- หน้าแรก
- เมื่อระบบสายเลือดของผมกลายพันธฺ์!
- บทที่ 61 – สังเวียนเดือด (2)
บทที่ 61 – สังเวียนเดือด (2)
บทที่ 61 – สังเวียนเดือด (2)
บทที่ 61 – สังเวียนเดือด (2)
การต่อสู้หลังจากนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที มันเป็นแมตช์ที่รวดเร็วและไม่ถูกลากยาวโดยไม่จำเป็น ในทางกลับกัน มันก็ทำให้เขาตระหนักได้ว่าคนพวกนี้มีประสบการณ์ในการต่อสู้มากกว่าเขามากนัก แม้ว่าเลเวลของพวกเขาจะไม่สูงเท่าเขาก็ตาม
แต่ยิ่งเขาได้ดูการต่อสู้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคยกับความคิดที่จะต้องต่อสู้ในกรงมากขึ้นเท่านั้น มันยังโล่งอกไปอีกอย่างที่โรสคอยสอนแนะเขาทุกอย่าง แม้ว่ามันจะให้ความรู้สึกเหมือนนางกังวลเรื่องเงินของตัวเองมากกว่าตัวเขาก็ตาม
"ท่านลูน่า ท่านอัลฟ่า ท่านเคานต์และท่านเคาน์เตสทั้งหลาย... ในที่สุดพวกเราก็มาถึงช่วงเวลาที่ทุกท่านรอคอยแล้ว" แวมไพร์ผู้ประกาศในชุดเรียบร้อยประกาศอย่างภาคภูมิใจ "การต่อสู้คู่เอกของค่ำคืนนี้ระหว่าง เบลล่าโฉมงามสีเลือดผู้ไม่เคยพ่าย กับมวยรองบ่อนสุดกู่... เดี๋ยวนะ ชื่อนี้มันถูกต้องแน่รึ?"
ผู้ประกาศเงียบไปครู่หนึ่งและสอบถามเกี่ยวกับชื่อก่อนจะประกาศต่อ
"อะแฮ่ม การต่อสู้ระหว่างเบลล่าโฉมงามสีเลือดผู้ไม่เคยพ่าย กับมวยรองบ่อนสุดกู่ คุณเวอร์จิ้น!"
ฝูงชนระเบิดเสียงหัวเราะลั่นทันทีที่ผู้ประกาศแถลงจบ ให้ตายสิ แม้แต่ตัวผู้ประกาศเองก็ยังหัวเราะเหมือนคนบ้า ใครมันจะไปตั้งชื่อตัวเองบ้าๆ บอๆ แบบนั้นกัน? แอชตันหันไปมองโรสอย่างฉุนเฉียว ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่นางก็กำลังหัวเราะท้องคัดท้องแข็งอยู่เหมือนกัน
"เจ้าจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยรึไง?"
"เฮ้ อย่ามามองข้าแบบนั้นสิ ข้าไม่ได้โกหกสักหน่อย ใช่ไหมล่ะ?" โรสพูดระหว่างพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ "ในแบบฟอร์มมันบอกว่าเจ้าควรจะตั้งชื่อตัวเองให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง ข้าก็เลยทำตามนั้น เจ้ามันมวยรองบ่อนสุดกู่แถมยังซิงอยู่ ถ้าเจ้าไม่ใช่ ข้าจะขึ้นไปบนเวทีแล้วป่าวประกาศให้ทุกคนรู้เลยว่าข้ายอมเป็นทาสรักของเจ้า"
"ไปตายซะ!" แอชตันส่ายหัวแล้วเดินขึ้นไปบนเวที
เขาไม่เคยรู้สึกอัปยศอดสูเท่านี้มาก่อนในชีวิต แต่ทันทีที่เขาก้าวขึ้นไปบนเวที เขาก็ตระหนักได้ว่าทำไมโรสถึงทำเช่นนั้น นางไม่ได้ทำเพื่อจะล้อเลียนเขา... อืม นางก็ทำนั่นแหละ แต่เรื่องมันก็มีอีกด้านหนึ่งด้วยเหมือนกัน
ด้วยชื่อแบบนั้น ทุกคนคงจะเชื่อว่าเขาเป็นแค่มือสมัครเล่น ความจริงที่ว่านี่เป็นการปรากฏตัวบนเวทีครั้งแรกของเขาก็ยิ่งตอกย้ำความเชื่อนั้น ข้อเท็จจริงทั้งหมดนี้อาจจะทำให้เบลล่าผู้ไม่เคยพ่ายประเมินเขาต่ำเกินไป และทำให้แอชตันชนะการต่อสู้ได้ง่ายขึ้น
ทั้งหมดนั้นคือเหตุผลว่าชื่อบ้าๆ นั่นมันจะช่วยแอชตันได้อย่างไร แต่ก็ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมโรสถึงตั้งชื่อให้เขาประหลาดพิกลแบบนั้น ไม่เหมือนกับแอชตัน โรสมาที่นี่เพื่อจะกอบโกยเงิน และเงินที่นางจะได้ก็ขึ้นอยู่กับอัตราต่อรองในการพนัน ทีนี้ เมื่อพิจารณาจากสถิติของเบลล่ากับมือใหม่ที่มีชื่อสุดพิลึกอย่างคุณเวอร์จิ้นแล้ว คงไม่มีคนจำนวนมากนักหรอกที่จะวางเดิมพันข้างแอชตัน
ซึ่งหมายความว่า ถ้าแอชตันชนะ... นางแทบจะจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะได้เงินมากขนาดไหน แต่ถ้าเขาแพ้... อืม ถ้างั้นนางก็คงจะต้องโยนบิลไปให้ลูซิเฟอร์ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าไอ้สารเลวนั่นจะจ่ายให้นางอยู่ดีนั่นแหละ
‘เขาต้องชนะ ถ้าเขาไม่ชนะ สงสัยว่าหน่วยสีฟ้าของเขา คงจะได้ใช้ประโยชน์ก็คราวนี้แหละ’ โรสถอนหายใจแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้
ในขณะเดียวกัน แอชตันก็กำลังง่วนอยู่กับการพิจารณาคู่ต่อสู้ของตนเองอย่างละเอียด สตรีผิวขาวราวไข่มุกร่างสูง 5 ฟุต 7 นิ้วคนนั้น มีกลิ่นอายที่เป็นปริศนาแผ่ออกมาจากตัวนาง นางมีใบหน้าได้รูปพร้อมกรามที่เฉียบคม ผมสีแดงก่ำของนางเข้ากับดวงตาเป็นอย่างดี นอกเหนือจากนั้น ก็มองเห็นอะไรได้ไม่มากนักเพราะใบหน้าของนางถูกปิดไว้ด้วยหน้ากากแฟนซีสีดำ
น่าแปลกที่แอชตันรู้สึกว่าเขาเคยเห็นดวงตาคู่นั้นมาก่อน แต่เขาก็นึกไม่ออกว่าที่ไหน แต่เขาสาบานได้เลยว่าเคยเห็นพวกมันมาก่อนแน่ๆ
"นักสู้ เตรียมพร้อม?"
เสียงประกาศของผู้ตัดสินดึงแอชตันออกจากโลกแห่งความฝัน ไม่ว่าเขาจะรู้จักนางหรือไม่ มันก็ไม่สำคัญแล้ว ตอนนี้พวกเขาเป็นคู่ต่อสู้กันและกัน ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
‘ข้ามาที่นี่เพื่อเอาอุปกรณ์เท่านั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น’ แอชตันพยักหน้า และเบลล่าก็พยักหน้าเช่นกัน
"เริ่มสู้ได้!"
ผู้ตัดสินหายตัวไปทันทีหลังจากให้สัญญาณ ปล่อยให้ทั้งสองคนอยู่ภายในกรงแก้ว กรงสำหรับการต่อสู้ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งอื่นๆ เพราะความสามารถเฉพาะตัวของเบลล่า ใครก็ตามที่สัมผัสกับความสามารถ [กลิ่นหอมยั่วยวน] ของนางจะสูญเสียสติสัมปชัญญะทั้งหมดและต้องการเพียงสิ่งเดียว... นั่นคือการได้ระบายความใคร่กับใครสักคน
นั่นคือเหตุผลที่กรงนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับการต่อสู้ของนางเพื่อให้แน่ใจว่าความสามารถนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อใครอื่นนอกจากคู่ต่อสู้ของนาง ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็เคยมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นมาก่อน... และมันก็ไม่ได้จบลงด้วยดีเลย
ไม่นานกรงก็เต็มไปด้วยก๊าซสีชมพูไร้กลิ่น แอชตันชักดาบคู่ออกมาพร้อมกันแล้วพุ่งเข้าใส่เบลล่า ทว่า หลังจากก้าวไปได้สองสามก้าว เขาก็เริ่มเดินโซซัดโซเซ
‘เกิดบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย...’
ไม่นานสติของเขาก็เริ่มเลือนลางและการมองเห็นก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ความสามารถของเบลล่าเริ่มส่งผลต่อเขาแล้วทั้งที่เขายังไม่ได้แตะต้องตัวนางเลยแม้แต่น้อย
"โอ้... เจ้าเป็นคนแรกเลยนะที่ทนได้นานขนาดนี้โดยไม่ล้มลงไปคุกเข่าแล้วเด้งเป้ากับพื้นน่ะ" เบลล่าพึมพำขณะเดินเข้ามาหาเขาอย่างยั่วยวน "บางทีข้าควรจะให้รางวัลพิเศษกับเจ้าเสียหน่อยดีไหมนะ"
ใบหน้าของแอชตันแดงก่ำและอุณหภูมิร่างกายของเขาก็เริ่มสูงขึ้น ซึ่งในฐานะแวมไพร์แล้วนั่นไม่ใช่เรื่องดีเลยแม้แต่น้อย มันเป็นสัญญาณว่าเขากำลังจะสูญเสียการควบคุมความปรารถนาของตนเอง
ทว่า ทันทีที่เขากำลังจะยอมจำนน เบลล่าก็ทำในสิ่งที่นางไม่ควรจะทำ นางเตะเข้าที่ใบหน้าของแอชตัน ส้นรองเท้าแหลมๆ ของนางเจาะเข้าไปในแก้มของเขาจนเลือดออก เลือดนั้นหยดลงบนคมดาบของแอชตัน
แต่นั่นเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น มันใช้เวลาสักพัก แต่หน้ากากก็เริ่มแสดงผลของมัน ภายในไม่กี่อึดใจ แอชตันก็สามารถสลัดผลกระทบของ [กลิ่นหอมยั่วยวน] ของเบลล่าออกไปได้
__
ท่านได้รับ [การต้านทานความมืดบอด] เลเวล 1
ระยะเวลาและผลกระทบของ <ความมืดบอด> จะลดลง 10%
__
อืม แอชตันยังไม่สามารถกำจัดผลกระทบทั้งหมดได้เสียทีเดียว แต่เขาก็สามารถกำจัดผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีทางจิตได้แล้ว การมองเห็นของเขากลับมาเป็นปกติ เช่นเดียวกับการทรงตัว สิ่งเดียวที่ยังคงอยู่ก็คือ... เขากำลังตื่นเต้นอย่างมากอยู่ใต้เข็มขัดนั่นเอง
"เป็นไปได้ยังไง... แกกลับมายืนได้ยังไงกัน!?" เบลล่ากรีดร้องออกมาพร้อมกับทุกคนในกลุ่มผู้ชมเมื่อเห็นแอชตันลุกขึ้นยืน "พลังสกิลของข้ามันสมบูรณ์แบบนะ!"
"งั้นรึ?" แอชตันแสยะยิ้มประหลาดก่อนจะจุ่มดาบของตนลงในเลือดของเขาเองอีกครั้ง "ให้ข้าแสดงสกิลสุดยอดของข้าให้แกดูบ้างก็แล้วกัน"
[ท่านได้เปิดใช้งานสกิล <โลหิตอาบยาพิษ>]