- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 18 : สัตว์วิญญาณที่แข็งแกร่ง
ตอนที่ 18 : สัตว์วิญญาณที่แข็งแกร่ง
ตอนที่ 18 : สัตว์วิญญาณที่แข็งแกร่ง
ตอนที่ 18 : สัตว์วิญญาณที่แข็งแกร่ง
ฉินจืออวี่, หวังเหลียนและพวกพากันปีนลงมาจากหลังแพะหัวกะโหลกและสั่งให้สัตว์เลี้ยงของตนทั้งสองเดินหน้าไปที่น้ำพุ ส่วนพวกเขาพากันไปหลบด้านหลัง ห่างออกมาพอตัว
เฉินกวนเองก็สั่งแพะหัวกะโหลก 2 ตัวที่ฉินจืออวี่ให้มาไปกับพวกนั้นด้วย
ตอนที่แพะหัวกะโหลกที่อยู่ด้านหน้าเดินเข้าไปถึงบ่อน้ำ มนุษย์ปลาก็ลืมตาขึ้นมา ตาของมันเหมือนกับกระดูกขาวไม่มีแวว มันมีแต่สีขาวเทาเหมือนตาของปลาที่ตายไปแล้ว
ซ่า !
มนุษย์ปลาลุกขึ้นและกระโดดออกมาจากบ่อน้ำ ในมือถือถ้วยกระดูกและอาวุธแปลกๆ มันเดินบนน้ำและถีบตัวขึ้นไปบนอากาศอีกรอบใช้อาวุธแปลกๆในมือแทงเข้าที่หัวของแพะหัวกะโหลกที่อยู่ด้านหน้าสุด
แพะหัวกะโหลกตัวหน้าสุดเป็นสัตว์เลี้ยงของฉินจืออวี่ ภายใต้การสั่งการของฉินจืออวี่ แพะหัวกะโหลกก็ได้ยกกีบเท้าหน้าขึ้น, ก้มหัวลงและพุ่งไปข้างหน้า มันใช้เขาพุ่งเข้าชนมนุษย์ปลาที่ลอยอยู่ในอากาศ
มนุษย์ปลาเผยรอยยิ้มออกมา ความเร็วของอาวุธแปลกๆในมือมันเพิ่มขึ้นแทงทะลุหัวของแพะหัวกะโหลกไป
ตอนที่มนุษย์ลงมาถึงพื้น ขาข้างหนึ่งของมันก็ยกขึ้นและเตะออกมา 3 ครั้งติดทำให้กะโหลกของแพะหัว
กะโหลกอีก 3 ตัวระเบิดออกพร้อมเลือดกับสมองที่กระจายออกมา
แพะหัวกะโหลกอีกตัวฉวยโอกาสพุ่งเข้าไปตรงหน้ามนุษย์ปลาและพยายามใช้เขาของมันแทงมนุษย์ปลา ทว่ามนุษย์ปลากลับอ้าปากออกและกลืนหัวของแพะหัวกะโหลกไปในคำเดียว
เลือดพุ่งออกมาจากคอที่ไร้หัวของแพะหัวกะโหลก ร่างของมันทรุดลงไปกระแทกกับพื้นก่อนจะตายไป
มนุษย์ปลาเคี้ยวหัวแพะหัวกะโหลกและจัดการกับแพะหัวกะโหลกที่เหลือ คนที่เห็นฉากนี้ต่างก็เหงื่อตกและขนลุกไปตาม
หวังเหลียนและคนอื่นๆเหมือนจะประเมินความน่ากลัวของมนุษย์ปลานี่ต่ำเกินไป นี่ไม่ต้องนับการฆ่ามันเลย แค่ไม่โดนมันฆ่าก็ถือว่าโชคดีแล้ว
ในพริบตาเดียว แพะหัวกะโหลกที่พวกเขาส่งไปก็ถูกฆ่าทิ้งหมด ตั้งแต่ต้นจนจบ มนุษย์ปลานั้นใช้แค่มือเดียว ถ้วยกระดูกในอีกมือนั้นไม่เคยถูกใช้เลย
เฉินกวนค่อยๆถอยกลับไปเรื่อยๆ เขาไม่กล้าหันกลับวิ่งหนีไป เขามองดูการต่อสู้พร้อมกับถอยไปด้วย มนุษย์ปลานี่แกร่งจริงๆ เขากลัวว่าแม้แต่เหยียนจือก็สู้มันไม่ได้
“ไม่จำเป็นต้องหนี มนุษย์ปลานี่ไม่ออกจากพื้นที่ของบ่อน้ำ” ฮว่าอวิ๋นเห็นเฉินกวนถอยไปกว่า 10 ม.ก็หันกลับมามองกับเฉินกวนด้วยรอยยิ้ม
ปัง !
มีเลือดพุ่งออกมาจากหว่างคิ้วของฮว่าอวิ๋นพร้อมปลายแหลมสีทองที่พุ่งทะลุหน้าผากของเธอ
ฮว่าอวิ๋นเบิกตากว้าง, นัยน์ตาหดลง มือและเท้าที่กระตุก เธอราวกับกำลังจะหันกลับไปดูด้านหลังแต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรได้
ด้านหลังเธอนั้นมีมนุษย์ปลาที่ตัวสูงกว่าเธอเป็นคืบเผยรอยยิ้มแปลกๆออกมาและดึงเอาอาวุธที่แทงทะลุหัวของฮว่าอวิ๋นออก
ร่างของฮว่าอวิ๋นร่วงลงไปกับพื้นและตายไป
“พี่ !” ฮว่าฉ่ายกรีดร้องออกมาและวิ่งเข้าใส่มนุษย์ปลาอย่างกับคนบ้า
“อย่าเข้าไป หนี !” คนอื่นๆ ไม่ได้คลั่งเหมือนเธอ พวกเขาพากันหันกลับและหนีกันออกมา ครั้งที่แล้วที่พวกเขามาที่นี่ สถานการณ์มันต่างจากตอนนี้ ไม่มีใครคิดว่ามันจะเป็นแบบนี้
เฉินกวนหนีเร็วสุด เขาถอยกลับไปก่อนคนอื่นเป็น 10 ม. ตอนนั้นเขากำลังวิ่งกลับไปที่รอยแยก มนุษย์ปลามองดูพวกเขาวิ่งหนีไป แสดงแต่ท่าทีเย้ยหยันและโยนหอกในมือของมันออกมา
หลายคนตกใจเมื่อได้ยินเสียงตัดสายลมจากด้านหลัง ก่อนที่พวกเขาจะได้หันกลับไปดู หอกแปลกๆ นั่นก็ลอยผ่านหัวพวกเขาไปจนเกิดลมพัดผมพวกเขากระเซอะกระเซิง
แต่หอกแปลกๆ นั่นอยู่ห่างจากพวกเขาและไม่ได้โจมตีพวกเขา
ตอนที่พวกเขาดีใจอยู่นั้น พวกเขาก็เห็นหอกนั่นปักเข้าที่กำแพง จากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น กำแพงพังทลายลงพร้อมหินก้อนใหญ่ที่ตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรงจนพื้นดินสั่นไหว
เฉินกวนรู้สึกว่ามันผิดปกติ เพราะที่ที่หินถล่มลงมานั้นเหมือนจะปิดรอยแยกที่พวกเขาเดินทางเข้ามา
เขาหันกลับไปมองและเห็นว่าเล็บที่เหมือนกับมีดของมนุษย์ปลานั้นแทงทะลุหัวของฮว่าฉ่าย จากนั้นมันก็ตัดหัวของเธอออกและยกหัวของเธอขึ้นมา
เฉินกวนอดไม่ได้ที่จะใจสั่น ถ้าพวกเขาหนีจากหุบเขานี้ไม่ได้ งั้นชะตาของพวกเขาก็คงไม่ได้ดีไปกว่าแฝดคู่นี้แน่
สิ่งที่พวกเขากลัวได้เกิดขึ้นจริง ก่อนที่พวกเขาจะมาถึงทางออก
พวกเขาก็เห็นว่าทางออกนั้นถูกหินปิดเอาไว้แล้ว ตัดสินจากขนาดของหินแล้ว มันหนักกว่า 10 ตัน มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะขนมันออกไปได้
ทุกคนต่างก็หน้าซีด สิ่งที่ทำให้พวกเขาสิ้นหวังคือพวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง เมื่อหันกลับไปมอง พวกเขาก็เห็นมนุษย์ปลาค่อยๆเดินมาหาพวกเขาพร้อมถ้วยกระดูกในมือ
เหมือนรู้ว่าพวกเขาคงหนีไปไหนไม่ได้ ดังนั้นมันจึงไม่ได้รีบร้อน เสียงฝีเท้านั้นเหมือนกับเสียงแห่งความตาย ทุกก้าวนั้นทำให้ใจของเฉินกวนและคนอื่นๆ สั่น ราวกับว่าแค่หัวใจที่เต้นรัวก็ทำให้พวกเขาหายใจกันไม่ได้แล้ว
“ไม่มีทางหนีแล้ว เราต้องสู้กับมัน” ฉินจืออวี่มองไปที่มนุษย์ปลาและค่อยๆ ดึงดาบออกมาจากเอว
ดาบนี้คือสมบัติที่ฉินจืออวี่น่าจะได้มาจากด้านนอก แต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ระดับไหนและเลเวลเท่าไหร่ แต่มันไม่น่าจะเลเวลสูงนัก
สมบัติเลเวลสูงต้องใช้พลังชีวิตในการเปิดใช้งาน ถ้าเป็นสมบัติเลเวลน้อย งั้นพลังชีวิตก็จะน้อยไปด้วย มันทำให้ยากที่จะดึงพลังที่แท้จริงของสมบัติเลเวลสูงออกมาได้
ลู่เถิง, กงซุนจั๋วและหวังเหลียนพากันผลักก้อนหินแต่ก็พบว่ามันไม่ขยับเลยสักนิด มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะผลักหินนี่ออกไปได้ พวกเขารู้ว่าไม่มีหวังที่จะหนีไปได้ พวกเขาจึงได้แต่ต้องสู้ตัดสินชีวิตกันที่นี่
พวกเขาพากันเรียกสัตว์เลี้ยงออกมา มันคือแพะหัวกะโหลก พวกเขาพากันเอาสมบัติที่ตระกูลของตัวเองเตรียมไว้ให้ออกมา
เฉินกวนรู้ว่าไม่ใช่ว่าเวลามาปกปิดอะไร เขาเรียกเหยียนจือออกมาและพูดขึ้น “ พวกนายเป็นอัจฉริยะของมหาลัยเรา สกิลและความสามารถของพวกนายอยู่อันดับต้นๆ มันไม่เกินไปที่จะบอกว่าพวกนายคือคนที่สวรรค์
เลือกมา ตราบใดที่เราร่วมมือกัน มันก็ไม่อยากที่จะฆ่าสัตว์วิญญาณนี่ นอกจากนี้แล้วเลเวลสูงสุดของสัตว์วิญญาณบนเกาะก็แค่เลเวล 10 ซึ่งสูงกว่าเราไม่มาก ”
ตอนที่พูดเขาก็แอบใช้ [วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์] เพื่อปลุกความสามารถของทุกคน
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเฉินกวน ลู่เถิง, กงซุนจั๋วและหวังเหลียนต่างก็คึกขึ้นมา เฉินกวนเห็นว่าพลังของ [วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์] นั้นทำงาน แต่เขาไม่รู้ว่าจะช่วยได้มากแค่ไหน
เมื่อมองไปที่ฉินจืออวี่ เฉินกวนก็ต้องตกใจ แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปกับฉินจืออวี่เลย เขายังดูเหมือนเดิมราวกับไม่ได้รับผลกระทบจาก [วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์]