- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 25 : โหดร้าย
ตอนที่ 25 : โหดร้าย
ตอนที่ 25 : โหดร้าย
ตอนที่ 25 : โหดร้าย
กงซุนจั๋วคอยดูอยู่ ๆ ข้างด้วยความตกตะลึง เขารู้ว่าหวังเหลียนนั้นแกร่งแค่ไหน แต่เขาไม่คิดเลยว่าหมาเฝ้าบ้านกลับทำให้เธอตกอยู่ในสภาพนี้ได้
“เฉินกวน นั่นหมาเฝ้าบ้านจริง ๆ หรือเปล่า ?” กงซุนจั๋วสงสัยว่าจ้านกั้วนั้นไม่ใช่หมาเฝ้าบ้าน ไม่งั้นมันจะแกร่งแบบนี้ได้ไง
แม้ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงของผู้ปลุกพลังเลเวลสูง ถึงมันจะแข็งแกร่งก็ตาม ทว่าหมาเฝ้าบ้านก็ไม่มีทางฉลาดแบบหมาของเฉินกวนแน่ ๆ
หมาเฝ้าบ้านกลับใช้กลยุทธ์เป็น ความฉลาดของมันน่ากลัวจริง ๆ
“นอกจากหมาเฝ้าบ้านแล้ว มันมีสัตว์วิญญาณตัวไหนที่หน้าตาแบบนี้อีก ?” เฉินกวนถามกลับ
กงซุนจั๋วคิดตามและรู้สึกว่ามันมีเหตุผล มันไม่ง่ายเลยที่จะเข้าใจผิดเมื่อดูจากรูปร่างและสีขนของหมาแดงนี่
“หมาแดงนี่แกร่งจริง ๆ ฉันไม่เคยเห็นรึเคยได้ยินมาก่อน ระดับของมันต้องสูงมากเลยสินะ ?” กงซุนจั๋วยังยาก
จะรับความจริงนี้ได้ หมาเฝ้าบ้านนั้นอยู่ระดับทั่วไป มันไม่มีระดับหายากรึพิเศษ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมหมาเฝ้าบ้านของเฉินกวนถึงได้แกร่งขนาดนี้
“มัดเธอไว้ก่อน เผื่อว่าเธอจะคิดไม่ซื่ออีก” เฉินกวนไม่อยากคุยเรื่องจ้านกั้วต่อ เขาหันกลับไปมองหวังเหลียนที่นอนหมดสติที่พื้น
“เธอมันเลวจริง ๆ การไว้ชีวิตเธอมีแต่จะสร้างปัญหา” กงซุนจั๋วคิ้วขมวด ชัดแล้วว่าเขาตั้งใจจะฆ่าเธอซะ
เฉินกวนเอาเชือกออกมาจากกระเป๋าออกมามัดหวังเหลียนที่หมดสติพร้อมกับบอกกับกงซุนจั๋ว
“ฉันสงสัยว่าเธอรู้มากกว่าที่เธอบอกเรา ถ้าฉินจืออวี่กับสัตว์เลี้ยงของฉันชนะ บางทีเราอาจจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์จากเธอ”
หลังจากที่ได้ยินที่เฉินกวนพูด กงซุนจั๋วก็ไม่ได้พูดอะไร
ไม่นานเฉินกวนก็มัดมือมัดเท้าหวังเหลียนเสร็จ ตอนนี้แค่ลุกขึ้นยืน หวังเหลียนก็ทำไม่ได้
เฉินกวนไม่รู้วิธีหักกระดูกรึตัดเอ็น ดังนั้นเขาจึงได้แต่มัดเธอไว้แน่น ๆ เพื่อที่หลังจากที่หวังเหลียนได้สติกลับมา เธอจะได้ทำอะไรไม่ได้อีก
“ฉันจะไปเอาน้ำมาปลุกเธอ” เมื่อเห็นเฉินกวนมัดหวังเหลียนเสร็จ กงซุนจั๋วก็เดินไปที่บ่อน้ำเพื่อตักน้ำ
“ไม่จำเป็น” เฉินกวนยกดาบอ่อนในมือขึ้นแทงเข้าที่ตัวหวังเหลียน เขาใช้ความเจ็บเพื่อปลุกเธอขึ้นมา
กงซุนจั๋วเห็นแบบนั้นก็ตกใจ สายตาที่เขามองเฉินกวนดูแปลกไป พวกเขาต่างก็ยังเป็นเด็กที่เพิ่งเรียนจบและเข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นครั้งแรก พวกเขาไม่เคยเห็นวิธีที่โหดร้ายแบบนี้มาก่อน
“ไอ้ห่านี่ !” สีหน้าของหวังเหลียนบิดเบี้ยวไปเพราะความเจ็บปวด ดาบในมือเฉินกวนแทงเข้าที่แผลที่ต้นขาของเธอ เขาค่อย ๆ บิดดาบที่แผล
“ฉันถามอะไร เธอตอบมา ถ้าเธอไม่ตอบ, ตอบช้ารึตอบผิด ฉันจะลงโทษเธอด้วยดาบนี่” เฉินกวนไม่มัวเสียเวลามาโยกโย้ เขาถามคำถามออกมาทันที “เธอบอกว่าที่ต้นแก้ว 7 สมบัติมี [ พระสูตรเอฝาง ] สลักเอาไว้ เธอจงใจล่อเราเข้ามา เธอรู้ว่าพุทธองค์สุสานน้ำยังไม่ตายใช่ไหม ?”
“ฉันไม่....อ๊า....” หวังเหลียนเพิ่งพูดได้แค่ไม่กี่คำแต่เฉินกวนใช้ดาบแทงเข้าที่ตัวเธอ บาดแผลทำให้แผลเธอฉีก เธอถึงกับกรีดร้องออกมา
“ทำไมพุทธองค์สุสานน้ำถึงยังไม่ตาย ?” เฉินกวนดึงดาบออกมาและถามคำถามที่สอง
หน้าของหวังเหลียนชุ่มไปด้วยเหงื่อ หน้าเธอซีดอย่างกับเพิ่งเห็นผี เธอเจ็บปวดเกินกว่าจะรับไหว เธอจะกล้าพูดส่ง ๆ ได้ไง ? ตอนที่เธอคิดว่าจะตอบคำถามยังไง เธอก็รู้สึกเจ็บที่ขาขึ้นมาจนต้องกรีดร้องอีกรอบ
“ตอบช้า คำถามที่สาม จะฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำจริง ๆ ได้ยังไง ?” เฉินกวนดึงดาบออกมาและมองหวังเหลียนด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะถามต่อ
หวังเหลียนอยากจะกินเฉินกวนทั้งเป็น เธอได้แต่สบถในใจ ‘เฉินกวน...รอก่อนเถอะ....อย่าให้ฉันรอดไปได้...ไม่งั้นแกคงได้แต่หวังว่าตัวเองจะตายเร็ว ๆ ....แกคงได้แต่ร้องขอความตาย.... ’
เธอแค้นเฉินกวนอย่างมากแต่ไม่กล้าลังเล เธอรีบตอบกลับ “เหตุผลว่าทำไมพุทธองค์สุสานน้ำถึงฟื้นกลับมาได้ก็เพราะเลือดพุทธองค์ในถ้วยกระดูก
มันคือแก่นเลือดของสัตว์วิญญาณธาตุศักดิ์สิทธิ์ หลังจากที่มันตาย มันถูกดูดซับและกลั่นโดยถ้วยกระดูกกลายเป็นสมบัติวิญญาณที่สามารถชุบชีวิตกลับมาได้
แต่ผลของเลือดนี่มีจำกัด มันเป็นไปไม่ได้ที่พุทธองค์สุสานน้ำจะมีร่างกายอมตะไปตลอดกาล เลือดในถ้วยกระดูกหมดแล้ว ตอนนี้ตราบใดที่ฆ่ามันได้อีกรอบ มันก็จะไม่มีทางฟื้นกลับมาอีก”
“พูดจบหรือยัง ?” เฉินกวนมองไปที่หวังเหลียนและถามขึ้นมา
ไม่รู้ว่าทำไม ตอนที่หวังเหลียนมองเข้าไปในตาเฉินกวน เธอรู้สึกใจสั่นราวกับสังหรณ์ใจแย่ ๆ ขึ้นมา
ก่อนที่หวังเหลียนจะคิดอะไรออก ดาบในมือเฉินกวนก็แทงลงมาอีกรอบ เขาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันถามว่าจะฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำยังไง คำตอบคืออะไร ?”
“อ๊า....ฉันขอโทษ....ฉันผิดไปแล้ว....ฉัน...ฉันพูดแล้ว....อ๊า....” หวังเหลียนเจ็บแทบทนไม่ไหว เธอกัดฟันจนฟันแทบหัก เชือกที่มัดเธอไว้แน่นเหมือนจะขาดเพราะเธอดิ้นไปมา
กงซุนจั๋วมองดูอยู่ห่าง ๆ เขาขนลุกไปตาม สายตาที่เขามองเฉินกวนสะท้อนความกลัวออกมา
“โอกาสสุดท้าย” เฉินกวนดึงดาบออกมาและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ [ ลมปราณม่วงเขียว ] ของฉินจืออวี่นั้นทรงพลัง เขาบ่มเพาะมันจนถึงระดับที่ใช้ดาบแสงม่วงเขียวได้ ถึงมันจะเป็นแค่ดาบแสงเล็ก ๆ แต่มันมีพลังทำลายล้างที่ใช้ฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำได้
โชคร้ายที่เขาใช้มันไปแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยเลเวลและสภาพร่างกายของเขาตอนนี้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะใช้มันอีกรอบในเวลาสั้น ๆ ดังนั้นฉินจืออวี่จึงไม่มีความสามารถจะฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำได้แน่”
เฉินกวนมองออกว่าถึงทักษะด้านดาบของฉินจืออวี่จะสูงส่ง ทว่าฉินจืออวี่คงไม่มีทางใช้ดาบแสงออกมาได้อีกแน่
“การโจมตีของสัตว์เลี้ยงนายทรงพลัง ถ้ามันเลเวลพอ ๆ กับพุทธองค์สุสานน้ำ งั้นมันอาจจะฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำได้ด้วยความช่วยเหลือจากฉินจืออวี่ โชคร้ายที่มันเลเวลน้อยเกินไป มันจึงทำแบบนั้นไม่ได้ หวังเหลียนพูดขึ้น เธอเห็นว่าสายตาของเฉินกวนดูแปลกไปจากเดิม เธอจึงพูดขึ้นด้วยความกังวล
“ตอนนี้มีทางเดียวที่จะฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำได้ ฉันจะใช้ทักษะแทงจุดชีพจรเพื่อช่วยฉินจืออวี่และสัตว์เลี้ยงของนาย ด้วยการร่วมมือกันของเรา 3 คน มันถึงจะมีโอกาสฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำได้”
“เธอบาดเจ็บหนัก แต่เธอยังมีความสามารถสร้างความเสียหายให้พุทธองค์สุสานน้ำได้งั้นเหรอ ?” เฉินกวนหรี่ตาและถามขึ้นมา
“ไม่ ฉันแค่อยากให้นายไปเอาผลแก้ว 7 สมบัติมาให้ที ตอนที่พุทธองค์สุสานน้ำถูกยื้อเอาไว้ เก็บผลแก้ว 7 สมบัติมาให้ฉันกิน ไม่นานฉันก็จะฟื้นฟูพลังกลับมาและใช้ทักษะของเข็มแทงจุดชีพจรช่วยพวกเขาฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำได้”
หวังเหลียนกลับมามั่นใจดังเดิม เพราะสิ่งที่เธอพูดมานั้นเป็นความจริง ภายใต้สถานการณ์ตอนนี้ นอกซะจากว่าเธอจะร่วมมือกับฉินจืออวี่ งั้นก็ไม่มีทางเลยที่จะฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำได้
ถ้าเฉินกวนและคนอื่น ๆ ไม่อยากตาย งั้นพวกเขาคงได้แต่ต้องยอมทำตามที่เธอบอก
“ฉันเองก็ไม่อยากตายที่นี่ ฉันไม่ได้แกร่งเท่ากับฉินจืออวี่และสัตว์เลี้ยงของนาย ถึงฉันจะฟื้นพลังกลับมา แต่ฉันคงไม่เป็นภัยต่อนาย ยังไงซะผลแก้ว 7 สมบัติก็เป็นผลไม้หายากที่ใช้เพิ่มระดับความฉลาด
ผลในด้านอื่น ๆ ไม่ได้ดีนัก ผลแก้ว 7 สมบัติ 1 ผลฟื้นฟูพลังของฉันทั้งหมดไม่ได้หรอก... ” หวังเหลียนยังออกปากกล่อม
เฉินกวนมองไปที่หวังเหลียนโดยไม่พูดอะไร สำหรับคนอื่น หากไม่มีหวังเหลียนช่วย มันคงยากที่จะฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำได้ พวกเขาคงหนีไปไหนไม่รอด แต่เขามี [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] ดังนั้นมันจึงมีหวังอยู่
“เธอบอกว่า [ พระสูตรเอฝาง ] แบ่งเป็น 6 ส่วน แต่ละส่วนมีสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานคอยคุมกัน แล้วทำไมเธอถึงมาที่นี่ก่อน ? อย่าบอกนะว่ามันอยู่ใกล้” เฉินกวนถามกับหวังเหลียน
หวังเหลียนไม่คิดว่าเฉินกวนจะถามคำถามนี้ ใจเธอเริ่มเต้นรัว สายตาเธอเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม
“เธอมาที่นี่ไม่ใช่แค่เพื่อ [ พระสูตรเอฝาง ] ที่อยู่ที่นี่แต่มีเป้าหมายอื่นอยู่ด้วย ไม่งั้นด้วยความแข็งแกร่งของเธอแล้ว เธอจะฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานอีก 5 ตัวโดยที่ไม่มีฉินจืออวี่ช่วยได้ยังไง
เธออยากจะกำจัดฉินจืออวี่ เพราะสิ่งที่เธอได้จากเขา จะช่วยให้เธอฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานอีก 5 ตัวได้... ” เฉินกวนไม่เปิดโอกาสให้หวังเหลียนได้พูด
ทว่าหลังจากที่ได้ยินที่เฉินกวนพูดมา สีหน้าของหวังเหลียนก็เปลี่ยนไป