- หน้าแรก
- เมื่อระบบสายเลือดของผมกลายพันธฺ์!
- บทที่ 6 – พิธีกรรม (1)
บทที่ 6 – พิธีกรรม (1)
บทที่ 6 – พิธีกรรม (1)
บทที่ 6 – พิธีกรรม (1)
แอชตันยังคงถูกผ้าคลุมหัวอยู่ ทว่า หากเป็นเรื่องจริงที่เวลาผ่านไปหลายวันแล้ว เขาก็รู้แล้วว่ากำลังถูกพาตัวไปที่ใด มันถึงเวลาสำหรับพิธีรับเข้าเป็นพวกของเขาแล้ว ขณะที่ถูกลากผ่านลานกว้าง เขาก็ได้ยินเสียงโห่ร้องยินดีจากมนุษย์คนอื่นๆ พวกนั้นกำลังเฉลิมฉลองราวกับว่าเขาเพิ่งชนะการต่อสู้หรืออะไรทำนองนั้น
‘พวกน่าสมเพชเอ๊ย!’ แอชตันสบถด่าพวกมนุษย์ในใจ
นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ใครควรจะมาฉลองเลยสักนิด! ให้ตายสิ เขากำลังจะถูกจับเป็นตัวประกันนะ เขาอยากจะเข้าร่วมกลุ่มต่อต้าน ไม่ใช่พวกไลแคน! เขายังคงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแผนของเขา หรือว่าเขาถูกวางยาอะไรบางอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าจะหนีออกจากที่นี่ไม่ได้แม้จะอยากหนีก็ตาม
แต่นั่นก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่เขาไม่ได้กินอะไรเลยที่พวกนั้นเอามาให้ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา แล้วทำไมเขาถึงมาลงเอยด้วยความยุ่งเหยิงแบบนี้ได้? เขาพยายามใช้ร่างกายที่เพิ่งแปลงสภาพใหม่ของเขาเพื่อดิ้นรนให้หลุด แต่เมื่อต้องสู้กับพวกมนุษย์หมาป่าเต็มตัว พละกำลังของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กเล็กๆ ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนมากแค่ไหน เขาก็ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว มันสายเกินไปแล้ว ชะตากรรมของเขาถูกกำหนดไว้แล้ว
แล้วเขาก็ถูกโยนเข้าไปในรถซึ่งมีไลแคนสองตนกดตัวเขาไว้ขณะที่รถเคลื่อนออกไป เขายังคงได้ยินเสียงโห่ร้องของคนอื่นๆ แว่วๆ ทว่า ไม่นานทุกอย่างก็เงียบสงัดลง สิ่งเดียวที่เขาได้ยินคือเสียงรถที่กำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ไม่รู้จัก
‘บ้าเอ๊ย บ้าเอ๊ย บ้าเอ๊ย!!!’ แอชตันสบถไม่หยุดในใจ
เขาโกรธตัวเอง หลังจากทุกสิ่งที่เขาทำมาตลอดสองสามเดือนที่ผ่านมา แผนทั้งหมดของเขาก็พังทลายลงคลองไปหมด เขาต้องการเพียงสิ่งเดียว... เพื่อแก้แค้นให้พ่อแม่ของเขา และตอนนี้เขาก็คงทำห่าอะไรไม่ได้แล้ว
เมื่อเขาถูกเปลี่ยนให้เป็นมนุษย์หมาป่าแล้ว เขาก็จะไม่สามารถทำอะไรต่อต้านพวกไลแคนได้อีก ความภักดีถูกตั้งโปรแกรมไว้ในสายเลือดของพวกมัน เมื่อยีนของมนุษย์ถูกแทนที่ด้วยยีนของไลแคน ไม่ว่าพวกเขาจะมีความขัดแย้งกันอย่างไร พวกไลแคนก็ต้องซื่อสัตย์ต่อฝูงของตน
ทว่า สำหรับผู้ที่ยังคงพยายามท้าทายฝูงและต่อต้านพวกมัน โทษที่มีอยู่คือประหารชีวิต หรือเลวร้ายกว่านั้น... การเนรเทศ บางคนอาจคิดว่าการถูกเนรเทศดีกว่าการตาย แต่ในความเป็นจริง การถูกเนรเทศนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าความตายอย่างรวดเร็วเสียอีก
โลกใบนี้ไม่ใช่สถานที่ที่ดีนักสำหรับการร่อนเร่ไปไหนมาไหนโดยไม่มีการเตรียมตัวที่เหมาะสม พวกผีดิบ พวกแวมไพร์ และพวกไลแคนนั้นก็แย่อยู่แล้ว แต่ยังมีสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นอีกมากมายอยู่ข้างนอกนั่นที่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำ เพราะใครก็ตามที่ออกเดินทางไปค้นหาอสูรกายที่ซ่อนเร้นอยู่ ก็ไม่เคยได้กลับมาอีกเลย
โลกไม่ได้เป็นโลกอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นความโกลาหล สิ่งเดียวที่พอจะเรียกว่าความเป็นระเบียบอยู่บ้างบนดาวเคราะห์ดวงนี้ก็คืออาณาจักร/เขตแดนต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าจ้าวผู้ปกครองคนใหม่ของโลก ในตอนนี้ แอชตันและพวกไลแคนกำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง... เมืองหลวงของอาณาจักรไลคาเนีย ที่รู้จักกันในนาม เดจา
เดจายังเป็นเมืองที่ 'นายหญิง' มีอิทธิพลอย่างไม่อาจต้านทานได้ อาจกล่าวได้ว่านางคือราชินีไร้มงกุฎของเมืองนั้น ซึ่งก็เป็นคำกล่าวที่ไม่ไกลจากความเป็นจริงนัก ท้ายที่สุดแล้ว นางก็เป็นหนึ่งในบรรดาลูกนอกสมรสจำนวนมากของราชา
นางถูกถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์มากที่สุดในบรรดาลูกๆ ทั้งหมดของราชา แต่เนื่องจากนางเกิดนอกสมรส พวกหัวอนุรักษ์นิยมในสังคมไลแคนจึงไม่อนุญาตให้ราชาปฏิบัติต่อนางเยี่ยงธิดาของตน นั่นเป็นเหตุผลเดียวกับที่นางตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่าจะทำให้ชีวิตของราชวงศ์นั้นทุกข์ทรมานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ทันใดนั้น รถก็หยุดลง พวกเขามาถึงจุดหมายแล้ว นั่นคือคฤหาสน์ของนายหญิง อาจดูเหมือนว่าการเดินทางเพิ่งเริ่มได้เพียงไม่กี่นาที ทว่า ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้พวกเขาสามารถเดินทางข้ามประเทศได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
ชายที่นั่งอยู่ทางขวามือของเขากระชากต้นคอแอชตันแล้วดึงเขาออกจากรถ หัวของเขายังคงถูกคลุมอยู่ เขาจึงมองไม่เห็นอะไร แต่เขารู้สึกได้ถึงสายตาหลายร้อยคู่ที่จับจ้องมาที่เขา บางคู่มองมาด้วยความหิวกระหายในดวงตา ขณะที่บางคู่มองมาด้วยความสนใจใคร่รู้เป็นพิเศษ
[ท่านได้รับสกิลใหม่: สัมผัสระดับต่ำ]
__
>> สัมผัส: ความสามารถหลักที่พบในพวกกระหายเลือด เป็นความสามารถในการมองเห็น ได้ยิน หรือรับรู้บางสิ่งผ่านทางประสาทสัมผัส ท่านสามารถรับรู้เจตนาของสิ่งมีชีวิตระดับต่ำได้แล้วผ่านสกิลนี้
ระดับ: ต่ำ
เงื่อนไขการอัปเกรดสกิล: บรรลุระดับความเป็นมิตร/ศัตรูสูงสุดกับสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาใดๆ หรือใช้แต้มสกิล 5 แต้มเพื่อเพิ่มเลเวลสกิลนี้
แต้มสกิลแวมไพร์ปัจจุบัน: 0
<ข้อมูล: ท่านสามารถรับแต้มสกิลบางประเภทได้จากการทำภารกิจบางอย่าง ท่านจะทราบเกี่ยวกับภารกิจเมื่อพลังของท่านปรากฏแล้ว>
__
‘สัมผัสระดับต่ำ? เดี๋ยวนะ นี่มันอะไรกันวะเนี่ย-’
ทันใดนั้น แอชตันก็ถูกจับเหวี่ยงลงกับพื้นราวกับกระสอบมันฝรั่ง วินาทีต่อมา ผ้าคลุมบนหน้าของเขาก็ถูกดึงออก ทว่ามือของเขายังคงถูกล่ามโซ่อยู่ แอชตันฝืนหลับตาก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นเพื่อสำรวจรอบๆ
ธงผืนบางจำนวนมากที่ล้อมรอบเสาโอนิกซ์ทั้งสิบต้นแต่ละต้นส่องสว่างให้ชั้นล่างของโถง และอาบทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นประกายสีส้ม ภาพวาดนางฟ้าจำนวนมากบนเพดานลาดเอียงดูราวกับเต้นระบำในแสงริบหรี่ของคบเพลิง ขณะที่รูปสลักและอสูรกายปนาลีมองลงมายังพื้นหินปูนของห้องโถงอันงดงาม
พรมสีนกเป็ดน้ำทอดยาวจากบัลลังก์ไปยังประตู และเข้ากันกับพรมวงกลมเล็กๆ ที่ปูอยู่สองข้างของห้องโถง ขณะที่ธงทรงกลมประดับพู่สีทองแขวนอยู่ตามผนัง ระหว่างธงแต่ละผืนมีเชิงเทียนสูงตั้งอยู่ หลายอันถูกจุดไฟและส่องสว่างให้เห็นรูปปั้นของเหล่าวีรบุรุษและผู้นำไลแคนที่ตั้งอยู่เหนือขึ้นไป
ผู้คนจำนวนมากนั่งอยู่สองข้างของพรม ใบหน้าของพวกเขาทั้งหมดถูกปิดบังด้วยหน้ากากประหลาดที่แอชตันคิดว่าคล้ายกับ 'ใบหน้าที่แท้จริง' ของพวกเขา ด้านหลังของแต่ละคนมีหน้าต่างกระจกสีทรงสูงขนาบด้วยผ้าม่านสีนกเป็ดน้ำเช่นเดียวกับสีของพรม
บัลลังก์ทองคำอันสง่างามตั้งอยู่ที่ปลายสุดของห้อง ตรงที่เขาถูกบังคับให้คุกเข่าลง บริเวณรอบบัลลังก์มีที่นั่งเรียบๆ แต่สะดวกสบายสี่ตัวสำหรับผู้ที่ใกล้ชิดกับนายหญิงที่สุดขณะที่นางประทับอยู่บนบัลลังก์ มีรูปมนุษย์หมาป่าสลักอยู่เหนือบัลลังก์พอดี
"เมื่อทุกคนพร้อมหน้ากันแล้ว ก็เริ่มพิธีได้!"