เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 : พรสวรรค์ด้านธนู

ตอนที่ 7 : พรสวรรค์ด้านธนู

ตอนที่ 7 : พรสวรรค์ด้านธนู


ตอนที่ 7 : พรสวรรค์ด้านธนู

เล่าเหนี่ยวดูหงุดหงิดขึ้นมา “ถึงความสามารถฉันจะไม่ได้ดีเด่นอะไร แต่ฉันก็ปลุกความสามารถด้านการยิงเร็วมา ถึงจะไม่แม่นทุกครั้งที่ยิง แต่ก็ยังพอยิงโดนเป้าหมายได้ถ้ายิงเร็วพอ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงนั่น หนานจี้หง ฉันคงไม่ตกต่ำแบบนี้ ฉันน่าจะเลเวล 10 ไปตั้งนานแล้ว”

“ใครคือหนานจี้หง ?”

“หนานจี้หงคือ คนที่มีความสามารถและพรสวรรค์ดีที่สุดในหมู่คนที่ถูกส่งมาที่นี่ เธอเป็นคนแรกที่ก้าวขึ้นไปเลเวล 10” เล่าเหนี่ยวพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าขมขื่น

“ ตอนแรกคนบนเกาะก็ช่วยเหลือกัน ทุกคนต่างก็ได้ประโยชน์ แต่ผู้หญิงคนนั้นชวนพวกระดับสูงไปตั้งทีมและออกไปล่าสัตว์วิญญาณระดับสูง โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะตกอยู่ในอันตรายหรือไม่

พวกคนที่เข้าร่วมทีมกับเธอได้จะเลเวลขึ้นเร็วและได้สัตว์เลี้ยงวิญญาณระดับสูง, เทคนิค, ทักษะและสมบัติ คนอื่นๆ เก็บเลเวลไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีเพื่อนร่วมทีมที่แข็งแกร่ง

การออกล่าสัตว์วิญญาณก็ถือว่าเสี่ยงอย่างมาก หลายคนถึงกับยอมทำงานเป็นทาสเพื่อแลกกับทรัพยากร ถ้าไม่ใช่เพราะแบบนี้ งั้นตอนนี้ฉันคงไม่อยู่แค่เลเวล 7 ฉันคงเลเวล 10 ไปตั้งนานแล้ว ”

เฉินกวนไม่ได้พูดอะไร เขารู้สึกว่าหนานจี้หงและพวกไม่ได้ทำอะไรผิด นี่คือกฎการเอาตัวรอด หนานจี้หงและพวกยินดีจะช่วยคนอ่อนแอ ถือว่าเป็นความเมตตา การที่ไม่ช่วยก็ไม่ได้ถือว่าผิดอะไร

“ตอนแรกฉันก็อยู่ในทีมนั้นด้วย แต่หนานจี้หงบอกว่าทักษะด้านธนูของฉันมันแย่และไม่มีสิทธิ์รับหน้าที่สำคัญ ดังนั้นฉันถึงถูกไล่ออกมาจากทีม...”

เล่าเหนี่ยวโกรธขึ้นเรื่อยๆ เขากัดฟันพูดขึ้นมา

“รอจนกว่าฉันจะเชี่ยวชาญทักษะธนูก่อนเถอะ ฉันจะไปที่หุบเขาโกเล็ม, ฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานและได้ทักษะ, เทคนิคและสัตว์เลี้ยงระดับไร้เทียมทานมา สักวันพวกนั้นต้องรู้สึกผิด”

“หุบเขาโกเล็มคืออะไร ?” เฉินกวนได้ยินแบบนั้นก็ใจสั่นไปตาม สัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทาน

“หุบเขาโกเล็มคือ พื้นที่ลึกลับบนเกาะ มีโกเล็มดำอยู่ด้านใน แข็งแกร่งอย่างมาก หนานจี้หงและพวกเจ็บตัวกันมาตอนที่ออกล่าโกเล็ม เดาว่ามันต้องเป็นสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานแน่ๆ”

เล่าเหนี่ยวฮึดฮัดออกมา

“ ตามที่พวกนั้นวิเคราะห์มา การป้องกันของโกเล็มนี่สูงมาก นอกจากว่าจะมีอาวุธระดับไร้เทียมทาน งั้นคงยากจะทลายการป้องกันของมันได้ คงยากที่จะฆ่ามันได้

มีวิธีที่พอใช้ได้คือโจมตีที่ตาตรงหน้าผากมัน นี่เป็นจุดอ่อนที่เดียวของมัน โชคร้ายที่ตามันจะเปิดก็ตอนที่มันใช้   สกิล ยิ่งกว่านั้นตอนที่มันใช้สกิล โกเล็มจะเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว แค่แตะตัวมันยังยาก นี่ไม่ต้องนับการโจมตีมันเลย มีแค่การโจมตีระยะไกลอย่างการยิงธนูเท่านั้นที่จะยิงตาของโกเล็มได้ ”

“บอกรายละเอียดเรื่องโกเล็มมาที บางทีเราอาจจะร่วมมือกันกำจัดมันได้”

เฉินกวนได้ยินแบบนั้นก็สนใจขึ้นมา

เล่าเหนี่ยวส่ายหน้าและเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา “ฉันก็แค่บ่น ถึงฉันจะยิงได้แม่นกว่านี้ ทว่าเราสองคนฆ่าโกเล็มนั่นไม่ได้หรอก น่าจะเป็นสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานเลเวล 10 ถึงเราร่วมมือกัน แค่มือเดียว มันก็ฆ่าเราได้แล้ว เราจะบังคับให้มันใช้สกิลจนเปิดตาออกมาได้ยังไง ?”

“ถึงฉันจะเลเวลน้อย แต่สัตว์เลี้ยงของฉันนั้นแข็งแกร่ง เมื่อรวมกับทักษะด้านธนูของนายแล้ว บางทีเราอาจจะทำสำเร็จ” เฉินกวนชี้ไปที่เหยียนจือที่อยู่ข้างๆ

“ กระต่ายปิศาจระดับหายากงั้นเหรอ ? เหมือนจะตัวใหญ่กว่าปกติ ไม่น่าจะเป็นระดับหายาก ?

ถึงจะเป็นสัตว์วิญญาณระดับหายาก แต่ก็คงเทียบโกเล็มไม่ได้ แต่นายโชคดีที่ได้สัตว์เลี้ยงแบบนี้มา อย่างน้อยนายก็มีโอกาสรอดบนเกาะนี้มากกว่าเดิม ” เล่าเหนี่ยวพูดขึ้นพร้อมกับส่ายหน้าไปด้วย

“ลองดูดีๆสิ” เฉินกวนบอกให้เหยียนจือเดินเข้ามาพร้อมกับดึงมีดสูบเลือดออกมาจากต้นไม้

เล่าเหนี่ยวอึ้งและแปลกใจ “สมบัติของกระต่ายปิศาจงั้นเหรอ ? ทำไมฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ากระต่ายปิศาจมีสมบัติด้วย ? หรือว่ามันเป็นสัตว์วิญญาณระดับยูนีค ?”

“ใช่ มันอยู่ระดับยูนีค ถ้าเราเพิ่มเลเวลมันจนถึง 10 เมื่อรวมกับทักษะด้านธนูของนายแล้ว นายคิดว่าเราจะมีโอกาสจัดการกับโกเล็มได้รึเปล่า ?”

เฉินกวนไม่ได้พูดเรื่องอื่น สุดท้ายไพ่ลับใบสำคัญของเขาก็คือ ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’

หากกระต่ายปิศาจได้รับพลังจาก ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ งั้นในการสู้กันแบบตัวต่อตัว บางทีกระต่ายปิศาจก็อาจจะเอาชนะโกเล็มได้

“มันเป็นสัตว์วิญญาณระดับยูนีคจริงๆ” เล่าเหนี่ยวอึ้ง เขาอยู่บนเกาะนี้มา 1 ปี แต่ไม่เคยได้สัตว์เลี้ยงวิญญาณระดับสูงเลย เฉินกวนเพิ่งจะมาที่นี่แต่กลับได้สัตว์เลี้ยงระดับยูนีคมาครอง แถมยังแข็งแกร่งอีกด้วย

“ถ้าอย่างนั้นก็พอมีโอกาสบ้าง แต่โอกาสมันไม่ได้เยอะนัก...ทักษะด้านธนูของฉันอาจจะดีไม่พอ....”             เล่าเหนี่ยวไม่ได้มั่นใจเหมือนตอนเด็ก เขาไม่ได้หลงตัวเองเหมือนเมื่อก่อน

เฉินกวนมองไปที่เล่าเหนี่ยว มีความลับมากมายบนเกาะนี้ เฉินกวนไม่อยากเสี่ยงสำรวจด้วยตัวเอง การที่มีเล่าเหนี่ยวคอยแนะนำนั้นจะหลีกเลี่ยงปัญหาและอันตรายได้อย่างมาก

ยิ่งกว่านั้นเขาก็ไม่มั่นใจว่าเหยียนจือที่ได้รับพลังจาก ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ นั้นจะฆ่าโกเล็มได้หรือไม่

ถ้าไม่ได้ งั้นเขาก็ต้องพึ่งทักษะด้านธนูของเล่าเหนี่ยวเพื่อสร้างความเสียหายให้กับตาของโกเล็ม เขาต้องลากเล่าเหนี่ยวมาช่วยให้ได้

สำหรับว่าเล่าเหนี่ยวจะหักหลังเขาหรือเปล่านั้น เฉินกวนคิดมาไว้แล้ว เล่าเหนี่ยวเลเวล 7 ยังไม่แกร่งเท่ากับ      เหยียนจือเลเวล 2 เลย ถ้าคิดหักหลังเขาจริงๆ คงไม่ยากที่เหยียนจือจะจัดการกับเล่าเหนี่ยว

ตอนนั้นเฉินกวนก็แสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมาบอกกับเล่าเหนี่ยว

“เล่าเหนี่ยว ฉันคิดว่านายน่าจะรู้ว่านายเป็นต้นแบบของเด็กๆ แถวบ้าน ฉันยังจำได้ว่าตอนนั้นนายพาฉันเข้าไปในป่า ตอนที่เราเห็นนกพิราบสองตัวเกาะอยู่ที่กิ่งไม้ นายถามฉันว่าเชื่อไหมว่านายยิงนกสองตัวนั่นโดนด้วยหินก้อนเดียว ตอนนั้นฉันตอบไปว่าไม่เชื่อ แต่นายกลับหยิบหินขึ้นมาก้อนหนึ่งและยิงนกสองตัวนั่น นายรู้ไหมว่าฉันมองนายยังไง ? ตอนนั้นนายคือ เทพ ตัวตนที่น่าเหลือเชื่อ !”

“ยังไงก็เป็นแค่นกธรรมดา มันเป็นเป้านิ่งต่างจากการสู้กับสัตว์วิญญาณ” เล่าเหนี่ยวเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา

เขายังสลดไม่ได้หลงตัวเองเหมือนตอนเด็ก

“เหมือนกันนั่นแหละ ในความเห็นของฉันแล้วทักษะด้านธนูของนายนั้นพิเศษ ไม่มีใครเหมาะกับธนูไปมากกว่านายแล้ว ไม่มีใครแม่นเท่านายแล้ว”

เฉินกวนโบกมือไม่ให้เล่าเหนี่ยวพูดอะไรต่อ เขายังกล่อมต่อด้วยสีหน้าจริงจัง

“ฉันเชื่อว่าพรสวรรค์ด้านธนูของนายนั้นหาคนเทียบได้ยาก นายจะเป็นนักธนูที่เก่งที่สุด เหตุผลว่าทำไมตอนนี้นายยิงไม่แม่นก็เพราะนายสนใจสายตาคนอื่นมากไป จนใช้พรสวรรค์จริงๆ ของตัวเองออกมาไม่ได้”

ตอนที่เฉินกวนพูดนั้น เขาก็แอบใช้ ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ ดูว่าจะใช้ได้ผลกับมนุษย์หรือไม่

เล่าเหนี่ยวมองไปที่เฉินกวน เมื่อได้ยินคำพูดพวกนี้ เขาก็รู้สึกคึกขึ้นมา ทว่าเขาก็ยังเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมาอยู่ดี “เฉินกวน นายมองฉันสูงส่งเกินไป ฉันไม่ได้เก่งเหมือนที่นายคิด”

“ไม่ใช่เหรอ ? งั้นก็ลองดูสิ” เฉินกวนหยิบก้อนหินขนาดเท่ากับไข่นกกระทาจากพื้นขึ้นมาและบอกกับเล่าเหนี่ยว

“ลองดู ฉันจะโยนหิน นายยิงมันให้โดน”

เล่าเหนี่ยวอยากจะเถียง แต่เฉินกวนกลับโยนหินออกไปแล้ว เล่าเหนี่ยวคึกไปตาม เขาดึงธนูออกมาและยิงลูกธนูเข้าไปโดนหินที่ลอยอยู่ในอากาศอย่างกับจับวาง

จบบทที่ ตอนที่ 7 : พรสวรรค์ด้านธนู

คัดลอกลิงก์แล้ว