- หน้าแรก
- เมื่อระบบสายเลือดของผมกลายพันธฺ์!
- บทที่ 65 – ถึงเวลาแล้ว (1)
บทที่ 65 – ถึงเวลาแล้ว (1)
บทที่ 65 – ถึงเวลาแล้ว (1)
บทที่ 65 – ถึงเวลาแล้ว (1)
แอชตันไม่แน่ใจว่านายหญิงกำลังหัวเสียหรืออะไรกันแน่ แต่นางก็ตั้งใจจะทำให้วันที่เหลืออยู่ของแอชตันกลายเป็นนรกบนดิน ตั้งแต่เขาลืมตาตื่นจนกระทั่งขาทั้งสองข้างของเขาหมดเรี่ยวแรง สิ่งเดียวที่เขาทำคือฝึก ฝึก แล้วก็ฝึก!
แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด เนื่องจากพวกเขาไม่มีเครื่องจำลองสถานการณ์เพื่อใช้ในการฝึกของเขา นายหญิงจึงอาสาเป็นคู่ต่อสู้ให้เขาเอง นางจะให้ดิชาหรือองครักษ์คนอื่นๆ สู้กับเขาก็ได้ แต่ไม่เลย นางต้องการจะทำด้วยตัวเองเพราะนางไม่ต้องการให้เขา 'บาดเจ็บ'
‘ข้าอยากจะรู้จริงๆ ว่านิยามคำว่าบาดเจ็บของนางมันคืออะไรกันแน่วะ!’ แอชตันสบถในใจ
ทุกๆ วัน ส่วนใหม่ๆ ของร่างกายเขาก็จะแหลกละเอียด และแม้ว่าเขาจะไม่รู้สึกเจ็บปวดมากนัก แต่ความเจ็บปวดจากการที่กระดูกหักเป็นประจำก็เริ่มจะส่งผลกระทบต่อเขาบ้างแล้ว ในตอนแรก เนื่องจากสกิลการต้านทานความเจ็บปวดของเขาเพิ่มขึ้น เขาก็ยังโอเคกับมัน แต่เมื่อมันเริ่มเกิดขึ้นทุกวัน เรื่องมันก็เริ่มจะเลวร้ายลง
มันให้ความรู้สึกราวกับว่านายหญิงกำลังสนุกกับการทำเช่นนั้น... เหมือนกับว่ามันเป็นวิธีลงโทษเขาของนาง ตอนนั้นเองที่แอชตันเริ่มจะตอบโต้อย่างจริงจัง เขาเหลืออดแล้ว แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามหนักแค่ไหน มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะโจมตีนายหญิงได้แม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจสำหรับใครเลย
นายหญิงเป็นหนึ่งในมนุษย์หมาป่าที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรไลคาเนีย แล้วเด็กอย่างเขาจะไปเอาชนะนางได้อย่างไร ในเมื่อแม้แต่นักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของราชายังทำไม่ได้?
ในตอนนี้ นายหญิงกำลังกอดรัดเขาไว้แน่น ไม่ว่าแอชตันจะพยายามดิ้นรนเพียงใด เขาก็ไม่สามารถหลุดออกจากอ้อมแขนของนางได้ นายหญิงยิ้มร่าตลอดเวลาขณะที่แอชตันเริ่มดิ้นไปมาอย่างทุรนทุราย
รอยยิ้มอันแสนซาดิสม์ของนางส่งความเย็นเยียบไปถึงสันหลังของทุกคนที่กำลังดูการต่อสู้อยู่ โชคดีที่นี่เป็นวันสุดท้ายของพวกเขาที่นั่น ดังนั้นนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ใครก็ตามจะต้องมาเห็นอะไรแบบนี้
ในที่สุดนายหญิงก็ปล่อยแอชตันไปขณะที่เขากำลังจะหมดสติล้มลง แต่ก็ไม่ลืมที่จะเหยียบแล้วหักนิ้วของเขาไปสองสามนิ้วเสียก่อน เลือดทะลักออกจากนิ้วที่หักซึ่งบัดนี้บิดเบี้ยวราวกับกลีบดอกไม้
นายหญิงพยักหน้าให้ดิชาซึ่งรีบวิ่งเข้ามาหาแอชตันแล้วรักษาบาดแผลของเขาอย่างชำนาญ แต่ถึงแม้จะเป็นผู้รักษาชั้นยอด นางก็ทำได้เพียงรักษาบาดแผลทางกายภาพของเขาเท่านั้น ไม่ใช่บาดแผลทางใจที่ทิ้งไว้ในหัวของเขา
‘ยังไม่ใช่ตอนนี้...ยังไม่ใช่...ยังไม่ใช่...’ แอชตันเอาแต่ท่องซ้ำๆ ในหัว
การฝึกฝน...ทั้งหมดนี้ทำให้เขาเกลียดนายหญิงมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่แทนที่จะทำตามความเกลียดชัง เขากลับตัดสินใจที่จะเก็บมันไว้ อีกไม่นานเขาจะได้แก้แค้นนาง...อีกไม่นาน จนกว่าจะถึงตอนนั้น เขาจะเก็บความโกรธ ความอัปยศอดสู และความเจ็บปวดทั้งหมดที่เขาได้รับจากน้ำมือนางไว้ในใจ เมื่อถึงเวลาอันควร เขาจะทำให้อีนังสารเลวนั่นชดใช้ให้กับทุกสิ่งที่นางเคยทำไว้!
"เจ้าโอเคไหม?" ดิชาเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน
แอชตันพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืน ดิชาอาจจะเป็นเพียงคนเดียวภายใต้คำสั่งของนายหญิงที่พอจะใส่ใจความเป็นอยู่ของเขาอยู่บ้าง แต่ก็นั่นแหละ มันก็อาจจะเป็นหนึ่งในอุบายของนายหญิงที่จะสร้างความสัมพันธ์ข้ามิตรระหว่างพวกเขาเพื่อที่นางจะได้ใช้ประโยชน์จากดิชาเมื่อถึงเวลาอันควรก็ได้
ความคิดนี้ไม่เคยผุดขึ้นในหัวของเขาเลยด้วยซ้ำ โรสต่างหากที่เป็นคนแนะนำเรื่องนี้ ในช่วง 6 วันที่ผ่านมา แอชตันออกไปล่าสัตว์กับนางเป็นประจำ เนื่องจากโรสเป็นลูกครึ่ง นางจึงเข้าใจดีถึงความยากลำบากในการเลเวลอัปยีนต่างๆ พร้อมกันและต้องการจะช่วยเขา
แต่ความช่วยเหลือก็มาพร้อมกับข้อแลกเปลี่ยน แอชตันจะต้องสัญญาว่าจะเข้าร่วมการต่อสู้ใต้ดินอย่างน้อยเดือนละครั้งหรือสองครั้ง ไม่ใช่ตอนนี้ แต่เมื่อนางหาวิธีให้เขาปกปิดตัวตนได้แล้ว จนกว่าจะถึงตอนนั้น เขาเป็นหนี้บุญคุณนางอยู่
"ข้าว่าแค่นี้ก็พอแล้วสำหรับตอนนี้" นายหญิงส่งสัญญาณให้ดิชาถอยไป
แอชตันยังคงบาดเจ็บอยู่ ดิชามองเห็นได้อย่างชัดเจน แต่เมื่อนายหญิงสั่งให้นางถอยไป นางก็ทำตามโดยไม่มีคำถามใดๆ ในตอนนั้นเอง แอชตันก็ตระหนักถึงสิ่งหนึ่ง... พวกเขาทุกคนเป็นเพียงหุ่นเชิดของนายหญิงเท่านั้น
ตราบใดที่พวกเขายังมีประโยชน์ พวกเขาก็จะถูกเก็บไว้ข้างกาย และถ้าพวกเขาไร้ประโยชน์แล้ว... อืม พวกเขาก็จะถูกทิ้งเร็วยิ่งกว่าที่นายหญิงเคยถูกบิดาของนางทอดทิ้งเสียอีก แอชตันไม่ต้องการจะมีประโยชน์อะไรกับนางเลย แต่เขาก็รู้ด้วยว่าหากต้องการจะแก้แค้น เขาจะต้องเข้าไปใกล้ชิดนางให้ได้ก่อน
หนทางหนึ่งที่จะทำเช่นนั้นได้คือการพิสูจน์ให้นางเห็นว่าเขาคู่ควรกับความไว้วางใจของนางด้วยการทำภารกิจที่นาง 'บ่มเพาะ' เขามาให้สำเร็จ
‘จนกว่าจะถึงตอนนั้น... เก็บทุกอย่างไว้กับตัวเองก่อน’
"แอชตัน ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่เกลียดข้ามากขึ้นสำหรับสิ่งที่ข้าทำกับเจ้าในช่วงสองสามวันนี้" ทันใดนั้นแววตาซาดิสม์ที่นางเคยมีก็ถูกแทนที่ด้วยความเป็นห่วง "แต่ข้าจำเป็นต้องทำให้เจ้าเข้าใจว่าเจ้ามันยังคงเป็นแค่ไอ้เศษเดน เจ้าอาจจะเอาชนะเด็กเหลือขอสองสามคนได้ แต่ถ้าเจ้าอยากจะเป็นประโยชน์กับข้าจริงๆ เจ้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอีกมาก"
ต้องใช้ความอดกลั้นทั้งหมดที่แอชตันพอจะหาได้ในร่างกายที่แหลกสลายของเขาเพื่อไม่ให้หัวเราะเยาะออกมาใส่หน้านาง เขาเป็นแค่เด็ก แล้วนางคิดไปได้ยังไงวะว่าเขาจะสามารถเอาชนะคนที่ไม่เพียงแต่จะแก่กว่าเขาแต่ยังแข็งแกร่งกว่ามากได้ด้วย?
"สถาบันอาจจะดูเหมือนว่าจะดูแลนักเรียนของตนเป็นอย่างดี แต่พูดตามตรงนะ ไม่มีใครเลย ทั้งอาจารย์ เจ้าหน้าที่ หรือแม้แต่ท่านผู้อำนวยการ ที่จะมาแคร์หัวหมาอะไรกับนักเรียนทั้งหมดหรอก" นายหญิงนั่งลงข้างๆ เขา "พวกนั้นสนใจแต่เฉพาะคนที่แข็งแกร่งและทำเป็นมองไม่เห็นทุกอย่างที่คนพวกนั้นทำ ดังนั้นเจ้าต้องเป็นหนึ่งในนั้นให้ได้"
นางพูดต่อ "ข้าไม่ได้ขอให้เจ้ากลายเป็นนักเรียนระดับ S แต่ อย่างน้อยก็ไปให้ถึง A หรือ B ถ้าเจ้าอยากจะใช้ชีวิตในสถาบันอย่าง...สงบสุขสักหน่อย ไม่อย่างนั้น... ชีวิตของเจ้าที่นั่นจะกลายเป็นนรก เหมือนกับที่ข้าเคยเป็น"
"เดี๋ยวนะ อะไรนะครับ?" แอชตันอุทานออกมา "ทำไมตอนนี้ท่านถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ล่ะครับ?"
แค่ความคิดที่ว่าคนที่แข็งแกร่งเท่านายหญิงเองจะเคยอ่อนแอนั้นมันช่างไร้สาระสิ้นดี
"ฟังดูไม่น่าเชื่อใช่ไหมล่ะ?" นายหญิงยิ้มอย่างอ่อนแรง "นั่นแหละคือพลังของวิวัฒนาการ มันสามารถเปลี่ยนผู้อ่อนแอที่สุดให้กลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดได้ และในทางกลับกันด้วย ภายในเวลาเพียงสองสามสัปดาห์ อันดับของข้าในสถาบันก็ก้าวกระโดดจาก C ไป S" "แต่ข้าโชคดีที่ได้วิวัฒนาการเร็วกว่าคนอื่น มันอาจจะไม่เป็นเช่นนั้นในกรณีของเจ้า ดังนั้น... จงมุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งขึ้นเสียตอนนี้ เข้าใจหรือไม่?"
"ครับ...นายหญิง.." แอชตันพึมพำ