- หน้าแรก
- เมื่อระบบสายเลือดของผมกลายพันธฺ์!
- บทที่ 51 – รับรางวัล (2)
บทที่ 51 – รับรางวัล (2)
บทที่ 51 – รับรางวัล (2)
บทที่ 51 – รับรางวัล (2)
ความตึงเครียดคุกรุ่นอย่างหนัก ทว่าคนส่วนใหญ่ ยกเว้นพวกที่ติดท็อปห้า ก็เหนื่อยล้าเกินกว่าจะทำอะไรได้แล้ว พวกกรันต้าอาจจะพยายามจะยุยงให้เกิดเรื่อง แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็จะไม่เสียเวลาอันมีค่าไปกับเรื่องทะเลาะวิวาทไร้สาระเช่นนี้
แต่การที่แอนนาเข้าข้างไอ้พันธุ์ทางกลับสร้างความประหลาดใจให้พวกเขาทุกคน นางสืบเชื้อสายมาจากขุนนาง อันที่จริง ตระกูลของนางเป็นหนึ่งในตระกูลแรกๆ ที่ระดมพลและต่อสู้กับพวกมนุษย์ แล้วทำไมอยู่ดีๆ นางถึงมาเข้าข้างคนทีเคยเป็นมนุษย์ด้วยกันเองล่ะ?
"แอนนา เจ้าคิดว่ากำลังตัดสินใจได้ฉลาดแล้วหรือ?" นิโคลถามนาง แม้ว่าน้ำเสียงของนางจะสุภาพที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ดวงตาของนางกลับเต็มไปด้วยความรังเกียจ
"พวกเราคือมนุษย์หมาป่า ไม่ใช่แวมไพร์ที่เชื่อในความเหนือกว่าทางสายเลือด" แอนนายักไหล่ก่อนตอบ "พวกเราควรจะสนับสนุนผู้ที่แข็งแกร่งให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง สำหรับข้าแล้ว ข้าอยากจะมีทหารที่มีความสามารถอยู่เคียงข้าง มากกว่าพวกขุนนางไร้ประโยชน์ที่ดีแต่พูดไปวันๆ"
ประโยคสุดท้ายของนางเห็นได้ชัดว่าเป็นการแขวะลูคัส ท้ายที่สุดแล้ว มันไม่ใช่ความลับอะไรที่การพูดคือสิ่งเดียวที่มันเก่ง และนอกนั้นก็ไม่มีอะไรเลย ให้ตายสิ มันยังจับดาบเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้ด้วยซ้ำแม้ว่าชีวิตของมันจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายก็ตาม
"แอนนา เจ้ากำลังจะล้ำเส้นแล้วนะ-" ก่อนที่นิคจะทันได้พูดจบ เขาก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงปรบมือที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
"พูดได้ดีมากค่ะ คุณสวอน แต่ก็นั่นแหละ ข้าก็ไม่ได้คาดหวังอะไรที่น้อยไปกว่านี้จากทายาทหญิงแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ทางใต้อยู่แล้ว"
"เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการยกย่องจากท่านผู้อำนวยการด้วยตัวเองค่ะ" แอนนาซึ่งเกือบจะระเบิดเป็นเปลวเพลิงออกมาอยู่แล้วรีบควบคุมอารมณ์และทักทายนางอย่างนอบน้อม
"โอ้ตายจริง แล้วนี่ข้าก็นึกว่าจะต้องแนะนำตัวเองเสียแล้ว ขอบคุณนะคะที่ช่วยในส่วนนั้น คุณสวอน" ผู้อำนวยการพยักหน้าให้นางเล็กน้อยก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับพวกขุนนาง "ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะต้องได้รับการสั่งสอนบทเรียนเสียหน่อยนะ ถ้ายังคิดว่าความเป็นขุนนางมันเหนือกว่าคนอื่นในเรื่องอื่นใดนอกจากการเลี้ยงดูแบบอภิสิทธิ์ชนที่พวกเจ้าส่วนใหญ่ได้รับมา"
"ข้าก็เป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘พันธุ์ทาง’ เหมือนกัน" ท่านผู้อำนวยการพูดต่อ "พวกเจ้ายังคิดว่าพวก ‘พันธุ์ทาง’ อ่อนแอกว่าพวกที่มีสายเลือดบริสุทธิ์และสูงศักดิ์อยู่อีกไหม?"
ไม่มีใครตอบคำถามของนางได้ พูดอีกอย่างก็คือ ไม่มีใครโง่พอที่จะไปต่อปากต่อคำกับคนที่มีสถานะและความแข็งแกร่งระดับนาง เมืองคอนทินเจนต์เป็นเพียงสถานที่เดียวที่พวกขุนนางอาจจะถูกมองด้วยสายตาดูแคลนได้ แม้ว่าจะไม่มีใครยอมรับมันอย่างเปิดเผยก็ตาม
นั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมพวกพ่อค้าถึงมาตั้งร้านค้าที่นี่แทนที่จะเป็นอาณาจักรใกล้เคียง ด้วยวิธีนั้นพวกเขาไม่จำเป็นต้องไปยุ่งยากกับพวกขุนนางและจ่ายภาษีที่ไม่จำเป็น พวกเขาสามารถทำธุรกิจของตนได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไปขัดใจขุนนางคนไหนหรืออะไรทั้งสิ้น
ทว่า เพียงแค่ทำให้พวกนั้นเงียบไปมันยังไม่พอ อีกทั้งนางก็ถูกใจทั้งแอชตันและแอนนาเข้าแล้ว ดังนั้น นางจึงต้องการจะให้รางวัลพวกเขาสำหรับการให้ความบันเทิงแก่นางระหว่างการทดสอบรอบแรก
"ในข้อหายั่วยุให้เกิดความรุนแรงในบริเวณสถาบันและเผยแพร่วาจาสร้างความเกลียดชัง ข้าขอปลดนิโคลและนิค กรันต้า ออกจากตำแหน่งบนกระดานผู้นำ ณ บัดนี้" ท่านผู้อำนวยการประกาศแล้วดีดนิ้ว
วินาทีต่อมาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบนกระดานผู้นำ และอันดับหนึ่งกับสองก็ถูกสลับกับอันดับสามและสี่ ส่งผลให้พวกกรันต้าตกจากอันดับหนึ่งและสองไปอยู่อันดับสามและสี่ตามลำดับอย่างมีประสิทธิภาพ เพียงแค่นั้น แอชตันและแอนนาก็ได้อันดับหนึ่งและสองไปตามลำดับ ส่วนที่เหลือของกระดานยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทว่า ดูเหมือนว่าพวกกรันต้าจะไม่ยอมทนกับการลำเอียงอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้
"นี่มันไม่ยุติธรรม!" นิโคลกรีดร้องสุดเสียงขณะที่ท่านผู้อำนวยการริบรางวัลของพวกเขาไปต่อหน้าต่อตา "ท่านทำแบบนี้ไม่ได้-"
"ข้าว่าข้ารู้ดีอยู่แล้วว่าข้าทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้ คุณนิโคล อีกอย่าง คะแนนคุณสมบัติของเจ้ากับน้องชายของเจ้ากำลังถูกตรวจสอบเรื่องการเล่นไม่ซื่ออยู่ เจ้าควรจะขอบคุณด้วยซ้ำที่ข้ายังคงให้พวกเจ้าอยู่ในรายชื่อและไม่ได้โยนพวกเจ้าออกไปในทันทีนี้" ท่านผู้อำนวยการยิงคำพูดสวนกลับทันที "ดังนั้นถ้าเจ้าไม่อยากให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น ข้าขอแนะนำให้เจ้าสงบปากสงบคำไว้ ไม่อย่างนั้นข้าจะถูกบังคับให้เพิกถอนสิทธิ์การเข้าเรียนของพวกเจ้าทั้งหมด"
แต่นิโคลไม่ยอมหยุด นางสูญเสียความเยือกเย็นไปโดยสิ้นเชิงและกำลังจะพูดจาไร้สาระออกมาอีก ทว่า ก่อนที่นางจะทันได้ทำเช่นนั้น นิคก็ก้าวเข้ามาขัดจังหวะนาง
"ข้าต้องขออภัยแทนการกระทำของน้องสาวข้าด้วยครับ ท่านผู้อำนวยการ ท่านจะไม่ได้ยินคำร้องเรียนใดๆ เกี่ยวกับพวกเราอีกนับจากนี้ไป"
"ข้าก็ไม่อยากจะเชื่อลมปากนักหรอกนะ แต่เอาเถอะ ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าอีกครั้ง อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ" ท่านผู้อำนวยการพยักหน้าก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับแอชตัน "เอาล่ะ เชิญเจ้าไปกับข้าที่ห้องรับรางวัลหน่อยได้ไหม?"
แม้ว่าแอชตันจะดีใจที่จะได้รับรางวัลที่ดีที่สุด แต่สีหน้าของคนอื่นๆ ก็ทำให้เขากังวล แผนการของเขาที่จะอยู่อย่างเงียบๆ ไม่เป็นที่สังเกตพังทลายเป็นชิ้นๆ ไปแล้ว นอกจากนั้น เขาก็ไม่แน่ใจนักว่าพวกกรันต้าหรือขุนนางคนอื่นๆ จะรักษาคำพูดของตนเอง
"ถึงแล้วล่ะ" ท่านผู้อำนวยการพึมพำขณะเข้าไปในห้องที่ค่อนข้างว่างเปล่า มีเพียงหีบใบหนึ่งตั้งอยู่ตรงกลาง "รางวัลของเจ้า อืม... เจ้าสามารถเก็บไอเทมที่ได้มาระหว่างการสอบไว้กับตัวได้เลย พร้อมกับของในหีบใบนี้ด้วย ข้าจะปล่อยให้เจ้าจัดการเองก็แล้วกัน"
"ขอบคุณครับ ถ้าท่านไม่เข้ามาแทรกแซง เรื่องมันอาจจะ...บานปลายไปแล้ว" แอชตันโค้งคำนับนางอย่างจริงใจ
"ไม่ต้องพูดถึงมันหรอก ลาก่อน แอชตัน เฟนริล"
แอชตันยิ้มแล้วหันไปปลดล็อกหีบ แต่แล้วเขาก็หันขวับกลับมาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
"ท่าน...รู้ชื่อข้าได้อย่างไร?"
น่าประหลาดใจสำหรับแอชตัน ที่ตรงนั้นไม่มีใครยืนอยู่แล้ว ท่านผู้อำนวยการหายตัวไปแล้ว ทิ้งให้เขางุนงงอยู่คนเดียว เท่าที่แอชตันรู้ ชื่อจริงของเขาไม่เคยถูกเปิดเผยให้ใครที่นี่รู้เลย แล้วท่านผู้อำนวยการรู้ชื่อสกุลจริงของเขาได้อย่างไรกัน?
‘ข้าสังหรณ์ใจว่าควรจะอยู่ห่างๆ นางไว้... นางมันลึกลับซับซ้อนเกินไป’ แอชตันส่ายหัว "แต่ก่อนอื่น มาดูรางวัลกันดีกว่า"
เขาเปิดหีบออกและถูกแสงสีทองสว่างจ้าที่พุ่งออกมาจากหีบจนตาพร่า ใช้เวลาสองสามวินาทีกว่าแสงนั้นจะจางลง แต่เมื่อมันจางลง... มันก็ทำให้แอชตันตกตะลึง เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาเพิ่งจะได้รับสกิลแรกหลังจากยีนมนุษย์หมาป่าของเขาแตะเลเวล 10 สกิลที่เขาได้รับตอนนั้นเป็นสกิลพื้นฐานเพราะหน้ากระดาษสกิลดูเหมือนกระดาษธรรมดาๆ
แต่คราวนี้... เขาได้รับ 'หน้ากระดาษสกิลสีทอง'! ของแบบนี้มันหายากสุดๆ หายากมากเสียจนแม้แต่นายหญิงยังต้องลำบากมากกว่าจะได้มาสองสามใบให้นางกับโดโนแวน
แต่เขากลับได้มันมาด้วยความพยายามเพียงเล็กน้อย ไม่น่าแปลกใจเลยที่นิโคลจะหัวเสียขนาดนั้นหลังจากถูกริบสิทธิ์ในการรับรางวัลอันดับหนึ่งไป.. แอชตันตื่นเต้นมากจนฉีกหน้ากระดาษออกเป็นสองท่อนโดยไม่ได้อ่านเนื้อหาข้างในด้วยซ้ำ