- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 24 : หมาเฝ้าบ้านแต่รู้จักแผนการรบ
ตอนที่ 24 : หมาเฝ้าบ้านแต่รู้จักแผนการรบ
ตอนที่ 24 : หมาเฝ้าบ้านแต่รู้จักแผนการรบ
ตอนที่ 24 : หมาเฝ้าบ้านแต่รู้จักแผนการรบ
หวังเหลียนพยายามคลานไปที่ดาบของตัวเอง ตอนนี้เธอบาดเจ็บหนัก มีดบินและเข็มแทงจุดชีพจรใช้ไปเกือบหมดแล้ว ตอนที่ทุกคนสนใจพุทธองค์สุสานน้ำอยู่นั้น เธอก็คิดจะคลานไปเอาดาบเธอมาไว้กับตัว
ถึงดาบอ่อนนี่จะไม่ใช่สมบัติวิญญาณ ทว่าวัสดุที่ใช้ทำดาบก็ได้มาจากสัตว์วิญญาณเลเวลสูงที่หายาก ดาบนี่บางพอ ๆ กับปีกผีเสื้อ และใช้งานได้สะดวกไม่ต่างจากสายเคเบิ้ล
ถึงมันจะดูเบาและบาง ทว่าสมบัติวิญญาณทั่วไปนั้นยากจะสร้างความเสียหายกับมันได้ มันคืออาวุธที่ดีพอตัว
ถ้าไม่ใช่เพราะแบบนั้น หวังเหลียนคงไม่กัดฟันต่อความเจ็บปวดคลานไปเอามันมาแบบนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมันมีของที่ใช้เอาตัวรอดซ่อนอยู่ด้านในด้ามดาบ
หวังเหลียนรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้อันตรายแค่ไหน ไม่ว่าฉินจืออวี่จะชนะรึพุทธองค์สุสานน้ำจะฆ่าทุกคนที่นี่ ชะตาที่รอเธออยู่ก็คงไม่สู้ดีนัก
มีแค่การเก็บดาบนี่ไว้กับตัว เธอถึงจะมีโอกาสรอด ถึงจะไม่ 100% แต่ก็ดีกว่าไม่มีหวัง
ตอนที่เธอกำลังจะคลานไปถึงดาบและยื่นมือเพื่อหยิบดาบมา อยู่ ๆ ก็มีเท้าโผล่มาเตะด้ามดาบของเธอทิ้งไป
“แกอีกแล้ว !” หวังเหลียนมองไปที่คนที่เตะดาบของเธอ มันคือเฉินกวน เธอแค้นใจอย่างมาก เธออยากจะฉีกเฉินกวนเป็นชิ้น ๆ ซะเดี๋ยวนี้เลย
โชคร้ายที่เธอบาดเจ็บหนักจนทำอะไรเฉินกวนไม่ได้เลย เธอได้แต่มองดูเฉินกวนวิ่งไปยังที่ที่ดาบตกอยู่
ถ้าเธอยังมีมีดบินและเข็มแทงจุดชีพจรกับตัว เธอคงไม่ยอมปล่อยให้เฉินกวนทำตามใจ โชคร้ายที่เธอใช้อาวุธพวกนั้นไปกับเหยียนจือหมดแล้ว ไม่เหลือเลยสักเล่ม
เหตุผลว่าทำไมเฉินกวนถึงไม่ไปเก็บดาบแต่เตะมันออกไป ก็เพราะเขากลัวว่าตอนที่หยิบดาบขึ้นมานั้น หวังเหลียนจะลอบโจมตีด้วยมีดบินรึเข็ม
เขาไม่ได้แกร่งเหมือนกับเหยียนจือ เขากันการโจมตีจากหวังเหลียนไม่ได้
เฉินกวนวิ่งไปพร้อมกับคอยระวังการโจมตีจากหวังเหลียนไปด้วย สิ่งที่เขาคิดไม่ถึงคือหวังเหลียนไม่ได้ทำการลอบโจมตีเขา เขาคิดว่าเธออาจจะไม่เหลืออาวุธติดตัวแล้วก็ได้
จนกระทั่งเขาหยิบดาบอ่อนขึ้นมาและหันกลับไปมองหวังเหลียน เขาถึงได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เมื่อเห็นว่าเธอยังไม่โยนมีดบินรึเข็มออกมา
หวังเหลียนลุกขึ้นยืนหันกลับไปมองดูการต่อสู้ เธอเห็นว่าเหยียนจือ, ฉินจืออวี่ และพุทธองค์สุสานน้ำนั้นกำลังสู้กันอย่างดุเดือดและไม่มีเวลามาสนใจสถานการณ์ฝั่งนี้ เธอถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เมื่อเห็นว่ากงซุนจั๋วมองหาโอกาสเพื่อเข้าไปช่วยฉินจืออวี่กับกระต่ายปิศาจ หวังเหลียนก็หงุดหงิดขึ้นมา เธออดทนต่ออาการเจ็บปวดและพุ่งเข้าใส่เฉินกวน
เธอคิดกับตัวเอง ‘แกโชคดีที่มีสัตว์เลี้ยงระดับสูง ฉันเอาชนะสัตว์เลี้ยงแกไม่ได้ แต่ฉันจะเอาชนะแกไม่ได้เลยรึไง ? แกทำลายแผนการของฉัน ตอนนี้แกยังมาขโมยดาบอ่อนของฉันไปอีก ถ้าฉันไม่ได้ฆ่าแกด้วยมือตัวเอง ความแค้นในใจคงไม่มีวันหาย’
หวังเหลียนคิดว่าความสามารถของตนนั้นเหนือกว่าเฉินกวน ยังไงซะเลเวลของเฉินกวนก็คงน้อย เขาเทียบเธอไม่ได้แน่ เธออยากจะรีบตัดสินผลลัพธ์และกำจัดเฉินกวนก่อนจะยึดดาบอ่อนกลับมา ตอนที่คนอื่นรู้ตัว มันก็สายเกินไปแล้ว
ทันทีที่คิดได้แบบนั้น หวังเหลียนก็ใช้เทคนิคลับ หน้าเธอแดงขึ้นมา ตอนแรกแม้แต่คลานก็ยังยาก ทว่าตอนนี้เธอเหมือนระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายออกมาและวิ่งเข้าหาเฉินกวน
ตอนนั้นหวังเหลียนไม่ได้สนใจอะไรมาก ถึงนี่จะทำให้เธอบาดเจ็บเพิ่ม แต่เธอต้องฆ่าเฉินกวนและเอาดาบกลับมาให้ได้
เมื่อเฉินกวนเห็นหวังเหลียนวิ่งเข้ามา เขาก็รู้ว่าหวังเหลียนไม่เหลือมีดรึเข็มกับตัวอีก เขาไม่ได้กลัวเธออีกต่อไปและเรียกจ้านกั้วออกมา
ตอนนี้จ้านกั้วเป็นสัตว์วิญญาณเลเวล 7 เลเวลสูงกว่าหวังเหลียน 1 เลเวล แต่ความแข็งแกร่งเทียบกับสัตว์วิญญาณเลเวล 5 รึ 6 ทั่ว ๆ ไปไม่ได้ด้วยซ้ำ นี่ไม่ต้องนับหวังเหลียน
เมื่อหวังเหลียนเห็นเฉินกวนเรียกหมาเฝ้าบ้านออกมา เธอก็ไม่ได้ลดความเร็วลงเลย เธอยังวิ่งเข้ามาต่อโดยไม่สนใจหมาเฝ้าบ้านนั่นแม้แต่น้อย
อัตราการเติบโตของหมาเฝ้าบ้านน่ะต่ำ เมื่อรวมกับสกิลติดตัวที่อ่อนแอของมันแล้ว ความแข็งแกร่งโดยรวมจึงถือว่าอยู่ระดับต่ำสุดในหมู่สัตว์วิญญาณ ต้องบอกว่ามีแค่พวกผู้ปลุกพลังหน้าใหม่เท่านั้นที่ยังจะใช้สัตว์วิญญาณแบบนี้อยู่ พวกผู้ปลุกพลังที่แกร่งขึ้นมาเล็กน้อยก็เอาชนะหมาเฝ้าบ้านพวกนี้ได้อย่างง่ายดายแล้ว
ตอนนี้เธอเลเวล 6 แล้ว ถึงจะสู้กับหมาเฝ้าบ้านเลเวล 10 แต่เธอก็สามารถฆ่ามันได้ด้วยมือเปล่าด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว แล้วทำไมเธอต้องกลัวด้วย ?
“หวังเหลียน ฉันแนะนำว่าห่วงตัวเองไว้ดีกว่า สุนัขของฉันไม่ใช่สุนัขเฝ้าบ้านทั่วไป มันคือสุนัขเฝ้าบ้านที่ดีที่สุดในโลก มันมีความภักดีและความแข็งแกร่งที่น่าเหลือเชื่อ ความสามารถของมันไม่ได้ด้อยกว่าสัตว์วิญญาณที่แข็งแกร่งเลย แม้แต่เทียบกับสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานแล้ว มันก็ไม่ได้ด้อยกว่า อย่ามองผิดไป” เฉินกวนใช้ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] เพื่อเพิ่มพลังให้กับจ้านกั้ว
ถึงสกิลติดตัวและอัตราการเติบโตของจ้านกั้วจะไมได้ต่ำ ทว่ามันก็เป็นสัตว์วิญญาณที่ได้รับการกระตุ้นพลังจาก [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] ได้ง่าย เฉินกวนพูดแค่ไม่กี่คำ ตาของจ้านกั้วก็ดูต่างไปจากเดิม
หวังเหลียนพุ่งเข้ามาในระยะโจมตีของจ้านกั้ว เมื่อเธอเห็นโอกาส เธอก็ยกขาขึ้นเตะเข้าที่จ้านกั้ว ทว่าตอนที่เธอยกขาขึ้นมา อยู่ ๆ เธอก็เห็นว่าภาพตรงหน้ามันเบลอ จ้านกั้วที่อยู่ตรงหน้ากลับหายตัวไป
“เร็วแบบนี้ได้ไง !” หวังเหลียนอึ้ง เธอไม่เคยเห็นหมาเฝ้าบ้านเร็วแบบนี้มาก่อน
เธอรีบหันกลับและเห็นจ้านกั้วพุ่งเข้าใส่จากด้านข้าง มันกัดเข้าที่ขาอีกข้างของเธอและฉีกเนื้อที่ขาออก หวังเหลียนได้แต่กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
หวังเหลียนอดทนต่อความเจ็บยื่นมือออกมาจับที่หัวจ้านกั้วก่อนจะบิดคอมัน ทว่าจ้านกั้วกลับกลิ้งตัวไปข้าง ๆ และคายเนื้อในปากออกมา ก่อนจะพุ่งเข้าใส่หวังเหลียนอีกรอบ
หวังเหลียนทั้งอึ้งและโกรธ เพราะเธอเห็นว่าหมาเฝ้าบ้านนี่ไม่ใช่แค่เร็วและแกร่งกว่าหมาเฝ้าบ้านที่เธอเคยเจอมา ทว่ามันยังฉลาดและรู้จักกลยุทธ์อีกต่างหาก
เธออยากรีบจบการต่อสู้ แต่จ้านกั้วกลับวนไปมารอบ ๆ ขาเธอโดนกัดจนเนื้อหลุดและมีเลือดไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง มันส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของเธอในระดับหนึ่ง นอกจากนี้เธอก็ยังบาดเจ็บหนักมาตั้งแต่แรกและไม่ได้เร็วเท่ากับจ้านกั้วอยู่แล้ว
จ้านกั้ววนไปมารอบ ๆ อยู่นาน นี่ยิ่งทำให้หวังเหลียนตกที่นั่งลำบาก
ตอนที่หวังเหลียนไล่ตามจ้านกั้วไป จ้านกั้วก็ถอยกลับหนี ตอนที่เธอถอย จ้านกั้วก็ไล่ตามคอยโจมตีจากข้าง ๆ ไม่ก็ด้านหลัง หมานี่เหมือนจะเข้าใจทีหนีทีไล่ดี มันดูเจ้าเล่ห์อย่างมาก
“นี่มันใช่หมาเฝ้าบ้านจริง ๆ เหรอ ? แม้แต่จิ้งจอกก็ยังไม่เจ้าเล่ห์แบบนี้ได้เลย ?” กงซุนจั๋วเห็นสถานการณ์ผิดปกติอีกฝั่ง ตอนแรกเขาอยากเข้ามาช่วย แต่เมื่อเห็นหวังเหลียนเสียเปรียบให้กับหมาเฝ้าบ้าน เขาก็แอบแปลกใจและอดไม่ได้ที่จะมองไปที่จ้านกั้วอีกรอบ
หวังเหลียนโดนจ้านกั้วกัดไปหลายแผล ขาเรียวยาวและเนียนของเธอนั้นชุ่มไปด้วยเลือด เลือดสีแดงนั้นย้อมกางเกงเธอเป็นสีแดงสด
“แกไม่ใช่หมาเฝ้าบ้าน...แกเป็นสัตว์วิญญาณแบบไหนกันแน่วะ...” หวังเหลียนรู้สึกแน่นอกขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเธอเสียเลือดไปเยอะ เธอเริ่มมึนหัว เธอตะคอกใส่เฉินกวนด้วยความคลั่ง
“เธอเอาชนะสุนัขเฝ้าบ้านไม่ได้ด้วยซ้ำ ตอนนี้เธอกำลังจะตาย เธอยังอยากกู้หน้าตัวเอง ผู้หญิงอย่างเธอเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้เหตุผลจริง ๆ” เฉินกวนจงใจยั่วให้หวังเหลียนโกรธ โดยหวังว่าเธอจะเปิดเผยช่องโหว่ให้จ้านกั้วโจมตีต่อ
อึก !
หวังเหลียนโกรธจนกระอักเลือดออกมา ตาเธอกลอกกลับ เธอร่วงลงไปกับพื้นสลบไปเพราะความโกรธ
เธอมักจะคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์โดดเด่น เธอถึงกับเชื่อว่าเธอไม่ได้ด้อยกว่าฉินจืออวี่ มันเพราะเธอปกปิดความสามารถตัวเองเอาไว้ เธอจึงไม่ได้โด่งดังนัก
แต่เธอมั่นใจตัวเองมาโดยตลอด เมื่อเธอโดนเฉินกวนดูหมิ่น เธอที่บาดเจ็บหนักจึงทนไม่ไหว เธอต้องใช้ทักษะลับเพื่อดึงพลังออกมา ตอนนี้เมื่อพลังหมดไป มันก็ทำให้เธอสลบไปแบบนี้