- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 544: แต่งงานในอีก 7 วัน
บทที่ 544: แต่งงานในอีก 7 วัน
บทที่ 544: แต่งงานในอีก 7 วัน
“หา?” มู่ไป๋ไป่มองซีเยว่ด้วยสีหน้ามึนงง เธอไม่เข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง
ทางด้านซีเยว่ไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองอะไร เธอทำเพียงแค่เท้าคางยิ้มกว้างให้คนตรงหน้า “ขอไม่อ้อมค้อมเลยก็แล้วกัน อีกอย่างพวกเราก็เป็นคนที่เกิดยุคปัจจุบันเหมือนกัน ดังนั้นฉันขอพูดตามตรงเลยว่าฉันชอบพี่สามของเธอ”
“องค์หญิงหก เธอยินดีจะช่วยเป็นแม่สื่อให้ฉันกับพี่สามของเธอได้ไหม?”
“ดูสิ ฉันไม่ได้แย่อะไรเลย พี่สามของเธอกับฉันต่างก็ทำการค้าเหมือนกัน ดังนั้นเราคงจะมีเรื่องคุยกันเยอะแยะ”
“เดี๋ยวนะ!” มู่ไป๋ไป่ยกมือขึ้นห้ามเพื่อนสาวก่อนจะทวนคำพูดของอีกคนอย่างตะกุกตะกัก “ธะ-เธอ… สนใจพี่สามของฉันเหรอ ไม่สิ… เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนไหน ระหว่างพวกเธอ 2 คนมีเรื่องอะไรที่ฉันไม่รู้หรือเปล่า?”
องค์หญิงซีฉือก้าวถอยหลังออกไปพร้อมกับใช้นิ้วม้วนผมสีทองของตัวเองในขณะที่พูดด้วยท่าทางเอียงอาย “ไม่ใช่ ฉันตกหลุมรักพี่สามของเธอตั้งแต่แรกเห็น ฉันคิดว่าเขาเป็นคนน่าสนใจมาก ฉันเองก็ไม่เคยมีแฟนมาก่อนเหมือนกัน ดังนั้นฉันจึงอยากมีประสบการณ์นั้นร่วมกับเขา”
“...” ฝ่ายที่ได้ยินถึงกับนิ่งอึ้งไปหลายอึดใจ
“เธอว่ายังไง คำขอนี้ไม่ยากสำหรับเธอใช่ไหม?” ซีเยว่มองเพื่อนสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม
มู่ไป๋ไป่ยังคงรู้สึกสับสนขณะที่เธอตอบว่า “มันก็ไม่ยากหรอก… พี่สามของฉันยังไม่มีคู่หมั้นคู่หมาย แต่ประเด็นก็คือ ฉันไม่รู้ว่าพี่สามชอบเธอหรือเปล่า ถ้าพี่สามไม่ได้ชอบเธอ การที่ฉันช่วยเธอมันจะทำให้ความสัมพันธ์ดูยุ่งวุ่นวายมาก”
“เรื่องของความรู้สึกมันฟูมฟักกันได้” องค์หญิงซีฉือยักไหล่แบบไม่ใส่ใจนัก “แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่ามันจะไม่สำเร็จถ้ายังไม่ได้ลอง ไม่ต้องเป็นห่วงไปน่า ฉันจะไม่ทำให้เธอลำบากใจหรอก เธอแค่ช่วยฉันสร้างโอกาสให้ฉันได้อยู่ตามลำพังกับพี่สามของเธอก็พอ สำหรับเรื่องที่เหลือฉันจะจัดการเอง”
“...” มู่ไป๋ไป่พูดไม่ออกอีกครั้ง
“เหตุผลหลักที่ฉันมาที่นี่ในวันนี้ก็เพื่อคุยกับเธอเรื่องนี้” ซีเยว่จับกระโปรงของตัวเองในขณะที่ยืนขึ้น “ในเมื่อเราคุยกันจบแล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนแล้วกัน”
“หา? ไม่สิ…” มู่ไป๋ไป่เหมือนคนไม่มีสติอยู่กับเนื้อกับตัว เธอรีบไล่ตามอีกฝ่ายไปทันทีที่ดึงสติกลับมา “ทำไมเธอถึงไม่เปลี่ยนเป้าหมายดูล่ะ มีคนที่หน้าตาดีกว่าพี่สามเยอะแยะเลยนะ”
“ใช่ ในโลกนี้มีคนหน้าตาดีอยู่มากมาย แต่พี่สามของเธอนอกจากจะหน้าตาดีแล้ว เขายังมีหัวทางการค้าเป็นเลิศที่สุดในโลกอีกด้วย” ซีเยว่พูดพลางโบกมือปัด “ฉันตัดสินใจแล้ว เธอไม่ต้องหาเหตุผลอื่นมาพูดกับฉันหรอก ไป๋ไป่ที่รัก ฉันรอข่าวดีจากเธออยู่นะ”
หลังจากพูดจบองค์หญิงซีฉือก็วิ่งหนีไปปล่อยให้เจ้าของเรือนยืนทำหน้าสับสนกับชีวิตอยู่ที่เดิม
นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมจู่ ๆ ซีเยว่ถึงตกหลุมรักเสิ่นจวินเฉา พี่สามของฉันล่ะ?
จากนั้นมู่ไป๋ไป่ก็นอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงคิดเรื่องนี้อยู่ตลอดทั้งคืน แต่เธอก็ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดองค์หญิงซีฉือถึงตกหลุมรักพี่สามของเธอตั้งแต่แรกเห็น นั่นทำให้เช้าวันรุ่งขึ้น รอบดวงตาของเธอมีรอยดำคล้ำคล้ายกับหมีแพนด้า 2 วง
นางกำนัลในตำหนักที่กำลังหวีผมให้องค์หญิงหกรู้สึกวิตกกังวลมากเมื่อเห็นสภาพนี้ของผู้เป็นนาย นางคิดว่าหญิงสาวคงนอนไม่หลับเพราะมีเรื่องรบกวนใจ นางจึงตะโกนขึ้นมาว่าจะไปแจ้งเรื่องนี้ให้หว่านเฟยและขอให้หมอหลวงมาตรวจพระองค์
“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าเองก็เป็นหมอ” มู่ไป๋ไป่รีบห้ามนางกำนัลเอาไว้และถอนหายใจเบา ๆ “ถ้าข้าเป็นอะไร ทำไมข้าต้องเรียกหมอให้มารักษาตัวเองด้วย ข้าเขียนเทียบยาให้ตัวเองก็พอแล้ว ที่สำคัญเจ้าอย่าเอาเรื่องนี้ไปรบกวนท่านแม่เลย”
“แม่สามารถกังวลเรื่องอะไรก็ได้ทั้งนั้น” ซูหว่านเดินเข้ามาแล้วได้ยินคำพูดสุดท้ายของลูกสาวพอดี นางจึงเอ่ยขึ้นมาว่า “ไป๋ไป่ นี่เจ้าคิดจะทำเรื่องอันตรายโดยไม่บอกแม่อีกแล้วหรือ?”
“ไม่เจ้าค่ะ!” มู่ไป๋ไป่รีบยืนขึ้นทำท่าทางว่านอนสอนง่ายทันทีที่เห็นผู้เป็นแม่ และเข้าไปกอดแขนอีกฝ่าย “เมื่อคืนข้าแค่คิดอะไรเพลินไปหน่อยจึงนอนดึกมาก พวกนางเห็นรอยคล้ำใต้ตาของข้าแล้วบอกว่าจะไปแจ้งท่านพร้อมกับเรียกหมอหลวงให้มาตรวจข้า ท่านไม่คิดว่านี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยหรอกหรือ?”
“ไหนแม่ขอดูซิ” ซูหว่านจับหน้าลูกสาวเข้ามามองใกล้ ๆ จากนั้นนางก็ทำหน้าวิตกกังวลขณะที่ถามว่า “เจ้าไม่ได้นอนทั้งคืนเลยหรือ?”
หญิงสาวขยี้จมูกด้วยความรู้สึกผิดก่อนจะพยายามตอบบ่ายเบี่ยง เธอไม่สามารถบอกเรื่องที่ซีเยว่มาหาเธอที่ห้องเมื่อคืนให้ท่านแม่ฟังได้ “ก็ไม่ถึงขนาดนั้นเพคะ…”
“นี่เจ้า…” ซูหว่านถอนหายใจเบา ๆ “เจ้าอย่าได้โทษพวกนางเลย แม่กำชับกับพวกนางเอาไว้แล้วว่าหากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับเจ้า ให้พวกนางมาแจ้งแม่ทันที แม่ไม่อยากเป็นคนสุดท้ายที่รู้ทุกอย่างเหมือนที่ผ่านมา”
“ท่านแม่…” มู่ไป๋ไป่กอดแขนแม่ของตนและทำท่าออดอ้อน “ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะไม่ทำอีก แต่ข้าไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ ถึงได้ทำเช่นนี้”
“เอาล่ะ ๆ แม่ไม่ได้มาที่นี่แต่เช้าเพื่อตำหนิเจ้า” หว่านเฟยลูบหัวลูกสาวด้วยความรักใคร่ “เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าวันนี้องค์ชายรองมาเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อขอให้พระองค์ประทานสมรสให้แก่เขา”
“หา?” มู่ไป๋ไป่ยืดนั่งตัวตรงพร้อมกับทำหน้าประหลาดใจ “เร็วขนาดนี้เลยหรือ ข้าบอกให้พี่รองพักผ่อนอยู่ที่จวนอีกสัก 2-3 วันไม่ใช่หรืออย่างไร?”
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้อยู่แล้วว่าเขาจะทำเช่นนี้” ซูหว่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม “องค์ชายรองมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อเซียวเซียว ตอนนี้เขาเพิ่งผ่านช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายมา เขาคงอยากจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยเสียก่อนเพื่อที่ตัวเองจะได้สบายใจ”
“ข้ายังคิดอยู่เลยว่าเขาตื่นเต้นมากเกินไป ในเมื่อเซียวเซียวรับปากกับเขาแล้ว นางจะไม่มีทางกลับคำ” มู่ไป๋ไป่ส่ายหัวเบา ๆ อย่างไม่พอใจที่พี่ชายของตนรีบร้อนเกินไป
“แม่คิดว่าเจ้าคงทำใจห่างจากเซียวเซียวไม่ได้” ซูหว่านยิ้มและเขี่ยจมูกลูกสาวเบา ๆ “เซียวเซียวเติบโตมาข้างกายเจ้า พวกเจ้าทั้ง 2 คนสนิทกันราวกับพี่น้องแท้ ๆ หากนางแต่งงานกับองค์ชายรอง เจ้าก็จะพานางกลับไปที่หุบเขาหมอเทวดาไม่ได้อีกต่อไป เจ้าทนรับเรื่องนี้ได้อย่างไรกัน?”
มู่ไป๋ไป่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ทำปากยื่น “ท่านแม่ ถ้าท่านแม่ไม่บอกข้า ข้าคงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้...”
ถ้าให้พูดตามตรง เธอไม่เคยคิดว่าหลัวเซียวเซียวจะอยู่ห่างจากเธอเลยตั้งแต่เด็ก
“เป็นเรื่องน่ายินดีที่เซียวเซียวพบสถานที่ที่เรียกว่าบ้านของตัวเองแล้ว” ซูหว่านตบหลังปลอบโยนลูกสาวของตน “แม่มาที่นี่ก็แค่อยากจะคุยเรื่องบางอย่างกับเจ้า”
“เซียวเซียวเป็นเด็กที่แม่เห็นนางมาตั้งแต่เด็ก แม่คิดไม่ออกว่าจะเอาอะไรเป็นของขวัญแต่งงานให้กับนางดี แล้วแม่ก็คิดว่าจะเตรียมชุดแต่งงานให้เซียวเซียวด้วย”
“ท่านแม่ ทำไมท่านถึงคิดล่วงหน้าไปไกลแบบนี้ล่ะเพคะ?” มู่ไป๋ไป่ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี “ท่านพ่อตกลงจะให้พี่รองแต่งงานกับเซียวเซียวแล้วหรือ? ถึงแม้ว่าท่านพ่อจะตอบตกลง แต่ข้าคิดว่างานแต่งก็คงจะจัดขึ้นปีหน้าโน่น ท่านจะรีบอะไรขนาดนั้น?”
“กว่าเราจะหาช่างปักผ้าที่ฝีมือดีที่สุดทำชุดแต่งงาน เราต้องใช้เวลาอีกตั้งหลายเดือน” ซูหว่านมองลูกสาวด้วยท่าทางเง้างอน “ถึงอย่างไรเราก็ต้องวางแผนเรื่องนี้เอาไว้ล่วงหน้า เซียวเซียวกับเจ้าเป็นเหมือนพี่น้องกัน ดูเหมือนเจ้าจะไม่คิดเผื่อนางเลย…”
“ส่วนเรื่องของฝ่าบาท พระองค์จะไม่เห็นด้วยได้อย่างไรกัน? องค์ชายรองได้สร้างคุณูปการใหญ่หลวงต่อเป่ยหลง เขาไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดเลยสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่องค์ชายรองทูลขอบางสิ่ง สำหรับเซียวเซียว พวกเราทุกคนก็รู้จักกันดี เสด็จพ่อของเจ้าต้องยอมตกลงแน่นอน”
ทันทีที่หว่านเฟยกล่าวจบ ก็มีนกตัวเล็ก ๆ บินมาเกาะไหล่ของมู่ไป๋ไป่ “ท่านจ้าวอสูร เสด็จแม่ของท่านพูดถูกแล้ว ฝ่าบาทเพิ่งมีรับสั่งประทานสมรสให้แก่องค์ชายรอง”
“งานสมรสจะจัดขึ้นในอีก 7 วันข้างหน้า”
“อะไรนะ?!” หญิงสาวตกใจจนลุกพรวดขึ้นมา “จัดงานในอีก 7 วัน ทำไมเร็วขนาดนั้น?”
“ไป๋ไป่?” ผู้เป็นแม่ตกใจกับท่าทีของลูกสาวจึงถามออกไปว่า “เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่บอกว่าอีก 7 วัน?”
มู่ไป๋ไป่พูดทวนสิ่งที่เจ้านกน้อยพูด แล้วซูหว่านก็ขมวดคิ้วฉับ “เหตุใดองค์ชายรองถึงได้รีบร้อนนัก?”
“ข้าเองก็ไม่รู้เพคะ” หญิงสาวไม่สามารถทนอยู่เฉยได้อีกต่อไป “ท่านแม่ ข้าจะไปหาพี่รอง!”