เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 543: เปลี่ยนใจ!

บทที่ 543: เปลี่ยนใจ!

บทที่ 543: เปลี่ยนใจ!


“มาให้แม่ดูหน่อยเร็ว” ดวงตาของซูหว่านแดงก่ำทันทีที่เห็นลูกสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจเพียงหนึ่งเดียว “ให้แม่ดูหน่อยว่าเจ้าผอมลงหรือไม่”

“ท่านแม่ ตอนอยู่บ้านพี่รองข้ากินอิ่มนอนหลับพักผ่อนเต็มที่เพคะ ข้าจะผอมลงได้อย่างไร” มู่ไป๋ไป่รู้สึกว่าตนไม่ได้เจอหน้าแม่มานานแล้ว เธอจึงแอบหยอกล้ออีกฝ่ายเล็กน้อย “แต่ข้าคิดถึงฝีมือการทำอาหารของท่านแม่มากเลยนะเพคะ”

“เจ้านี่นะ” หว่านเฟยตีไหล่ลูกสาวเบา ๆ “เจ้าปิดบังเรื่องใหญ่โตเช่นนี้กับแม่ได้อย่างไร ถ้าแม่ไม่คาดคั้นถังถังในวันนั้น แม่คงจะไม่รู้อะไรเลยจนถึงวันนี้ เจ้าเด็กดื้อ แม่รู้ว่าเจ้าเป็นคนที่มีความคิดของตัวเองมาตั้งแต่เด็ก…”

“โธ่ ท่านแม่ ข้าแค่กลัวว่าท่านแม่จะเป็นกังวล ข้าก็เลยไม่ได้บอกท่าน” มู่ไป๋ไป่ตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนที่เธอจะเข้าใจว่าซูหว่านหมายถึงอะไร ทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจเซียวถังถังที่ไม่ได้บอกเรื่องสำคัญเช่นนี้กับเธอตอนที่เจอหน้ากัน อย่างน้อยเธอจะได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อน

“ยิ่งเจ้าปิดบังแม่มากเท่าไหร่แม่ก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากเท่านั้น” ผู้เป็นแม่พูดพร้อมกับประคองลูกสาวเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร “ในความคิดของแม่ เจ้าคงไม่อยากให้แม่เป็นภาระของเจ้าใช่หรือไม่?”

“ท่านแม่! ข้าสาบานได้เลยว่าไม่เคยมีความคิดเช่นนั้นอยู่ในหัวของข้าเลย” มู่ไป๋ไป่รีบลุกขึ้นยืนตัวตรงพร้อมกับชู 3 นิ้วขึ้น “ถ้าไป๋ไป่โกหกแม้แต่ครึ่งคำ ขอให้ฟ้าลงโทษ—”

พอซูหว่านเห็นว่าอีกฝ่ายเอ่ยคำสาบานด้วยสีหน้าจริงจัง นางก็พูดขัดจังหวะลูกสาว “เอาล่ะ ๆ แม่แค่ล้อเจ้าเล่น แต่เจ้าต้องจำคำพูดของตัวเองเอาไว้ให้ดี ถ้าในอนาคตเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก เจ้าจะต้องบอกแม่ล่วงหน้า แม่อาจจะช่วยอะไรเจ้าไม่ได้มากนัก แต่แม่ก็จะไม่ทำให้เจ้าเดือดร้อนหลังจากที่รู้ว่าเจ้ามีแผนการจะทำอย่างไรต่อไป”

เมื่อมู่ไป๋ไป่ได้ยินคนเป็นแม่เอ่ยปากเช่นนี้ เธอก็รู้สึกอบอุ่นในใจ “ขอบคุณท่านแม่ ไป๋ไป่จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”

“แม่ดีใจนะที่วันนี้เจ้ากลับมา” หว่านเฟยกล่าวพลางเอื้อมมือไปแตะใบหน้าของลูกสาวด้วยสีหน้าทุกข์ใจ “เจ้าบอกว่าเจ้าไม่ได้ผอมลง แต่หน้าเจ้าตอบลงมากเลย คราวนี้เจ้ากลับมาที่วังหลวงก็เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮา มันควรจะเป็นวันมงคล แต่กลับกลายเป็นว่ามีเรื่องมากมายเกิดขึ้นจนทำให้เจ้าไม่มีเวลาได้พักผ่อนเลยสักวัน”

“หลังจากเจ้าจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จแล้ว เจ้าควรจะรีบกลับไปที่หุบเขาหมอเทวดาเสีย จงอยู่ให้ห่างจากวังหลวงที่เป็นสถานที่ที่มีแต่ปัญหา”

“ท่านแม่…” มู่ไป๋ไป่มองคนตรงหน้าด้วยสายตาประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพูดแบบนี้ต่อหน้าเธอ ในตอนที่เธอเพิ่งกลับมาถึงวังหลวง ท่านแม่แสดงออกว่านางมีความหวังว่าเธอจะอยู่ข้างกายนางได้นาน ๆ

แต่หลังจากที่พวกเธอทั้ง 2 ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่วัน ดูเหมือนว่าซูหว่านจะเปลี่ยนใจเสียแล้ว

“ทำไมหรือ?” หว่านเฟยจับมือมู่ไป๋ไป่ด้วยสีหน้าเสียใจ “เจ้าไม่ยอมให้แม่เปลี่ยนใจหรือ? ก่อนหน้านี้ที่แม่อยากให้เจ้าอยู่ในวังหลวงก็เพราะแม่อยากอยู่กับเจ้าให้นาน ๆ หน่อย แต่ในช่วงที่ผ่านมานี้ทำให้แม่ได้เข้าใจ วังหลวงเป็นสถานที่ที่มีแต่ปัญหา หากเจ้าอยู่ที่นี่ เจ้าก็ต้องเข้าไปพัวพันกับปัญหามากมาย และไม่รู้ว่าเจ้าจะต้องเผชิญอันตรายมากมายถึงเพียงใด”

“แทนที่แม่จะรั้งให้เจ้าอยู่ที่นี่ แม่ให้เจ้ากลับไปหุบเขาหมอเทวดาและใช้ชีวิตอย่างไร้กังวลในฐานะหมอที่คอยรักษาคนไข้เสียจะดีกว่า”

“ในอนาคตตอนที่แม่แก่ตัวลงแล้ว แม่จะออกจากวังไปอยู่กับเจ้า”

มู่ไป๋ไป่ที่ได้ยินดังนี้ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี ในขณะที่เธอเอ่ยถามว่า “ท่านแม่วางแผนอนาคตเอาไว้เช่นนี้ หรือท่านแม่ยังโกรธท่านพ่ออยู่?”

หญิงสาวยังจำได้ดีว่าซูหว่านมีสภาพเป็นอย่างไรในตอนที่นางกลับมาถึงตำหนักอวี๋ชิง ในเวลานั้นพวกเธอ 2 แม่ลูกคิดว่ามู่เทียนฉงได้ตกหลุมรักคนอื่นและโปรดปรานลี่เฟยมากกว่า

พอตอนนี้พวกเธอได้รู้แล้วว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะลี่เฟยใช้อาคมกับท่านพ่อ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาท่านพ่อมีเพียงท่านแม่ของเธอเท่านั้น แม้ว่ามู่เทียนฉงจะไม่ได้เลื่อนตำแหน่งให้ซูหว่าน แต่ทุกคนในวังหลวงก็นับว่าหว่านเฟยนั้นเป็นว่าที่ฮองเฮามาโดยตลอด

แม้แต่ตราประทับของผู้คุมวังหลังทั้งหมดไทเฮาก็ยังส่งมอบให้ซูหว่านเป็นคนดูแล

“แม่จะกล้าโกรธฝ่าบาทได้อย่างไร?” หว่านเฟยก้มหน้าลงต่ำ “เขาเป็นฮ่องเต้ ทุกสิ่งที่เขาทำล้วนถูกต้อง ผู้หญิงอย่างแม่จะไปโกรธเขาได้อย่างไรกัน? แม่เองก็เพิ่งรู้ความจริงเมื่อไม่นานมานี้ ตอนนี้แม่ไม่มีอะไรจะขออีกแล้วนอกจากขอให้เจ้ามีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์และมีชีวิตปลอดภัย”

ตอนที่มู่ไป๋ไป่ได้ยินสิ่งที่ซูหว่านพูด เธอก็รู้ว่านางยังคงโกรธท่านพ่อของเธออยู่ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกกังวลเลย ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกมีความสุขเสียมากกว่า

ในอดีตท่านแม่เป็นคนที่ไม่เคยแข่งขันชิงดีชิงเด่นกับใคร แถมยังใจดีไม่เคยคิดร้ายต่อผู้ใดเลย

ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าการที่นางโกรธนั้นเป็นเรื่องที่ดี นางไม่ใช่คนอ่อนแอที่ยอมให้ผู้อื่นข่มเหงอีกต่อไป

“จริงหรือเพคะ?” มู่ไป๋ไป่ตัดสินใจทิ้งเรื่องของท่านแม่ให้ท่านพ่อเป็นคนจัดการและพยักหน้าเห็นด้วย “ข้าคิดว่าสิ่งที่ท่านแม่พูดมีเหตุผล”

ในขณะที่หญิงสาวพูด เธอก็ตักข้าวคำโตเข้าปาก

เมื่อเธอเห็นว่าซูหว่านเองก็รับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย มันก็ทำให้เธอกินข้าวได้มากขึ้นเช่นกัน

แล้ว 2 แม่ลูกก็คุยไปพลางกินข้าวไปพลาง จนกระทั่งทั้งคู่กินอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะจนหมด สุดท้ายแล้วมู่ไป๋ไป่ก็รู้สึกอิ่มมากจนแทบจะยืนไม่ไหว

“ข้าอิ่มมากเลย…” สิ่งแรกที่มู่ไป๋ไป่ทำตอนกลับมาถึงห้องก็คือกินยาช่วยย่อยอาหารเข้าไปหลายเม็ด แต่ก่อนที่เธอจะทันได้กลืนยาลงท้อง จู่ ๆ ก็มีใครบางคนเข้ามาในห้องของเธอ

คนผู้นั้นก็คือองค์หญิงซีฉือนั่นเอง

ซีเยว่ถือขนมพูนจานมานั่งไขว่ห้างอยู่ที่โต๊ะกลางห้อง พร้อมพูดกับเธอด้วยรอยยิ้ม “อาหารฝีมือแม่ของเธอดีขนาดนี้เชียวหรือ?”

“ซีเยว่?” หญิงสาวยืนขึ้นด้วยความประหลาดใจก่อนที่เธอจะถามออกไปว่า “เธอมาที่นี่ทำไม?”

“เธอนี่มันขี้ลืมจริง ๆ เลย” ซีเยว่โยนถั่วลิสงเข้าปากแล้วค่อย ๆ เคี้ยวช้า ๆ “ตั้งแต่วันนั้นตอนที่ฉันช่วยเธอขจัดอาคมบนตัวของเสด็จพ่อของเธอ ฉันก็รอให้เธอกลับมาที่ตำหนักตลอด”

“ไป๋ไป่ เธอคงไม่ลืมสิ่งที่สัญญากับฉันไว้ใช่ไหม?”

มู่ไป๋ไป่ตกตะลึงไปชั่วขณะและใช้เวลานานกว่าจะนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงเรื่องอะไร

ทางด้านซีเยว่รู้ทันทีว่าคนตรงหน้าลืมไปแล้วจากสีหน้าที่เจ้าตัวแสดงออก เธอจึงถอนหายใจเบา ๆ “ดูเหมือนว่าเธอจะชอบโลกนี้จริง ๆ”

มู่ไป๋ไป่เม้มปากใช้ความคิดครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ตอนที่ฉันมาที่นี่เป็นครั้งแรก ฉันไม่เคยคิดว่าฉันจะได้กลับไปที่นั่นอีก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา…ฉันคิดว่าที่นี่คือบ้านของฉันแล้ว”

ซีเยว่เลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นจากที่นั่ง จากนั้นเธอก็กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ฉันเข้าใจความคิดของเธอ”

“แต่อย่ากังวลไปเลย ซีเยว่” มู่ไป๋ไป่ลุกขึ้นยืนและให้คำมั่นกับอีกฝ่าย “ถ้าเธออยากจะกลับไปที่โลกปัจจุบัน ฉันก็จะช่วยเธอเต็มที่ ฉันจะช่วยเธอเปิดกล่องนั้นด้วย”

แม้ว่าหญิงสาวจะไม่อยากกลับไปที่นั่น แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะขวางไม่ให้องค์หญิงซีฉือกลับไปยังโลกปัจจุบันที่จากมา

ทุกคนย่อมมีหนทางของตัวเอง และตราบใดที่เธอช่วยได้เธอก็ยินดีที่จะช่วยเหลือ

“อืม” ซีเยว่ยิ้มและกะพริบตามองเพื่อนสาว “ตอนนี้ฉันก็คิดว่าโลกใบนี้น่าสนใจทีเดียว อาจเป็นเพราะว่าฉันได้เจอเธอ ฉันคิดว่ามันสนุกกว่าตอนที่ฉันอยู่คนเดียวในแคว้นซีฉือเสียอีก”

เมื่อมู่ไป๋ไป่ได้ยินดังนี้ เธอก็มองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ

“เอาเถอะ ฉันจะวางเรื่องการเดินทางกลับโลกเก่าเอาไว้ก่อน” ซีเยว่หันหลังกลับไปอย่างรวดเร็วทำให้ผมสีอ่อนของเธอสะบัดเป็นวงโค้งงดงามชวนมอง “ฉันได้ยินว่าเธอวางแผนจะออกไปท่องเที่ยวทั่วโลกใช่ไหม?”

มู่ไป๋ไป่พยักหน้าตอบอย่างลังเล “นั่นคือสิ่งที่ฉันคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้”

“ฟังดูดีทีเดียว” องค์หญิงซีฉือยกมือขึ้นถูคางตัวเองพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงยิ้มเจ้าเล่ห์ให้อีกฝ่าย “เมื่อถึงเวลานั้นเธอพาฉันไปด้วยได้ไหม? อย่ากังวลไปเลย ฉันเข้ากับคนง่าย พอเที่ยวเล่นจนหนำใจแล้ว เธอค่อยช่วยฉันเปิดกล่องให้ฉันเดินทางกลับบ้าน”

“ว่าแต่… พี่สามของเธอมีแฟนหรือยัง?”

จบบทที่ บทที่ 543: เปลี่ยนใจ!

คัดลอกลิงก์แล้ว