- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 31 : กลับร่างเดิม
ตอนที่ 31 : กลับร่างเดิม
ตอนที่ 31 : กลับร่างเดิม
ตอนที่ 31 : กลับร่างเดิม
“กระจอกสิ้นดี !” ด้านในแคมป์ของทีมชั้นนำ ลู่ไคถุยน้ำลายใส่เล่าเหนี่ยว ใบหน้าเขาแสดงอาการดูถูกอย่างเห็นได้ชัด
ใบหน้าของเล่าเหนี่ยวเริ่มม่วง ปากของเขาขยับแต่ไม่มีเสียงใด ๆ ออกมา
สมาชิกคนอื่น ๆ ในทีมพากันมองไปที่เล่าเหนี่ยวด้วยสีหน้าไม่พอใจราวกับกำลังดูตัวตลกอยู่
ตั้งแต่ที่ได้เข้าทีม เล่าเหนี่ยวน่ะจะได้ทุกอย่างที่ตัวเองเอ่ยปาก หนานจี้หงและคนอื่น ๆ ในทีมพากันช่วยเล่าเหนี่ยวเก็บเลเวลจนเลเวล 10
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าจากนี้พวกเขาจะทำทุกอย่างตามแผนได้แน่ แต่ใครจะไปรู้ว่าตอนที่พวกเขาเดินทางไปฆ่าโกเล็ม ลูกธนูของเล่าเหนี่ยวนั้นกลับไม่ได้แม่นเหมือนกับตอนที่ฝึก ไม่อาจจะยิงโดนตาของโกเล็มได้ พวกเขาพลาดโอกาสในการฆ่าโกเล็มไป หนานจี้หงเลยต้องล้มเลิกแผนพาทุกคนหนีออกมา
เล่าเหนี่ยวขอร้องหนานจี้หงและคนในทีมว่าให้โอกาสเขาอีกรอบ เขาจะไม่ทำผิดพลาดแบบเดิมอีก
หนานจี้หงให้โอกาสกับเล่าเหนี่ยว เธอสั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมและเดินทางไปฆ่าโกเล็มอีกครั้ง ทว่าเล่าเหนี่ยวก็ยังไม่อาจจะคว้าโอกาสที่อยู่ตรงหน้าได้ ครั้งนี้เขายิงพลาดอย่างน่าเหลือเชื่อ
“มันเป็นแบบนี้ได้ไง ?” เล่าเหนี่ยวไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตอนแรกเขายิงโคตรจะแม่น เขาคืออัจฉริยะด้านธนู ลูกธนูของเขาไม่เคยพลาดเป้า แล้วทำไมอยู่ ๆ เขาถึงกระจอกลงแบบนี้ได้ ?
เล่าเหนี่ยวรู้สึกว่าคนในทีมกำลังมองเขาราวกับมองดูคนโง่อยู่
แน่นอน เขารู้ว่าลู่ไคและคนอื่น ๆ คิดอะไรกันอยู่ ตอนนี้ทุกคนเชื่อว่าเขาเป็นแค่ไอ้ขี้ขลาด
ช่วงเวลาทั่วไป เขาอาจจะมีความสามารถที่เก่งกาจ ทว่าในเวลาสำคัญกลับแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาไม่ได้ เขาก็แค่คนที่หมดหวังที่จะก้าวหน้าต่อไปได้
“เล่าเหนี่ยว ทีมต้องเสียของไปเยอะกับการล้อมโกเล็มถึง 2 รอบ นายควรมีเหตุผลสำหรับความล้มเหลวของนาย เราคงให้นายอยู่ทีมต่อไปไม่ได้ ไม่งั้นแล้วฉันคงอธิบายกับคนอื่น ๆ ในทีมไม่ได้” หนานจี้หงบอกกับเล่าเหนี่ยว
ปากของเล่าเหนี่ยวขยับ เขาอยากจะขอโอกาสจากหนานจี้หงอีกรอบ ทว่าอยู่ ๆ เขาก็รู้ว่าเขาเสียความมั่นใจไปหมดแล้ว
ถึงหนานจี้หงจะให้โอกาสเขาอีกครั้ง ทว่าเขาก็ไม่มั่นใจว่าจะยิงโดนเป้าหรือไม่ เขาเริ่มกลัวกับการเผชิญหน้ากับโกเล็มแล้ว
“ฉันเข้าใจ” เล่าเหนี่ยวส่งอุปกรณ์ที่ทีมให้มาคืนให้กับหนานจี้หง เขาเอาแต่ก้มหน้า
สำหรับการล้อมโจมตี 2 ครั้งนี้ ทีมเสียทรัพยากรไปเยอะและขาดทุนหนัก การที่หนานจี้หงแค่ไล่เขาออกจากทีมก็ถือว่าใจดีมากแล้ว
“อะไรวะ ? ขยะก็เป็นขยะอยู่วันยังค่ำ ถึงให้โอกาสเขา ทว่ามันก็แค่ไอ้กระจอก” เสียงของลู่ไคดังเข้ามาถึงหูเล่าเหนี่ยว
เท้าของเล่าเหนี่ยวชะงัก แต่เขาไม่ได้หันกลับมามอง เขาได้แต่กัดฟันแน่นและเดินออกจากที่นั่นต่อ
หลังจากที่ออกจากทีมมา เล่าเหนี่ยวก็ไประบายความแค้นกับต้นไม้ในที่รกร้างในป่า ตอนนี้เขาสลดอย่างมาก
“ทำไม...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้....ตอนแรกฉันยิงโคตรจะแม่น...อยู่ ๆ ทำไมถึงยิงไม่โดนเป้าได้...”
หลังจากที่ระบายความโกรธในใจไป เล่าเหนี่ยวก็คุกเข่าลงกับพื้น มือเขากุมหัว ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวดใจ
เขารู้ว่าเขาทำอะไรลงไป เขาทำมันพัง มันไม่มีโอกาสให้เขาได้แก้ตัวอีก
“ฉันทำไม่ได้จริง ๆ .....ฉันก็แค่ดึงความสามารถในเวลาสำคัญออกมาใช้ไม่ได้...” เล่าเหนี่ยวอึดอัดใจสุด ๆ ผ่านไปแค่ 2-3 วัน จากอัจฉริยะด้านธนูก็เปลี่ยนเป็นขยะสำหรับทุกคน มันทำให้ความมั่นใจที่เขาเคยมีนั้นพังทลายลงไป
“ไม่...ฉันจะยอมตกต่ำแบบนี้ต่อไปไม่ได้....ฉันจะให้ทุกคนดูถูกฉันแบบนี้ไม่ได้....ทักษะด้านธนูของฉัน....ทักษะ...” เล่าเหนี่ยวไม่ได้มั่นใจในตัวเองเหมือนเคย ตอนนั้นภาพของเหยียนจือได้โผล่มาในหัวเขา
“ถ้าฉันได้สัตว์เลี้ยงนั่นมา ถึงทักษะด้านธนูของฉันจะไม่ได้ดีนัก ทว่าฉันก็น่าจะมีที่ในทีม จะไม่มีใครดูถูกฉันได้อีก” สายตาของเล่าเหนี่ยวแดงก่ำ ตอนนี้สายตาเขาดูมุ่งมั่นอย่างมาก
เล่าเหนี่ยวลุกขึ้นจากพื้นพร้อมเดินหน้าไปที่สุสานที่เขาแยกกับเฉินกวนโดยไม่ลังเล
เขาจะไปหาเฉินกวนและบังคับให้เฉินกวนส่งเหยียนจือมาให้ ถึงจะต้องใช้วิธีโหดร้ายหรือทรมานเฉินกวนก็ตาม
เล่าเหนี่ยวไม่เคยคิดจะแย่งเหยียนจือมาก่อน
เหตุผลหนึ่งก็เพราะพวกเขาเป็นเพื่อนบ้านกันมาก่อนและโตมาด้วยกัน มันก็ต้องรักษาหน้าไว้บ้าง อีกทั้งพลังที่เหยียนจือแสดงออกมานั้นก็ทำให้เล่าเหนี่ยวไม่กล้าผลีผลาม
ยิ่งกว่านั้นหนานจี้หงก็ตั้งกฎเอาไว้ว่ามนุษย์บนเกาะห้ามฆ่ากันเอง ห้ามขโมยของคนอื่น เป็นธรรมดาที่เล่าเหนี่ยวจะไม่แย่งสัตว์เลี้ยงของเฉินกวนต่อหน้าเธอ
ตอนนั้นเขาไม่ได้บอกหนานจี้หงว่าเฉินกวนมีสัตว์เลี้ยงระดับยูนีค อันที่จริงเขาก็มีความคิดอื่นในใจอยู่แล้ว
ไม่งั้นถ้าหนานจี้หงรู้เรื่องเหยียนจือ เธออาจจะเลือกเฉินกวนเข้าทีมก็ได้
ตอนนี้เล่าเหนี่ยวไม่คิดสนใจมิตรภาพในใจอีกต่อไป เขาต้องการหาเฉินกวนและใช้ทุกวิธีเพื่อแย่งเหยียนจือมา
เล่าเหนี่ยวไม่คิดว่าเฉินกวนจะมีความสามารถที่จะขัดขืนเขาได้ ตอนนี้เขาเลเวล 10 แล้ว
เฉินกวนเป็นแค่ผู้ปลุกพลังหน้าใหม่ที่เพิ่งมาที่เกาะนี้ได้แค่ไม่กี่วันและไม่มีใครคอยช่วย ถึงจะมีสัตว์เลี้ยงระดับยูนีค ทว่าการเพิ่มเลเวลก็ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่มได้ง่าย ๆ ความแข็งแกร่งที่เฉินกวนมีตอนนี้คงไม่มากนัก
เล่าเหนี่ยวตัดสินใจจะแย่งเหยียนจือมาให้ได้ เขาจะเพิ่มเลเวลของเหยียนจือแล้วกลับเข้าทีม เพื่อที่คนอย่างลู่ไคจะได้รู้ว่าเขา เล่าเหนี่ยวนั้นไม่ใช่ขยะ
เล่าเหนี่ยวออกค้นหาใกล้ ๆ กับสุสานอย่างสิ้นหวัง แต่ก็ไม่พบร่องรอยของเฉินกวน
“หรือว่าเขาเจอกับสัตว์วิญญาณที่แข็งแกร่งเข้าและโดนฆ่าไป ?”
เล่าเหนี่ยวกลัวขึ้นมา เขากลัวว่าเฉินกวนจะตาย ถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงไม่มีทางได้เหยียนจือมาครอง เขาจะกลายเป็นขยะไปตลอดกาล เขาจะไม่มีโอกาสได้เปลี่ยนแปลงชะตาตัวเอง
เมื่อเจ้าของตายไป สัตว์วิญญาณที่พึ่งพลังชีวิตของเจ้าของก็จะสลายไปด้วย มันคือสิ่งสุดท้ายที่เล่าเหนี่ยวอยากจะเห็น
เล่าเหนี่ยวไม่คิดยอมแพ้ เขาขยายพื้นที่ค้นหาโดยหวังว่าจะหาตัวเฉินกวนให้พบ ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้แต่ภาวนาในใจให้พระเจ้าปกป้องเฉินกวน
บางทีความจริงใจของเล่าเหนี่ยวอาจจะทำให้พระเจ้าสงสาร ตอนที่ค้นหาในหุบเขา อยู่ ๆ เขาก็เห็นกลุ่มคน หนึ่งในนั้นมีเฉินกวนที่เขาตามหาอยู่ด้วย
เล่าเหนี่ยวไม่ได้เข้าไปหาพวกนั้นทันทีแต่คอยจับตาดูก่อน เขาพบว่าคนที่อยู่กับเฉินกวนนั้นไม่คุ้นหน้าเอาซะเลย พวกนี้ต้องเป็นพวกมาใหม่ที่เพิ่งมาที่เกาะไม่นานมานี้แน่ เห็นแบบนั้นเขาก็โล่งอก
จากนั้นเขาก็เห็นว่าเสื้อผ้าพวกเขาขาดหลุดรุ่ย พวกเขาไม่มีสัตว์เลี้ยงเลยด้วยซ้ำ พวกเขาบาดเจ็บกันมา ดูเหมือนว่าสภาพพวกเขาจะไม่ดีนัก มันยิ่งทำให้เล่าเหนี่ยวมั่นใจกว่าเดิม
เฉินกวน, ฉินจืออวี่ และพวกเองก็เห็นเล่าเหนี่ยว เฉินกวนอดไม่ได้ที่จะคิ้วขมวดขึ้นมา
“เฉินกวน มานี่สักเดี๋ยว ฉันมีอะไรจะบอกนาย” เล่าเหนี่ยวขี่วัวหัวกะโหลกเข้ามาตรงหน้าเฉินกวนและพูดขึ้น
“มีอะไรก็พูดตรงนี้เลย” เฉินกวนพอเดาออกว่าเล่าเหนี่ยวมาหาเขาทำไม
ยิ่งเป็นคนหรือสัตว์วิญญาณที่กระตุ้นโดย [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] ได้ง่ายเท่าไหร่ สเตตัสก็น่าจะต่ำเท่านั้น นี่คือจากที่เฉินกวนสังเกตมา
สเตตัสของเล่าเหนี่ยวถูกกระตุ้นได้ง่าย ๆ มันแสดงให้เห็นว่าพรสวรรค์ของเล่าเหนี่ยวนั้นแค่ทั่ว ๆ ไป พลังนี้คงอยู่ได้ไม่นานนัก
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเล่าเหนี่ยวคงอยู่กับทีมต่อไม่ได้ ผ่านมาไม่นานเขาก็เผยธาตุแท้ของตัวเองออกมา
เมื่อเล่าเหนี่ยวมาโผล่หัวที่นี่ ตัดสินจากสีหน้าแล้ว เล่าเหนี่ยวคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยเฉินกวนเก็บเลเวลแน่ ๆ มันชัดแล้วว่าเล่าเหนี่ยวคิดจะทำอะไร