื้น พวกเขาพอเดาออกทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
“เขาคิดจะขโมยของนายงั้นเหรอ ?” ฉินจืออวี่มองไปที่เล่าเหนี่ยวก่อนจะมองไปที่เฉินกวนและถามขึ้น
“เขาจะขโมยสัตว์เลี้ยงของฉัน” เฉินกวนตอบกลับ
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็รู้สึกว่าเล่าเหนี่ยวหาเรื่องตายเอง กระต่ายปิศาจของเฉินกวนน่ะมีความสามารถสู้กับสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานได้ มันอาจจะมีน้อยคนบนเกาะที่ทำแบบมันได้
นี่เล่าเหนี่ยวยังกล้าหมายตาเหยียนจืออีก หาเรื่องตายชัด ๆ
“เขาแกร่งมากหรือไง? ทำไมเขาถึงกล้าหมายตากระต่ายปิศาจของนาย? เขาไม่รู้เหรอว่ากระต่ายปิศาจของนายสู้กับสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานได้ ?”
กงซุนจั๋วยากจะเชื่อเรื่องนี้ได้ เขาไม่รู้จักเล่าเหนี่ยว เขาไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าเหนี่ยวในมหา’ลัยมาก่อน
เล่าเหนี่ยวได้ยินแบบนั้นก็ใจสั่น เขามองไปที่กงซุนจั๋วด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ เขาไม่รู้ว่ากงซุนจั๋วพูดถึงเรื่องอะไร
“ดูเหมือนว่านายจะยังไม่รู้สินะ”
กงซุนจั๋วมองไปที่เล่าเหนี่ยวราวกับมองดูคนโง่ เขาพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “เราเพิ่งฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานมา กระต่ายปิศาจนี่คือตัวหลักในการต่อสู้”
เล่าเหนี่ยวได้ยินแบบนั้นก็อึ้งอย่างกับโดนฟ้าผ่า เขาไม่เชื่อหูตัวเองและตะโกนออกมา “ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้....นายโกหกฉัน...ทำไมพวกผู้ปลุกพลังหน้าใหม่ถึงได้มีสิทธิ์....ทำไมพวกนายถึงได้...”
เขาพยายามจะปีนป่ายขึ้นไปเพื่อที่จะล่าสัตว์วิญญาณระดับสูงมาครอง เขาถึงกับยอมผิดสัญญากับเฉินกวนและไปเข้าร่วมทีมระดับสูง
ผลก็คือทีมระดับสูงไม่อาจจะฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานได้ ทว่าเฉินกวนกับพวกกลับฆ่าได้
เล่าเหนี่ยวไม่อาจจะยอมรับความจริงนี้ได้ มันยิ่งทำให้เขาตอนนี้ดูเหมือนกับตัวตลก