เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30 : เทคนิคลับ

ตอนที่ 30 : เทคนิคลับ

ตอนที่ 30 : เทคนิคลับ


ตอนที่ 30 : เทคนิคลับ

ลวดลายดอกบัวสีแดงเลือดบนเกล็ดพุทธองค์สุสานน้ำที่ตายไปนั้นเปลี่ยนเป็นจุดแสงลอยมาที่ตัวฉินจืออวี่ ไม่นานมันก็กลายเป็นผลึกสีแดงเลือดราวกับเมล็ดดอกบัว

เฉินกวนอิจฉานิด ๆ ไม่รู้เลยว่ามันคือวิญญาณสัตว์เลี้ยงหรือแก่นวิญญาณเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ทว่ามันก็ถือว่าเป็นของที่ได้มาจากสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทาน

ฉินจืออวี่กำแก่นไว้ในมือแต่ตัวกลับสั่นไหว เขายืนแทบไม่ไหวและลงไปนั่งที่พื้น

ยังไงซะ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] ก็เพิ่มแค่สเตตัสไม่ได้เพิ่มพลังชีวิต ที่ฉินจืออวี่ระเบิดพลังออกมาได้ก็เพราะค่าสเตตัสที่เพิ่มขึ้นมา ทว่าร่างกายของเขายังอยู่ในสภาพอ่อนแออยู่ดี

เฉินกวนเดินเข้าไปหาฉินจืออวี่พร้อมดาบในมือ ฉากนี้ทำให้กงซุนจั๋วกลัวขึ้นมา

เขาคิดว่าเฉินกวนจะฆ่าฉินจืออวี่ จากนั้นก็เก็บรางวัลทั้งหมดไว้เอง ด้วยความโหดเหี้ยมที่เฉินกวนแสดงออกมาตะกี้ เฉินกวนต้องกล้าทำแบบนั้นแน่

ถ้าเป็นแบบนั้นจริง งั้นกงซุนจั๋วก็ไม่คิดว่าเขาจะหนีรอด เฉินกวนต้องฆ่าเขาเพื่อปิดปากแน่ ๆ

จนกระทั่งเฉินกวนเดินผ่านฉินจืออวี่ไปที่ร่างของพุทธองค์สุสานน้ำก่อนจะหยิบสร้อยขึ้นมา กงซุนจั๋วถึงรู้สึกดีขึ้นจนถอนหายใจออกมา

หลังจากที่เฉินกวนเก็บสร้อยประคำมา เหยียนจือที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็ใช้มีดแทงร่างของพุทธองค์สุสานน้ำพร้อมสูบเอาเลือดในตัวมันทั้งหมดออกมา

[ สร้อยมาร : สมบัติวิญญาณเลเวล 10  สมบัติที่ทำขึ้นมาจากกระดูกนิ้วของพุทธองค์มาร 180 ตนที่เต็มไปด้วยพลังชั่วร้าย โชคของคนที่ใส่สมบัติชิ้นนี้จะลดลงอย่างมาก อย่างน้อย ๆ เขาจะพบกับโชคร้าย แย่สุดคือเขาจะโชคร้ายจนอันตรายถึงชีวิต ]

ชัดแล้วว่านี่คือสมบัติวิญญาณที่หายาก แต่การใช้มันไม่ได้ส่งผลดีเลย มันมีแต่ภัยถึงชีวิต มันตลกสิ้นดี

หวังเหลียนบอกว่าของแบบนี้สามารถยับยั้งพวกสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานได้ ทำใจเชื่อได้ยาก

ลองคิดดูดี ๆ แล้วก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย บางทีของแบบนี้คงไม่ได้ให้พวกเขาใช้ แต่ให้สัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานตัวอื่น ๆ ใส่แทนเพื่อลดโชคของมัน

ตามที่หวังเหลียนบอก เหตุผลว่าทำไมจักรพรรดิถึงได้ทิ้งข้อความไว้บนจารึกหินบอกให้คนฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำก่อนก็คงเป็นเพราะสร้อยนี่ เมื่อพุทธองค์สุสานน้ำใส่สร้อยนี่ มันก็ไม่อาจจะดึงพลังทั้งหมดออกมาใช้ได้

ดังนั้นการฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานจึงง่ายกว่าเดิม

เฉินกวนโยนสร้อยมารให้กับฉินจืออวี่และหยิบถ้วยกระดูกขึ้นมา

นี่ก็เป็นสมบัติวิญญาณ แต่ระดับของมันไม่ได้อยู่ระดับไร้เทียมทาน มันเป็นสมบัติระดับหายากเลเวล 10 มันคือถ้วยกะโหลก ข้อมูลที่ได้มาบอกว่ามันทำขึ้นมาจากกะโหลกเด็กสาวบริสุทธิ์ ทำขึ้นโดยพุทธองค์มารเพื่อเอาไว้ดื่มเลือด

การทำงานของมันก็ถือการกลั่นเลือด ทำให้พลังบริสุทธิ์ขึ้น ทำให้เลือดสดอยู่ไปเป็นเวลานาน

หลังจากที่ฉินจืออวี่มองไปที่สร้อยมาร เขาก็เก็บมันไว้และเริ่มจัดการกับแผลตัวเอง ตอนนี้เขาอ่อนแอสุด ๆ ที่หลังมีแผล มันไม่สะดวกที่เขาจะรักษาแผลเอง ดังนั้นเขาจึงได้แต่เรียกเฉินกวนมาช่วยทายาให้

ยาที่ฉินจืออวี่พกมานั้นไม่ใช่ของทั่วไป ตอนที่ทายาใส่แผล แผลก็เริ่มแห้งและแข็งตัว

เฉินกวนเห็นว่าฉินจืออวี่บาดเจ็บไม่หนักและคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

“เอ้านี่” เฉินกวนกำลังจะไปเก็บไม้เท้า แต่อยู่ ๆ ฉินจืออวี่ก็พูดขึ้นมาและโยนผลึกคริสตัลให้กับเฉินกวน

“ให้ฉันงั้นเหรอ ?” เฉินกวนอึ้ง เขาไม่เข้าใจว่าฉินจืออวี่คิดอะไรอยู่  ถ้าเขาเป็นคนได้ผลึกคริสตัลนี่มาอย่างยากลำบาก ถ้ามันเป็นของระดับไร้เทียมทาน เขาไม่มีทางยกมันให้คนอื่นแน่

ไม่มีใครคิดมากกับการที่มีเทคนิคหรือสกิลกับตัวมากเกินไป ยังไงการมีเทคนิคหรือสกิลเยอะก็ไม่ได้ขัดแย้งอะไรกันอยู่แล้ว ถึงฉินจืออวี่จะมีเทคนิคระดับไร้เทียมทานอย่าง <ลมปราณม่วงเขียว> อยู่ก็ตาม ทว่าการได้เทคนิคบ่มเพาะระดับไร้เทียมทานมาเพิ่มก็ต้องส่งผลดีมากกว่าผลเสียอยู่แล้ว

ผลของเทคนิคบ่มเพาะแต่ละอันนั้นแตกต่างกัน การใช้เทคนิคบ่มเพาะที่แตกต่างกันก็ต้องส่งผลดีที่ต่างกันไปด้วย การที่มีเทคนิคบ่มเพาะระดับไร้เทียมทานสองอันนั้นถือว่าเป็นเรื่องดีที่หลายคนอยากจะมี

“ฉันเป็นนักดาบ สกิลนี่ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับฉัน” ฉินจืออวี่พูดขึ้น

หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น เฉินกวนก็อดไม่ได้ที่จะมองฉินจืออวี่อีกรอบ ใครจะมาบ่นกับการที่มีสกิลเพิ่ม ? เขาไม่รู้ว่าฉินจืออวี่มองเห็นอะไรหรือรู้ถึงผลของ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] ดังนั้นฉินจืออวี่จึงยกสกิลนี้ให้กับเขา

ฉินจืออวี่หลับตาพักโดยไม่พูดอะไรต่อ เขาเหมือนจะไว้วางใจเฉินกวนอย่างมาก

เฉินกวนเห็นแบบนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร ไม่ว่าฉินจืออวี่จะมีเหตุผลอะไรถึงได้ยกสกิลนี้ให้เขา มันก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่มีสกิลระดับไร้เทียมทานมาเพิ่ม

อันที่จริงเฉินกวนคิดมากเกินไป ฉินจืออวี่น่ะถือว่าเฉินกวนเป็นคนที่เชื่อใจได้ เฉินกวนเข้าใจเขา มันเป็นเหตุผลที่เขาถึงได้ยกสกิลนี้ให้กับฉินจืออวี่ เพื่อที่ความแข็งแกร่งของเฉินกวนจะได้เพิ่มขึ้นไปด้วย มันก็แค่นั้น

เฉินกวนใช้แก่นวิญญาณนี้พร้อมจุดสีแดงเลือดที่ลอยเข้ามาในตัว

[ สกิล : สังเวยโลหิตปิศาจ (ไร้เทียมทาน)

ข้อกำหนด : ไม่มี

เลเวล : 1

พลังที่ใช้ : ไม่มี

เพิ่มเติม : ใช้เลือดในการใช้งาน ]

เฉินกวนศึกษาสกิลดูดี ๆ และไม่พบว่า [ สังเวยโลหิตมาร ] จำเป็นต้องใช้เลือดตัวเองเพื่อเลี้ยงจิตมารขึ้นมาปกป้องร่างกาย ทุกครั้งที่ใช้ เขาต้องป้อนเลือดให้กับจิตมาร

สกิลนี้มองผ่าน ๆ ไม่ได้เป็นสกิลที่ดีเด่นอะไร เฉินกวนเริ่มสงสัยว่าเขาต้องใช้เลือดมากแค่ไหนกับการเลี้ยงจิตมาร

แต่มันไม่ใช่ว่าไม่มีข้อดี จิตมารจะอยู่กับร่างกายผู้ใช้และคอยป้องกันการโจมตีให้กับผู้ใช้ มันเหมือนกับเกราะลับที่คอยช่วยชีวิตผู้สวมใส่ถึงจะโดนลอบโจมตีก็ตาม

เฉินกวนไม่กล้าใช้มันตอนนี้ การที่อยู่ในที่อันตรายแบบนี้ หากเขาเสียเลือดไปเยอะ เขาอาจจะตกอยู่ในอันตรายก็เป็นได้ จากนั้นเขาคงอ่อนแอเกินไปที่จะสู้กับใครได้ แม้แต่การวิ่งหนีเอาชีวิตรอดก็ยังยาก

ถึงเขาอยากจะลองใช้สกิลนี้ ทว่าเขาก็ต้องอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน

ตอนที่เฉินกวนกลับมามองรอบ ๆ เขาก็พบว่าเหยียนจือนั้นสูบเลือดในร่างพุทธองค์สุสานน้ำมาจนหมดแล้ว ตอนนี้มันเลเวลเพิ่มขึ้นมาเป็นเลเวล 7 แล้ว

ขนสีขาว ๆ ของมันเริ่มมีสีแดงเลือดจาง ๆ มันแสดงให้เห็นว่าเลือดของพุทธองค์สุสานน้ำตัวนี้น้ำยังไม่ได้ถูกดูดกลืนทั้งหมด พลังที่เหลืออยู่นี้ไม่อาจจะกักเก็บไว้ในร่างกายและถูกเก็บไว้ตามขนแทน

หลังจากที่ดูดกลืนพลังในร่างจนหมดแล้ว ถ้ามันดูดซับพลังที่เหลือต่อ เลเวลมันน่าจะเพิ่มขึ้นอีก

จ้านกั้วนั่งยอง ๆ อยู่ข้างๆ เฉินกวน มันน้ำลายไหลมองไปที่ศพพุทธองค์สุสานน้ำ ทว่าเมื่อเฉินกวนไม่ได้สั่ง มันก็ไม่คิดจะวิ่งเข้าไปหาศพนั้นถึงศพนั่นจะน่ากินแค่ไหนก็ตาม

เฉินกวนเอามีดหักของนักฆ่าเงาออกมาตัดเนื้อจากศพพุทธองค์สุสานน้ำมายัดใส่ปากจ้านกั้ว

จ้านกั้วไม่ได้อ้าปาก มันยกเท้าขึ้นชี้ไปที่พื้น หลังจากที่เฉินกวนวางเนื้อลงไปที่พื้น จ้านกั้วถึงเริ่มฉีกเนื้อกินเอง

“หมาเฝ้าบ้านที่มีหัวคิดนี่ทำให้ฉันขายหน้าเป็นด้วย โชคร้ายที่หมาเฝ้าบ้านส่วนมากน่ะมักจะโดนทิ้งหลังจากที่เจ้าของเข้ามาในเขตแดนลับ พวกมันอาจจะไม่มีโอกาสถูกเรียกออกมาอีกจนกระทั่งเจ้าของตาย”

เฉินกวนใจสั่นและสงสารหมาพวกนั้น

จบบทที่ ตอนที่ 30 : เทคนิคลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว