เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 – การตามล่า (1)

บทที่ 44 – การตามล่า (1)

บทที่ 44 – การตามล่า (1)


บทที่ 44 – การตามล่า (1)

การทดสอบเพื่อความอยู่รอดได้แปรเปลี่ยนเป็นการแข่งขันไปในทันใด เพื่อดูว่าใครจะสามารถล่าเจ้าแอชตันนี่ได้ก่อน บางคนก็หวังแต้มพิเศษที่พวกเขาจะได้รับจากการกำจัดเขา ขณะที่ส่วนที่เหลือก็กังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากต้องเผชิญหน้ากับเขา

พูดได้อย่างปลอดภัยว่าไม่มีใครอยากจะถูกคัดออก และการปล่อยให้แอชตันทำตามใจชอบก็เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถเสี่ยงได้ เท่าที่พวกเขารู้ แอชตันอาจจะกำลังซุ่มล่าพวกเขาอยู่แล้วและสามารถกำจัดพวกเขาได้ทุกเมื่อ

แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลเดียวสำหรับความเป็นศัตรูของพวกเขา แอชตันเพิ่งจะกำจัดกลุ่มขุนนางไป ซึ่งทำให้พวกขุนนางที่เหลือเดือดดาลเป็นอย่างมาก พวกเขาเคยได้ยินชื่อบิสมาร์คและรู้ดีว่าเป็นของน้องสาวต่างมารดาของเจ้าชายองค์ปัจจุบัน

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านายหญิงไม่มีชื่อเสียงที่ดีนักในหมู่ไอ้พวกลูกคุณหนูผู้ดีจอมโอหังเหล่านั้น นางถูกเกลียดชังจากทุกคนในตระกูลขุนนาง ยกเว้นเพียงไม่กี่คนที่ใกล้ชิดกับนาง เนื่องจากแอชตันใช้นามสกุลเดียวกับนาง พวกคุณชายน้อยทั้งหลายจึงรีบสืบหาตัวตนของเขาและตกลงกันเองว่า...

"พวกเราจะกำจัดมันเป็นคนแรก พักเรื่องอื่นไว้ก่อน" หนึ่งในพวกขุนนางประกาศกับขุนนางราวห้าสิบคนที่มารวมตัวกันที่นั่น "แม้ว่าน่าเสียดายที่ไม่ใช่พวกเลือดบริสุทธิ์ทั้งหมดจะเห็นด้วยกับพวกเรา ข้าก็พอจะเข้าใจมุมมองของพวกเขาอยู่ การผ่านการทดสอบก็สำคัญเช่นกัน"

ชายหนุ่มผู้นี้มีชื่อว่าลูคัส ริง ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลริงซึ่งมีความสัมพันธ์ข้ามิตรกับตระกูลมาร์เซลโล่ ที่สมาชิกตระกูลเพิ่งจะถูกแอชตันกำจัดไป ผมสีขาวที่ยาวถึงเอวของเขาเป็นข้อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้พ่ายแพ้ในการต่อสู้มาเป็นเวลานานแล้ว เพราะตามธรรมเนียมของตระกูล พวกริงจะไม่ตัดผมจนกว่าจะมีใครเอาชนะพวกเขาในการต่อสู้ได้

อย่างน้อยนั่นก็คือสิ่งที่คนอื่นๆ เชื่อกัน ตระกูลริงเป็นตระกูลที่เลวทรามอย่างแท้จริง พวกเขาไม่เคยแพ้การต่อสู้มาก่อน ไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งหรือความกล้าหาญ แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่เคยสู้กับใครเลยต่างหาก! แต่พวกเขาจะใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกใช้คนอื่นให้ทำงานสกปรกแทนตน สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่มีอะไรสำคัญตราบใดที่สามารถบรรลุสิ่งที่ต้องการได้ และลูคัสก็ไม่ต่างจากบรรพบุรุษของเขาเลย

ด้วยพรสวรรค์ด้านการพูด ลูคัสเป็นคนที่สามารถเปลี่ยนคนชั่วให้เป็นวีรบุรุษและในทางกลับกันได้เพียงแค่ปลุกปั่นฝูงชนรอบข้าง นั่นคือเหตุผลว่าทำไมขุนนางคนอื่นๆ ที่มีระดับความแข็งแกร่งพอๆ กันจึงแทบจะไม่เคยต่อต้านพวกเขาเลย

ไม่มีใครสามารถจะไปยุ่งกับพวกเขาได้เว้นแต่จะมีพละกำลังที่เหนือกว่าอย่างท่วมท้นพอที่จะทำลายล้างทั้งตระกูลของพวกเขาได้ แต่ใครก็ตามที่มีพละกำลังขนาดนั้นก็ไม่เคยคิดจะเสียเวลากับคนประเภทนี้อยู่แล้ว ท้ายที่สุดแล้ว ใครมันจะไปเสียขีปนาวุธเพื่อฆ่ามดกันล่ะ?

อย่างไรก็ตาม ลูคัสก็สามารถปลุกปั่นฝูงชนให้ตามล่าแอชตันได้สำเร็จ ทว่าตัวเขาเองกลับไม่มีเจตนาจะเข้าร่วมในการล่าเลยแม้แต่น้อย เขาเป็นเจ้าแห่งการปั่นหัว แต่เมื่อพูดถึงการต่อสู้ เขากลับอ่อนแอกว่าใครๆ ในนั้นมากนัก

ดังนั้น การทำให้คนอื่นๆ เสียเวลาตามหาแอชตัน เขาก็ได้เปิดทางให้ตัวเองสามารถไปเก็บแต้มที่ขุนนางห้าสิบคนนั้นควรจะได้รับด้วยตัวเอง พูดอีกอย่างก็คือ ขณะที่พวกขุนนางเหล่านี้กำลังง่วนอยู่กับการตามล่าแอชตัน ลูคัสก็จะมองหาหนทางอื่นในการเก็บแต้มและผ่านการทดสอบไป

นอกจากนั้น เนื่องจากตระกูลของเขาสนิทสนมกับพวกมาร์เซลโล่ จึงไม่มีใครสงสัยเขาในการทำเช่นนี้ ในสายตาของคนอื่นๆ เขาคือเพื่อนแท้ที่เพียงแค่ต้องการจะล้างแค้นให้สหายที่ล้มตายไปเท่านั้น

พวกขุนนางที่ไม่ได้ตอบรับคำขอความช่วยเหลือของเขารู้ดีว่าลูคัสมีแรงจูงใจอื่นแอบแฝงอยู่ ดังนั้น แทนที่จะเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ พวกเขาจึงตัดสินใจมุ่งเน้นไปที่การแข่งขัน

‘ไอ้พวกโง่เง่า... ทั้งหมดนั่นมันก็แค่กลุ่มคนโง่ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น’ ลูคัสแทบจะเก็บรอยยิ้มเยาะไว้หลังหน้ากากแห่งความไร้เดียงสาของเขาไม่มิด ‘ทว่า ข้าก็ต้องขอบคุณในความโง่ของพวกมัน ถ้าไม่ใช่เพราะความหูเบาของพวกมันล่ะก็ ข้าคงไม่มีทางผ่านการทดสอบเพื่อความอยู่รอดครั้งนี้ไปได้แน่ๆ ฮี่ๆ’

"เอาล่ะ ฟังให้ดี!" ลูคัสตะโกนสุดเสียง "ให้พวกเราแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละห้าคน ด้วยวิธีนี้เราจะมีกำลังพลเพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับมันและยังสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้มากที่สุดด้วย มีใครมีคำถามอะไรไหม?"

พวกเขาทั้งหมดส่ายหัวพร้อมกัน

"ถ้าเช่นนั้น ก็ไปลากคอมันมา!"

***

ในขณะเดียวกัน ณ อีกฟากหนึ่งของแผนที่ แอชตันได้กลมกลืนตัวเองเข้ากับสภาพแวดล้อมแล้ว อาการตามัวของเขาเริ่มจะค่อยๆ ทุเลาลง เนื่องจากไอเทมชิ้นนั้นไม่ได้เป็นของสำหรับการสอบ ผลของมันจึงค่อยๆ หายไปช้าๆ ไม่เหมือนกับคำสาปที่เขาโดนหลังจากเปิดหีบ

‘อย่างน้อยข้าก็เริ่มมองเห็นได้บ้างแล้วล่ะ’ แอชตันคิด ‘แต่มันก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ดีถ้าข้าต้องไปเจอไอ้สามตัวแบบเมื่อกี้อีก’

ในสภาพนี้ เขากังวลว่าตนเองจะสามารถต่อสู้กับผู้เข้าสอบสองคนพร้อมกันได้หรือไม่ นับประสาอะไรกับสามคน ทว่า ปัญหาของเขายังไม่จบแค่นั้น เขาไม่สามารถอยู่ในจุดเดียวได้นานๆ เพราะเมื่อครบ 15 นาที ผู้เข้าสอบที่เหลือก็จะได้รับแจ้งตำแหน่งของเขา

ดังนั้น ไม่เพียงแต่เขาจะถูกบังคับให้ต้องต่อสู้ในสภาพที่มองเห็นได้เพียงบางส่วน แต่เขายังต้องคอยวิ่งหนีและซ่อนตัวอีกด้วย มันให้ความรู้สึกราวกับว่ามีใครบางคนกำลังวางแผนเล่นงานเขาอยู่ เริ่มจากนาธานที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ไอเทมต้องห้ามอย่างน่าสงสัย จากนั้นก็เสียงประกาศหลังจากกำจัดมันได้ซึ่งแทบจะทำให้เขาซวยบรรลัย

ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องพวกนี้ไม่มีการกล่าวถึงใน 'สมุดกฎ' ที่ถูกป้อนข้อมูลเข้าสู่นาฬิกาของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย การจะบอกว่าแอชตันหัวเสียก็คงจะยังน้อยเกินไป ตอนแรกเขาคิดว่าท่านผู้อำนวยการจะปฏิบัติต่อทุกคนอย่างยุติธรรม แต่ให้ตายสิ เขาคิดผิดถนัด!

‘โอ้ นางน่ะยุติธรรมอยู่แล้วล่ะ ยุติธรรมแต่กับไอ้พวกขุนนางเฮงซวยนั่นน่ะสิ!’ แอชตันสบถด่าท่านผู้อำนวยการในใจ ‘ถ้าเรื่องมันยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ข้าอาจจะต้องใช้ยีนอื่นๆ ด้วยก็ได้.... แต่สำหรับตอนนี้ เก็บมันไว้เป็นไม้ตายสุดท้ายดีกว่า’

จบบทที่ บทที่ 44 – การตามล่า (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว