- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 23 : [ พระสูตรเอฝาง ]
ตอนที่ 23 : [ พระสูตรเอฝาง ]
ตอนที่ 23 : [ พระสูตรเอฝาง ]
ตอนที่ 23 : [ พระสูตรเอฝาง ]
“คนอื่น ๆ อาจจะทำไม่ได้ แต่จักรพรรดิทำได้ เขาจะทำในสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้งั้นเหรอ ?” หวังเหลียนพ่นลมหายใจออกมาช้า ๆ และพูดขึ้นทีละคำ “จักรพรรดิได้ใช้เทคนิคนับไม่ถ้วนเป็นรากฐาน ผ่านมา 30 ปี สุดท้ายเขาก็สร้างเทคนิคบ่มเพาะที่เรียกว่า [ พระสูตรเอฝาง ] มันไม่จำเป็นต้องพึ่งแก่นวิญญาณ มันบ่มเพาะเพื่อเพิ่มเลเวลตัวเองได้โดยไม่ต้องเข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์
มันมีความสามารถเหนือกว่าเทคนิคบ่มเพาะใดในโลก แม้แต่เทคนิคบ่มเพาะระดับไร้เทียมทานก็ยังยากจะเทียบมันได้ บอกกันว่าเทคนิคบ่มเพาะของจักรพรรดินั้นดีที่สุดในหมู่เทคนิคบ่มเพาะ ”
เฉินกวนคิ้วขมวด เขาไม่เคยได้ยินสิ่งที่หวังเหลียนพูดมาก่อน
ลู่เถิงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันไม่เคยได้ยินเรื่อง [ พระสูตรเอฝาง ] มาก่อน ถ้าจักรพรรดิสร้างเทคนิคบ่มเพาะนี้ขึ้นมาได้จริง ๆ งั้นมันน่าจะเผยแพร่ไปทั่วโลกตั้งนานแล้ว ทำไมถึงไม่มีใครรู้เลย ? เธอพูดไร้สาระ คิดว่าถ่วงเวลาแล้วจะรอดรึไง ?”
“นายไม่เคยได้ยินมาก่อนเพราะนายมันโง่ ถามฉินจืออวี่ดูสิว่าเขาเคยได้ยินเรื่องเทคนิคบ่มเพาะนี้รึเปล่า” หวังเหลียนพูดขึ้น
ทุกคนพากันมองไปที่ฉินจืออวี่ ฉินจืออวี่คิดสักพักและพูดขึ้น “ฉันเคยได้ยินข่าวลือมา จักรพรรดิได้ศึกษาเทคนิคบ่มเพาะทั้งหมดในโลกนี้ในพระราชวังเอฝางและสร้างเทคนิคบ่มเพาะขึ้นมา แต่ไม่มีรายละเอียดเทคนิคบ่มเพาะนี้บันทึกเอาไว้ มันมีบันทึกว่าจักรพรรดิได้ใช้เทคนิคบ่มเพาะนี้ หลังจากที่จักรพรรดิจากไป มันก็ไม่เคยมีใครเห็นเทคนิคบ่มเพาะนี้ มันจะมีเทคนิคบ่มเพาะนี้รึไม่ก็ยังไม่มีใครมั่นใจ”
“ถึง [ พระสูตรเอฝาง ] จะมีอยู่จริง แต่มันเกี่ยวอะไรกับที่นี่ ? จะบอกว่าจักรพรรดิทิ้งมันไว้ที่นี่รึไง ?” กงซุนจั๋วพูดขึ้น
“นายพูดถูก [ พระสูตรเอฝาง ] อยู่บนเกาะนี้จริง ๆ” หวังเหลียนไม่ได้สนใจท่าทีเยาะเย้ยของกงซุนจั๋ว เธอยังพยักหน้ายืนยัน
“ยังไม่รู้เลยว่าเทคนิคนี้มีอยู่จริงรึเปล่า ถึงจะมีอยู่จริง แต่จักรพรรดิจะมาทิ้งมันไว้บนเกาะลึกลับแห่งนี้ ทำไมเขาไม่ส่งต่อให้กับลูกหลานเขา ?” ฉินจืออวี่มองไปที่หวังเหลียนและพูดขึ้น
“ฉันไม่รูว่าเหตุผลคืออะไร แต่มันคือความจริง ผู้อาวุโสในตระกูลฉันบังเอิญเข้ามาที่นี่ตอนยังเด็ก เขาพบจารึกหินที่ทิ้งไว้โดยจักรพรรดิบนเกาะนี้ จารึกได้บันทึกไว้ว่า [ พระสูตรเอฝาง ] อยู่บนเกาะนี้ ถ้านายไม่เชื่อ งั้นฉันก็ทำอะไรไม่ได้” หวังเหลียนพูดขึ้น
“ตามที่เธอบอกมา เมื่อผู้อาวุโสของเธอค้นพบความลับนี้และออกจากเกาะนี้ไปได้ เขาก็ต้องเป็นคนมีความสามารถและเอา [ พระสูตรเอฝาง ] ไปกับเขาได้ ทำไมเธอถึงต้องเสี่ยงมาที่นี่อีก ?” กงซุนจั๋วเห็นช่องโหว่ในคำพูดของหวังเหลียน
“ผู้อาวุโสของฉันบอกว่าเขาไม่ได้ [ พระสูตรเอฝาง ] เพราะมันไม่ได้สลักไว้บนจารึก กลับกันแล้วมันแบ่งเป็น 6 ส่วนกระจายไปทั่วเกาะ พวกมันถูกคุ้มกันโดยสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานทั้ง 6 บนเกาะ
ถึงสัตว์วิญญาณพวกนั้นจะเลเวลแค่ 10 ทว่าพวกที่เข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้และเข้ามาในภูเขาผิงตู้ในวันที่ 15 เดือน 7 เท่านั้นถึงจะมาที่นี่ได้ ดังนั้นจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้ [ พระสูตรเอฝาง ] ไป”
หลังจากที่เงียบไปสักพัก หวังเหลียนก็มองไปที่ต้นแก้ว 7 สมบัติและพูดขึ้นมา “ถ้าไม่เชื่อ งั้นก็ลองไปดูที่ต้นแก้ว 7 สมบัติดู มี [ พระสูตรเอฝาง ] ส่วนหนึ่งสลักเอาไว้ที่ต้น หลังจากที่ดูแล้ว พวกนายจะรู้เองว่าที่ฉันพูดไปน่ะจริงรึเปล่า”
ตอนแรกเฉินกวนและคนอื่น ๆ ไม่เชื่อที่หวังเหลียนบอก แต่ที่เธอพูดมาตอนนี้ก็ได้รับการยืนยันทันที แค่ไปตรวจสอบที่ต้นไม้ดูก็พบว่ามันเป็นความจริง
เมื่อได้ยินแบบนั้น ลู่เถิงก็วิ่งไปที่บ่อน้ำ ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยากยืนยันที่หวังเหลียนพูดมารึไม่ รึว่าเขามีแผนการอื่น
ลู่เถิงยืนอยู่ข้างบ่อน้ำมองไปที่ต้นแก้ว 7 สมบัติ
หลังจากนั้นสักพักเขาถึงอุทานออกมาด้วยความแปลกใจ “มีตัวหนังสือสลักไว้บนต้นแก้ว 7 สมบัติจริง ๆ แต่ฉันอ่านมันไม่ออก มันเหมือนกับตัวอักษรโบราณ”
เฉินกวนและอีกสองคนมองหน้ากัน ตอนแรกพวกเขาไม่เชื่อที่หวังเหลียนพูดเลย แต่ตอนนี้พวกเขาเริ่มลังเลแล้ว
อ๊า !
ตอนที่พวกเขากำลังจะเข้าไปดู พวกเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้อง พวกเขาต่างก็หันกลับไปมองและพบว่าพุทธองค์สุสานน้ำที่ตายไปแล้วกลับมีชีวิตขึ้นมา มือข้างหนึ่งของมันแทงทะลุอกของลู่เถิงและยกตัวลู่เถิงขึ้น
เลือดไหลออกมาจากอกและปากของลู่เถิงพร้อมกับเสียงกรีดร้อง ความต้องการที่จะรอดของเขาทำให้เขาดิ้นไปมา ทว่าเขาไม่มีแรงพอและกำลังจะตาย
เฉินกวนรีบถอยกลับไปหลบด้านหลังเหยียนจือ และมองดูพุทธองค์สุสานน้ำไม่ละสายตา
พุทธองค์สุสานน้ำตอนนี้ต่างจากเดิม มันดูน่ากลัวกว่าเก่า
ตอนแรกมันมีเกล็ดสีดำและลายสีทองตามตัว ทว่าตอนนี้ลายดอกบัวสีทองและเกล็ดเปลี่ยนเป็นสีแดง แม้แต่ตาสีเทาของมันก็ยังเปลี่ยนเป็นสีแดงไปด้วย มันแผ่พลังอันชั่วร้ายออกมา
ปัง !
พุทธองค์สุสานน้ำโยนร่างของลู่เถิงไปที่กำแพง หัวของเขากระแทกจนระเบิด จากนั้นร่างก็ร่วงลงไปที่พื้นตายคาที่ไป
ในมือพุทธองค์สุสานน้ำ มันมีหัวใจที่กำลังเต้น มันยัดหัวใจใส่ปากและกินมันลงไป จากนั้นมันก็มองไปที่เฉินกวนและคนอื่น ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาหา
ฉินจืออวี่และเฉินกวนมองหน้ากัน พวกเขาเข้าใจความคิดอีกฝ่ายทันที
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหนี ฉินจืออวี่พุ่งเข้าไปหาพุทธองค์สุสานน้ำพร้อมดาบในมือ ในเวลาเดียวกันเฉินกวนก็สั่งให้เหยียนจือเดินหน้าหวังว่าจะฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำได้อีกรอบด้วยการร่วมมือของทั้งสอง
ถึงเหยียนจือจะเป็นสัตว์เลี้ยงระดับไร้เทียมทาน ทว่าเลเวลของมันก็ไม่ได้สูงเท่ากับพุทธองค์สุสานน้ำ การเผชิญหน้า 1 ต่อ 1 นั้นเป็นไปไม่ได้เลย
โชคดีที่เฉินกวนยังมี [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] อยู่ ถึงเหยียนจือและฉินจืออวี่จะเสียเปรียบ แต่เขาก็ยังช่วยพวกนี้ได้
ตอนที่คิดนั้น เฉินกวนก็มองไปที่พุทธองค์สุสานน้ำและพบว่าในมือมันว่างเปล่า ถ้วยกระดูกในมือมันหายไป
เฉินกวนรีบมองไปยังที่ที่ศพของพุทธองค์สุสานน้ำเคยนอนอยู่
เขาเห็นถ้วยกระดูก แต่ถ้วยกระดูกนั้นคว่ำลงกับพื้น ของเหลวที่เหมือนกับเลือดด้านในหายไปไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว เขาเข้าใจทันทีว่าของเหลวในถ้วยกระดูกนั่นคือสิ่งที่กันไม่ให้พุทธองค์สุสานน้ำตาย และทำให้มันกลายมาเป็นสภาพนี้
พุทธองค์สุสานน้ำที่ฟื้นคืนกลับมานั้นน่ากลัวกว่าเก่า แรง, ความเร็ว และความสามารถในการฟื้นฟูพลังของมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ฉินจืออวี่ที่แต่เดิมเคยสู้กับพุทธองค์สุสานน้ำได้โดยไม่เสียเปรียบนั้นกลับแค่พอรับมือกับการโจมตีของพุทธองค์สุสานน้ำได้เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ร่วมมือกับเหยียนจือด้วย
เกล็ดบนตัวพุทธองค์สุสานน้ำเหมือนกับเพชร ดาบของฉินจืออวี่และมีดของเหยียนจือฟันเข้าที่เกล็ดนี้อย่างต่อเนื่องแต่กลับสร้างความเสียหายมันไม่ได้ ประกายไฟกระจายไปทั่วทุกครั้งที่ดาบ, มีดและเกล็ดปะทะกัน
กงซุนจั๋วอยากจะเข้าไปช่วย แต่ด้วยความสามารถของเขา เขาไม่อาจจะช่วยอะไรได้เลย
เฉินกวนไม่ได้สนใจที่สนามรบ เขามองไปที่หวังเหลียน แต่เขาก็เห็นว่าหวังเหลียนลากร่างที่บาดเจ็บของเธอนั้นคลานไปที่ดาบอ่อนของเธอ