เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 : กะโหลกจ้าวสุสาน

ตอนที่ 13 : กะโหลกจ้าวสุสาน

ตอนที่ 13 : กะโหลกจ้าวสุสาน


ตอนที่ 13 : กะโหลกจ้าวสุสาน

เฉินกวนลองดิดดูและพบว่าจ้านกั้วนั้นได้รับพลังจาก [วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์] ไปเหมือนกัน ทำไมระดับกับอัตราการเติบโตของมันถึงไม่เปลี่ยน ?

เฉินกวนตรวจสอบสเตตัสของจ้านกั้วด้วยความสงสัย ระดับของมันก็ยังอยู่ระดับทั่วไป อัตราการเติบโตอยู่ที่ 1.14 ไม่มีอะไรเปลี่ยน

“ดูเหมือนว่าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงทุกตัวที้จะเพิ่มระดับและอัตราการเติบโตได้ด้วย [วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์] มีแค่สัตว์เลี้ยงที่มีพรสวรรค์ดีๆ ที่จะเพิ่มระดับและอัตราการเติบโตได้ด้วยผลของ [วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์]”

เฉินกวนไม่ได้ผิดหวัง ถึงระดับและอัตราการเติบโตจะไม่ได้เปลี่ยนไป ทว่าผลของ [วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์] ก็ยังดีอยู่

หลังจากที่เรียกจ้านกั้วออกมา ก็ไปยืนคุ้มกันข้างๆ เฉินกวน มันคอยสอดส่องรอบๆ อย่างระมัดระวัง

อยู่ๆ จ้าวกั้วก็เห็นศพของนักฆ่าเงา มันตาเป็นประกายขึ้นมา

หลังจากที่เหยียนจือสูบเอาเลือดในตัวนักฆ่าเงาไปหมดแล้ว ศพของนักฆ่าเงาก็เหลือแต่ศพแห้งๆ หนังหุ้มกระดูก

จ้าวกั้วอยากจะวิ่งเข้าไปแต่ไม่ได้ทำแบบนั้น มันหันกลับมามองที่เฉินกวน

จากนั้นมันก็หันกลับไปมองศพนักฆ่าเงา มันทำแบบนี้ซ้ำๆด้วยสายตาคาดหวัง

“ไปสิ เป็นของแกเลย” เฉินกวนพูดขึ้น

หลังจากที่ได้รับอนุญาต จ้านกั้วก็วิ่งเข้าไปกินศพนักฆ่าเงา ไม่นานเสียงเคี้ยวกระดูกก็ดังขึ้นมา

กระดูกของนักฆ่าเงานั้นแข็งเกินกว่าที่จ้าวกั้วจะกัดให้หักได้ ดังนั้นมันจึงค่อยๆ แทะเนื้อติดกระดูกทีละนิดๆ ถึงแทะเนื้อได้ทีละนิดแต่มันก็ไม่ยอมแพ้ มันยังกินต่อเรื่อยๆ

เฉินกวนเดินไปข้างๆหยิบมีดกับเศษผ้าที่พื้นขึ้นมา ถึงสมบัตินี่จะได้รับความเสียหาย ทว่ามันก็ยังมีค่าอยู่

ยิ่งกว่านั้นนี่ก็คือ สมบัติของสัตว์วิญญาณระดับยูนีค ระดับของมันไม่น่าจะแย่ มันอาจจะเป็นสมบัติระดับยูนีคก็ได้ มันต้องขายได้ราคาดีแน่ๆ

มีดนั้นเป็นสีดำและมีสัมผัสที่เย็น ใบมีดแหลมคม มองผ่านๆก็รู้ว่าเป็นของดี โชคร้ายที่มันหักและเสียจิตในตัวสมบัติไป มันไม่มีข้อมูลแสดงให้เห็น

ส่วนผ้าคลุมที่เสียหายนั้นราวกับผ้าไหมสีดำ มันเหมือนเป็นผ้าชั้นดีเหมือนกัน

น่าเสียดายที่เฉินกวนไม่มีเข็มรึด้าย ไม่งั้นเขาคงเย็บมันมาใส่เพิ่มการป้องกันให้กับตัวเองไปแล้ว

ตอนที่เฉินกวนดึงผ้าอีกฝั่งขึ้นมา มันก็มีของบางอย่างร่วงลงจากผ้าลงไปกระทบพื้น

“อะไร ?” เฉินกวนแปลกใจนิดๆ หลังจากนั้นเขาก็หยิบจากมันขึ้นมาดู

มันคือกำไล ลูกปัดที่ถักทอเป็นกำไล เหมือนทำขึ้นมาจากกระดูก ถึงมันจะเป็นลูกปัด ทว่ามันไม่ใช่ลูกปัดจริงๆ มันเป็นลูกกลมๆ ใหญ่กว่าเม็ดถั่ว มีขนาดเท่ากันแต่มีรูปร่างแตกต่างกันไป พวกมันถูกขัดมาอย่างดี สีก็แตกต่างกันไปด้วย มีสีขาวและเทาราวกับพวกมันคือกระดูกจริงๆ

“สมบัติงั้นเหรอ ?” เฉินกวนไม่มั่นใจ เขาลองใช้ [อายุยาว] ถ่ายพลังชีวิตเข้าไปเพื่อตรวจสอบดู

วินาทีต่อมากำไลก็ส่งข้อมูลกลับเข้ามาในหัวเฉินกวน

[ กะโหลกจ้าวสุสาน : สมบัติระดับยูนีคเลเวล 10

สมบัติที่ทำขึ้นมาจากกระดูกนิ้วของจ้าวสุสาน ได้รับพลังจากจ้าวสุสาน มีโอกาสใช้ ‘สูตรสละวิญญาณ’ ได้ 1 ครั้ง หลังจากที่ใช้แล้ว กะโหลกจะพังทลายและเสียพลังของมันไป จำกัดแค่คนที่เลเวลต่ำกว่า 10 ]

เมื่อเฉินกวนรู้ว่าสูตรสละวิญญาณคืออะไร เขาก็ดีใจขึ้นมา

พลังของกะโหลกจ้าวสุสานนั้นทำให้ใช้สูตรสละวิญญาณ ให้ผู้ใช้กลับไปเลเวล 1 มันเหมือนกับการเกิดใหม่

ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่ล้มเหลวในเส้นทางการพัฒนาตัวเองเพราะทรัพยากรมีไม่พอ มันยากที่ช่วงท้ายจะก้าวขึ้นไปทัดเทียมคนอื่นได้ มันไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะได้เริ่มใหม่

กะโหลกจ้าวสุสานนี้ทำให้คนกลับไปเลเวล 1 ใหม่ได้ ความสามารถของมันถือว่าเป็นของล้ำค่า

โชคร้ายที่มีแค่คนที่เลเวลต่ำกว่า 10 เท่านั้นที่ใช้มันได้ มันไม่มีประโยชน์สำหรับพวกเลเวลสูงๆ แต่สำหรับเฉินกวนแล้ว มันถือว่าเป็นของดี

ในที่ที่อันตรายแบบนี้ มันคงดีหากเพิ่มเลเวลก่อน

ก่อนหน้านี้เขายังกังวลและอยากหาเทคนิคระดับไร้เทียมทานให้ได้ก่อนแล้วค่อยเพิ่มเลเวล

แต่เมื่อได้กำไลนี่มา เฉินกวนก็ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงแบบเดิมอีก เขาเพิ่มเลเวลก่อนได้ ตราบใดที่เลเวลไม่ถึง 10 จากนั้นเมื่อได้เทคนิคระดับไร้เทียมทานมา เขาค่อยเริ่มเก็บเลเวลจาก 1 ใหม่

เมื่อคิดได้แบบนั้นเฉินกวนก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาเอาแก่นวิญญาณที่ได้จากนักฆ่าเงาออกมาเลือกที่จะดูดซับมัน จากนั้นเขาก็ได้เทคนิคระดับยูนีคมาครอบครอง

ด้วย [ลอบสังหารอมตะ] เขารู้สึกได้ว่าพลังชีวิตรอบตัวนั้นค่อยๆไหลเข้ามาในตัว มันโคจรในร่างกายอยู่ 1 รอบก่อนจะแผ่ออกมา ทั้งความเร็วในการดูดซับและปริมาณพลังชีวิตที่ไหลเข้ามาในร่างกายนั้นเหนือกว่า [อายุยาว] อย่างมาก

นี่แค่คุณสมบัติพื้นฐานของ [ลอบสังหารอมตะ] วิธีการใช้งานจริงๆของเทคนิคนี้คือการดูดซับพลังชีวิตหลังจากที่ฆ่าสัตว์วิญญาณไปแล้ว ผลของเทคนิคนี้จะดีกว่าการดูดซับพลังชีวิตรอบตัวหลายเท่า

เฉินกวนใช้ผ้าห่อศพส่วนบนของนักฆ่าเงา เหลือแค่กระดูกต้นขาให้จ้านกั้ว หลังจากที่เก็บของทุกอย่างแล้ว เฉินกวนก็พาจ้านกั้วและเหยียนจือเดินทางออกมาจากป่าผีดิบ

ก่อนที่จะออกมา เขาพบกับผีดิบหลายตัว หลังจากที่ให้เหยียนจือจัดการกับผีดิบพวกนี้ เฉินกวนก็พบข้อเสียของ [ลอบสังหารอมตะ]

[ลอบสังหารอมตะ] นั้นดูดซับพลังชีวิตที่แผ่ออกมาจากสัตว์วิญญาณที่เขาฆ่า มันไม่สามารถดูดซับพลังชีวิตจากสัตว์วิญญาณที่คนอื่นฆ่าได้ แม้แต่สัตว์วิญญาณที่สัตว์เลี้ยงเขาฆ่าเอง เฉินกวนก็ไม่อาจจะดูดซับพลังชีวิตจากศพสัตว์วิญญาณได้ เขาต้องฆ่าสัตว์วิญญาณเองเท่านั้น

โชคดี หลังจากที่ลองดูแล้ว เขาก็พบว่าเขาไม่จำเป็นต้องลงมือจัดการกับสัตว์วิญญาณตั้งแต่แรก ตราบใดที่เฉินกวนปลิดชีพมันในครั้งสุดท้าย เขาก็สามารถดูดซับพลังชีวิตจากมันได้

นี่คล้ายกับวิธีการได้สัตว์เลี้ยงรึแก่นวิญญาณมา ไม่ว่าจะเป็นสัตว์วิญญาณรึแก่นวิญญาณ มันจะรวมตัวกันในมือของคนที่ฆ่ามันในการโจมตีครั้งสุดท้าย

ดังนั้นเฉินกวนจึงเชี่ยวชาญในการปลิดชีพศัตรู เหยียนจือคอยอัดเป้าหมายให้อยู่สภาพปางตาย จากนั้นเฉินกวนก็เข้าไปปิดฉาก

ไม่นานเฉินกวนก็เลเวล 2 พลังชีวิตเขาเพิ่มขึ้นมาจาก 1 เป็น 2.94 ด้วย [ลอบสังหารอมตะ] การเพิ่มเลเวลแต่ละเลเวลนั้นจะทำให้พลังชีวิตเพิ่มขึ้นมา 1.94 มันเท่ากับอัตราการเติบโต 1.94 หน่วย

ในหมู่เทคนิคระดับยูนีคแล้ว มันถือว่าเป็นเทคนิคที่ดีก็ว่าได้ มันสามารถเพิ่มขีดจำกัดพลังชีวิตได้มากกว่าเทคนิคระดับไร้เทียมทานบางอันด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าเทคนิคระดับไร้เทียมทานนั้นไม่ใช่แค่เพิ่มขีดจำกัดพลังชีวิต ทว่ามันยังเกี่ยวกับการฟื้นฟูพลังชีวิตและความสามารถพิเศษอื่นๆอีก มันไม่ได้หมายความว่ายิ่งขีดจำกัดพลังชีวิตสูง มันยิ่งทำให้เราแกร่งขึ้น

“ถ้าฉันหาเทคนิคระดับไร้เทียมทานที่เหมาะกับฉันไม่ได้ งั้นก็ไม่ใช่ความคิดที่แย่ที่จะใช้เทคนิค [ลอบสังหารอมตะ] ต่อไป ยังไงซะเทคนิคระดับไร้เทียมทานก็หาได้ยาก” เฉินกวนบอกกับตัวเอง

ขีดจำกัดพลังชีวิตของเขาเพิ่มขึ้น เขาสามารถใช้มือเลือดได้แล้ว โชคร้ายทีเขาไม่เจอผีดิบเลยระหว่างทาง หลังจากที่ลองคิดดูแล้ว

เฉินกวนก็ตัดสินใจที่จะกลับไปเก็บเลเวลกับกระต่ายปิศาจ เขาจะได้ปรับตัวกับภูมิประเทศ เขาได้ยินจากเล่าเหนี่ยวว่าพวกคนที่โดนส่งมาที่นี่เมื่อปีก่อนนั้นไม่ค่อยไปที่นั่นเท่าไหร่

อย่างแรกคือกระต่ายปิศาจเลเวลน้อยไป พวกนั้นฆ่ากระต่ายปิศาจไปก็ไม่ได้ประโยชน์เท่าไหร่นัก

อย่างที่สองคือมันมีพื้นที่พิเศษที่นั่น มันอันตรายหากผิดพลาดหลงเข้าไปที่นั่น ยกตัวอย่างเช่น หุบเขาที่เฉินกวนออกมา ถ้าเข้าไปตอนดึกนั้นจะอันตรายเอามากๆ

โชคดีที่เฉินกวนออกมาได้เร็ว ไม่งั้นแล้วเขาอาจจะตายไปแล้วก็ได้

จบบทที่ ตอนที่ 13 : กะโหลกจ้าวสุสาน

คัดลอกลิงก์แล้ว