- หน้าแรก
- เมื่อระบบสายเลือดของผมกลายพันธฺ์!
- บทที่ 41 – ฟาดด้วยแส้ (1)
บทที่ 41 – ฟาดด้วยแส้ (1)
บทที่ 41 – ฟาดด้วยแส้ (1)
บทที่ 41 – ฟาดด้วยแส้ (1)
"บัดซบเอ๊ย! ไอ้เวรนั่นมันเอาอาวุธไปแล้ว!" รามี่ หนึ่งในฝาแฝด ตะโกนอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง "ข้าบอกแล้วไงว่าพวกเราคนใดคนหนึ่งควรจะเป็นคนรับคำสาปแล้วเอาอาวุธมา"
"หุบปากไปเลยไอ้รามี่" เจ้าผมแดงตวาดใส่มัน "พวกเรายังเอาอาวุธคืนมาจากมันได้อยู่ ขอแค่ฆ่ามันทิ้งซะก็พอ เลิกเห่าเหมือนหมาได้แล้ว"
"นาธานพูดถูก" แฝดอีกคนพูดขึ้นก่อนจะหาวอย่างไม่ใส่ใจ "ยังไงซะ นั่นมันก็เป็นแผนของพวกเราตั้งแต่แรกแล้ว พ่อของพวกเราถึงกับจ่ายเงินก้อนโตเพื่อให้พวกเราทุกคนได้อยู่กลุ่มเดียวกัน ทำให้เรื่องนี้มันง่ายขึ้นสำหรับพวกเราไงล่ะ"
"โธ่เว้ย ริค! มันควรจะเป็นความลับไม่ใช่เรอะ!" นาธาน เจ้าผมแดงสบถอีกครั้ง
แล้วไม่นานทั้งสามคนก็มัวแต่ด่าทอกันไปมา โดยไม่สนใจเลยว่าศัตรูของพวกมันยืนจังก้าอยู่ตรงหน้า
‘นี่ข้ากลัวที่จะต้องสู้กับไอ้พวกหัวกลวงนี่น่ะเหรอวะ?’ แอชตันแสยะยิ้มก่อนจะพิจารณาอาวุธในมืออย่างละเอียด
__
ไอเทม: แส้กระดูก
ประเภท: อาวุธ
พลังโจมตี: 100-133 HP ต่อครั้ง
โบนัสค่าสถานะ:
>> ความแข็งแกร่ง: +10 ขณะสวมใส่ใช้งาน
>> สร้างความเสียหาย 1.2 เท่าแก่สัตว์รัตติกาล
>> สร้างความเสียหาย 2 เท่าแก่พวกมนุษย์หมาป่า
ระดับความหายาก: ไม่ธรรมดา (Uncommon)
คำอธิบาย:
แส้เปื้อนเลือดที่ทำขึ้นจากกระดูกของสัตว์รัตติกาลจำนวนนับไม่ถ้วนที่ตกเป็นเหยื่อการโจมตีของมัน เป็นของที่ค่อนข้างหายากและเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับพวกมนุษย์หมาป่าและสัตว์รัตติกาล เมื่ออยู่ในมือของผู้ใช้ที่เชี่ยวชาญสามารถสร้างความพินาศได้อย่างใหญ่หลวง เป็นหนึ่งในอาวุธที่นิยมใช้มากที่สุดในการรักษาระยะห่างจากศัตรูและโจมตีพวกมันไปพร้อมกัน
อาวุธนี้ได้รับการร่ายมนตร์และเสริมด้วยความสามารถและผลลัพธ์ที่เป็นเอกลักษณ์
ผลลัพธ์:
• การโจมตีศัตรูโดยใช้อาวุธนี้จะทำให้ติดสถานะเลือดไหลไม่หยุด ทำให้เสีย HP 2% เป็นเวลา 5 วินาที ความสามารถนี้มีระยะหน่วงเวลา 10 วินาที (ไม่มีผลกับอสูรชั้นยอด)
• มอบผลลัพธ์ติดตัวแก่ผู้ใช้: <ทำให้มึนงง>
ทุกครั้งที่ผู้ใช้ปัดป้องการโจมตีของศัตรู ผู้โจมตีมีโอกาส 100% ที่จะมึนงงเป็นเวลา 1 วินาที ผลลัพธ์นี้มีระยะหน่วงเวลา 10 วินาที เป้าหมายหนึ่งตนจะได้รับผลกระทบจากสกิลนี้ได้เพียง 3 ครั้งต่อชั่วโมง
• มอบสกิลใช้งานแก่ผู้ใช้: <อำพรางกาย>
เพิ่มอัตราการหลบหลีกของผู้ใช้ชั่วคราวเป็นเวลา 5 วินาที ทำให้ศัตรูโจมตีผู้ใช้ได้ยากขึ้น
__
"นี่มันสมบัติล้ำค่าชัดๆ..." แอชตันพึมพำเบาๆ
พลังโจมตีของแส้นั้นน้อยกว่าดาบคู่ อีกทั้งโบนัสค่าสถานะก็ไม่สูงเท่าดาบคู่เช่นกัน ทว่า แส้นี้ก็ชดเชยได้ไม่มากก็น้อยด้วยผลลัพธ์ติดตัวและสกิลใช้งานของมัน สกิลทำให้มึนงงและอำพรางกายเป็นความสามารถที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างมาก
ด้วยสกิลทำให้มึนงง แอชตันสามารถใช้ [ทำให้มึนงง] แก่ศัตรูที่โจมตีเข้ามาได้ และในกรณีที่เขาปัดป้องการโจมตีพลาด เขาก็สามารถใช้ [อำพรางกาย] เพื่อหลบการโจมตีได้อยู่ดี ด้วยสองสกิลนี้ประกอบกับคุณสมบัติพิเศษ [ปฏิกิริยาตอบสนอง] ของเขา โดยพื้นฐานแล้วเขาแทบจะโดนแตะต้องตัวไม่ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้เข้าสอบคนอื่นๆ มีเลเวลพอๆ กับสามคนตรงหน้าเขา
‘มาลองของกันหน่อยเป็นไง?’
ไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว แอชตันก็กระโจนขึ้นไปในอากาศแล้วเหวี่ยงแส้ใส่แฝดคนที่อยู่ใกล้ที่สุด ทั้งสามคนมัวแต่ทะเลาะด่าทอกัน กว่าจะรู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติ มันก็สายเกินไปแล้ว
แส้กระดูกสีขาวพันรอบหัวของรามี่ และวินาทีต่อมาเขาก็ถูกฟาดหัวทิ่มลงกับพื้น โบนัสค่าสถานะที่ได้จากแส้อาจจะไม่มากนัก แต่มันก็เพียงพอสำหรับแอชตันที่จะเอาชนะพวกมันทีละคนได้ ท้ายที่สุดแล้ว แม้จะมีคำสาปติดตัวอยู่ เขาก็ยังแข็งแกร่งพอๆ กับพวกมันสามคน
"อะไรวะเนี่ย-"
สองพี่น้องที่เหลืออุทานออกมาพร้อมกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั้น การเคลื่อนไหวอย่างกะทันหันของแอชตันทำให้พวกมันตกใจจนตั้งตัวไม่ติด จิตใจของพวกมันไม่สามารถคิดหาทางตอบโต้เขาได้ทันท่วงที นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เมื่อใครบางคนจู่โจมกลุ่มเพียงลำพัง
โดยธรรมชาติแล้ว พวกมันมักจะคาดหวังว่าฝูงหมาป่าย่อมแข็งแกร่งกว่าหมาป่าเดียวดาย ความคิดเช่นนั้นก็ไม่ผิดเสียทีเดียว แต่มันก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป นอกจากนี้ เมื่อใดก็ตามที่มีคนโจมตีกลุ่ม กลุ่มนั้นจะต้องตกใจอย่างแน่นอน ไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งของผู้โจมตี แต่เป็นเพราะความอุกอาจที่กล้าทำเช่นนั้นต่างหาก
แอชตันรู้เรื่องนี้ดีเพราะนายหญิงเคยสอนเกี่ยวกับพื้นฐานการต่อสู้แม้จะเสียเปรียบเรื่องจำนวนคนก็ตาม นางทำเช่นนั้น โดยคิดว่าแอชตันอาจจะถูกทีมแวมไพร์และผีดิบที่คอยหลอกหลอนอยู่ในแมดเดนครีกโจมตี
ทว่า ช่วงเวลาแห่งความตกใจนี้กินเวลาเพียงหนึ่งหรือสองวินาทีอย่างมากที่สุด ช่วงเวลานี้สามารถใช้เพื่อโจมตีศัตรูมากขึ้นหรือถอยหนี ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ด้วยนิสัยของแอชตัน การวิ่งหนีจากพวกมันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะยอมเสียเวลาคิดถึงด้วยซ้ำ
ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจที่จะจัดการอย่างน้อยสองคนให้สิ้นซากก่อนที่ความได้เปรียบจากความตกใจจะหมดไป การกำจัดพวกมันสองคนจะทำให้เขาสามารถมุ่งความสนใจไปที่คนที่สามได้ง่ายขึ้น นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะทำได้ในตอนนี้ อย่างน้อยก็ในทางทฤษฎี
เขาเหวี่ยงแส้ไปในทิศทางของแฝดอีกคน ทว่าแส้นั้นไม่ได้ตั้งใจจะโจมตีแฝดคนนั้นโดยตรง แต่แอชตันกลับเล็งไปที่ต้นไม้ด้านหลังริออนต่างหาก ทันทีที่แส้พันรอบกิ่งไม้ที่แข็งแรงของต้นนั้น แอชตันก็ใช้แรงเหวี่ยงส่งตัวเองพุ่งเข้าใส่ริออนสุดกำลัง
ครู่ต่อมา เท้าทั้งสองข้างก็ประทับลงบนหน้าอกของริออนอย่างมั่นคง ส่งผลให้เขากระเด็นออกไปและแผ่นเกราะอกของเขาก็แตกละเอียด ในเวลาเดียวกัน ก็มีเสียงประกาศดังไปทั่วทั้งโซน
"ริออน มาร์เซลโล ถูกกำจัดแล้ว!"
นั่นเป็นการกำจัดคนแรกในโซน ทว่า แอชตันกลับกังวลมากกว่าจะดีใจ นี่เป็นการประกาศครั้งแรกแบบนั้น ซึ่งหมายความว่า...
‘ชิบหายแล้ว!’ เขารีบหันกลับไปเพียงเพื่อจะเห็นว่ารามี่ยังคงอยู่ในเกมพร้อมกับเจ้าผมแดง ‘โธ่เว้ย.... ความใจร้อนของข้ามันพาซวยทุกที!’