เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 73 – ปัญหาในแดนสุขาวดี (2)

บทที่ 73 – ปัญหาในแดนสุขาวดี (2)

บทที่ 73 – ปัญหาในแดนสุขาวดี (2)


บทที่ 73 – ปัญหาในแดนสุขาวดี (2)

‘มันพูดง่ายกว่าทำนะเฟ้ย’ แอชตันคิดเมื่อเห็นท่านผู้อำนวยการเดินตรงมาทางเขา

“ข้ารับปากอะไรไม่ได้หรอกนะ แต่ข้าจะไปเจอเจ้าใกล้ๆ กระท่อมหลังเที่ยงคืน ถ้าข้าไปสาย เจ้าคงต้องหาวิธีอื่นติดต่อข้าเองแล้วล่ะ”

“เข้าใจแล้ว ดูแลตัวเองด้วย” โรสตอบก่อนจะตัดการสื่อสารทางโทรจิต

แอชตันอาจจะเก่งในการซ่อนอารมณ์ ทว่าการปรากฏตัวของโรสก็ทำให้เขาสับสนและกังวลอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากน้ำเสียงสั่นๆ ของนาง เมื่อพิจารณาว่าโรสไม่ใช่คนที่จะตื่นตูมหรือกังวลอะไรง่ายๆ เรื่องใหญ่บางอย่างคงจะเกิดขึ้นแน่ๆ เรื่องใหญ่...ที่เกี่ยวข้องกับเขา

แต่ก่อนที่เขาจะทันได้สงสัยอะไรไปมากกว่านั้น ท่านผู้อำนวยการก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขา คว้าแขนเขาไว้ก่อนจะลากเขาออกไปจากฝูงชน นักเรียนคนอื่นๆ แม้แต่พวกรุ่นพี่ที่พยายามจะควบคุมสถานการณ์อยู่ที่นั่น ต่างก็ตกตะลึงที่เห็นเช่นนั้น

ท่านผู้อำนวยการไม่ใช่คนที่จะมาสุงสิงกับนักเรียน ไม่เว้นแม้แต่เรื่องความตายของใครบางคน ตราบใดและจนกว่าจะมีใครบางคนกระตุ้นความสนใจของนางได้ พวกนั้นก็จะถูกปฏิบัติไม่ต่างอะไรกับไอ้เศษเดน... อย่างน้อยก็โดยนางล่ะนะ ดังนั้น การที่นางมาพาตัวนักเรียนคนหนึ่งไปด้วยตัวเองคงจะเป็นเพราะสองเหตุผล ไม่เจ้าเด็กนักเรียนคนนั้นถูกมองว่าเป็นเด็กในอุปถัมภ์ของนาง ก็คือมันไปทำเรื่องเลวร้ายอะไรบางอย่างเข้า

ถึงกระนั้น แม้ว่าพวกเขาทุกคนจะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ยังมีเรื่องอีกสารพัดที่ต้องการความสนใจจากพวกเขาในขณะนั้น เช่นเหล่าอัศวินที่กำลังคลุ้มคลั่งของผู้เข้าร่วมที่เพิ่งจะถูกฆ่าตายข้างใน

แน่นอนว่าอัศวินพวกนี้ไม่รู้แน่ชัดว่านายน้อยของตนถูกฆ่าไปแล้วหรือยัง แต่ในเมื่อพวกนั้นเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ยังไม่ได้ออกมาจากสังเวียน พวกเขาก็พอจะเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนายน้อยของตน

"ด้วยสิทธิแห่งอัศวิน ข้าสั่งให้พวกเจ้าให้ข้าเข้าไป!" อัศวินผมสีฟ้าจากตระกูลริงพยายามจะผลักนักเรียนรุ่นพี่ที่ขวางทางเขาอยู่ ทว่า ที่น่าผิดหวังสำหรับอัศวินคนนั้น ทันทีที่เขาผลักนักเรียนคนนั้นออกไป ใบหน้าของเขาก็ถูกหมัดของนักเรียนอีกคนสวนเข้าอย่างจัง!

"ไอ้พวกอัศวินเวรตะไลเอ๊ย ไม่เคยจะเข้าใจอะไรด้วยคำพูดดีๆ สินะ งั้นข้าจะคุยกับพวกแกด้วยภาษาที่พวกแกจะเข้าใจก็แล้วกัน!"

เมื่อเห็นคนในกลุ่มของตนถูกลอบชกแบบนั้น อัศวินคนอื่นๆ ก็เดือดดาลขึ้นมาเช่นกัน ทว่า ความโกรธนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็วทันทีที่พวกเขาเห็นว่าใครเป็นคนชกอัศวินคนนั้นตั้งแต่แรก สู้ไปชกตัวเองให้สลบไปเสียยังดีกว่าพยายามจะไปมีเรื่องกับ 'เจ้าเด็ก' ที่อยู่ตรงหน้าพวกมัน

เด็กหนุ่มผิวสีคาราเมลร่างสูง 6 ฟุต 5 นิ้วคนนั้น มีร่างกายที่บดบังพวกอัศวินจนมิดอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องพูดถึงกลิ่นอายก้าวร้าวที่แผ่ออกมาจากตัวมัน อัศวินบางคนที่อยู่ที่นั่นแข็งแกร่งกว่าเจ้าเด็กนั่นเสียอีก แต่พวกมันก็กลัวที่จะไปสร้างความเดือดดาลให้กับพี่ชายของเจ้าเด็กนั่นซึ่งก็อยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน

"คาร์ไลล์ เยเกอร์... ชิ!" อัศวินที่ถูกชกพึมพำก่อนจะบ้วนเลือดคำโตออกมา

ไม่มีใครอยากจะมีเรื่องกับคนตระกูลเยเกอร์ ซึ่งแม้จะไม่ได้เป็นขุนนางโดยกำเนิด แต่ก็มีอิทธิพลมากพอที่จะล้มล้างตระกูลอย่างพวกริงได้เป็นสิบๆ ตระกูลในพริบตา ต่อหน้าพวกเขาแล้ว ตระกูลขุนนางระดับล่างทั้งหลายไม่มีค่าไปกว่าเศษสวะด้วยซ้ำ

"แล้วไง? ใครหน้าไหนอยากจะลองอีกวะ ไอ้พวกปัญญาอ่อน!!!" คาร์ไลล์ทุบสนับมือเหล็กเข้าด้วยกันก่อนจะกวาดตามองฝูงชนตรงหน้า

เขาคาดหวังว่าพวกอัศวินจะต่อต้านมากกว่านี้เสียอีก แต่ดูเหมือนว่าพวกนั้นจะมีแผนอื่น ด้วยหมัดเดียว พวกอัศวินที่กำลังเดือดดาลก็สงบลงได้ แต่ทั้งหมดนั้นมันก็แค่ชั่วคราว สถาบันจะต้องแจ้งข่าวการตายไม่ช้าก็เร็ว และเมื่อถึงตอนนั้น พวกอัศวินจะต้องพยายามจะทำอะไรบางอย่างอีกแน่นอน

"ชิ... ไอ้พวกปอดแหก" คาร์ไลล์ถอนหายใจอย่างผิดหวังก่อนจะเดินจากไป "อย่าแม้แต่จะคิดทำเสียงดังอีกนะโว้ย ไม่งั้นครั้งหน้าข้าไม่ยั้งมือแน่"

***

กลับมาที่แอชตัน...

ท่านผู้อำนวยการไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่พยางค์เดียวตั้งแต่ตอนที่เริ่มลากตัวแอชตัน จนกระทั่งพวกเขาเข้ามาอยู่ในห้องทำงานของท่านผู้อำนวยการ

"นั่งลง" นางชี้ไปยังเก้าอี้ตรงหน้าแอชตันขณะที่ตัวนางเองนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

"คือ-"

"หุบปากของแกซะ!" ท่านผู้อำนวยการพูดตัดบทแอชตันทันที "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟัง แต่มาเพื่อเตือนแก เรื่องระยำที่แกเพิ่งจะทำลงไปข้างในนั่น... อย่าได้คิดทำมันอีกเป็นอันขาดตราบใดที่แกยังอยู่ในเขตสถาบัน"

‘นางรู้...?’ ทันใดนั้น แอชตันก็รู้สึกว่าหัวใจของตนกำลังเต้นรัวอยู่ในอก การหายใจของเขายังเป็นปกติ แต่สำหรับเขาแล้ว มันให้ความรู้สึกราวกับว่าเวลารอบตัวได้หยุดนิ่ง เขารู้สึกว่าตนเองกำลังจะเกิดอาการแพนิค

แอชตันพยายามอย่างหนักที่จะควบคุมสีหน้าและความคิดของตนเอง แต่พูดตามตรง เขาไม่แน่ใจว่าทำได้ดีแค่ไหน มาตรการปิดกั้นข้อมูลควรจะปิดการทำงานทุกอย่างแล้วนี่นา... แล้วทำไมนางถึงรู้ได้ว่าเขาทำอะไรลงไป?

‘ไม่... นางไม่รู้หรอก มันก็แค่การพยายามจะหยั่งเชิงปฏิกิริยาของข้าแล้วหาคำตอบจากมันเท่านั้นเอง’ แอชตันรีบรวบรวมสติตัวเอง และครู่ต่อมาชีพจรของเขาก็กลับมาเป็นปกติ ‘ตราบใดที่นางยังไม่มีหลักฐาน ทุกอย่างก็ควรจะโอเค’

"ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังพูดถึงเรื่องอะไ-" แอชตันยังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ ท่านผู้อำนวยการก็กระแทกบางอย่างลงตรงหน้าเขา

เขาก้มลงมองและตระหนักได้ว่าท่านผู้อำนวยการต้อนเขาเข้ามุมแล้ว นางไม่ได้กำลังเดาว่าเขาอาจจะเป็นตัวการ แต่นางมีหลักฐานมายืนยันคำกล่าวอ้างของนางจริงๆ

ตรงหน้าเขาคือแท็บเล็ตเครื่องหนึ่ง แสดงตำแหน่งของเขาภายในสังเวียน... ตรงข้างๆ กับที่ที่เขาฆ่าพวกขุนนางนั่นแหละ ไม่มีทางที่เขาจะหลุดออกจากเรื่องยุ่งๆ นี้ได้แล้ว มันจบสิ้นแล้ว...

"เอาจริงๆนะ แกจะประมาทไปถึงไหนกัน?" ท่านผู้อำนวยการส่ายหน้าแล้วดำเนินการลบหลักฐานนั้นต่อหน้าเขาเดี๋ยวนั้นเลย "ยังดีนะที่ข้ากุเรื่องโกหกพกลมไปบ้างแล้วว่าไม่อยากจะบันทึกการต่อสู้ข้างใน ไม่งั้นแกคงจะตายห่าไปแล้วตอนนี้"

แอชตันงุนงง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย? ตอนแรกนางก็ลากเขามาที่นี่ จากนั้นก็แสดงหลักฐานความผิดของเขาให้ดูก่อนจะลบทิ้ง แล้วตอนนี้นางก็มาคุยกับเขาราวกับว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกันงั้นรึ? นี่มันเกิดห่าอะไรขึ้นที่นี่กันแน่?

"ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังสับสน ข้าจะบอกทุกอย่างให้เจ้าฟังเมื่อถึงเวลา" ท่านผู้อำนวยการพึมพำ "แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น พยายามอย่าหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวล่ะ.... อย่างน้อยก็เพื่อเห็นแก่พ่อแม่ของเจ้าก็แล้วกัน"

จบบทที่ บทที่ 73 – ปัญหาในแดนสุขาวดี (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว