เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 : อย่าประเมินตัวเองต่ำไป

ตอนที่ 8 : อย่าประเมินตัวเองต่ำไป

ตอนที่ 8 : อย่าประเมินตัวเองต่ำไป


ตอนที่ 8 : อย่าประเมินตัวเองต่ำไป

“เฉินกวน มันไม่มีความหมาย คนอื่นก็ทำได้ ทำได้ดีกว่าฉันด้วย” เล่าเหนี่ยวยังไม่มั่นใจ

“ลองอีกครั้งสิ” เฉินกวนไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเล่าเหนี่ยว เขาหยิบหินขึ้นมาสองก้อนและโยนออกไป

เล่าเหนี่ยวรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะยิงโดนหินสองก้อนที่ลอยไปเร็วแบบนี้ได้ แต่เพื่อทำให้เฉินกวนยอมแพ้ เขาก็ยังยิงลูกธนูออกไป

แต่ตอนที่ยิงลูกธนูออกไปนั้น เล่าเหนี่ยวรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ซึ่งทำให้เขาดึงสายธนูได้ง่ายกว่าเดิมและยิงลูกธนูออกไปได้เร็วกว่าเดิม

เขายิงลูกธนูออกไป 2 ลูกในคราวเดียว เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่เล่าเหนี่ยวรู้สึกว่าลูกธนูทั้งสองลูกต้องยิงโดนก้อนหินทั้งสองก้อนแน่นอน

ความรู้สึกนี้มันซับซ้อนอธิบายไม่ถูกราวกับเขาได้เข้าสู่สภาวะพิเศษที่ปกติไม่อาจจะทำแบบนี้ได้

แน่นอนว่าลูกธนูทั้งสองลูกยิงโดนหิน 2 ก้อน ที่โดนโยนออกไปในทิศทางแตกต่างกัน ลูกธนูยิงโดนหินทั้งสองก้อนแทบจะพร้อมกัน แม้แต่ตัวเล่าเหนี่ยวก็ทำใจเชื่อไม่ได้

“ลองดูอีก” ครั้งนี้เฉินกวนโยนหินออกไป 4 ก้อน เพราะเล่าเหนี่ยวเหลือลูกธนูแค่ 4 ลูก

เล่าเหนี่ยวยิงลูกธนูออกไปอีกรอบ นิ้วของเขาเร็วราวกับเงาพร้อมลูกธนูที่ถูกยิงโดนหินทั้ง 4 ก้อน

“แม่นมาก”

แม้แต่ตัวเล่าเหนี่ยวก็ยังทำใจเชื่อได้ยาก เขาถึงกับรู้สึกว่าเขาอยากทดสอบมากกว่านี้ หากโยนหินออกไป 5 ก้อน เขาว่าเขาต้องยิงโดนหมดแน่

ตัวเล่าเหนี่ยวได้แต่มองดูธนูในมือด้วยสีหน้าว่างเปล่า

“เล่าเหนี่ยว อย่าประเมินตัวเองต่ำไป นายนั้นเก่งอยู่แล้ว ทักษะด้านธนูของนายนั้นสุดยอด ไม่แปลกที่นายจะยิงโดนทุกเป้า อย่าไปตั้งขีดจำกัดตัวเอง มั่นใจเข้าไว้ สุดท้ายนายจะเป็นนักธนูที่เก่งที่สุดในโลกอย่างแน่นอน”

เฉินกวนตบไหล่เล่าเหนี่ยวและพูดขึ้น

‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ ใช้กับคนได้จริงๆ ผลของมันเหนือกว่าที่เฉินกวนคิดเอาไว้และเพิ่มความแม่นยำให้กับนักธนูได้ด้วย

ต้องรู้ก่อนว่าการยิงให้แม่นแบบนี้นะหายาก โดยเฉพาะการยิงเป้าที่ขยับอยู่ มีหลายองค์ประกอบ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะยิงโดนเป้า 100%

แต่พลังที่ได้จาก ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ นั้นทำให้ความแม่นของเล่าเหนี่ยวเพิ่มขึ้นมาอย่างมาก ความสามารถที่เพิ่มขึ้นมานี้เพิ่มขึ้นเยอะจนน่าตกใจ

“นักธนู....อันดับ 1 ....ของโลก....” เล่าเหนี่ยวเหมือนเลือดร้อนไปตาม เขาทำราวกับรู้บางอย่าง เขาถึงกับเวียนหัวราวจะเป็นลมเพราะความดีใจ

ตอนนั้นเล่าเหนี่ยวรู้สึกราวกับว่าเขาสามารถยิงโดนทุกเป้าได้อย่างแน่นอน

เฉินกวนกังวลขึ้นมาเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้ความสามารถติดตัวกับคน เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวหรือไม่ หากรู้ตัว เฉินกวนก็เตรียมคิดข้อแก้ตัวเอาไว้แล้ว ต่อไปเขาจะใช้ความสามารถติดตัวให้น้อยกว่านี้

แต่ไม่นานเฉินกวนก็รู้ว่าเขากังวลไปเอง เล่าเหนี่ยวไม่รู้ตัวว่าการที่ตัวเองยิงแม่นขึ้นมาแบบนี้ก็เพราะพลังที่ได้จากเฉินกวน เล่าเหนี่ยวคิดว่าเป็นแบบที่เฉินกวนบอก เล่าเหนี่ยวก็แค่ไม่มั่นใจในตัวเอง

ดังนั้นช่วงนี้จึงแสดงฝีมือได้ไม่ดีเท่าไหร่

แน่นอนเหตุผลหลักคือ ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ นั้นไม่ได้ให้พลังที่เห็นได้ชัด มันแค่เพิ่มค่าสเตตัสที่มองไม่เห็นของคน ดังนั้นถึงคนจะได้รับพลังจาก ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ ทว่าพวกเขาก็ไม่รู้ตัว พวกเขาจะคิดว่าตัวเองพัฒนาขึ้นก็เท่านั้น

“เฉินกวน นายพูดถูก นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเข้ามาในเขตแดนลับ หลังจากที่เอาแต่โทษตัวเอง ฉันก็เริ่มไม่มั่นใจ ฉันเลยเสียความแม่นไป นายปลุกตัวตนที่แท้จริงของฉันขึ้นมา”

เล่าเหนี่ยวจับไหล่เฉินกวนและพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ตอนนี้ฉันได้สติกลับมาแล้ว ตราบใดที่ฉันมั่นใจเพียงพอ ด้วยพรสวรรค์ของฉัน ฉันต้องกลายเป็นนักธนูที่เก่งกาจและทำให้พวกคนที่เคยดูถูกฉันต้องเสียใจได้แน่นอน ฉันจะทำให้หนานจี้หงรู้สึกผิดกับการเตะฉันออกจากทีม...”

“เล่าเหนี่ยว ฉันเชื่อว่านายทำได้แน่นอน นายคือคนที่เก่งที่สุดในด้านนี้” สายตาของเฉินกวนดูมุ่งมั่น น้ำเสียงเขาเหมือนจะปลุกอารมณ์คึกของเล่าเหนี่ยวขึ้นมาอีก

“ไปกันเถอะ ฉันจะพานายไปฆ่าสัตว์วิญญาณเพื่อเก็บเลเวลก่อน ตอนเราเลเวล 10 แล้ว เราจะไปที่หุบเขาโกเล็มเพื่อฆ่าโกเล็มและเก็บสมบัติระดับไร้เทียมทานมา หนานจี้หงและพวกต้องรู้สึกผิด” เล่าเหนี่ยวมั่นใจอย่างมาก เขาอยากไปที่หุบเขาโกเล็มเพื่อฆ่าโกเล็มตอนนี้เลย

โชคดีที่เขายังมีหัวคิดพอ เขากลัวว่าเมื่อครู่นี้เขาก็แค่โชคดี ดังนั้นเขาจึงอยากยืนยันกับคนเลเวลพอๆ กันก่อน   ว่าเขาพัฒนาขึ้นมาแล้วจริงๆ เขาอยากลองทดสอบดูว่าเขายิงแม่นแบบที่คิดไว้จริงหรือเปล่า

“เฉินกวน นายใช้เทคนิคอะไรอยู่ ?” ตอนที่เดินอยู่นั้น เล่าเหนี่ยวก็ถามขึ้นมา เขาอยากรู้ว่าเฉินกวนจะเก็บเลเวลแบบไหน ด้วยเทคนิคที่แตกต่างกัน วิธีการดูดซับพลังชีวิตก็แตกต่างกันไปด้วย

เทคนิคที่เขาใช้ตอนนี้คือ ‘ลอบสังหาร’ ที่ได้มาจากสัตว์วิญญาณอย่าง ‘โจรนักฆ่า’ หลังจากที่ฆ่าสัตว์วิญญาณนั่นไป เขาก็ดูดซับพลังชีวิตจากศพมัน

ปริมาณพลังชีวิตที่ดูดซับได้นั้นน้อย ผลของมันด้อยกว่าเทคนิคสูบเลือด

ด้วยเทคนิคลอบสังหาร เล่าเหนี่ยวก็เพิ่มขีดจำกัดของพลังชีวิตขึ้นมา 1.63 หน่วยต่อ 1 เลเวล และยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายได้ด้วย

“ฉันใช้เทคนิคอายุยาวอยู่ ฉันยังหาเทคนิคที่เหมาะไม่ได้ ฉันยังเลเวล 1 อยู่เลย ถ้าเป็นได้ ฉันหวังว่าจะได้เทคนิคระดับยูนีคแล้วค่อยเก็บเลเวล”

เฉินกวนบอกเป้าหมายของเขาออกมาตามตรง เขาตั้งใจทำแบบนี้ ถ้าโกเล็มดรอปเทคนิคมา เขาประกาศแล้วว่าเขาจะเก็บมันไว้เอง ไม่งั้นการร่วมมือกับเล่าเหนี่ยวก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร

“เฉินกวน นายเพ้อไปหน่อยนะ การจะได้เทคนิคระดับยูนีคนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้านายได้เทคนิคระดับหายากที่มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 1.6 หรือมากกว่านั้น นายเรียนมันไปก่อนก็ได้ หลังจากที่เลเวลเพิ่มขึ้น ก็ยังไม่สายที่จะไปหาเทคนิคระดับสูง ความต่างด้านพลังชีวิตไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่”

เล่าเหนี่ยวพูดขึ้นพร้อมกับเอาแก่นวิญญาณออกมาจากกระเป๋าส่งให้กับเฉินกวน

“นี่คือเทคนิคที่ฉันได้มา เทคนิควัชระ ก็เหมือนกับเทคนิคอายุยาว มันดูดซับพลังชีวิตรอบตัว ความเร็วในการดูดซับเร็วกว่าเทคนิคอายุยาว นายศึกษามันไปก่อนแล้วรอจนกว่าจะได้เทคนิคระดับสูงมาแล้วค่อยเปลี่ยนเทคนิค”

“ถึงฉันจะเลเวล 10 แต่พลังต่อสู้ของฉันก็ยังไม่สูงพอและช่วยอะไรได้ไม่มาก ด้วยการที่มีเหยียนจือและทักษะด้านธนูของนาย เราฆ่าโกเล็มได้แน่ ตอนนี้เพ่งสมาธิไปกับการเพิ่มเลเวลเหยียนจือกันก่อน”

เฉินกวนเงียบไปสักพักก่อนจะมองไปที่เล่าเหนี่ยวและพูดขึ้น “หลังจากที่เราฆ่าโกเล็มได้ ถ้ามีเทคนิค, สมบัติหรือสัตว์เลี้ยงดรอป พวกมันถือว่าเป็นของนาย แต่ถ้าเป็นเทคนิค งั้นถือว่าเป็นของฉัน นายว่ายังไง ?”

“แน่นอนไม่มีปัญหา ตกลงตามนี้” เล่าเหนี่ยวตกลงโดยไม่คิด

“ใช่สิ แล้วกระต่ายนี่เลเวลเท่าไหร่แล้ว ?” เล่าเหนี่ยวถามขึ้นมา

“เลเวล 2” เฉินกวนตอบตามจริง

เล่าเหนี่ยวได้ยินแบบนั้นก็เบิกตากว้าง เขาถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “เลเวล 2 ? เลเวล 2 แต่ฆ่าสัตว์วิญญาณนั่นได้ด้วยการโจมตีแค่ครั้งเดียว มันไม่โจมตีแรงไปหน่อยหรือไง ? นายมั่นใจนะว่ามันเลเวลแค่ 2 ?”

ตอนแรกเล่าเหนี่ยวคิดว่าเหยียนจือคงเลเวลอย่างน้อยก็ 5 ถึงจะตัดหัวสัตว์วิญญาณได้ด้วยการโจมตีแค่ครั้งเดียว ถึงจะลอบโจมตีก็เถอะ

“เพิ่งจะเลเวล 2 เอง ฉันจำไม่ผิดนะ” เฉินกวนพูดขึ้น

“สัตว์วิญญาณระดับยูนีคแกร่งกว่าสัตว์วิญญาณระดับทั่วไปเยอะ สัตว์วิญญาณที่มีสมบัติติดตัวก็ยิ่งต่างออกไป” เล่าเหนี่ยวถอนหายใจออกมา ตอนที่พูด ตาเขาก็เป็นประกายขึ้นมา “ด้วยสัตว์เลี้ยงแบบนี้ บางทีเราอาจจะฆ่ารูปปั้นปิศาจมหาคลาได้จริง !”

หลังจากที่เงียบไปสักพัก เล่าเหนี่ยวก็พูดขึ้นต่อ “ถึงสัตว์เลี้ยงของนายจะแข็งแกร่ง แต่เลเวลมันยังน้อย และยังไม่เหมาะที่จะไปพื้นที่เลเวลสูง ไปที่ป่าผีดิบกันก่อน ไปล่าพวกผีดิบ ผีดิบทั่วๆ ไปเลเวล 4-5 ผีดิบกลายพันธุ์ที่ไล่ตามฉันมาเลเวลแค่ 6-7 สัตว์เลี้ยงของนายกับฉันรับมือไหว ตราบใดที่ไม่เข้าไปในป่าผีดิบลึกและพบกับจ้าวผีดิบ เราคงไม่ตกอยู่ในอันตราย”

เฉินกวนไม่ได้คัดค้าน เขาพาเหยียนจือตามเล่าเหนี่ยวไปตามแม่น้ำ แม่น้ำนี้ไหลอ้อมภูเขาราวกับงู มีดอกไม้และต้นไม้อยู่ตามสองข้างทางแม่น้ำ รวมถึงพวกเห็ดและผลไม้รูปร่างประหลาดต่างๆ ที่ไม่ค่อยมีให้เห็นที่โลกด้านนอก

มีสมบัติบางอย่างในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยเพิ่มขีดจำกัดชีวิตคนเราได้ ในหนังสือของโรงเรียนบันทึกไว้ว่ามีผลไม้หลายๆ อย่าง ที่มีพลังแบบนั้น

ในหมู่พวกนั้นมีผลไม้หายากที่ชื่อว่าผลหยวนหยางที่ช่วยเพิ่มขีดจำกัดพลังชีวิตได้ 100 หน่วย ในข้ามคืน

มีผลไม้หลายอย่างที่มีพลังวิเศษแบบนี้ แต่มันหายาก ดอกไม้และต้นไม้ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ส่วนมากนั้นมีพิษ จะกินส่งเดชไม่ได้ มีหลายคนที่ตายเพราะกินของพวกนี้เข้าไป

จบบทที่ ตอนที่ 8 : อย่าประเมินตัวเองต่ำไป

คัดลอกลิงก์แล้ว