เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 : ทีมชั้นนำ

ตอนที่ 9 : ทีมชั้นนำ

ตอนที่ 9 : ทีมชั้นนำ


ตอนที่ 9 : ทีมชั้นนำ

ผีดิบกลายพันธุ์คือ สัตว์วิญญาณที่ไล่ตามเล่าเหนี่ยวมาและถูกเหยียนจือฆ่าไป

แต่มันคือผีดิบกลายพันธุ์ไม่ใช่ผีดิบทั่วไป

ผีดิบกลายพันธุ์ทั่วไปนั้นอยู่เลเวล 6 ผีดิบกลายพันธุ์ระดับหายากน่าจะเลเวล 7

หากไม่ใช่เพราะอาวุธติดตัว งั้นคงยากที่อาวุธทั่วไปจะสร้างความเสียหายให้กับมันมากแบบนี้ เล่าเหนี่ยวก็แค่โชคร้ายที่ไปเจอกับผีดิบกลายพันธุ์และโดนไล่ล่ามาแบบนี้

ผีดิบทั่วไปเลเวลแค่ 4-5 เหยียนจือฆ่าพวกมันได้ง่ายๆ ถึงเหยียนจือจะแค่เลเวล 2 ทว่ามันก็สามารถฆ่าผีดิบเลเวล 4-5 ได้สบายๆ

แต่เป้าหมายของเฉินกวนและเล่าเหนี่ยวไม่ใช่ผีดิบพวกนี้ แต่เป็นผีดิบกลายพันธุ์ระดับหายาก เลือดของพวกมันสามารถเพิ่มเลเวลของเหยียนจือได้เร็ว

เลือดของสัตว์วิญญาณระดับสูงนั้นเหมือนกับยาบำรุงที่บริสุทธิ์และดูดซับได้ง่าย ดีกว่าเลือดของสัตว์วิญญาณระดับทั่วไปเยอะ

ในที่อื่นๆ สัตว์วิญญาณระดับหายากนั้นจำเป็นต้องแย่งกัน แต่บนเกาะนี้ มีสัตว์วิญญาณระดับหายากเยอะจนผู้ปลุกพลังคนอื่นๆ ทั้งฆ่าไม่ได้และฆ่าไม่หมด ไม่งั้นเฉินกวนและเล่าเหนี่ยวคงไม่ต้องเดินทางมาถึงที่นี่เพื่อฆ่าผีดิบกลายพันธุ์

ความสามารถที่เหยียนจือแสดงออกมานั้นทำให้เล่าเหนี่ยวทั้งดีใจและแปลกใจ เมื่อเลเวลของเหยียนจือเพิ่มขึ้นแค่เลเวล 4 ก็สามารถฆ่าผีดิบกลายพันธุ์ได้โดยไม่ต้องให้เล่าเหนี่ยวคอยช่วย

“อัตราการเติบโตของเหยียนจืออยู่ที่เท่าไหร่ ? ทำไมถึงแกร่งได้ขนาดนี้ ? หนานจี้หงกับพวกก็มีสัตว์เลี้ยงระดับยูนีคเหมือนกัน แต่ฉันรู้สึกว่าพวกมันไม่ได้แกร่งเท่ากับเหยียนจือเลย ?” เล่าเหนี่ยวอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา

“1.89” เฉินกวนตั้งใจลดตัวเลขลง 0.02 หน่วย

อย่าประเมินตัวเลข 0.02 หน่วยไป มีแค่สัตว์เลี้ยงระดับยูนีคเท่านั้นที่มีอัตราการเติบโตมากกว่า 1.8 หน่วย      เป็นไปได้ที่อาจจะไม่สูงเท่านี้ด้วยซ้ำ

สัตว์เลี้ยงที่มีอัตราการเติบโตที่ 1.9 หน่วยนั้น ถือว่าเกือบก้าวขึ้นไปเป็นสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานแล้ว สัตว์เลี้ยงระดับไร้เทียมทานนั้นมีอัตราการเติบที่ 2.0 หน่วย แต่เฉินกวนก็แค่เคยได้ยินไม่เคยเห็นมันมาก่อน

เหยียนจือมีอัตราการเติบโตที่ 1.91 หน่วย ถือว่าพอๆ กับสัตว์วิญญาณระดับตำนานทั่วๆ ไป หากคนอื่นรู้เรื่องนี้เข้า พวกเขาคงหมายตาอยากเอาเหยียนจือมาเป็นของตัวเองแน่ๆ

ถึงจะลดอัตราการเติบโตลงมา 0.02 หน่วย แต่เหยียนจือก็ยังดูเหมือนกับสัตว์เลี้ยงระดับยูนีคทั่วๆ ไป ไม่ได้มีอะไรน่าตกใจ

เฉินกวนไม่ได้บอกตัวเลขที่ต่ำกว่านี้เพราะจะยิ่งทำให้ดูพิรุธและทำให้คนอื่นสงสัยได้ง่ายๆ

“ด้วยอัตราการเติบโตที่สูงแบบนี้ ไม่แปลกเลยที่มันถึงได้แกร่งขนาดนี้ นายโชคดีจริงๆ ที่ได้สัตว์เลี้ยงระดับนี้มาทันทีที่เข้ามาในเขตแดนลับ นายใช้มันไปได้ตลอดชีวิตโดยไม่ต้องเปลี่ยนสัตว์เลี้ยงเลย” เล่าเหนี่ยวอุทานออกมา

ตอนที่ทั้งสองคนคุยกัน เหยียนจือก็ได้สูบเลือดจากตัวผีดิบกลายพันธุ์หมดตัวและเลเวลขึ้นมาถึง 5

โชคร้ายที่ผีดิบกลายพันธุ์นั้นขี้งกไม่ได้ดรอปอะไร อัตราการดรอปแบบนี้ถือว่าปกติ แม้แต่สัตว์วิญญาณระดับหายากที่มีอัตราการดรอป 10% ก็ถือว่าดีมากแล้ว

ตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา พวกเขาฆ่าผีดิบไปหลายร้อยตัวและผีดิบกลายพันธุ์ไป 6 ตัว พวกเขาได้ผีดิบมาเป็นสัตว์เลี้ยงแค่ 1 ตัว และเทคนิคระดับทั่วไปอีก 1 อัน

เพราะพวกเขาไม่กล้าเข้าไปลึกกว่านี้เพราะกลัวว่าจะเจอกับจ้าวผีดิบ พวกเขาจึงได้แต่สำรวจที่ริมๆ ป่า

พวกเขาจึงเจอกับผีดิบกลายพันธุ์ไม่เยอะนัก

โชคดี หลังจากที่ฆ่าผีดิบไปเยอะ เทคนิคลอบสังหารของเล่าเหนี่ยวก็ได้ดูดซับพลังชีวิตไปเยอะ ตอนนี้เขาเลเวล 8 แล้ว ห่างจากเลเวล 10 ไม่เยอะ

ตอนนี้เล่าเหนี่ยวมั่นใจสุดๆ เขารู้สึกว่าเขากับเหยียนจือน่าจะแกร่งพอจะฆ่าจ้าวผีดิบได้แล้ว

เขาอยากเข้าไปในป่าลึกเพื่อหาผีดิบกลายพันธุ์ ถ้าเขาพบกับจ้าวผีดิบ เขาจะร่วมมือกับเหยียนจือฆ่ามันเพื่อที่เขาจะได้เลเวลขึ้นเร็วกว่านี้

เฉินกวนไม่คิดแบบนั้น เขารู้สึกว่าอย่าเพิ่งใจร้อนจะดีกว่า เลเวลเขายังน้อยอยู่ ถ้าเขาโดนผีดิบจำนวนมากล้อมเอา งั้นเขาคงตกอยู่ในอันตราย

ตอนที่ทั้งสองกำลังถกเถียงกันว่าจะเดินทางเข้าไปลึกกว่านี้หรือไม่ อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากไกลๆ ไม่นานพวกเขาก็พบกับคนขี่สัตว์เลี้ยงของตัวเองมุ่งหน้ามาทางพวกเขา

เฉินกวนมองดูดีๆ และพบว่าคนที่นำหน้าเป็นผู้หญิง เธอขี่วัวดำที่มีหัวเป็นกะโหลก ตัวมันใหญ่อย่างกับช้าง เธอสวมเกราะสีแดงลุกโชนรากวับเปลวไฟ ใบหน้าที่งดงามและสดใส แก้มอมชมพูที่ทำให้เธอดูมีเสน่ห์น่าค้นหา

เฉินกวนหรี่ตาลง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเกราะบนตัวผู้หญิงคนนี้เป็นสมบัติ เหมือนจะมาเป็นเซ็ตด้วย การที่รวบรวมสมบัติเป็นเซ็ตได้ครบในที่แบบนี้ ต้องบอกว่าความสามารถของเธอต้องมากกว่าเล่าเหนี่ยวแน่ๆ

“ผู้หญิงคนนั้นคือหนานจี้หง” หลังจากที่เห็นผู้หญิงคนนี้ เล่าเหนี่ยวกัดฟันบอกกับเฉินกวน

ไม่ต้องบอกเฉินกวนก็พอเดาออกว่าคนที่อยู่ทางซ้ายและขวาของหนานจี้หงก็ได้สมบัติมาด้วยเช่นกัน

สัตว์เลี้ยงของพวกนี้เป็นแพะหัวกะโหลกและม้าหัวกะโหลก ชัดแล้วว่าสัตว์เลี้ยงพวกนี้ไม่ได้ดีเท่ากับสัตว์เลี้ยงของหนานจี้หง

เฉินกวนได้ยินจากเล่าเหนี่ยวมาว่าสัตว์วิญญาณที่มีเยอะที่สุดบนเกาะคือกระต่ายปิศาจและปิศาจหัวกะโหลกทั้ง 5 ชนิด

ผีกะโหลกทั้ง 5 ชนิดนั้นมีแพะหัวกะโหลก, ม้าหัวกะโหลก, วัวหัวกะโหลก, หมาป่าหัวกะโหลกและอีแร้งหัวกะโหลก มันแกร่งกว่ากระต่ายปิศาจและเลเวลสูงกว่า เหมาะที่จะใช้เป็นพาหนะ

เพราะพวกมันเลเวลสูงและอยู่กันเป็นฝูง จึงไม่ง่ายเลยที่คนคนเดียวจะล่าพวกมันและได้พวกมันมาเป็นสัตว์เลี้ยง

ความต่างระหว่างพวกมันกับวัวและม้าทั่วไปอยู่ที่ขนาดตัว ทว่าความต่างหลักๆ คือหัวของพวกมันเหมือนใส่หน้ากากหัวกะโหลกเอาไว้ ยิ่งทำให้มันดูเหมือนกับผีจริงๆ

“เล่าเหนี่ยว ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ?” หนานจี้หงและพวกอีกสองคนแปลกใจเมื่อเห็นเล่าเหนี่ยวกับเฉินกวน 1 ในคนที่ขี่แพะหัวกะโหลกมองไปที่เล่าเหนี่ยวและถามขึ้นมา

หลังจากที่ได้ยินคำถาม เฉินกวนก็รู้ทันทีว่ามีปัญหาแน่

เล่าเหนี่ยวบอกว่ามีคนกว่า 100 คน ถูกส่งมาที่นี่ในวันเดียวกัน แต่ไม่มีใครมาที่นี่อีกหลังจากนั้น

เมื่อมีคนที่ไม่คุ้นหน้าโผล่มา หนานจี้หงและคนอื่นๆ กลับไม่ได้สนใจเขา ไม่ได้ถามว่าเขาเป็นใครด้วย

น่าจะต้องมีปัญหาแน่ๆ

‘ ฉันไม่ใช่แค่คนเดียวที่ถูกส่งมาที่นี่ในหลายๆ วันมานี้ ต้องมีอีกหลายคน หนานจี้หงและพวกต้องเคยเห็นพวกนั้นมาแล้ว ดังนั้นพวกเขาถึงไม่แปลกใจ ’ เฉินกวนคิดในใจ ไม่มีใครถูกส่งมาที่นี่มา 1 ปีแล้ว ทำไมอยู่ๆ ถึงมีคนถูกส่งมาที่นี่กัน

“นี่บ้านของนายหรือไง ลู่ไค ? ถ้านายมาได้ ทำไมฉันจะมาบ้างไม่ได้ ?” ตอนนี้เล่าเหนี่ยวดูมั่นหน้าสุดๆ          แม้แต่คำพูดเขาก็เหมือนจะท้าทายอีกฝ่ายไปด้วย

เฉินกวนคิ้วขมวดและมองไปที่เล่าเหนี่ยว เขาไม่รู้ว่าเล่าเหนี่ยวคิดจะทำอะไร

ตอนนี้พวกเขายังอ่อนแออยู่และไม่แกร่งพอที่จะสู้กับกลุ่มของหนานจี้หง มันอันตรายมากกว่าจะได้ประโยชน์

นอกจากนี้อีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดอะไร แต่เป็นเล่าเหนี่ยวที่เลือกหาเรื่องอีกฝ่ายเอง เฉินกวนรู้สึกว่ามันผิดปกติ เขามองไปที่ลู่ไคและเห็นว่าอีกฝ่ายสะพายธนูไว้ด้านหลังเหมือนกัน เขาจึงหรี่ตาลงทันที

“เล่าเหนี่ยว นายกล้าพูดกับฉันแบบนี้แล้วเหรอ ?” ลู่ไคคิ้วขมวดและถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ลู่ไค ฉันไม่ใช่สมาชิกในทีมนายแล้ว อย่ามาทำตัวใหญ่ต่อหน้าฉัน ฉันไม่กลัวหรอก” เล่าเหนี่ยวฮึดฮัดออกมา

“เล่าเหนี่ยว เบื่อที่จะมีชีวิตแล้วหรือไง ?” ลู่ไคคิ้วขมวด เขาดึงธนูออกมาจากหลังใส่ลูกธนูแล้วยิงเข้าใส่เล่าเหนี่ยวทันที

จบบทที่ ตอนที่ 9 : ทีมชั้นนำ

คัดลอกลิงก์แล้ว