- หน้าแรก
- เมื่อระบบสายเลือดของผมกลายพันธฺ์!
- บทที่ 74 – ค่าหัว (1)
บทที่ 74 – ค่าหัว (1)
บทที่ 74 – ค่าหัว (1)
บทที่ 74 – ค่าหัว (1)
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา วันอันยาวนานแสนทรมานก็ใกล้จะสิ้นสุดลงเสียที ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสถาบัน ที่การสอบจัดอันดับของสถาบันถูกยกเลิก
ผลก็คือ ท่านผู้อำนวยการจึงต้องให้เหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงทำเช่นนั้น ดังนั้นนางจึงก้าวออกมาชี้แจงให้ทุกคนทราบเกี่ยวกับการตายของนักเรียนสามคนด้วยน้ำมือของอสูรที่ไม่รู้จัก อย่างที่คาดการณ์ไว้ ผลกระทบจากการปล่อยข่าวนี้ค่อนข้างจะใหญ่หลวงนัก การตายของนักเรียนไม่ใช่แค่คนเดียวแต่ถึงสามคนนับเป็นเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ มากพอที่จะทำให้ตระกูลมากมายเริ่มสร้างปัญหาขึ้นพร้อมๆ กัน หากพวกเขาไม่ถูกควบคุม เรื่องราวก็คงจะจบลงด้วยการนองเลือดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทว่า ท่านผู้อำนวยการก็ได้เตรียมแผนสำรองบางอย่างไว้แล้วเพื่อระงับความโกรธแค้นของพวกขุนนาง... ด้วยการโยนความผิดทั้งหมดไปให้กลุ่มต่อต้าน คำประกาศของนางได้รับการสนับสนุนจากรายงานที่พวกเขาได้รับเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยของกลุ่มต่อต้านมนุษย์ ไม่ใช่ความลับอะไรที่กลุ่มต่อต้านได้สร้างปัญหาให้พวกเขาอยู่บ้างในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ดังนั้น ข้อกล่าวหาของท่านผู้อำนวยการจึงน่าเชื่อถือ
อีกอย่าง ถ้ามันเป็นฝีมือของกลุ่มต่อต้านจริงๆ พวกตระกูลขุนนางที่อ่อนแอกว่าก็คงทำอะไรกับสถาบันได้ไม่มากนัก แต่ท่านผู้อำนวยการก็รู้ดีว่าเพียงแค่โยนความผิดทั้งหมดไปให้กลุ่มต่อต้านมันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาของนาง ผลก็คือ นางจึงตัดสินใจบิดเบือนเรื่องราวให้เป็นไปตามสูตรสำเร็จ พวกที่ถูกฆ่าถูกยกย่องให้เป็นผู้กอบกู้ของพวกเขา ผู้ซึ่งสละชีวิตเพื่อปกป้องนักเรียนที่เหลือ
ในตอนนั้น พวกเขาไม่ใช่คนไร้ค่าที่ตายขณะพยายามจะกำจัดแอชตัน แต่เป็นนักรบผู้ช่วยสถาบันและคนอื่นๆ ไว้ด้วยชีวิตของตนเอง ท่านผู้อำนวยการรู้ดีว่าพวกขุนนางกระหายเกียรติยศและคำสรรเสริญ ดังนั้น เมื่อนางประกาศว่าจะมีการจัดพิธีรำลึกให้กับนักเรียนที่เสียชีวิตเพราะการโจมตีก่อการร้ายอันชั่วร้ายนั้น พวกขุนนางจึงตัดสินใจที่จะยอมรับความสูญเสียและรับเหรียญตราพร้อมของอื่นๆ แทนบุตรชายของตน สำหรับพวกเขาแล้ว มันเป็นโอกาสที่จะใช้การตายของบุตรชายเพื่อเสริมสร้างตำแหน่งของตนในสังคมขุนนาง แม้ว่าพวกเขาจะรู้ดีว่าบุตรชายของตนคงจะตายโดยไม่ได้ต่อต้านอะไรมากนัก ท้ายที่สุดแล้ว ใครเล่าจะรู้ความสามารถของพวกเขาได้ดีไปกว่าพ่อแม่กัน?
ทว่า การยอมรับรางวัลและของต่างๆ นั้นเป็นเพียงละครฉากหนึ่งและไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น พวกเขายังคงวางแผนที่จะสืบสวนสิ่งที่เกิดขึ้นภายในสังเวียน ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม แต่เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถต่อต้านสถาบันอย่างเปิดเผยได้ พวกเขาจึงต้องทำทุกอย่างอย่างลับๆ
โชคดีที่พวกเขาไม่ใช่กลุ่มเดียวที่ฉงนใจกับความแปลกประหลาดของสถานการณ์ คอนันดรัมก็จะสืบสวนสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเพราะเรื่องเช่นนี้เป็นภัยต่อความปลอดภัยของอาณาจักร
กลับมาที่เรื่องสำคัญอื่นๆ ในเมื่อการสอบถูกยกเลิก จึงมีการตัดสินใจที่จะจัดอันดับนักเรียนตามคะแนนที่พวกเขาทำได้ในรอบที่แล้ว เป็นที่ชัดเจนว่าขุนนางบางคนจะไม่ได้รับอันดับที่พวกเขา 'สมควรได้รับ' ดังนั้นพวกเขาจึงไม่พอใจกับการตัดสินใจนี้ แต่ท่านผู้อำนวยการได้เลือกที่จะยืนหยัดในเรื่องนี้แล้ว ตามคำพูดของนาง นางจะไม่ยอมเสี่ยงความปลอดภัยของนักเรียนอีก เพียงเพื่อระบบการจัดอันดับโง่ๆ บางอย่าง แม้ว่าคนอื่นๆ ทุกคนอยากจะโต้แย้งเรื่องนั้นเพียงใด ก็ไม่มีใครสามารถหักล้างเหตุผลที่ท่านผู้อำนวยการกล่าวมาได้เลย พวกเขาจะทำอย่างไรถ้าเจ้าอสูรนั่นปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง? ไม่มีใครอยากจะตายเพียงเพื่อจะได้อันดับสูงๆ กับรางวัลโง่ๆ หรอกน่า
ผลก็คือ นักเรียนจึงถูกจัดอันดับตามอันดับของพวกเขาในการสอบรอบคัดเลือก ซึ่งหมายความว่า ผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดจากแต่ละโซนจะได้รับอันดับ S โดยอัตโนมัติ ดังนั้น แอชตันจึงกลายเป็น 'ไอ้พันธุ์ทาง' คนแรกที่ได้เป็นนักเรียนระดับ S สร้างความไม่พอใจให้กับนักเรียนและอาจารย์บางคนเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกัน อันดับสองและสามก็ได้รับอันดับ A และเป็นเช่นนี้ต่อไป...
หลังจากนั้น นักเรียนก็ถูกพาตัวไปยังห้องพักในหอพักตามอันดับที่พวกเขาได้รับทันที อืม ประเด็นก็คือ หอพักทั้งหมดอยู่ในอาคารเดียวกันแต่อยู่คนละชั้น ชั้นล่างสุดเป็นที่พักของพวกอันดับ D ขณะที่พวกอันดับ S มีห้องพักอยู่ชั้นบนสุด แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด ความแตกต่างระหว่างห้องพักนั้นชัดเจนมาก ในขณะที่พวกอันดับ S ได้ห้องพักส่วนตัว พวกอันดับ A ต้องแชร์กันสองคน พวกอันดับ B ต้องอยู่กับสามคน และเป็นเช่นนี้ต่อไป... โดยพวกอันดับ D ต้องแชร์ห้องกับคนถึงห้าคน
การจะบอกว่าสิ่งนี้ทำให้พวกขุนนางเดือดดาลก็คงจะยังน้อยเกินไป แต่พวกเขาก็ทำอะไรกับมันไม่ได้ สามปีข้างหน้าของชีวิตพวกเขาจะต้องใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน
ระบบนี้ดูเหมือนจะโหดร้ายแต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มันกระตุ้นพวกอันดับต่ำๆ ให้พัฒนาและคว้าตำแหน่งสูงสุดมาให้ได้ ในทำนองเดียวกัน พวกอันดับ S ก็จะต้องทำให้แน่ใจว่าจะรักษาสถานที่ของตนให้ปลอดภัยมั่นคง นี่เป็นครั้งแรกที่ใครก็ตามในหมู่พวกเขาเคยได้ยินเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงอันดับของตนเอง อืม นั่นก็เพราะกฎนี้มันไม่มีอยู่ก่อนหน้านี้น่ะสิ ท่านผู้อำนวยการเพิ่งจะนำกฎใหม่มาใช้โดยระบุว่าเหมือนเช่นเคย จะมีการสอบเมื่อสิ้นสุดแต่ละปีการศึกษา การสอบนี้จะถือเป็นโอกาสสำหรับนักเรียนที่จะเปลี่ยนแปลงอันดับของตนเองตามความสามารถและความรู้ของพวกเขา พวกปลายแถวอาจจะกลายเป็นผู้ปกครองฟ้าได้ในทันใดและในทางกลับกันด้วย
เมื่อกฎนี้ถูกอธิบายให้พวกเขาฟัง ดวงตาของพวกอันดับต่ำๆ ก็เริ่มเป็นประกาย ในที่สุดพวกเขาก็พบแสงแห่งความหวังที่จะได้อันดับที่พวกเขา 'สมควรได้รับ' เสียที
แต่ก็มีสถานการณ์แปลกๆ... พวกขุนนาง พวกมันกำลังตั้งเป้ามาที่แอชตันอีกครั้ง แม้ว่าพวกมันจะไม่ได้แสดงความเป็นศัตรูกับเขาอย่างเปิดเผย แต่แววตาของพวกมันก็เต็มไปด้วยความเดือดดาลและความเกลียดชังอย่างชัดเจน อย่างน้อยก็พวกที่กำลังรุมล้อมเขาอยู่
แอชตันรู้ว่าภารกิจในการสังหารเขาในการแข่งขันของพวกมันยังไม่สำเร็จลุล่วง นอกจากนั้น บางคนในพวกมันก็เชื่อว่าเป็นแอชตันที่ฆ่าลูคัสและคนอื่นๆ ไม่ใช่สัตว์รัตติกาลประหลาดบางตัว พวกมันทุกคนเห็นลูคัสกับขุนนางอีกสองคนไล่ตามเขา ดังนั้นต่อให้มีอสูรอยู่จริง แอชตันก็ควรจะถูกสัตว์รัตติกาลตนนั้นเล่นงานด้วยเช่นกัน ทว่า กลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนบนร่างกายของเขา นับประสาอะไรกับบาดแผลร้ายแรง
ถึงกระนั้น ก็ไม่มีใครเลยที่มีหนทางใดๆ ที่จะพิสูจน์ได้ว่าแอชตันคือตัวการ นั่นก็เว้นเสียแต่ว่าพวกมันวางแผนจะสารภาพว่าพวกมันเป็นฝ่ายโจมตีเขาก่อน ซึ่งในกรณีนั้น พวกมันต่างหากที่จะเดือดร้อน เพราะการกระทำของแอชตันสามารถจะถูกปั้นให้เป็น 'การป้องกันตัวเอง' ได้อย่างง่ายดาย
***
ที่อื่น...
"ไอ้สารเลวนั่นมันรอดไปได้เรอะ!?" โดโนแวนทุบกำปั้นลงกับพื้น ส่งผลให้เกิดรอยแตกนับไม่ถ้วนไปทั่วพื้นผิว "มันเป็นไปได้ยังไงกันวะ!?"
"พวกเราก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ..." ดิชาตอบ แม้ว่านางจะดูสงบ แต่ลึกๆ แล้วนางก็ทั้งงุนงงและหวาดกลัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป นายหญิงรู้เรื่องการโจมตีแล้ว เช่นเดียวกับความจริงที่ว่าดิชาโกหกนาง เรื่องราวมันดูไม่ดีสำหรับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
พวกเขาทั้งสองคนอยู่กับอัศวินจากทุกตระกูลที่เข้าร่วมในกิจการสังหารแอชตัน ภายใต้คำสั่งของคอนันดรัม
"ไอ้สัตว์รัตติกาลเวรนั่นมันทำลายทุกอย่างหมด" โดโนแวนนวดขมับ "พวกเราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว"
"แล้วถ้าเราตั้งค่าหัวมันล่ะ?" อเล็กซานเดอร์พูดแทรกขึ้นมา "พวกเราแตะต้องคนจากสถาบันไม่ได้ แต่ถ้ามีเงินมากพอวางอยู่บนหัวของไอ้สารเลวนั่น แม้แต่อาจารย์กับนักเรียนในสถาบันก็อาจจะทำงานสกปรกให้พวกเราก็ได้"
โดโนแวนมองไปที่คนอื่นๆ ทุกคนในห้อง และดูเหมือนว่าพวกเขาจะเห็นด้วย มันแทบจะเป็นกฎศักดิ์สิทธิ์ที่จะไม่โจมตีนักเรียนของสถาบัน ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนกฎจะต้องผ่านการไต่สวนและเรื่องหยุมหยิมอื่นๆ อีกมาก ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสถานการณ์ พวกเขาอาจจะถึงขั้นถูกประหารชีวิตเลยก็ได้ ทว่า นักเรียนของสถาบันได้รับการยกเว้นจากกฎนี้เว้นแต่พวกเขาจะลงเอยด้วยการฆ่าใครบางคน ถึงกระนั้น กฎนี้ก็มีผลบังคับใช้เฉพาะภายในกำแพงของคอนทินเจนต์เท่านั้น เมื่อออกไปนอกเมืองแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้กับทุกคน
นี่หมายความว่านักเรียนคนอื่นๆ อาจจะทำร้าย แอชตันได้สาหัสพอที่พวกเขาจะต้องส่งตัวเขาไปที่อื่น หรือถ้าให้ดีก็คือเมืองหลวง เมื่อแอชตันออกจากคอนทินเจนต์และสถาบันไปแล้ว ใครก็สามารถฆ่ามันได้ แต่ก่อนอื่น จะต้องมีใครสักคนหาทางพาแอชตันออกจากเมืองไปให้ได้เสียก่อน หลังจากนั้น เขาก็จะไปฆ่าไอ้สารเลวนั่นด้วยตัวเองได้
"เงินมากพอที่ว่านี่มันเท่าไหร่กัน?" โดโนแวนยิ้ม "เจ้าคิดว่ามันมากพอแค่ไหนล่ะ?"
"ใครจะไปรู้?" อเล็กซานเดอร์ยักไหล่ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้า
"เลิกเล่นลิ้นได้แล้ว... แกก็รู้ดีอยู่แล้วว่าข้าหมายถึงอะไร" โดโนแวนเปลี่ยนคำถามใหม่ "ต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะจ้างพี่ชายแกทำงานนี้ได้?"