- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 10 : ผิดข้อตกลง
ตอนที่ 10 : ผิดข้อตกลง
ตอนที่ 10 : ผิดข้อตกลง
ตอนที่ 10 : ผิดข้อตกลง
ตอนที่ลู่ไคยิงลูกธนูออกมา เล่าเหนี่ยวก็ได้ดึงธนูและยิงลูกธนูออกไปเช่นกัน ลูกธนูทั้งสองดอกชนกันกลางอากาศอย่างน่าเหลือเชื่อ
พลังลูกธนูของเล่าเหนี่ยวด้อยกว่าลูกธนูของลู่ไค มันหักออก ทว่าลูกธนูของลู่ไคก็เบี่ยงออกร่วงลงไปข้างๆ
หนานจี้หงและเพื่อนอีกคนแสดงสีหน้าแปลกใจออกมา ลู่ไคอึ้งไปสักพัก จากนั้นสีหน้าเขาก็หม่นลง เขาดึงเอาลูกธนูออกมาและยิงออกไปอีกรอบ
เล่าเหนี่ยวไม่ได้รีบร้อน เขายิงลูกธนูออกไปอีกรอบ
จากนั้นลูกธนูทั้งสองดอกก็ปะทะกันกลางอากาศอีกครั้ง
สีหน้าของลู่ไคหม่นลงกว่าเดิม เขายังคงยิงลูกธนูใส่เล่าเหนี่ยวอย่างต่อเนื่อง เล่าเหนี่ยวก็ยิงสวนกลับไปโดย ไม่ลังเล ลูกธนูของทั้งสองเอาแต่ปะทะกันกลางอากาศ
ลูกธนูของลู่ไคนั้นดีและหนักกว่า ทำให้แรงและความเร็วนั้นมากกว่าลูกธนูของเล่าเหนี่ยว ลูกธนูแต่ละดอกทำลายลูกธนูของเล่าเหนี่ยวไป แต่ทักษะด้านธนูของเล่าเหนี่ยวนั้นเร็วกว่าลู่ไค ลูกธนูแต่ละดอกของเขาจึงพอกันลูกธนูของลู่ไคเอาไว้ได้
ตอนที่ลู่ไคยิงลูกธนูลูกที่ 6 ออกมา เล่าเหนี่ยวก็ยิงลูกธนูออกมาอีกดอกเช่นกัน ลู่ไคเพิ่งจะยิงลูกธนูออกมาและไม่ทันได้หลบ ลูกธนูของเล่าเหนี่ยวอัดเข้าที่หัวทำให้หมวกของลู่ไคหลุดออก
ลู่ไคหน้าซีด หากลูกธนูนี่ยิงโดนตาเขาที่ไม่ได้มีเกราะคอยปกป้อง งั้นเขาก็อาจจะตายได้ ถึงไม่ตายก็บาดเจ็บหนัก
หนานจี้หงและพวกอีกคนมองไปที่เล่าเหนี่ยวด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ พวกเขาไม่เชื่อว่านี่คือ เล่าเหนี่ยวที่พวกเขาเคยรู้จัก ถึงจะไม่ได้แกร่งนักแต่ทักษะด้านธนูนั้นน่าเหลือเชื่อ
“ถ้าเป็นเรื่องธนู นายยังด้อยกว่าฉัน ด้วยทักษะด้านธนูของนายแล้ว นายไม่มีทางยิงโดนตาของโกเล็มได้หรอก กลับไปฝึกมาใหม่ไป๊ !” เล่าเหนี่ยวยืดอกพูดขึ้นมา
เมื่อได้ยินที่เล่าเหนี่ยวพูด เฉินกวนก็รู้ว่าที่เขาเดาไว้ก่อนหน้านี้ถูกต้องจริงๆ ถึงเล่าเหนี่ยวจะเหมือนหุนหัน ทว่าเล่าเหนี่ยวกำลังแสดงความแข็งแกร่งให้หนานจี้หงได้เห็น
เฉินกวนเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ไม่ได้พูดอะไร
“เล่าเหนี่ยว นายมั่นใจนะว่าจะยิงโดนตาโกเล็มนั่นได้ ?” หนานจี้หงถามขึ้นมาด้วยท่าทีเยือกเย็น
“นอกจากฉันแล้ว ฉันเชื่อว่าไม่มีใครบนเกาะที่ทำแบบนั้นได้อีก” ความมั่นใจของเล่าเหนี่ยวเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด เขายืดอกพูดขึ้นมา
“หัวหน้า อย่าไปฟังที่เขาโม้ เมื่อครู่นี้เขาก็แค่โชคดี เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะโชคดีตลอด...” ลู่ไคกัดฟันพูดขึ้น
“นายต่างหากที่เอาแต่พึ่งโชค อย่าคิดว่าคนอื่นจะพึ่งแต่โชคเหมือนนาย” เล่าเหนี่ยวมองไปที่ลู่ไคและพูดขึ้นด้วยท่าทีดูถูก
“นาย...” ลู่ไคอยากจะเถียงกลับแต่ก็ถูกหนานจี้หงโบกมือห้ามเอาไว้ก่อน
ดูเหมือนว่าอำนาจของหนานจี้หงจะมากพอตัว เธอแค่โบกมือ ลู่ไคก็ต้องกลืนคำพูดกลับลงคอถึงอยากจะเถียงเท่าไหร่แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมาแม้แต่คำเดียว
หนานจี้หงล้วงกระเป๋าหยิบเอานาฬิกาออกมา เธอคีบมันไว้ด้วยปลายนิ้วและบอกกับเล่าเหนี่ยว “ ฉันจะเปิดและปิดฝานาฬิกาพกนี้
เวลาในการเปิดปิดจะเท่ากับการเปิดปิดตาของโกเล็ม ถ้านายยิงมันได้ก่อนที่ฉันจะปิดฝา งั้นนายก็ได้กลับเข้าทีม หลังจากที่ฆ่าโกเล็มได้ นายก็จะได้ส่วนแบ่งด้วย ”
“ฉันอยากได้ 30%” เล่าเหนี่ยวพูดขึ้น
“ยิงให้โดนก่อน...” ทันทีที่หนานจี้หงพูดจบ เธอก็เปิดฝานาฬิกาพกด้วยนิ้วโดยไม่เตือนเล่าเหนี่ยวก่อน ในเวลาเดียวกันเธอก็ใช้อีกนิ้วเพื่อจะปิดฝานาฬิกาพก
ตอนที่เธอเปิดฝานาฬิกาออก ลูกธนูก็พุ่งเข้ามา ปลายลูกธนูนั้นแทงนาฬิกาพกทะลุก่อนจะพุ่งไปปักกับต้นไม้ด้านหลังโดยที่หางลูกธนูยังสั่นต่อ
“ดีมาก จากนี้ไปนายได้กลับเข้าทีมเรา นายจะได้ส่วนแบ่ง 30% จากโกเล็ม” หนานจี้หงพูดขึ้นโดยไม่มีท่าทีลังเล
ลู่ไคแกร่งกว่าเล่าเหนี่ยว ลูกธนูที่เขายิงออกมานั้นทรงพลังกว่าของเล่าเหนี่ยว แต่ความแม่นยำและการกะเวลาไม่ได้ดีเท่ากับเล่าเหนี่ยว
ตอนนี้ดูเหมือนว่าที่เล่าเหนี่ยวพูดมาจะจริง บนเกาะนี้ มันจริงที่ว่ามีแค่ทักษะด้านธนูของเขาที่จะฆ่าโกเล็มได้
“ฉันมีอีก 2 เงื่อนไข ฉันอยากเลเวล 10 ก่อน ฉันจะพาน้องเข้าทีมด้วย” เล่าเหนี่ยวชี้ไปที่เฉินกวนและพูดขึ้น
“เล่าเหนี่ยว อย่าให้มันได้ใจไปหน่อยเลย ทำไมคนมาใหม่ถึงจะได้เข้าทีมเราด้วย ?” ลู่ไคพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“แค่เพราะเขาเป็นน้องฉัน เพราะฉันเป็นคนเดียวที่ยิงตาของโกเล็มได้” เล่าเหนี่ยวยืดอกไม่ได้หันกลับไปมองลู่ไค เขามองไปที่หนานจี้หงแทน เขารู้ว่ามีแค่หนานจี้หงที่ตัดสินเรื่องนี้ได้
“เราต้องพานายไปเก็บเลเวลให้ถึง 10 นี่คือสิ่งที่เราต้องทำ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสฆ่าโกเล็มได้ แต่การให้เด็กใหม่เข้าร่วมทีมเป็นการฝ่าฝืนกฎที่ทีมตั้งเอาไว้ ถ้าไม่เคารพกฎ งั้นต่อไปใครจะเชื่อฟังกฎกัน ? ถ้าทุกคนทำตามใจตัวเองได้ งั้นคงอีกไม่นานก่อนที่ทีมของเราคงเหลือสมาชิกแค่ไม่กี่คน จากนั้นส่วนแบ่งที่นายจะได้ก็คงน้อยไปตาม นายคงไม่อยากให้เป็นแบบนั้นหรอกนะ ?”
เมื่อเห็นสายตาของเล่าเหนี่ยวดูลังเล หนานจี้หงก็พูดขึ้นต่อ “เป็นไปไม่ได้ที่จะให้เด็กใหม่เข้าร่วมทีม ฉันมีเทคนิคระดับยูนีค ถือว่ามันเป็นคำเชิญให้นายเข้าร่วมทีมก็แล้วกัน”
ตอนที่พูดนั้นหนานจี้หงก็เอาแก่นวิญญาณสีทองออกมาโยนให้กับเล่าเหนี่ยว
เล่าเหนี่ยวรับแก่นวิญญาณเอาไว้ หลังจากที่ตรวจสอบดูแล้ว เขาก็รู้ว่าในแก่นนี่มีอะไร เหมือนกับที่หนานจี้หงบอก มันคือเทคนิคระดับยูนีค
“สูตรวัชระ....เทคนิคระดับยูนีค...” เล่าเหนี่ยวดีใจขึ้นมา แม้แต่บนเกาะนี้ ก็มีสัตว์วิญญาณระดับยูนีคไม่เยอะ
มันยากที่จะได้เทคนิคระดับยูนีค มีคนไม่กี่คนอย่างหนานจี้หงที่ยืนอยู่จุดสูงสุดที่จะครอบครองเทคนิคระดับยูนีค ถ้าเขาได้มันมา จะช่วยให้ย่นเวลาและเพิ่มขีดจำกัดพลังชีวิตของเขาได้อย่างมากในอนาคต
เล่าเหนี่ยวทำการเรียนรู้สูตรวัชระทันที จากนั้นเขาก็คิดสักพักและหันไปหาเฉินกวนก่อนจะถอนหายใจออกมา “น้องชาย รอสัก 2-3 วัน จากนั้นฉันจะไปช่วยนายเก็บเลเวล”
“เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าเราจะไปฆ่าโกเล็มด้วยกัน ?” เฉินกวนเดาออกแล้วว่ามันต้องออกมาเป็นแบบนี้ แต่เขาก็ยังอยากให้เล่าเหนี่ยวพูดเองกับปาก
“การฆ่าโกเล็มนั่นไม่ใช่เรื่องง่าย เราสองคนทำไม่ได้หรอก มันอันตรายเกินไป เราอาจจะตายก็ได้ ไม่ต้องห่วง ฉันรับปากว่านายจะไม่ตกอยู่ในอันตราย กลับมาแล้วฉันจะพานายไปเก็บเลเวล” เล่าเหนี่ยวปลอบใจ
“ไม่เป็นไร ทุกคนต่างก็มีทางเดินของตัวเอง นายไปเถอะ” เฉินกวนพูดขึ้น เขาจะไปเชื่อสัญญาลมๆแล้งๆได้ยังไง ?
เมื่อเล่าเหนี่ยวกลับเข้าทีม เขาก็ต้องมีสังคมของตัวเอง เล่าเหนี่ยวต้องอยู่กับเพื่อนในแวดวงตัวเองและคงไม่เหลือเวลามาช่วยเฉินกวนเก็บเลเวล
คนที่รับปากก่อนจะลืมคำสัญญาไป ถึงจะหันกลับมาเป็นห่วงเป็นใยเฉินกวน ทว่าเฉินกวนก็ไม่มีทางร่วมมือกับคนแบบนี้อีก
“ไปเถอะ เล่าเหนี่ยว ไปกับเรา ทำภารกิจให้สำเร็จ เราจะช่วยนายเก็บเลเวล” คนที่ขี่ม้าหัวกะโหลกยื่นมือมาทางเล่าเหนี่ยวโดยบอกให้เล่าเหนี่ยวขึ้นมาขี่ม้าด้วยกัน
หนานจี้หงเรียกม้าหัวกะโหลกออกมา ก่อนจะส่งให้กับเล่าเหนี่ยว “จากนี้ไปม้าตัวนี้จะเป็นของนาย”
เล่าเหนี่ยวดีใจ เขารีบกระโดดขึ้นไปขี่ม้าหัวกะโลกทันที เขาพอใจอย่างมากราวกับได้ก้าวไปจุดสูงสุดของชีวิต