- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 30 : เทคนิคลับ
ตอนที่ 30 : เทคนิคลับ
ตอนที่ 30 : เทคนิคลับ
ตอนที่ 30 : เทคนิคลับ
ลวดลายดอกบัวสีแดงเลือดบนเกล็ดพุทธองค์สุสานน้ำที่ตายไปนั้นเปลี่ยนเป็นจุดแสงลอยมาที่ตัวฉินจืออวี่ ไม่นานมันก็กลายเป็นผลึกสีแดงเลือดราวกับเมล็ดดอกบัว
เฉินกวนอิจฉานิด ๆ ไม่รู้เลยว่ามันคือวิญญาณสัตว์เลี้ยงหรือแก่นวิญญาณเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ทว่ามันก็ถือว่าเป็นของที่ได้มาจากสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทาน
ฉินจืออวี่กำแก่นไว้ในมือแต่ตัวกลับสั่นไหว เขายืนแทบไม่ไหวและลงไปนั่งที่พื้น
ยังไงซะ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] ก็เพิ่มแค่สเตตัสไม่ได้เพิ่มพลังชีวิต ที่ฉินจืออวี่ระเบิดพลังออกมาได้ก็เพราะค่าสเตตัสที่เพิ่มขึ้นมา ทว่าร่างกายของเขายังอยู่ในสภาพอ่อนแออยู่ดี
เฉินกวนเดินเข้าไปหาฉินจืออวี่พร้อมดาบในมือ ฉากนี้ทำให้กงซุนจั๋วกลัวขึ้นมา
เขาคิดว่าเฉินกวนจะฆ่าฉินจืออวี่ จากนั้นก็เก็บรางวัลทั้งหมดไว้เอง ด้วยความโหดเหี้ยมที่เฉินกวนแสดงออกมาตะกี้ เฉินกวนต้องกล้าทำแบบนั้นแน่
ถ้าเป็นแบบนั้นจริง งั้นกงซุนจั๋วก็ไม่คิดว่าเขาจะหนีรอด เฉินกวนต้องฆ่าเขาเพื่อปิดปากแน่ ๆ
จนกระทั่งเฉินกวนเดินผ่านฉินจืออวี่ไปที่ร่างของพุทธองค์สุสานน้ำก่อนจะหยิบสร้อยขึ้นมา กงซุนจั๋วถึงรู้สึกดีขึ้นจนถอนหายใจออกมา
หลังจากที่เฉินกวนเก็บสร้อยประคำมา เหยียนจือที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็ใช้มีดแทงร่างของพุทธองค์สุสานน้ำพร้อมสูบเอาเลือดในตัวมันทั้งหมดออกมา
[ สร้อยมาร : สมบัติวิญญาณเลเวล 10 สมบัติที่ทำขึ้นมาจากกระดูกนิ้วของพุทธองค์มาร 180 ตนที่เต็มไปด้วยพลังชั่วร้าย โชคของคนที่ใส่สมบัติชิ้นนี้จะลดลงอย่างมาก อย่างน้อย ๆ เขาจะพบกับโชคร้าย แย่สุดคือเขาจะโชคร้ายจนอันตรายถึงชีวิต ]
ชัดแล้วว่านี่คือสมบัติวิญญาณที่หายาก แต่การใช้มันไม่ได้ส่งผลดีเลย มันมีแต่ภัยถึงชีวิต มันตลกสิ้นดี
หวังเหลียนบอกว่าของแบบนี้สามารถยับยั้งพวกสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานได้ ทำใจเชื่อได้ยาก
ลองคิดดูดี ๆ แล้วก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย บางทีของแบบนี้คงไม่ได้ให้พวกเขาใช้ แต่ให้สัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานตัวอื่น ๆ ใส่แทนเพื่อลดโชคของมัน
ตามที่หวังเหลียนบอก เหตุผลว่าทำไมจักรพรรดิถึงได้ทิ้งข้อความไว้บนจารึกหินบอกให้คนฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำก่อนก็คงเป็นเพราะสร้อยนี่ เมื่อพุทธองค์สุสานน้ำใส่สร้อยนี่ มันก็ไม่อาจจะดึงพลังทั้งหมดออกมาใช้ได้
ดังนั้นการฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานจึงง่ายกว่าเดิม
เฉินกวนโยนสร้อยมารให้กับฉินจืออวี่และหยิบถ้วยกระดูกขึ้นมา
นี่ก็เป็นสมบัติวิญญาณ แต่ระดับของมันไม่ได้อยู่ระดับไร้เทียมทาน มันเป็นสมบัติระดับหายากเลเวล 10 มันคือถ้วยกะโหลก ข้อมูลที่ได้มาบอกว่ามันทำขึ้นมาจากกะโหลกเด็กสาวบริสุทธิ์ ทำขึ้นโดยพุทธองค์มารเพื่อเอาไว้ดื่มเลือด
การทำงานของมันก็ถือการกลั่นเลือด ทำให้พลังบริสุทธิ์ขึ้น ทำให้เลือดสดอยู่ไปเป็นเวลานาน
หลังจากที่ฉินจืออวี่มองไปที่สร้อยมาร เขาก็เก็บมันไว้และเริ่มจัดการกับแผลตัวเอง ตอนนี้เขาอ่อนแอสุด ๆ ที่หลังมีแผล มันไม่สะดวกที่เขาจะรักษาแผลเอง ดังนั้นเขาจึงได้แต่เรียกเฉินกวนมาช่วยทายาให้
ยาที่ฉินจืออวี่พกมานั้นไม่ใช่ของทั่วไป ตอนที่ทายาใส่แผล แผลก็เริ่มแห้งและแข็งตัว
เฉินกวนเห็นว่าฉินจืออวี่บาดเจ็บไม่หนักและคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
“เอ้านี่” เฉินกวนกำลังจะไปเก็บไม้เท้า แต่อยู่ ๆ ฉินจืออวี่ก็พูดขึ้นมาและโยนผลึกคริสตัลให้กับเฉินกวน
“ให้ฉันงั้นเหรอ ?” เฉินกวนอึ้ง เขาไม่เข้าใจว่าฉินจืออวี่คิดอะไรอยู่ ถ้าเขาเป็นคนได้ผลึกคริสตัลนี่มาอย่างยากลำบาก ถ้ามันเป็นของระดับไร้เทียมทาน เขาไม่มีทางยกมันให้คนอื่นแน่
ไม่มีใครคิดมากกับการที่มีเทคนิคหรือสกิลกับตัวมากเกินไป ยังไงการมีเทคนิคหรือสกิลเยอะก็ไม่ได้ขัดแย้งอะไรกันอยู่แล้ว ถึงฉินจืออวี่จะมีเทคนิคระดับไร้เทียมทานอย่าง <ลมปราณม่วงเขียว> อยู่ก็ตาม ทว่าการได้เทคนิคบ่มเพาะระดับไร้เทียมทานมาเพิ่มก็ต้องส่งผลดีมากกว่าผลเสียอยู่แล้ว
ผลของเทคนิคบ่มเพาะแต่ละอันนั้นแตกต่างกัน การใช้เทคนิคบ่มเพาะที่แตกต่างกันก็ต้องส่งผลดีที่ต่างกันไปด้วย การที่มีเทคนิคบ่มเพาะระดับไร้เทียมทานสองอันนั้นถือว่าเป็นเรื่องดีที่หลายคนอยากจะมี
“ฉันเป็นนักดาบ สกิลนี่ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับฉัน” ฉินจืออวี่พูดขึ้น
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น เฉินกวนก็อดไม่ได้ที่จะมองฉินจืออวี่อีกรอบ ใครจะมาบ่นกับการที่มีสกิลเพิ่ม ? เขาไม่รู้ว่าฉินจืออวี่มองเห็นอะไรหรือรู้ถึงผลของ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] ดังนั้นฉินจืออวี่จึงยกสกิลนี้ให้กับเขา
ฉินจืออวี่หลับตาพักโดยไม่พูดอะไรต่อ เขาเหมือนจะไว้วางใจเฉินกวนอย่างมาก
เฉินกวนเห็นแบบนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร ไม่ว่าฉินจืออวี่จะมีเหตุผลอะไรถึงได้ยกสกิลนี้ให้เขา มันก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่มีสกิลระดับไร้เทียมทานมาเพิ่ม
อันที่จริงเฉินกวนคิดมากเกินไป ฉินจืออวี่น่ะถือว่าเฉินกวนเป็นคนที่เชื่อใจได้ เฉินกวนเข้าใจเขา มันเป็นเหตุผลที่เขาถึงได้ยกสกิลนี้ให้กับฉินจืออวี่ เพื่อที่ความแข็งแกร่งของเฉินกวนจะได้เพิ่มขึ้นไปด้วย มันก็แค่นั้น
เฉินกวนใช้แก่นวิญญาณนี้พร้อมจุดสีแดงเลือดที่ลอยเข้ามาในตัว
[ สกิล : สังเวยโลหิตปิศาจ (ไร้เทียมทาน)
ข้อกำหนด : ไม่มี
เลเวล : 1
พลังที่ใช้ : ไม่มี
เพิ่มเติม : ใช้เลือดในการใช้งาน ]
เฉินกวนศึกษาสกิลดูดี ๆ และไม่พบว่า [ สังเวยโลหิตมาร ] จำเป็นต้องใช้เลือดตัวเองเพื่อเลี้ยงจิตมารขึ้นมาปกป้องร่างกาย ทุกครั้งที่ใช้ เขาต้องป้อนเลือดให้กับจิตมาร
สกิลนี้มองผ่าน ๆ ไม่ได้เป็นสกิลที่ดีเด่นอะไร เฉินกวนเริ่มสงสัยว่าเขาต้องใช้เลือดมากแค่ไหนกับการเลี้ยงจิตมาร
แต่มันไม่ใช่ว่าไม่มีข้อดี จิตมารจะอยู่กับร่างกายผู้ใช้และคอยป้องกันการโจมตีให้กับผู้ใช้ มันเหมือนกับเกราะลับที่คอยช่วยชีวิตผู้สวมใส่ถึงจะโดนลอบโจมตีก็ตาม
เฉินกวนไม่กล้าใช้มันตอนนี้ การที่อยู่ในที่อันตรายแบบนี้ หากเขาเสียเลือดไปเยอะ เขาอาจจะตกอยู่ในอันตรายก็เป็นได้ จากนั้นเขาคงอ่อนแอเกินไปที่จะสู้กับใครได้ แม้แต่การวิ่งหนีเอาชีวิตรอดก็ยังยาก
ถึงเขาอยากจะลองใช้สกิลนี้ ทว่าเขาก็ต้องอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน
ตอนที่เฉินกวนกลับมามองรอบ ๆ เขาก็พบว่าเหยียนจือนั้นสูบเลือดในร่างพุทธองค์สุสานน้ำมาจนหมดแล้ว ตอนนี้มันเลเวลเพิ่มขึ้นมาเป็นเลเวล 7 แล้ว
ขนสีขาว ๆ ของมันเริ่มมีสีแดงเลือดจาง ๆ มันแสดงให้เห็นว่าเลือดของพุทธองค์สุสานน้ำตัวนี้น้ำยังไม่ได้ถูกดูดกลืนทั้งหมด พลังที่เหลืออยู่นี้ไม่อาจจะกักเก็บไว้ในร่างกายและถูกเก็บไว้ตามขนแทน
หลังจากที่ดูดกลืนพลังในร่างจนหมดแล้ว ถ้ามันดูดซับพลังที่เหลือต่อ เลเวลมันน่าจะเพิ่มขึ้นอีก
จ้านกั้วนั่งยอง ๆ อยู่ข้างๆ เฉินกวน มันน้ำลายไหลมองไปที่ศพพุทธองค์สุสานน้ำ ทว่าเมื่อเฉินกวนไม่ได้สั่ง มันก็ไม่คิดจะวิ่งเข้าไปหาศพนั้นถึงศพนั่นจะน่ากินแค่ไหนก็ตาม
เฉินกวนเอามีดหักของนักฆ่าเงาออกมาตัดเนื้อจากศพพุทธองค์สุสานน้ำมายัดใส่ปากจ้านกั้ว
จ้านกั้วไม่ได้อ้าปาก มันยกเท้าขึ้นชี้ไปที่พื้น หลังจากที่เฉินกวนวางเนื้อลงไปที่พื้น จ้านกั้วถึงเริ่มฉีกเนื้อกินเอง
“หมาเฝ้าบ้านที่มีหัวคิดนี่ทำให้ฉันขายหน้าเป็นด้วย โชคร้ายที่หมาเฝ้าบ้านส่วนมากน่ะมักจะโดนทิ้งหลังจากที่เจ้าของเข้ามาในเขตแดนลับ พวกมันอาจจะไม่มีโอกาสถูกเรียกออกมาอีกจนกระทั่งเจ้าของตาย”
เฉินกวนใจสั่นและสงสารหมาพวกนั้น