- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 545: ข้าอยากพาเจ้าไปที่หนึ่ง
บทที่ 545: ข้าอยากพาเจ้าไปที่หนึ่ง
บทที่ 545: ข้าอยากพาเจ้าไปที่หนึ่ง
“เจ้าจะไปพบองค์ชายรองหรือ?” ซูหว่านรู้สึกสับสน “เจ้าจะไปพบองค์ชายรองด้วยเหตุใดกัน?”
“ท่านแม่อย่ากังวลไปเลยเพคะ” มู่ไป๋ไป่ส่งสัญญาณบอกแม่ว่าไม่ต้องตามเธอไป “ข้าจะไปถามพี่รองว่าทำไมถึงกำหนดวันสมรสเร็วถึงเพียงนี้ เวลาเพียงเท่านี้ไม่พอให้เตรียมอะไรมากมายขนาดนั้น”
หลัวเซียวเซียวกับเธอเป็นเหมือนพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน ดังนั้นเธอจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่านางจะมีงานแต่งงานที่สมบูรณ์แบบ เพราะในโลกใบนี้ ผู้หญิงคนหนึ่งอาจจะมีโอกาสแต่งงานเพียงครั้งเดียวในชีวิต
เธอได้คิดเอาไว้แล้วว่าควรจะเตรียมสินเดิมแบบไหนให้กับหลัวเซียวเซียว แต่กำหนดการแต่งงานภายใน 7 วันนี้ แม้ว่าเธอจะเป็นคนมีความสามารถ แต่เธอก็คงไม่อาจเตรียมทุกอย่างให้พร้อมตามแผนที่วางไว้ได้
มู่ไป๋ไป่ให้นกน้อยนำทางไม่นานเธอก็ได้พบกับมู่จวินเซิ่งซึ่งกำลังเดินทางกลับจากตำหนักตี้เฉิน
“ไป๋ไป่?” ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นน้องสาว “ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่ เจ้ามีอะไรจะทูลถามเสด็จพ่ออย่างนั้นหรือ? ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็คงต้องรออีกสักพัก เพราะเสด็จพ่อได้ทรงอนุญาตให้ขุนนางเข้ามาหารือกันในตำหนักแล้ว”
“ข้าไม่ได้มาหาเสด็จพ่อ ข้ามาหาพี่รองต่างหาก” มู่ไป๋ไป่ดึงมู่จวินเซิ่งไปด้านข้างก่อนจะพูดว่า “พี่รอง ข้าได้ยินมาว่าท่านไปทูลขอให้เสด็จพ่อประทานสมรสให้ท่าน”
แม่ทัพหนุ่มตกตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นก็ยิ้มขัดเขิน “ข่าวนี้แพร่กระจายเร็วถึงเพียงนี้เลยหรือ ข้าเพิ่งได้รับราชโองการมาเอง และกำลังคิดว่าจะส่งคนไปแจ้งให้เจ้าทราบ”
“ท่านยังจะหัวเราะได้อีก” หญิงสาวรู้สึกวิตกกังวลหลังจากได้ยินว่ามันเป็นเรื่องจริง “ข้ารู้ว่าท่านตื่นเต้นจึงได้มาทูลขอเสด็จพ่อให้ประทานสมรสระหว่างท่านกับเซียวเซียว แต่ทำไมท่านถึงกำหนดวันเป็น 7 วันให้หลังล่ะ ท่านไม่คิดว่ามันเร่งรีบเกินไปหน่อยหรือ?”
“เรายังไม่ได้เตรียมการอะไรเลย งานแต่งสำหรับผู้หญิงมันเกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต ถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาเราจะทำอย่างไร?”
“เจ้ามาหาข้าก็เพราะเรื่องนี้เช่นนั้นหรือ?” มู่จวินเซิ่งหุบยิ้มทันที “ไป๋ไป่ ไม่ใช่ว่าข้าตื่นเต้นจนเกินไป… เพียงแต่ว่าข้ารู้สึกไม่สบายใจ”
“หา?” มู่ไป๋ไป่เอียงคอพลางแคะหูตัวเอง “พี่รอง นี่ข้าหูฝาดไปใช่หรือไม่ ท่านจะบอกว่า… ท่านไม่สบายใจ?”
แม่ทัพหนุ่มยิ้มขมขื่นก่อนจะถอนหายใจ “พี่รองรู้ว่าเจ้าอาจจะคิดว่าคำพูดนี้เป็นเรื่องไร้สาระ พี่รองเองก็ไม่เคยคิดว่าสักวันหนึ่งพี่จะกลายเป็นแบบนี้เช่นกัน แต่นั่นก็ยังเป็นความรู้สึกที่แท้จริงที่พี่รู้สึกในขณะนี้ด้วย”
หญิงสาวที่ได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เธอยังคงมองพี่ชายคนรองด้วยสีหน้าจริงจังและถามออกไปว่า “เป็นเพราะเรื่องของฉู่เสวียนหรือไม่ ท่านยังกลัวว่าฉู่เสวียนจะโผล่มาอีกครั้งแล้วพาตัวเซียวเซียวไปอีกหรือ?”
“นั่นเป็นเพียงเหตุผลหนึ่งเท่านั้น” มู่จวินเซิ่งไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้และยอมรับออกมาอย่างเปิดเผย “แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ… ข้ากลัวว่าเซียวเซียวจะเสียใจทีหลัง”
“เป็นไปไม่ได้” มู่ไป๋ไป่ปฏิเสธออกไปทันควัน “ข้ารู้จักเซียวเซียวดี ในเมื่อนางตัดสินใจแล้ว จะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงนางได้อีก ในเมื่อนางยอมรับปากตกลงแต่งงานกับท่าน นางย่อมไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่นอน พี่รอง ท่านคิดมากเกินไปแล้ว”
“คงเป็นเช่นนั้น” ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนในขณะที่กล่าวว่า “ตอนนั้นข้าอาจจะคิดมากเกินไป แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้มีราชโองการออกมาแล้ว นี่ถือได้ว่าเป็นที่สิ้นสุด”
“ท่านนี่มัน…” เป็นครั้งแรกที่มู่ไป๋ไป่เห็นมู่จวินเซิ่งทำตัวไม่ยั้งคิดเช่นนี้ ชั่วขณะหนึ่ง เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาดี
“ช่างเถอะ มันเป็นแบบที่ท่านพูดจริง ๆ เสด็จพ่อได้มีราชโองการประทานสมรสให้กับท่านแล้ว เราทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว ข้าจะไปคุยกับพี่สามเรื่องการเตรียมสินเดิมให้เซียวเซียว”
พอหญิงสาวเห็นว่าพี่ชายคนรองเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง เธอก็รีบพูดขัดขึ้นมาทันที
“ท่านไม่ควรบอกว่าไม่ต้องการสินเดิม เซียวเซียวเป็นเหมือนน้องสาวของข้า ดังนั้นในงานแต่งงานของนาง ข้าจะต้องเตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้นางอย่างยิ่งใหญ่”
“นอกจากนี้ สินเดิมนั้นข้าเป็นคนให้เซียวเซียว ไม่ใช่ท่าน พี่รอง ท่านไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธแทนเซียวเซียว”
มู่จวินเซิ่งดึงมือตัวเองกลับมาด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก “ใครบอกว่าข้าจะปฏิเสธ ข้าแค่อยากจะบอกว่า ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องฝากเรื่องนี้ให้เจ้ากับน้องสามแล้ว”
“...สมแล้วที่เป็นผู้ชายที่เตรียมจะแต่งงาน ดูเหมือนว่าผิวของท่านจะหนาขึ้นเป็นกองเลย”
“เรื่องแบบนี้หน้าตาสำคัญไฉน” แม่ทัพหนุ่มยิ้มกว้าง “ขอเพียงให้เซียวเซียวมีความสุข ทุกอย่างที่มีค่าบนโลกนี้ข้าก็จะไปหามาให้นาง ตอนนี้ข้ากำลังรีบ ข้าอยากจะกลับไปนำราชโองการนี้ไปให้เซียวเซียวดู เจ้ามีสิ่งใดอยากจะฝากไปบอกนางหรือไม่?”
“ไม่มีเพคะ” มู่ไป๋ไป่หลีกทางพร้อมกับกลอกตามองบนใส่พี่ชายที่กำลังคลั่งรัก “ทำไมข้าถึงต้องฝากคำพูดไปให้เซียวเซียวผ่านท่านด้วยล่ะ ท่านรีบกลับไปเถอะ”
ชายหนุ่มบอกลาน้องสาวเสร็จแล้วเขาก็มุ่งหน้ากลับไปยังจวนแม่ทัพ
หลังจากที่มู่จวินเซิ่งกับหลัวเซียวเซียวมีกำหนดแต่งงานแล้ว มู่ไป๋ไป่ก็ยุ่งมาก ในวันเดียวกันนั้น เธอได้ไปที่ตำหนักฉือซิ่งเพื่อไปหารือกับพี่สามเรื่องการเตรียมสินเดิมให้กับหญิงสาว
เนื่องจากเวลากระชั้นชิด หลายสิ่งหลายอย่างที่เธอวางแผนเอาไว้ก่อนหน้านี้คงจะเตรียมไม่ทัน ดังนั้นเสิ่นจวินเฉาจึงอาศัยเส้นสายของตัวเองในการหาของสิ่งอื่นมาทดแทนได้เท่านั้น
ทางด้านไทเฮาเองก็ทรงมีความสุขมากที่ได้ยินว่ามู่จวินเซิ่งกำลังจะแต่งงานกับหลัวเซียวเซียว และได้มอบกุญแจห้องเก็บสมบัติส่วนพระองค์ให้กับมู่ไป๋ไป่พร้อมตรัสว่าถ้าเธอมีสิ่งใดที่อยากจะนำไปเป็นสินเดิมให้กับหลัวเซียวเซียว เธอก็สามารถเอาไปได้เลย
ข่าวที่ว่าฝ่าบาทได้พระราชทานสมรสให้แก่มู่จวินเซิ่งกับหลัวเซียวเซียวแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลานั้นเรื่องการแต่งงานของทั้งคู่ได้กลายเป็นหัวข้อที่คนในเมืองหลวงพูดถึงมากมาย
“งานแต่งจะถูกจัดขึ้นในอีก 7 วันหรือ?” หญิงสาวมองวันที่ที่ถูกเขียนไว้ในราชโองการด้วยความรู้สึกประหลาดใจ “มันจะไม่เร่งรีบไปหน่อยหรือเจ้าคะ?”
แม่ทัพหนุ่มยกชาขึ้นจิบเพื่อคลายความกังวลของตัวเองก่อนจะกล่าวว่า “จริงอยู่ที่ข้ารีบร้อนจนเกินไป แต่อีกไม่กี่วันข้าจะต้องเดินทางกลับชายแดนแล้ว หากข้าไม่จัดงานในอีก 7 วัน เราจะต้องรอกันจนถึงปีหน้า ข้าไม่อยากรอนานขนาดนั้น ข้าเลยทูลถามเสด็จพ่อว่าเป็นวันนี้ได้หรือไม่”
หลังจากพูดจบเขาก็มองคนตรงหน้าด้วยสายตาเป็นกังวล
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” หลัวเซียวเซียวพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “ถ้าเป็นเช่นนั้น ในอีก 7 วันเราแต่งงานกันก็ได้เจ้าค่ะ ข้าแค่ไม่มั่นใจว่าจะสามารถเตรียมทุกอย่างได้ทันเวลาหรือไม่ ในเมื่อเรามีเวลาน้อยเช่นนี้ เราก็จัดกันแบบเรียบง่ายดีหรือไม่เจ้าคะ?”
มู่จวินเซิ่งถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นเขาก็ตอบว่า “ไม่จำเป็นต้องจัดแบบเรียบง่าย เรายังมีเวลาอีกมาก ไป๋ไป่กับน้องสามจะช่วยเราเอง เราไม่ต้องทำอะไรหรอก เดี๋ยวก็มีคนช่วยเตรียมทุกอย่างให้ เจ้าแค่ต้องพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเตรียมตัวที่จะเป็นเจ้าสาว”
หลัวเซียวเซียวยิ้มอ่อนโยนขณะที่กล่าวว่า “ท่านแม่ทัพ ท่านต่างหากที่เป็นคนที่ควรพักผ่อน ท่านอย่าลืมสิว่าบาดแผลของท่านเพิ่งจะหายดีเอง จะเกิดอะไรขึ้นหากท่านฝืนร่างกายมากเกินไปจนล้มป่วยก่อนพิธีจะเริ่ม?”
“เป็นไปไม่ได้” แม่ทัพหนุ่มส่ายหัวพร้อมทำหน้าจริงจัง “ข้าแข็งแรงมาก สิ่งที่ไป๋ไป่พูดก่อนหน้านี้นางเพียงแค่พูดให้เจ้ากลัวเท่านั้น ข้าผ่านสนามรบที่ชายแดนมามากมาย แต่ข้าก็ยังต่อสู้ได้แม้จะถูกยิงธนูเข้าใส่ 2 ดอกแล้วก็ตาม อาการบาดเจ็บเล็กน้อยเช่นนี้ไม่นับว่าเป็นอะไร”
หลัวเซียวเซียวยิ้มโดยไม่พูดอะไรต่อ เมื่อมู่จวินเซิ่งเห็นรอยยิ้มจาง ๆ ของสตรีผู้เป็นที่รัก หัวใจของเขาก็สั่นไหว ก่อนที่เขาจะรวบรวมความกล้าคว้ามือนางมาจับอย่างนุ่มนวล
“เซียวเซียว ที่จริงแล้วก่อนที่เราจะแต่งงานกัน มีที่หนึ่งที่ข้าอยากจะพาเจ้าไป”
หญิงสาวขยับปลายนิ้วของตัวเองเล็กน้อยแล้วถามเบา ๆ ว่า “ที่ใดหรือเจ้าคะ?”
มู่จวินเซิ่งเม้มปากก่อนจะตอบว่า “พอไปถึงแล้วเจ้าจะรู้เอง”
หลังจากพูดเช่นนั้นชายหนุ่มก็ไม่รอให้หลัวเซียวเซียวยินยอม เขาได้ดึงมือนางออกไปทันที
แล้วทั้งคู่ก็ขี่ม้าออกจากประตูเมืองมุ่งหน้าไปยังภูเขาที่ใกล้กับชานเมือง เมื่อพวกเขามาถึงเรือนไม้หลังหนึ่ง มู่จวินเซิ่งก็บังคับให้ม้าหยุด