เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 540: ฮ่องเต้หนานซวนเสด็จมายังเมืองหลวงแล้ว

บทที่ 540: ฮ่องเต้หนานซวนเสด็จมายังเมืองหลวงแล้ว

บทที่ 540: ฮ่องเต้หนานซวนเสด็จมายังเมืองหลวงแล้ว


“ถ้าอย่างนั้นท่านก็ไปพบคนที่ท่านอยากพบเถอะ ท่านไม่จำเป็นต้องบอกข้า” มู่ไป๋ไป่หันหลังเดินออกไปด้วยความโมโห แล้วเธอก็พูดกับเซียวถังอี้ทั้งที่ยังหันหลังให้เขา “และอย่ามาทำแบบนี้ต่อหน้าข้าอีก”

ทางด้านชายหนุ่มมองดูท่าทางโกรธเคืองของหญิงสาวแล้วอดไม่ได้ที่จะนึกถึงตอนที่นางเดินตามเขาเหมือนเด็กเอาแต่ใจในตอนที่นางยังเป็นเด็กน้อย ซึ่งความทรงจำนั้นทำให้รอยยิ้มมุมปากของเขากดลึกขึ้น “เจ้ายังโกรธข้าอยู่หรือ?”

มู่ไป๋ไป่หันกลับมาขมวดคิ้วมองอีกฝ่าย “ทำไมท่านถึงเดินตามข้ามาอีก?”

“ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรืออย่างไรว่าให้ท่านไปพบคนที่ท่านอยากพบเถอะ”

ถึงกระนั้นเซียวถังอี้ก็ยังคงเดินตามมู่ไป๋ไป่ไปอย่างช้า ๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เธอไม่อาจต้านทานได้

หญิงสาวคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เธอตัดสินใจว่าจะตัดใจจากชายหนุ่ม มิฉะนั้นเธอคงไม่รู้ว่าตัวเองจะหลงใหลเขาได้มากขนาดนี้

แต่ผู้ชายคนนี้เป็นอะไรไป?

ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าท่าทีของเซียวถังอี้ในช่วงนี้มีบางอย่างแปลกไป… ดูเขาจะใส่ใจเธอมากขึ้น… กระมัง?

พอมู่ไป๋ไป่คิดถึงเรื่องดังกล่าว เธอก็หยุดเดินและหันกลับไปมองคนที่เดินตามเธอมาด้วยความสงสัย “ท่านมาที่นี่เพื่อพบข้าหรือ?”

ชายหนุ่มพยักหน้าเบา ๆ แล้วก็นิ่งเงียบมองอีกฝ่าย

“เซียวถังอี้ ช่วยพูดกับข้าตามตรงหน่อยสิ” หญิงสาวเอามือไพล่หลังเดินวนรอบตัวร่างสูงก่อนจะถามอย่างใจเย็น “ท่านมีอะไรอยากจะถามข้าหรือไม่?”

“...”

“อย่ากังวลไปเลย เห็นแก่มิตรภาพของเรา หากข้าช่วยได้ข้าจะช่วยท่านอย่างแน่นอน” มู่ไป๋ไป่เชิดหน้าขึ้นพูดอย่างตรงไปตรงมา “ข้าจะไม่ทำให้ท่านลำบากใจแน่”

เซียวถังอี้ถอนหายใจเบา ๆ ในขณะนี้เขารู้สึกไร้หนทางซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลย

แต่เขาก็รู้เช่นกันว่าสถานการณ์ในปัจจุบันมันเกิดขึ้นเพราะตัวเขาเอง

เป็นเขาที่ปฏิเสธมู่ไป๋ไป่อยู่หลายครั้ง ทำให้นางต้องเจ็บปวดใจ ดังนั้นถ้าเขาจะพูดอะไรออกไปตอนนี้ นางคงไม่ปักใจเชื่อง่าย ๆ

“มีบางอย่างที่ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าจริง ๆ” ชายหนุ่มยิ้มพร้อมกับกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ถังถังโกรธข้า เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าบางครั้งนางก็เป็นเด็กที่ดื้อมาก นางไม่เชื่อฟังข้าเลย ถังถังเชื่อฟังเจ้ามากที่สุด…”

“อ๋อ ข้าเข้าใจแล้ว” มู่ไป๋ไป่พยักหน้ารับทันที “ท่านอยากให้ข้าช่วยคุยกับถังถังให้ใช่หรือไม่ ตกลง เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ ข้าเองก็จะไปที่ตำหนักอ๋องเซียวเหมือนกัน”

“แต่ข้าคงอยู่ได้ไม่นาน ข้าต้องรีบกลับไปเข้าเฝ้าท่านพ่อ”

“คืนนี้เจ้าจะกลับวังหลวงแล้วหรือ?” ดวงตาของเซียวถังอี้หม่นแสงลง “ทำไมไม่พักอยู่ข้างนอกอีกสัก 2-3 วันล่ะ?”

มู่ไป๋ไป่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาฉงน ก่อนที่เธอจะถามกลับไปว่า “ทำไมข้าต้องพักอยู่นอกวังหลวงด้วย? บ้านของข้าอยู่ในวังหลวง และเรื่องอาคมก็ยังไม่ได้รับการสืบสวนอย่างกระจ่าง แถมถังเป่ยเฉินกับฉู่เสวียนก็ยังซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลวง ข้ามีเรื่องต้องไปจัดการอีกมากมาย”

เซียวถังอี้มองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเขาก็พูดว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าฮ่องเต้หนานซวนได้เสด็จเข้ามาในเมืองหลวงแล้ว?”

มู่ไป๋ไป่ชะงักไปก่อนจะหันมามองชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ “ฮ่องเต้หนานซวน? เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมถึงไม่มีใครบอกข้า”

เซียวถังอี้เดินเข้าไปหาคนตัวเล็กกว่าแล้วไปยืนอยู่เคียงข้างนาง จากนั้นเขาก็เอ่ยถามว่า “ช่วงนี้เสด็จพ่อของเจ้าเร่งให้เจ้ากลับวังหลวงหรือไม่?”

“ใช่…” มู่ไป๋ไป่พยักหน้าอย่างลังเล “ไม่สิ ท่านหมายความว่าที่ท่านพ่อเร่งเร้าให้ข้ากลับไปเพราะฮ่องเต้หนานซวน แต่ในตอนที่หนานซวนยื่นขอแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ เป็นเพราะท่านพ่อต้องอาคมจึงได้ยอมตอบตกลงไปไม่ใช่หรือ?”

“ตอนนี้เราทำลายอาคมไปแล้ว เขาคงไม่มีทางตอบตกลงเรื่องนี้แน่นอน! ที่สำคัญในตอนนั้นท่านพ่อก็ไม่เห็นด้วยกับทูตหนานซวน”

ยิ่งมู่ไป๋ไป่พูดถึงเรื่องนี้เท่าไหร่ เธอก็ยิ่งวิตกกังวลมากขึ้นเท่านั้น เธอไม่รู้ว่าในชาติก่อนตนไปทำเวรทำกรรมอะไรกับหนานซวนเอาไว้ พวกเขาจึงต้องมาจองเวรจองกรรมกันในชาตินี้

โดยเฉพาะฮ่องเต้หนานซวน เธอรู้สึกโกรธมากเมื่อนึกถึงตอนเด็กที่เขาเคยหลอกเธอ แถมเขายังคิดจะลอบทำร้ายเธออีกด้วย ถ้าตอนนั้นเซียวถังอี้ไม่มาเห็นเข้าและช่วยเธอไว้ เธอคงจะถูกพิษแมลงกู่เหมือนกับท่านพี่รัชทายาทไปแล้ว

ประเด็นสำคัญก็คือ อีกฝ่ายยังคิดอยากจะกินหญ้าอ่อนอีก นี่มันเป็นเพียงความคิดเพ้อฝันของโคแก่เท่านั้น

“เจ้าใจเย็นลงก่อน” ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะอธิบายว่า “ฮ่องเต้หนานซวนไม่ได้เอ่ยถึงการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับเสด็จพ่อของเจ้าในระหว่างการเข้าเฝ้าครั้งนี้”

“แล้วเขามาที่นี่ทำไม?” มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น “เขาจะมาที่นี่เพื่ออวยพรวันเกิดให้ไทเฮาหรืออย่างไร แต่วันเกิดของไทเฮาก็ผ่านไปแล้ว”

“เขามาขอความช่วยเหลือจากเรา” เซียวถังอี้บอกข่าวที่เขารู้ออกมา “ฮ่องเต้หนานซวนบอกว่าตอนนี้เหล่ากบฏในหนานซวนกำลังเหิมเกริมมาก แล้วหัวหน้าของกลุ่มกบฏพวกนั้นอยู่ที่เป่ยหลง เขาเดินทางมายังเป่ยหลงด้วยความหวังว่าเสด็จพ่อของเจ้าจะช่วยจับตัวหัวหน้าของเหล่ากบฏให้ได้”

มู่ไป๋ไป่ยิ้มเยาะทันทีที่ได้ยินเรื่องนี้ “เขาวางแผนได้ดีจริง ๆ เขาเดินทางมาถึงเป่ยหลงเพื่อขอให้ท่านพ่อช่วยจับคนแทนเขา ทำไมเขาไม่ทำเองล่ะ?”

“เฮอะ ถ้าท่านพ่อช่วยจับคนได้ก็คงจะดี แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ เขาคงจะใช้ข้ออ้างนี้ก่อเรื่องแน่ อย่างเช่น เขาจะกล่าวหาว่าพวกเราชาวเป่ยหลงทรยศไม่ให้ความร่วมมือ ข้าเดาว่าเขาคงจะกำลังวางแผนนี้เพื่อข้า”

เซียวถังอี้ยกยิ้มมุมปากในขณะที่จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาหลงใหลมากขึ้น “เจ้าฉลาดมาก”

มู่ไป๋ไป่รู้สึกขนลุกทันทีเมื่อได้ยินคำชมจากปากเขา “ท่านมาหาข้าเพียงเพื่อจะบอกเรื่องนี้กับข้าอย่างนั้นหรือ? ทำไมท่านไม่พูดเสียตั้งแต่ทีแรก จะพูดวนไปเวียนมาทำไม หรือท่านกลัวว่าข้าจะหุนหันพลันแล่นไปหาฮ่องเต้หนานซวนเพื่อสะสางเรื่องในอดีต?”

“หากเป็นเช่นนั้นท่านก็วางใจได้เลย ข้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ข้าไม่ทำอะไรผิดกฎหมายอย่างเช่นการดักทำร้ายใครหรอก อย่างมากสุดข้าก็แค่จะใส่ยาพิษลงในอาหารของเขาเพื่อสั่งสอนเขาเล็กน้อยเท่านั้น”

“เจ้าไม่จำเป็นจะต้องลำบากถึงเพียงนั้น” ชายหนุ่มพยายามกลั้นยิ้มอย่างเต็มที่ในขณะที่เขากล่าวว่า “ถ้าเจ้าอยากทำอะไรก็แค่บอกข้า ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง ข้าสามารถทำทุกอย่างได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นและไม่มีใครสงสัยข้าด้วย”

มู่ไป๋ไป่ก็เลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับถามว่า “ท่านกำลังสงสัยในความสามารถของข้าอยู่หรือ? เซียวถังอี้ ข้าบอกท่านแล้วว่าผลที่ตามมาจากการประเมินลูกศิษย์หุบเขาหมอเทวดาต่ำเกินไปนั้นร้ายแรงแค่ไหน เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะทำให้ท่านอาเจียนและท้องเสียตลอดทั้งวัน!”

“ข้าไม่ได้ดูถูกเจ้า” เมื่อเซียวถังอี้ได้ยินดังนั้น เขาก็ถอนหายใจเบา ๆ “ไป๋ไป่ เจ้าอย่าได้ตีความหมายของข้าผิดไป ข้าแค่เป็นห่วงเจ้า”

คำพูดนี้ทำให้หญิงสาวหายใจติดขัด เธอจ้องคนตัวสูงกว่าด้วยสายตาสับสน เพราะเธอรู้สึกว่าตนไม่คุ้นหูกับคำพูดที่ฟังดูเป็นห่วงเป็นใยของเขาเลย นั่นส่งผลให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงมากยิ่งขึ้น

แต่ความตื่นเต้นนั้นดูเหมือนว่าจะเกิดเพียงชั่วขณะ ในไม่ช้าเธอก็นึกถึงภาพที่เซียวถังอี้ปิดบังความจริงและปฏิเสธเธอในวันนั้น

เธอจึงกัดฟันจ้องชายหนุ่มเขม็ง “ใครขอให้ท่านมาเป็นห่วงกัน ท่านเลิกทำตัวเป็นหมาหยอกไก่กับข้าได้แล้ว ข้าไม่อยากให้ท่านมาเป็นห่วงข้า”

จากนั้นเธอก็เปลี่ยนใจแบบกะทันหัน “เอาเป็นว่าข้าจะไม่ไปที่ตำหนักอ๋องเซียวแล้ว ถังถังทำถูกที่ทะเลาะกับท่าน”

หลังจากพูดจบมู่ไป๋ไป่ก็หันหลังวิ่งหนีไปโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว

“ไป๋ไป่…” เซียวถังอี้มองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่หายไปจากประตู พร้อมกับความรู้สึกขมขื่นในใจ

นี่มันสายเกินไปแล้วจริง ๆ หรือ?

มู่ไป๋ไป่วิ่งหนีออกจากจวนแม่ทัพ แล้วได้ส่งสัญญาณเรียกนกตัวหนึ่งมาบอกให้มันส่งจดหมายไปที่ตำหนักอ๋องเซียวให้เซียวถังถังและอวี้หวานหว่านเป็นการแจ้งให้พวกนางออกมาพบเธอข้างนอก

เนื่องจากตอนนี้สัตว์ตัวเล็กตัวน้อยในเมืองหลวงทุกตัวคุ้นเคยกับเซียวถังถังเป็นอย่างดี นกน้อยบินจากไปอย่างมีความสุขหลังจากได้รับคำสั่งและรางวัลจากท่านจ้าวอสูร

หลังจากนั้นไม่นาน เซียวถังถังกับอวี้หวานหว่านก็ออกจากตำหนักอ๋องเซียวไปตามสถานที่ที่นัดหมายกับมู่ไป๋ไป่

จบบทที่ บทที่ 540: ฮ่องเต้หนานซวนเสด็จมายังเมืองหลวงแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว