- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 26 คาดการณ์
ตอนที่ 26 คาดการณ์
ตอนที่ 26 คาดการณ์
ตอนที่ 26 คาดการณ์
“ไม่อยากยอมรับงั้นเหรอ ? งั้นให้ฉันเดาดูว่าอะไรทำให้นายมั่นใจว่าจะฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานได้” เฉินกวนไม่ได้เปิดโอกาสให้หวังเหลียนได้ตอบกลับ เขามองไปที่ต้นแก้ว 7 สมบัติในบ่อน้ำ
“ฉันได้ยินเธอพูดมาว่าเธอเป็นคนแรกที่บอกว่าเธอจำผลแก้ว 7 สมบัติได้สินะ ? ในอีกความหมายคือไม่ว่ามันจะเป็นต้นแก้ว 7 สมบัติหรือไม่ ไม่ก็อย่างน้อยมันก็ไม่มีทางมั่นใจได้”
เฉินกวนพูดและมองไปที่กงซุนจั๋วก่อนจะถามขึ้นมา “นายเคยเห็นผลแก้ว 7 สมบัติหรือเปล่า ? นายมั่นใจมั้ยว่ามันคือผลแก้ว 7 สมบัติ ?”
“ไม่ เรื่องนี้ไม่มีสอนในโรงเรียน ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องผลไม้หายากแบบนี้มาก่อน” กงซุนจั๋วส่ายหน้า
หวังเหลียนอ้าปากอยากจะพูดบางอย่าง แต่ก็ถูกเฉินกวนขัดเอาไว้ซะก่อน “ไม่ต้องรีบแก้ตัว ไม่จำเป็นต้องอธิบายด้วย ถึงมันจะชื่อผลแก้ว 7 สมบัติจริง ๆ ทว่าผลของมันคงไม่เป็นแบบที่เธอบอก ที่เพิ่มแค่ความฉลาด เธอดูร้อนรนและต้องการมันมากเกินไป”
“น่าตลกที่เห็นนายคิดไปเองแบบนี้” หวังเหลียนพูดขึ้นด้วยท่าทีดูถูก
เฉินกวนไม่ได้สนใจคำถากถางของเธอและพูดต่อ “มันไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก เพราะเธอไม่มีทางเลือกเหลืออยู่มากนัก ผลแก้ว 7 สมบัตินั้นเป็นทางเลือกเดียวที่เธอเหลืออยู่ ดังนั้นเธอจึงต้องเสี่ยงให้เราไปเก็บผลแก้ว 7 สมบัติให้เธอ”
“อย่าปฏิเสธไปเลย ตระกูลเธออาจจะมีอำนาจก็จริง ทว่าตำแหน่งของเธอในตระกูลก็อาจจะไม่ดีนัก ฉันเชื่อเรื่องที่ผู้อาวุโสเธอค้นพบ <พระสูตรเอฝาง>] แต่ในตระกูลเธอคงไม่มีใครเชื่อ หรือไม่ก็ไม่มีใครรู้ แม้แต่เธอ ก่อนจะมาที่นี่ก็อาจจะยังไม่แน่ใจ แต่เพราะฐานะในตระกูลของเธอเอง เธอจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องมาดูที่นี่เอง”
หวังเหลียนเงียบปากไป ทว่าสายตาของเธอบอกความจริงทุกอย่างออกมาแล้ว สิ่งที่เฉินกวนพูดมานั้นทำให้เธอสงสัย เธอสงสัยว่าเฉินกวนรู้ตัวตนและภูมิหลังของเธอหมด
“เธอไม่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูล ไม่งั้นทำไมเธอถึงเตรียมตัวมาน้อยแบบนี้ ? เธอถึงกับคิดฆ่าฉินจืออวี่เมื่อสบโอกาส แต่เรื่องพวกนี้คือองค์ประกอบที่ไม่แน่นอน เธอจะฝากความหวังไว้กับเรื่องพวกนี้ไม่ได้ แม้ว่าเธอจะรู้ว่าฉินจืออวี่มาที่นี่ ทว่าเธอก็ไม่มั่นใจว่าเขาจะถูกส่งมาในพื้นที่ใกล้ ๆ กับเธอ
ดังนั้นถึงฉินจืออวี่จะไม่มาที่นี่ ทว่าเธอก็ต้องมีทางเอาในสิ่งที่เธอต้องการมาได้แน่”
เฉินกวนมองไปที่พุทธองค์สุสานน้ำที่สู้อยู่ ในการต่อสู้แบบ 2 ต่อ 1 พุทธองค์สุสานน้ำนั้นยังได้เปรียบฉินจืออวี่และเหยียนจือ
“แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเธอ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาชนะพุทธองค์สุสานน้ำได้ ชัดแล้วว่ามันไม่มีทางที่จะได้ผลแก้ว 7 สมบัติมาครองด้วยการเอาชนะสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทาน
มันยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาของที่พุทธองค์สุสานน้ำมีมาเป็นเบี้ยต่อรองเพื่อฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานตัวอื่น ๆ งั้นเธอก็ต้องมีทางรับมืออยู่กับตัว บางอย่างที่ทำให้เธอได้ผลประโยชน์จากพุทธองค์สุสานน้ำ”
“ถ้าฉันมีของแบบนั้น แล้วทำไมฉันถึงอยู่ในสภาพนี้ได้ ?” หวังเหลียนฮึดฮัดออกมา
เฉินกวนมองไปที่หวังเหลียนที่พยายามทำใจเย็น แต่จริงๆ แล้วในใจร้อนรน เฉินกวนยังพูดขึ้นต่อ “อันที่จริงเธอตกอยู่ในสภาพนี้ก็เพราะไม่ได้ใช้ของนั่นต่างหาก มันมีความเป็นไปได้ 2 อย่าง
หนึ่งคือการสนับสนุน และไม่อาจจะใช้กับคนอื่นได้ อีกความเป็นไปได้คือของนั่นใช้ได้จำกัดหรืออาจจะใช้ได้แค่ครั้งเดียว เธอไม่อยากทิ้งโอกาสนั้นไป ดังนั้นจึงไม่เต็มใจจะใช้มันมาตั้งแต่แรก ฉันเชื่อความเป็นไปได้ที่ 2 มากกว่า”
“ฉันกำลังจะตายอยู่แล้ว เก็บมันไว้จะไปมีประโยชน์อะไร ? นี่นายคิดจริง ๆ หรือว่าฉันให้ค่ามันมากกว่าชีวิตตัวเอง ฉันยอมตายมากกว่าใช้มันอีกหรือไง ? นายมองฉันในแง่ดีเกินไปแล้ว” หวังเหลียนหัวเราะออกมา
“เธอไม่ใช่คนแบบนั้น งั้นก็เหลือความเป็นไปได้แค่อย่างเดียว ซึ่งคือมันใช้ได้แค่ครั้งเดียว”
เฉินกวนมองไปที่ดาบอ่อนในมือเขาและพูดต่อ “สิ่งเดียวที่น่าจะตรงกับเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ฉันพูดมาก็คือดาบอ่อนนี่ เธอคงไม่คิดว่าฉันจะมีสัตว์เลี้ยงอย่างกระต่ายปิศาจ เธอคงไม่คิดว่าดาบอ่อนนี่จะหลุดมือเธอมา ดังนั้นสิ่งที่เธอพึ่งพาได้ก็คือดาบอ่อนนี่”
หวังเหลียนพยายามคุมอารมณ์และสีหน้า แต่ก็ไม่อาจจะปกปิดจากเฉินกวนได้ ความกลัวและกังวลก่อนตัวขึ้นในตาของเธอ สายตาที่เธอมองเฉินกวนนั้นราวกับเธอกำลังมองดูปิศาจอยู่
เธอไม่ได้พูดอะไรเลย ทว่าเฉินกวนเหมือนจะรู้จักเธอไปทุกซอกทุกมุม
“บอกมาว่าฉันจะเอาของนั่นออกมาใช้ยังไง แล้วฉันจะไว้ชีวิตเธอ” เฉินกวนมองไปที่หวังเหลียนและพูดขึ้น
เขาเพิ่งตรวจสอบดาบอ่อนนี่มาแต่ก็ไม่พบกลไกอะไรเลย เขาไม่มีเวลามาตรวจสอบมันให้ละเอียด ดังนั้นเขาจึงอยากได้คำตอบจากหวังเหลียน
เฉินกวนไม่สงสัยในการตัดสินใจของตัวเอง มันต้องมีของที่ซ่อนอยู่ในดาบอ่อนนี่แน่
“นายก็แค่พูดไปส่ง ๆ นายคิดว่ามีของอยู่ด้านในดาบอ่อน มันไม่มีนิ ฉันจะไปรู้ว่าจะเอาอะไรออกมาจากดาบได้ยังไง ?”
หวังเหลียนยังไม่คิดจะเชื่อคำพูดของเฉินกวน นอกจากนี้แล้วของนั่นก็เป็นความหวังเดียวของเธอ เธอจะยอมทิ้งความหวังไปง่าย ๆ ได้ยังไง ?
มันเป็นเหมือนที่เฉินกวนพูด เธอยอมเสี่ยงมาที่นี่เพราะนี่คือโอกาสเดียวที่เธอจะเปลี่ยนโชคชะตาตัวเอง เธอไม่มีทางยอมแพ้และปล่อยให้ชีวิตที่เหลือของเธอต้องตกต่ำแบบเดิมอีก
“ดูเหมือนว่าความจำเธอจะไม่ดีนัก ถึงฉันจะดัดกระดูกไม่เป็น แต่ฉันก็มีวิธีทรมานที่ไม่แพ้ฉินจืออวี่อยู่” เฉินกวนพูดและเดินตรงเข้าไปหาหวังเหลียน
หวังเหลียนใจสั่นขึ้นมา ทว่าเธอก็ยังปิดปากเงียบไม่พูดอะไร
แต่ไม่นานเธอก็ยอมอ้าปากกรีดร้องออกมา
2 นาทีต่อมา กงซุนจั๋วก็รู้สึกว่ามุมมองต่อโลกของเขาพังทลายลงไป เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าคนเราจะโหดร้ายได้แบบนี้
เขาเคยคิดว่าสิ่งที่มนุษย์กลัวที่สุดคือความตาย การฆ่าคนนั้นจะทำให้ตกนรก
แต่จนวันนี้เขาถึงได้รู้ว่ามนุษย์นั้นมีวิธีการที่น่ากลัวมากมายในการทรมานคน เมื่อเทียบกับวิธีที่เฉินกวนใช้แล้ว ความตายไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย
กงซุนจั๋วคอยดูอยู่ข้าง ๆ เขาขนลุก, เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว แม้แต่นิ้วก็ยังสั่นไปด้วย
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมหลายคนถึงยอมรับความผิดหลังจากที่โดนทรมาน
เขาเคยคิดว่าคนพวกนั้นใจเสาะ เขาเชื่อว่าพวกนั้นยอมตายแทนที่จะยอมรับผิดแทนคนอื่น พวกนั้นไม่มีทางยอมรับในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ ถึงจะต้องตายก็เถอะ
แต่ตอนนี้กงซุนจั๋วเข้าใจแล้วว่าทำไมหลายคนถึงยอมรับผิดแทนคนอื่น นี่ไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์ทั่วไปจะทนได้ไหว ถ้าเป็นเขา เขาอาจจะทนได้ไม่นานเท่าหวังเหลียนด้วยซ้ำ
ไม่ถึง 2 นาที หวังเหลียนก็ยอมแพ้และบอกคำตอบที่เฉินกวนอยากรู้