เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19 : พุทธองค์แห่งสุสานน้ำ

ตอนที่ 19 : พุทธองค์แห่งสุสานน้ำ

ตอนที่ 19 : พุทธองค์แห่งสุสานน้ำ


ตอนที่ 19 : พุทธองค์แห่งสุสานน้ำ

ฉินจืออวี่จับดาบในมือไว้แน่นไม่สนใจเฉินกวนและคนอื่นๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหามนุษย์ปลา

เขาไม่ได้เดินเร็วนัก ทว่าแต่ละก้าวดูหนักแน่น แต่ก้าวนั้นหนักแน่นราวกับเหล็กกล้า ตัวเขาเหมือนเต็มไปด้วยพลัง

ผิวหนังของเขาส่องแสงสีม่วงและสีเขียวออกมา ใบหน้ากว่าครึ่งเป็นสีม่วง อีกครึ่งเป็นสีเขียว มือทั้งสองข้างก็เช่นกัน มือหนึ่งสีม่วง อีกมือสีเขียว ตัวเขาดูลึกลับผิดปกติ

เฉินกวนเห็นแบบนั้นก็ต้องอึ้ง เพราะเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉินจืออวี่

มันมีเทคนิคลับมากมายในแคว้นเจิ้น ถึงสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานจะหาได้ยาก จนทำให้เทคนิคระดับไร้เทียมทานนั้นหาได้ยากกว่า

แต่ตลอด 3,000 ปี ก็เพียงพอทำให้มีเทคนิคระดับไร้เทียมทานปรากฏขึ้นมา

ในหมู่พวกนั้น มีเทคนิคระดับไร้เทียมทานที่แทบทุกคนต้องรู้จัก มันคือ [ลมปราณม่วงเขียว] ของฉินเป่ยเก้อ 1 ใน 10 ราชาสวรรค์ ในยุคสมัยที่วุ่นวาย

ฉินเป่ยเก้อได้สร้างชื่อเสียงขึ้นมาด้วย [ลมปราณม่วงเขียว] ตั้งแต่นั้นจนถึงตอนนี้ เขาแทบไม่เคยพ่ายแพ้เลย เขาได้ก่อตั้งตระกูลฉินที่คงอยู่มาถึง 800 ปีขึ้นมา

[ลมปราณม่วงเขียว] คือ เทคนิคประหลาดที่รวมความแข็งความอ่อน, หยินกับหยาง, น้ำกับไฟ มันทรงพลังและแทบทำลายไม่ได้หากฝึกฝนจนถึงขีดสุด

แต่จนถึงวันนี้ ก็ไม่มีใครนอกจากฉินเป่ยเก้อที่ได้ [ลมปราณม่วงเขียว] ไป ไม่มีใครในตระกูลฉินนอกจากฉินเป่ยเก้อที่ครอบครอง [ลมปราณม่วงเขียว]

ถึงฉินจืออวี่จะเป็นคนของตระกูลฉิน ทว่าเขาก็ไม่ใช่ลูกหลานสายตรง เขาเป็นคนของตระกูลสาขา เขาจะได้   สกิล [ลมปราณม่วงเขียว] มาได้เช่นใด ? ถ้าไม่เห็นกับตาตัวเอง งั้นกลัวว่าคงไม่มีใครเชื่อ

ก่อนหน้านี้เฉินกวนเดาว่าฉินจืออวี่นั้นมีสกิลระดับสูง แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีเทคนิคอย่าง [ลมปราณม่วงเขียว]

‘ ไม่แปลกเลยที่เขาเพิ่มเลเวลได้เร็วกว่าคนอื่น ปกติแล้วความยากในการเพิ่มเลเวลของเทคนิคระดับไร้เทียมทานนั้นช้ากว่าพวกที่ใช้เทคนิคทั่วไป แต่มันมีข้อยกเว้น อย่าง [ลมปราณม่วงเขียว] เมื่อฝึกฝนมันแล้ว ร่างกายจะดูดซับแก่นหยินหยางรอบตัวอยู่ตลอด ถึงจะไม่ตั้งใจฝึกฝนมัน ทว่าตัวเทคนิคจะทำงานเอง.... ’

เฉินกวนคิดกับตัวเอง

หวังเหลียนและคนอื่นๆ เหมือนจะไม่รู้จัก [ลมปราณม่วงเขียว] ที่ฉินจืออวี่ใช้ พวกเขาต่างก็แสดงสีหน้าแปลกใจออกมา

“จืออวี่ ฉันคอยคุ้มกันเอง” หวังเหลียนยื่นมือทั้งสองข้างออกมาและโยนมีดบินเข้าใส่มนุษย์ปลา

มีดบินพวกนี้ไม่ใช่สมบัติวิญญาณ แต่มันทำขึ้นมาจากวัสดุวิญญาณ ความแข็งและความคมของมันนั้นไม่อาจจะเอาเหล็กกล้าทั่วไปมาเทียบได้ ทักษะมีดบินคือสิ่งที่หวังเหลียนฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก

หลังจากที่โยนมีดออกไป มีดบินแต่ละเล่มก็ได้มาถึงตรงหน้ามนุษย์ปลาแทบจะทันที มีดบินทั้งสองเล่มพุ่งเข้าที่ตาของมนุษย์ปลา มีดบินอีก 2 เล่มพุ่งเข้าที่คอและเป้าของมนุษย์ปลา มีดบินของหวังเหลียนไม่ใช่แค่แน่นแต่ยังหนักแน่นอีกด้วย

มนุษย์ปลานั้นเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้มีดบินของหวังเหลียนพลาดเป้าไป

ตอนที่มนุษย์ปลาเพิ่มความเร็วและกำลังจะพุ่งเข้ามา ฉินจืออวี่ก็ลงมือ

ดาบของเขาราวกับเงา มันมีเงาดาบนับไม่ถ้วนที่แทงเข้าที่มนุษย์ปลา ทักษะดาบและการเคลื่อนที่ของเขานั้นไม่ธรรมดา ชัดแล้วว่าเขาได้ทักษะดีๆ มาครอง

แต่เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นมา มนุษย์ปลาใช้มือแค่ข้างเดียวปัดดาบในมือฉินจืออวี่กันการโจมตีทั้งหมดเอาไว้ได้

เฉินกวนและคนอื่นๆ ต่างก็ตะลึง ถึงพวกเขาจะไม่รู้ว่าดาบในมือฉินจืออวี่เป็นสมบัติวิญญาณระดับไหนและเลเวลเท่าไหร่ ทว่าพวกเขาก็คิดว่าสมบัติวิญญาณที่ฉินจืออวี่พกมานั้นต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว

มนุษย์ปลาใช้แค่มือก็รับมือกับความคมของดาบนี่ได้ มันแสดงให้เห็นว่าร่างกายของมนุษย์ปลานั้นแข็งแกร่งเพียงใด

ฉินจืออวี่สมกับเป็นอัจฉริยะของมหาลัย ถึงดาบจะสร้างความเสียหายให้มนุษย์ปลาไม่ได้ ทว่าเขาก็ไม่ได้สลด ร่างกายเขาเคลื่อนที่ไปพร้อมกับดาบ ทั้งร่างกายและดาบนั้นยากจะคาดเดาได้

การโจมตีของเขาเหมือนกับสายน้ำที่พัดกรรโชกเข้ามาทำให้มนุษย์ปลาไม่อาจจะละสายตาจากเขาได้

ลู่เถิงและกงซุนจั๋วที่กำลังจะพุ่งเข้าไปช่วยกลับต้องหยุด มันไม่ใช่เพราะพวกเขากลัวตาย ทว่าเพราะการต่อสู้ระหว่างฉินจืออวี่กับมนุษย์ปลานั้นดุเดือดเกินไป

การโจมตีและป้องกันของทั้งสองฝ่ายนั้นเร็วจนพวกเขาหาโอกาสเข้าไปสมทบไม่ได้

ถ้าผลีผลามเข้าไป ถ้าเข้าไปผิดเวลา มันอาจจะเป็นการถ่วงฉินจืออวี่ก็ได้

โชคดี ด้วยความช่วยเหลือจาก [ลมปราณม่วงเขียว] ฉินจืออวี่จึงสามารถพอรับมือกับมนุษย์ปลาได้

“ฉินจืออวี่แกร่งจริงๆ” ลู่เถิงอุทานออกมา

กงซุนจั๋วไม่ได้คิดแบบเดียวกับลู่เถิง เขามองดูการต่อสู้และพูดขึ้น “จืออวี่แกร่งมาก แต่เขาก็แค่เลเวล 7 มนุษย์ปลานั่นต้องเป็นสัตว์วิญญาณเลเวล 10 ระดับของมันต้องสูงมากแน่ๆ มันอาจจะเป็นสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทาน จืออวี่ไม่อาจจะสร้างความเสียหายให้มันได้ แรงเขาจะลดลงเรื่อยๆ สถานการณ์จะแย่ลง เราต้องคิดหาทางหนีออกจากหุบเขาแห่งนี้ไม่ก็ซ่อนจนกว่าพลังของจืออวี่จะฟื้นกลับมา ไม่งั้นเราตายกันหมดแน่”

“แม้แต่ [ลมปราณม่วงเขียว] กับทักษะดาบที่เขามีก็ไม่อาจจะทำอะไรมันได้ เราจะไปทำอะไรได้ ?” ลู่เถิงพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าขมขื่น

หวังเหลียนยกมีดบินในมือขึ้นมองไปที่มนุษย์ปลา อยู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมา “เพิ่งเห็นหน้าของมันชัดๆ มันทำให้ฉันนึกถึงหนังสือเก่าๆ ที่เคยอ่านมา มีสัตว์วิญญาณที่ชื่อว่า พุทธองค์สุสานน้ำ มันคล้ายกับมนุษย์ปลานี่เลย”

“พุทธองค์สุสานน้ำ ?” ทุกคนพากันมองไปที่หวังเหลียน ถ้าพวกเขารู้ต้นกำเนิดของมนุษย์ปลานี่ บางทีพวกเขาอาจจะรู้จุดอ่อนของมันก็ได้

“ ฉันคิดว่ามันมีส่วนคล้ายกันอยู่ แต่ยากจะบอกว่าเป็นตัวเดียวกันหรือเปล่า ยังไงซะหนังสือเก่านั่นก็ไม่สมบูรณ์ ฉันอ่านมันมาตั้งนานแล้ว ฉันจำไม่ค่อยได้

ฉันจำได้ว่ามันเหมือนจะบอกว่ามันมีสัตว์วิญญาณที่คล้ายกับพุทธองค์ ตอนที่พวกมันกำลังจะตาย พวกมันจะเลือกลงไปในน้ำเพื่อรอความตาย

หลังจากที่ตายแล้ว มันจะให้ปลาในน้ำได้กินร่างกายพวกมัน

มันคือการกลับคืนสู่โลก “หวังเหลียนเงียบไปสักพักและพูดขึ้นต่อ” ปลาในน้ำนั้นคือสัตว์วิญญาณที่อ่อนแอ แต่หลังจากที่กินศพของสัตว์วิญญาณประเภทพุทธองค์ไป พวกมันก็วิวัฒนาการ

ไม่ใช่แค่เลเวลเพิ่มขึ้น ทว่าระดับก็เพิ่มขึ้นไปด้วย เพราะพวกมันกินเนื้อของสัตว์วิญญาณประเภทพุทธองค์เข้าไป สัตว์วิญญาณพวกปลาจึงกลายพันธุ์ และจึงถูกเรียกว่าพุทธองค์สุสานน้ำ เลเวลกับระดับของมันไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด แม้แต่หน้าตาก็ต่างกันไปด้วย ขึ้นอยู่กับว่าปลาพวกนั้นกินสัตว์วิญญาณประเภทพุทธองค์แบบไหนเข้าไป ”

“ไม่ผิดแน่ มันคล้ายกับพุทธองค์สุสานน้ำจริงๆ หนังสือเก่าบอกว่าจุดอ่อนมันคืออะไร ?” ลู่เถิงได้ยินแบบนั้น      ก็ดีใจขึ้นมาและรีบถามขึ้น

“หน้าตาและความสามารถของพุทธองค์สุสานน้ำตัดสินจากว่าพวกมันกินสัตว์วิญญาณประเภทพุทธรูปแบบไหนเข้าไป มันไม่มีนิยามแน่นอนและยากที่จะบอกจุดอ่อนมันได้”

หวังเหลียนมองไปที่มนุษย์ปลาและพูดต่อ “ มนุษย์ปลานี่มีสร้อยคอยที่คล้ายกับลูกปัดพระกับถ้วยกระดูกในมือ ถ้าฉันจำไม่ผิดแล้ว อาวุธแปลกๆ นั่นน่าจะเป็นคทาปราบมาร

ทั้งสองอย่างล้วนแต่เป็นสมบัติของสัตว์วิญญาณประเภทพุทธองค์ เมื่อมนุษย์ปลานี่พกของพวกนี้ไว้กับตัว ถ้ามันเป็นพุทธองค์สุสานน้ำจริงๆ งั้นก็หมายความว่าศพของสัตว์วิญญาณประเภทพุทธองคี่มันกินไปต้องพิเศษและมีจำนวนมาก ระดับการกลายพันธุ์ก็ต้องสูงไปด้วย มันยากที่จะหาจุดอ่อนของมนุษย์ปลานี่ได้ ”

ลู่เถิงและคนอื่นๆ ต่างก็ผิดหวัง เมื่อรู้ว่าพวกเขาไม่อาจจะหาจุดอ่อนของมันได้ก็ไม่ต่างจากการที่ไม่รู้จักสัตว์วิญญาณนี่เลย

อยู่ๆ หวังเหลียนก็ตะโกนออกมา “หือ ฉันลืมไปได้ไง ? ฉันจำได้ว่ามีประโยคหนึ่งในหนังสือบอกว่าพุทธองค์สุสานน้ำนั้นเกิดขึ้นมาจากการกินพุทธองค์ มันจะตายจากการกินพุทธองค์ด้วยเช่นกัน”

จบบทที่ ตอนที่ 19 : พุทธองค์แห่งสุสานน้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว