- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 12 : สวรรค์ไม่มีทางให้กระต่ายปิศาจนี่กับแกหรอก
ตอนที่ 12 : สวรรค์ไม่มีทางให้กระต่ายปิศาจนี่กับแกหรอก
ตอนที่ 12 : สวรรค์ไม่มีทางให้กระต่ายปิศาจนี่กับแกหรอก
ตอนที่ 12 : สวรรค์ไม่มีทางให้กระต่ายปิศาจนี่กับแกหรอก
ถ้าเป็นคนอย่างเล่าเหนี่ยว เฉินกวนคงพอเดาออกว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร เขาพอคาดเดาจิตใจของอีกฝ่ายได้
ทว่าเหยียนจือเป็นสัตว์วิญญาณ เฉินกวนไม่รู้ว่ามันต้องการคำพูดแบบไหนเพื่อกระตุ้นมัน
เมื่อเห็นสภาพของเหยียนจือย่ำแย่ขึ้นเรื่อยๆ นักฆ่าเงาเคลื่อนที่ไปรอบตัวเหยียนจือราวกับผีที่ตามหลอกหลอน เหยียนจือตกที่นั่งลำบากขึ้นเรื่อยๆ ขนสีขาวของมันเต็มไปด้วยบาดแผลพร้อมกับเลือดที่หยดลงมา
ถ้าเป็นแบบนีต่อไป ไม่นานมันคงสู้ต่อไม่ไหว
“เหยียนจือ แกคือสัตว์วิญญาณที่น่ารักที่สุดในโลก....แกคือสัตว์วิญญาณที่แกร่งที่สุด...แกไร้เทียมทานในโลกนี้...แกตัดภูเขาได้ในดาบเดียว.....ทั้งโลกต้องสยบอยู่ใต้เท้าแก...”
เฉินกวนคิดคำชมในหัวและพ่นออกมา ทว่ามันก็แทบไม่ได้ผล มันเหมือนจะไม่โดนใจเหยียนจือ
“เหี้ยเอ้ย....แกต้องการให้ฉันชมแกยังไงวะ...” เฉินกวนสลด เขาใช้คำชมแทบทุกอย่างที่เขาคิดออกแต่มันก็ยังไม่ได้ผล
“สิ่งมีชีวิตอย่างกระต่ายปิศาจอยากได้คำชมแบบไหน ? ฉันจะชมว่ามันสมกับเป็นปิศาจก็...” เฉินกวนพึมพำกับตัวเอง อยู่ๆ เขาก็ชะงัก
“ใช่ ถ้าเป็นเรื่องการชม คำชมไม่ใช่แค่คำพูดด้านบวกสักหน่อย มันขึ้นอยู่กับเป้าหมายที่จะชมด้วย การชมปิศาจว่าทำตัวดีไม่ใช่คำชมแต่เป็นคำดูถูกด้วยซ้ำ เมื่อกระต่ายปิศาจมีคำว่าปิศาจในชื่อ งั้นคำชมด้านบวกก็จะส่งผลลบต่อมันแน่ๆ” เฉินกวนคิดถึงความเป็นไปได้นี้ก็เกิดความคิดใหม่ขึ้นมาในหัว
เมื่อเห็นว่าเหยียนจือกำลังจะแพ้ ในหัวของเฉินกวนก็คิดคำพูดต่างๆนาๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแย่ๆ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็หรี่ตาลงและบอกกับเหยียนจือ “ต้นกำเนิดความชั่วร้ายตลอดยุคสมัย, สัตว์เลี้ยงที่น่ารักที่สุดในจักรวาล ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใคร กระต่ายเหยียนจือ กระต่ายที่ชั่วร้ายที่สุดตลอดกาล”
ตอนที่เฉินกวนพูดนั้น ขนตามตัวของเหยียนจือก็ลุกชูขึ้นมา ริมฝีกปากที่ปิดแน่นของมันค่อยๆเผยอออกเผยให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคมราวกับใบเลื่อย ลิ้นที่เปื้อนเลือดซึ่งแตกต่างจากกระต่ายทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
มุมปากของมันค่อยๆ แยกออกเผยให้เห็นเขี้ยว มันเหมือนกำลังยิ้มอยู่ แต่รอยยิ้มนี้ทำให้คนใจสั่นแทน ตอนนี้มันดูน่ากลัวยิ่งกว่าปิศาจร้ายเสียอีก
ตาของมันที่เหมือนกับทับทิมแดงส่องแสงสีแดงเลือดออกมา นัยน์ตาของมันตอนนี้เหมือนมีเปลวไฟสีดำลุกไหม้ขึ้นมา สิ่งที่แปลกคือเลือดที่ไหลออกมาจากแผลของมันเหมือนจะถูกแผลนั้นสูบกลับไป แม้แต่เลือดที่ติดบนขนก็ถูกสูบกลับเข้าไปผ่านรูขุมขนด้วย ขนสีแดงของมันเปลี่ยนเป็นสีขาวด้วยความเร็วที่เห็นด้วยตาเปล่า
ตูม !
ตอนที่เหยียนจือเคลื่อนที่อีกรอบ ร่างกายของมันราวกับเครื่องบินความเร็วสูงที่บินออกไปจนเกิดเสียงระเบิด มันพุ่งเข้าใส่นักฆ่าเงา รอยยิ้มอันชั่วร้ายบนใบหน้าของมันดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม มีดสูบเลือดในมือมันมีกลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งออกมา เลือดบนมีดนั้นเหมือนจะหยดลงมาจากตัวมีดด้วยซ้ำ
ด้วยความเร็วของนักฆ่าเงา มันไม่ทันได้หลบและได้แต่ใช้มีดในมือกวัดแกว่งไปมาเพื่อรับมือกับมีดปังตอที่ เหยียนจือฟันเข้ามา
แกร๊ง !
ภายใต้รอยยิ้มชั่วร้ายของเหยียนจือ มีดสูบเลือดก็ตัดมีดในมือนักฆ่าเงาจนหักเป็นสองส่วน
ฉัวะ ! ครั้งเดียวตาย !
นักฆ่าเงาที่ได้เปรียบนั้นกลับโดนเหยียนจือฆ่าในดาบเดียว
เฉินกวนทั้งแปลกใจและดีใจ เขาไม่คิดว่าผลของสกิลติดตัวจะดีขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เลเวลของเหยียนจือและนักฆ่าเงาต่างกันถึง 5 เลเวล
ตอนที่นักฆ่าเงาโดนฆ่า จุดแสงสีดำก็ลอยออกมาจากตัวมันเข้ามาที่ตัวเฉินกวน มันอัดแน่นเป็นแก่นวิญญาณ สีดำขนาดเท่ากับลูกท้อ
เทคนิคลอบสังหารอมตะ (ระดับยูนีค)
เฉินกวนได้ตรวจสอบเทคนิคนี้ดูและพบข้อมูลของเทคนิคลอบสังหาร : ขโมยชีวิตของเป้าหมายมาเพิ่มให้กับตัวเอง หากยังฆ่าคนได้ก็จะไม่ตาย พวกคนที่ฆ่าเทพจะได้ชีวิตนิรันดร์
เล่าเหนี่ยวใช้เทคนิคลอบสังหาร เทคนิคลอบสังหารอมตะนี้คือ เทคนิคลอบสังหารแบบอัปเกรด ผลของมันต้องเหนือกว่าเทคนิคลอบสังหารเยอะแน่ๆ
มันเป็นถึงเทคนิคระดับยูนีค เฉินกวนลังเลว่าเขาควรจะเลือกใช้เทคนิคนี้ดีหรือไม่ ยังไงซะเกาะนี่ก็อันตราย ถ้าเลเวลเขาเพิ่มขึ้น ความปลอดภัยก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วย
หลังจากที่ลังเลอยู่นาน สุดท้ายเฉินกวนก็เลือกที่จะเก็บแก่นวิญญาณนี้เอาไว้ ด้วยสัตว์เลี้ยงที่แข็งแกร่งอย่างเหยียนจือ เขายังอยากหาเทคนิคระดับไร้เทียมทานเพื่อที่เขาจะได้มีเส้นทางการฝึกฝนที่สมบูรณ์
เหยียนจือที่ได้รับพลังจาก [วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์] นั้นสามารถฆ่านักฆ่าเงาระดับยูนีคได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ถ้ามันเลเวล 10 มันตัวเดียวก็น่าจะฆ่าโกเล็มมหาคลาได้ไม่ยาก
เฉินกวนมองดูเหยียนจือปักมีดลงที่ตัวนักฆ่าเงา เลเวลของมันเพิ่มขึ้นหลังจากที่สูบเลือดเข้าไป เฉินกวนดีใจและเลือกที่จะตรวจสอบข้อมูลของเหยียนจือทันที
เมื่อเห็นแผงสเตตัส เฉินกวนก็อดอึ้งไม่ได้
[ กระต่ายปิศาจกระหายเลือด (ไร้เทียมทาน) : สัตว์เลี้ยงเลเวล 6
พลังชีวิต : 11
อัตราการเติบโต : 2.0
สกิลติดตัว : ฟื้นคืนชีพเลือด (ไร้เทียมทาน)
เทคนิค : สูบเลือด (ยูนีค) เลเวล 6
ทักษะ : มีดสูบเลือด (ยูนีค) เลเวล 6
สมบัติ : มีดสูบเลือด (ยูนีค) เลเวล 6 ]
“ทำไมระดับของมันถึงเปลี่ยนเป็นไร้เทียมทานได้ ? แม้แต่อัตราการเติบโตก็เพิ่มเป็น 2.0 ?” เฉินกวนทั้งแปลกใจและดีใจ
มันไม่ใช่ว่าระดับกับอัตราการเติบโตจะพัฒนาขึ้นไม่ได้ ทว่ามันยากที่จะเป็นแบบนั้น มีสมบัติบางอย่างในเขตแดนลับที่ช่วยพัฒนาระดับและอัตราการเติบโตของสัตว์วิญญาณได้ แต่มันเป็นสมบัติที่หาได้ยาก มันถือว่าเป็นของที่ประเมินค่าไม่ได้
มีรายงานในข่าวว่ามีผลอายุยืนที่เพิ่มอัตราการเติบโตได้ 0.1 หน่วย ที่ถูกขายในราคาสูงเสียดฟ้า 100 ล้านหยวนในการประมูล
สมบัติที่สามารถเพิ่มระดับได้นั้นมีแต่ในบันทึก คนส่วนมากไม่เคยเห็นมาก่อนว่ามันหน้าตาแบบไหน
ตอนนี้ระดับของเหยียนจือกลับเปลี่ยนจากระดับยูนีคมาเป็นระดับไร้เทียมทาน อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.0 หน่วย ไม่แปลกเลยที่มันจะฆ่านักฆ่าเงาเลเวล 10 ด้วยการโจมตีแค่ครั้งเดียวทั้งๆ ที่เลเวลแค่ 5 ได้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นเพราะ [วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์] เฉินกวนไม่คิดมาก่อนเลยว่า [วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์] นั้นจะมีความสามารถแบบนี้ มันดีกว่าที่เขาคิดเอาไว้อีก มันคือปาฏิหาริย์
“ด้วย [วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์] ไม่ใช่ว่าฉันจะมีสัตว์เลี้ยงที่แกร่งที่สุดในโลกรึไง ?” เฉินกวนเริ่มเพ้อฝันไปต่างๆนาๆ
เขาแค่ซื้อสัตว์เลี้ยงกากๆ มาเพิ่มระดับและอัตราการเติบโตของมันด้วยคำชมของ [วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์] จากนั้นค่อยเอามันไปขาย ราคาส่วนต่างน่าจะทำกำไรได้เป็นพันเท่า
ในอนาคตถึงเฉินกวนจะไม่เข้ามาในเขตแดนลับอีกไปตลอดชีวิต ทว่าแค่อยู่บ้านคอยขายสัตว์วิญญาณ เขาก็มีเงินเพียงพอที่จะซื้ออาหารการกินโดยไม่ต้องกังวลเลย
ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค, ทักษะและสมบัติ แค่มีเงิน เขาก็มีทางที่จะเอามันมาครอบครองได้
เขาสามารถนำสัตว์เลี้ยงระดับไร้เทียมทานไปแลกกับเทคนิคระดับไร้เทียมทาน, ทักษะระดับไร้เทียมทานและสมบัติระดับไร้เทียมทาน ตอนนั้นด้วยเทคนิค, ทักษะและสมบัติระดับไร้เทียมทานในครอบครอง เมื่อเขาออกมาสำรวจเขตแดนลับ ใครจะทำอะไรเขาได้อีก ?
น่าเสียดายที่ตอนนี้เขายังออกจากที่นี่ไม่ได้ ถ้าเขาไม่มีความแข็งแกร่งพอ ถึงจะออกได้ ทว่าถ้าเขาทำตามที่เขาเพ้อฝันไว้ในหัว งั้นอยู่ๆ เขาอาจจะหายไปจากโลกนี้เลยก็ได้
ไม่ว่าเขาจะมีเงินมากแค่ไหน แต่มันก็ช่วยอะไรไม่ได้