- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 11 : ตัดหน้า
ตอนที่ 11 : ตัดหน้า
ตอนที่ 11 : ตัดหน้า
ตอนที่ 11 : ตัดหน้า
เมื่อเห็นกลุ่มของหนานจี้หงทั้งสี่คนเดินทางออกไปโดยไม่หันกลับมามองที่เขา เฉินกวนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ในที่แบบนี้ เขาโชคดีแล้วที่เล่าเหนี่ยวไม่จับเขาไปทรมานเพื่อปล้นเหยียนจือไป
แน่นอนว่าถึงเล่าเหนี่ยวคิดจะจับตัวเขา ทว่าความแข็งแกร่งที่เหยียนจือแสดงออกมาทั้งๆ ที่อยู่เลเวล 5 นั้น ก็เหนือกว่าที่ทุกคนคาดเอาไว้
ถึงจะขี่เหยียนจือได้ไม่สะดวกนัก ทว่าความเร็วของมันก็สูงกว่าสัตว์วิญญาณระดับทั่วไปที่เลเวลพอๆ กันเยอะ มันใช้ประโยชน์ในการหนีได้ด้วย
สำหรับว่าเหยียนจือแกร่งแค่ไหนหลังจากที่ได้พลังจาก [วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์] ไป เฉินกวนเดาไม่ออก เพราะเขายังไม่เข้าใจความสามารถนี้ดีพอ
ความสามารถติดตัวที่ไม่ธรรมดาแบบที่เห็นภายนอก การใช้งานของมันจิรงๆ สามารถช่วยพัฒนาทักษะและความสามารถด้านต่างๆ ได้
ความสามารถติดตัวแบบเดียวกันนี้อาจจะดีสำหรับบางคน แต่อาจจะไม่ได้มีประโยชน์สำหรับบางคนก็ได้ ดังนั้นมันจึงเกิดช่องว่างขึ้นมา
ทางที่หนานจี้หงและคนอื่นๆ มุ่งหน้าไปคือที่อยู่ของโกเล็ม เฉินกวนยอมยกเลิกแผนที่จะล่าสัตว์วิญญาณในป่าผีดิบโดยไม่ลังเลและมุ่งหน้าไปอีกทาง เขาเตรียมที่จะหาที่อื่นเพื่อเก็บเลเวล เขาเลือกที่ไม่ค่อยมีคน
ยังไงซะ เกาะนี่ก็มีขนาดใหญ่และมีสัตว์วิญญาณอยู่เยอะ ดังนั้นจึงไม่น่ายากที่จะหาที่ที่เขาตั้งเป้าหมายเอาไว้
เพราะเล่าเหนี่ยวไม่คิดจะแย่งเหยียนจือไปนั้นไม่ได้หมายความว่าเล่าเหนี่ยวจะไม่เปลี่ยนใจ สัตว์เลี้ยงระดับยูนีคนั้นมีค่าอย่างมาก แม้แต่ในที่แบบนี้ เฉินกวนไม่อยากเสี่ยงกับความโลภของคน
การเดินทางกลับนั้นราบรื่นเพราะระหว่างทางนั้น ผีดิบถูกกำจัดไปตั้งแต่แรก เขาไม่พบอันตรายใดๆ แต่เฉินกวนก็ไม่กล้าที่จะประมาท
มันไม่ใช่เกม เขามีแค่ชีวิตเดียว หากตายไป เขาไม่มีโอกาสที่จะฟื้นคืนชีพกลับมาเหมือนในเกม
ตอนที่ผ่านต้นไม้ใหญ่ เฉินกวนก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติราวกับมีลมเย็นๆ พัดมาจากด้านหลัง เขาเบี่ยงตัวหลบไปข้างๆ และรู้สึกเจ็บขึ้นมาที่หลัง
เขาไม่สนว่าอาการเจ็บนี้มาจากไหน เขาแค่กลิ้งไปข้างหน้าพร้อมกับสั่งเหยียนจือที่นำหน้าอยู่ให้หันกลับมาช่วยเขา
เฉินกวนกลิ้งไปกับพื้น เมื่อหันกลับมามองก็พบชายในชุดดำถือมีดพุ่งมาใส่เขา มีดนั้นแทงเข้ามาอย่างรวดเร็วจนเกือบถึงอกของเฉินกวน
แกร๊ง !
เงาสีแดงเลือดปรากฏขึ้น มีปังตอถูกโยนเข้าใส่มีดในมือชายชุดดำจนทำให้มีดนั่นเบี่ยงวิถีไป
เฉินกวนตะลึงและรีบถอยกลับมาด้วยตัวที่สั่น พลังของเหยียนจือนั้นมากจนถึงจะเลเวลแค่ 5 แต่พลังของมันไม่ได้ด้อยกว่าสัตว์วิญญาณระดับทั่วไปเลเวล 10 เลย
นอกจากนี้ด้วยความคมของมีดสูบเลือด มีดในมือชายชุดดำจึงเบี่ยงวิถีและหลุดออกจากมือชายชุดดำไป เห็นได้ว่าความแข็งแกร่งของชายชุดดำก็ไม่ได้ด้อยกว่าเหยียนจือ
ตอนที่เฉินกวนถอยอยู่นั้น ชายชุดดำก็พุ่งเข้ามาอีกรอบ โชคดีที่เหยียนจือกระโดดมาขวางตรงหน้าเฉินกวนเอาไว้ เหยียนจือกระทบเท้าพร้อมมีดสูบเลือดที่พื้นลอยขึ้นมากลับมาสู่ในมือเหยียนจือ มันใช้มีดปังตอสับเข้าที่ชายชุดดำทันที
ถึงชายชุดดำจะแกร่งพอๆ กับเหยียนจือ ทว่าเขาก็เหมือนไม่อยากจะสู้กับเหยียนจือตรงๆ เขาแสดงทักษะและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วราวกับผี เขาหลบการโจมตีของเหยียนจือได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้งก็โจมตีสวนกลับด้วย มันยิ่งทำให้เหยียนจือดูตกที่นั่งลำบาก
“เลเวลของนักฆ่านี่สูงกว่าที่เล่าเหนี่ยวเคยพูดเอาไว้ ระดับของมันต้องไม่ใช่ระดับทั่วไปแน่” เฉินกวนมองดูอยู่ห่างๆ และพอรู้ถึงตัวตนของชายชุดดำ
นอกจากผีดิบในป่าแห่งนี้ ยังมีสัตว์วิญญาณอีกแบบ แต่สัตว์วิญญาณพวกนี้หายากกว่าพวกผีดิบ พวกมันไม่ได้เจอระหว่างทาง ไม่คิดเลยว่าเฉินกวนจะได้มาเจอที่นี่
สัตว์วิญญาณนี่คือนักฆ่าเงา นักฆ่าเงาระดับทั่วไปเลเวล 10 ถือเป็นหนึ่งในสัตว์วิญญาณเลเวลสูงบนเกาะนี้
แต่นักฆ่าเงาทั่วไปนั้นมีร่างกายที่อ่อนแอ ถ้าเป็นการต่อสู้แบบเผชิญหน้า จ้าวผีดิบนั้นแกร่งกว่านักฆ่าเงา แม้ว่าจะเลเวล 10 เท่ากันก็ตาม
แต่นักฆ่าเงานั้นเก่งเรื่องการลอบโจมตีและรวดเร็ว ถ้าโดนมันซุ่มโจมตี งั้นแม้แต่จ้าวผีดิบเลเวล 10 ก็ยังโดนนักฆ่าเงาฆ่าได้ง่ายๆ
ยิ่งกว่านั้นนักฆ่าเงาตัวนี้ก็เหมือนไม่ได้อยู่ระดับทั่วไป ไม่งั้นแล้วคงยากที่จะทำให้เหยียนจือตกที่นั่งลำบากแบบนี้ได้
เหตุผลว่าทำไมเฉินกวนถึงได้หลบการโจมตีในจุดสำคัญและไม่โดนแทงด้านหลังได้ก็เพราะเขาระวังตัวมากพอ การตอบโต้และโชคเขาก็ดีพอ ดังนั้นเขาจึงไม่โดนฆ่าเพราะการโจมตีนั้น
เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของนักฆ่าเงาที่ราวกับผี โดยที่เหยียนจือไม่อาจจะโจมตีอีกฝ่ายได้เลย ชัดแล้วว่า เหยียนจือเสียเปรียบและอาจจะบาดเจ็บหนักได้ทุกเมื่อ เฉินกวนจึงเลิกลังเลและใช้ [วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์] ออกมา
“เหยียนจือ...แกคือสัตว์วิญญาณที่แกร่งที่สุดในโลก....แค่นักฆ่าเงาตัวเดียว....แกสับให้ตายได้ด้วยดาบเดียว...”
เฉินกวนพยายามพูดเอาใจและชมเหยียนจือโดยหวังว่า ความแข็งแกร่งของเหยียนจือจะเพิ่มขึ้นจนพลิกสถานการณ์ได้
แต่หลังจากที่เฉินกวนเปลืองน้ำลายอยู่นาน เขาก็พบว่าเหยียนจือนั้นแกร่งขึ้นก็จริงแต่ไม่ได้มากแบบที่เฉินกวนคิดเอาไว้ ไม่อาจจะพลิกสถานการณ์กลับมาให้ได้เปรียบได้ นี่ไม่ต้องนับการฆ่านักฆ่าเงาเลย
ทำไมสกิลติดตัวของเขาถึงใช้ไม่ค่อยได้ผลกับเหยียนจือ ?
เฉินกวนลองตรวจสอบข้อมูลสกิลติดตัวดีๆอีกรอบ เขาคิดอยู่สักพักก่อนจะฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้
[วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์] นั้นมีบทบาทก็ต่อเมื่อใช้คำพูด, การกระทำเพื่อกระตุ้นเป้าหมาย ทำให้เป้าหมายเข้าสู่
สภาวะพิเศษ สภาวะนี้เกี่ยวข้องกับร่างกายและจิตใจ มันต้องมีจิตใจที่ดีพอตัว
เฉินกวนลองนึกดูและพบว่าตอนที่เขาชมจ้านกั้วก่อนหน้านี้ เขาได้พูดบางอย่างเกี่ยวกับความภักดี มันเพิ่มพลังให้กับจ้านกั้ว หลังจากนั้นเขาก็ลองพูดเรื่องอื่นดูซึ่งไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่
เล่าเหนี่ยวก็ได้รับคำชมเรื่องธนู มันได้เพิ่มความสามารถในด้านธนูของเล่าเหนี่ยวขึ้นมาอย่างมาก
ตอนนั้นเฉินกวนคิดว่า [วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์] จะให้พลังแค่รอบเดียว ทว่าหากลองคิดดีๆ แล้ว ถึงจะเป็นคำชม ทว่ามันก็ต้องชมให้โดนจุด ให้อีกฝ่ายรู้สึกคล้อยตามไปด้วย สกิลติดตัวนี้ถึงจะได้ผล
อย่างคนลามกอนาจาร ถึงจะชมว่าอีกฝ่ายวิ่งเร็ว แต่มันก็ได้ช่วยให้อีกฝ่ายวิ่งเร็วขึ้นได้ กลับกันแล้วมันยิ่งทำให้อีกฝ่ายดูโง่เง่า เหมือนกับเราด่าอีกฝ่ายด้วยซ้ำ มันจะได้ผลได้ยังไง ?
เมื่อคิดแบบนั้น เฉินกวนก็ลองนึกถึงคำพูดที่เขาใช้ชมจ้านกั้วไปก่อนหน้านี้ เขาได้พูดมันอีกรอบกับเหยียนจือ ทว่าเขาก็พบว่ามันไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่
“ฉันชมจ้านกั้วเรื่องความภักดีและชมเล่าเหนี่ยวเรื่องธนู สกิลติดตัวของฉันใช้ได้ผล แต่มันไมได้ผลกับเหยียนจือ ดูเหมือนว่าสกิลติดตัวนี้จะต้องใช้คำชมที่แตกต่างออกไปตามแต่ละคน ฉันต้องเข้าใจเป้าหมาย แล้วเหยียนจือ ชอบอะไร ? ฉันจะชมมันยังไงเพื่อที่สกิลจะใช้ได้ผลทำให้มันเข้าสู่สถานะพิเศษ ?”
เฉินกวนถามตัวเอง