- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 540: ฮ่องเต้หนานซวนเสด็จมายังเมืองหลวงแล้ว
บทที่ 540: ฮ่องเต้หนานซวนเสด็จมายังเมืองหลวงแล้ว
บทที่ 540: ฮ่องเต้หนานซวนเสด็จมายังเมืองหลวงแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นท่านก็ไปพบคนที่ท่านอยากพบเถอะ ท่านไม่จำเป็นต้องบอกข้า” มู่ไป๋ไป่หันหลังเดินออกไปด้วยความโมโห แล้วเธอก็พูดกับเซียวถังอี้ทั้งที่ยังหันหลังให้เขา “และอย่ามาทำแบบนี้ต่อหน้าข้าอีก”
ทางด้านชายหนุ่มมองดูท่าทางโกรธเคืองของหญิงสาวแล้วอดไม่ได้ที่จะนึกถึงตอนที่นางเดินตามเขาเหมือนเด็กเอาแต่ใจในตอนที่นางยังเป็นเด็กน้อย ซึ่งความทรงจำนั้นทำให้รอยยิ้มมุมปากของเขากดลึกขึ้น “เจ้ายังโกรธข้าอยู่หรือ?”
มู่ไป๋ไป่หันกลับมาขมวดคิ้วมองอีกฝ่าย “ทำไมท่านถึงเดินตามข้ามาอีก?”
“ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรืออย่างไรว่าให้ท่านไปพบคนที่ท่านอยากพบเถอะ”
ถึงกระนั้นเซียวถังอี้ก็ยังคงเดินตามมู่ไป๋ไป่ไปอย่างช้า ๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เธอไม่อาจต้านทานได้
หญิงสาวคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เธอตัดสินใจว่าจะตัดใจจากชายหนุ่ม มิฉะนั้นเธอคงไม่รู้ว่าตัวเองจะหลงใหลเขาได้มากขนาดนี้
แต่ผู้ชายคนนี้เป็นอะไรไป?
ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าท่าทีของเซียวถังอี้ในช่วงนี้มีบางอย่างแปลกไป… ดูเขาจะใส่ใจเธอมากขึ้น… กระมัง?
พอมู่ไป๋ไป่คิดถึงเรื่องดังกล่าว เธอก็หยุดเดินและหันกลับไปมองคนที่เดินตามเธอมาด้วยความสงสัย “ท่านมาที่นี่เพื่อพบข้าหรือ?”
ชายหนุ่มพยักหน้าเบา ๆ แล้วก็นิ่งเงียบมองอีกฝ่าย
“เซียวถังอี้ ช่วยพูดกับข้าตามตรงหน่อยสิ” หญิงสาวเอามือไพล่หลังเดินวนรอบตัวร่างสูงก่อนจะถามอย่างใจเย็น “ท่านมีอะไรอยากจะถามข้าหรือไม่?”
“...”
“อย่ากังวลไปเลย เห็นแก่มิตรภาพของเรา หากข้าช่วยได้ข้าจะช่วยท่านอย่างแน่นอน” มู่ไป๋ไป่เชิดหน้าขึ้นพูดอย่างตรงไปตรงมา “ข้าจะไม่ทำให้ท่านลำบากใจแน่”
เซียวถังอี้ถอนหายใจเบา ๆ ในขณะนี้เขารู้สึกไร้หนทางซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลย
แต่เขาก็รู้เช่นกันว่าสถานการณ์ในปัจจุบันมันเกิดขึ้นเพราะตัวเขาเอง
เป็นเขาที่ปฏิเสธมู่ไป๋ไป่อยู่หลายครั้ง ทำให้นางต้องเจ็บปวดใจ ดังนั้นถ้าเขาจะพูดอะไรออกไปตอนนี้ นางคงไม่ปักใจเชื่อง่าย ๆ
“มีบางอย่างที่ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าจริง ๆ” ชายหนุ่มยิ้มพร้อมกับกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ถังถังโกรธข้า เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าบางครั้งนางก็เป็นเด็กที่ดื้อมาก นางไม่เชื่อฟังข้าเลย ถังถังเชื่อฟังเจ้ามากที่สุด…”
“อ๋อ ข้าเข้าใจแล้ว” มู่ไป๋ไป่พยักหน้ารับทันที “ท่านอยากให้ข้าช่วยคุยกับถังถังให้ใช่หรือไม่ ตกลง เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ ข้าเองก็จะไปที่ตำหนักอ๋องเซียวเหมือนกัน”
“แต่ข้าคงอยู่ได้ไม่นาน ข้าต้องรีบกลับไปเข้าเฝ้าท่านพ่อ”
“คืนนี้เจ้าจะกลับวังหลวงแล้วหรือ?” ดวงตาของเซียวถังอี้หม่นแสงลง “ทำไมไม่พักอยู่ข้างนอกอีกสัก 2-3 วันล่ะ?”
มู่ไป๋ไป่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาฉงน ก่อนที่เธอจะถามกลับไปว่า “ทำไมข้าต้องพักอยู่นอกวังหลวงด้วย? บ้านของข้าอยู่ในวังหลวง และเรื่องอาคมก็ยังไม่ได้รับการสืบสวนอย่างกระจ่าง แถมถังเป่ยเฉินกับฉู่เสวียนก็ยังซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลวง ข้ามีเรื่องต้องไปจัดการอีกมากมาย”
เซียวถังอี้มองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเขาก็พูดว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าฮ่องเต้หนานซวนได้เสด็จเข้ามาในเมืองหลวงแล้ว?”
มู่ไป๋ไป่ชะงักไปก่อนจะหันมามองชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ “ฮ่องเต้หนานซวน? เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมถึงไม่มีใครบอกข้า”
เซียวถังอี้เดินเข้าไปหาคนตัวเล็กกว่าแล้วไปยืนอยู่เคียงข้างนาง จากนั้นเขาก็เอ่ยถามว่า “ช่วงนี้เสด็จพ่อของเจ้าเร่งให้เจ้ากลับวังหลวงหรือไม่?”
“ใช่…” มู่ไป๋ไป่พยักหน้าอย่างลังเล “ไม่สิ ท่านหมายความว่าที่ท่านพ่อเร่งเร้าให้ข้ากลับไปเพราะฮ่องเต้หนานซวน แต่ในตอนที่หนานซวนยื่นขอแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ เป็นเพราะท่านพ่อต้องอาคมจึงได้ยอมตอบตกลงไปไม่ใช่หรือ?”
“ตอนนี้เราทำลายอาคมไปแล้ว เขาคงไม่มีทางตอบตกลงเรื่องนี้แน่นอน! ที่สำคัญในตอนนั้นท่านพ่อก็ไม่เห็นด้วยกับทูตหนานซวน”
ยิ่งมู่ไป๋ไป่พูดถึงเรื่องนี้เท่าไหร่ เธอก็ยิ่งวิตกกังวลมากขึ้นเท่านั้น เธอไม่รู้ว่าในชาติก่อนตนไปทำเวรทำกรรมอะไรกับหนานซวนเอาไว้ พวกเขาจึงต้องมาจองเวรจองกรรมกันในชาตินี้
โดยเฉพาะฮ่องเต้หนานซวน เธอรู้สึกโกรธมากเมื่อนึกถึงตอนเด็กที่เขาเคยหลอกเธอ แถมเขายังคิดจะลอบทำร้ายเธออีกด้วย ถ้าตอนนั้นเซียวถังอี้ไม่มาเห็นเข้าและช่วยเธอไว้ เธอคงจะถูกพิษแมลงกู่เหมือนกับท่านพี่รัชทายาทไปแล้ว
ประเด็นสำคัญก็คือ อีกฝ่ายยังคิดอยากจะกินหญ้าอ่อนอีก นี่มันเป็นเพียงความคิดเพ้อฝันของโคแก่เท่านั้น
“เจ้าใจเย็นลงก่อน” ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะอธิบายว่า “ฮ่องเต้หนานซวนไม่ได้เอ่ยถึงการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับเสด็จพ่อของเจ้าในระหว่างการเข้าเฝ้าครั้งนี้”
“แล้วเขามาที่นี่ทำไม?” มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น “เขาจะมาที่นี่เพื่ออวยพรวันเกิดให้ไทเฮาหรืออย่างไร แต่วันเกิดของไทเฮาก็ผ่านไปแล้ว”
“เขามาขอความช่วยเหลือจากเรา” เซียวถังอี้บอกข่าวที่เขารู้ออกมา “ฮ่องเต้หนานซวนบอกว่าตอนนี้เหล่ากบฏในหนานซวนกำลังเหิมเกริมมาก แล้วหัวหน้าของกลุ่มกบฏพวกนั้นอยู่ที่เป่ยหลง เขาเดินทางมายังเป่ยหลงด้วยความหวังว่าเสด็จพ่อของเจ้าจะช่วยจับตัวหัวหน้าของเหล่ากบฏให้ได้”
มู่ไป๋ไป่ยิ้มเยาะทันทีที่ได้ยินเรื่องนี้ “เขาวางแผนได้ดีจริง ๆ เขาเดินทางมาถึงเป่ยหลงเพื่อขอให้ท่านพ่อช่วยจับคนแทนเขา ทำไมเขาไม่ทำเองล่ะ?”
“เฮอะ ถ้าท่านพ่อช่วยจับคนได้ก็คงจะดี แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ เขาคงจะใช้ข้ออ้างนี้ก่อเรื่องแน่ อย่างเช่น เขาจะกล่าวหาว่าพวกเราชาวเป่ยหลงทรยศไม่ให้ความร่วมมือ ข้าเดาว่าเขาคงจะกำลังวางแผนนี้เพื่อข้า”
เซียวถังอี้ยกยิ้มมุมปากในขณะที่จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาหลงใหลมากขึ้น “เจ้าฉลาดมาก”
มู่ไป๋ไป่รู้สึกขนลุกทันทีเมื่อได้ยินคำชมจากปากเขา “ท่านมาหาข้าเพียงเพื่อจะบอกเรื่องนี้กับข้าอย่างนั้นหรือ? ทำไมท่านไม่พูดเสียตั้งแต่ทีแรก จะพูดวนไปเวียนมาทำไม หรือท่านกลัวว่าข้าจะหุนหันพลันแล่นไปหาฮ่องเต้หนานซวนเพื่อสะสางเรื่องในอดีต?”
“หากเป็นเช่นนั้นท่านก็วางใจได้เลย ข้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ข้าไม่ทำอะไรผิดกฎหมายอย่างเช่นการดักทำร้ายใครหรอก อย่างมากสุดข้าก็แค่จะใส่ยาพิษลงในอาหารของเขาเพื่อสั่งสอนเขาเล็กน้อยเท่านั้น”
“เจ้าไม่จำเป็นจะต้องลำบากถึงเพียงนั้น” ชายหนุ่มพยายามกลั้นยิ้มอย่างเต็มที่ในขณะที่เขากล่าวว่า “ถ้าเจ้าอยากทำอะไรก็แค่บอกข้า ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง ข้าสามารถทำทุกอย่างได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นและไม่มีใครสงสัยข้าด้วย”
มู่ไป๋ไป่ก็เลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับถามว่า “ท่านกำลังสงสัยในความสามารถของข้าอยู่หรือ? เซียวถังอี้ ข้าบอกท่านแล้วว่าผลที่ตามมาจากการประเมินลูกศิษย์หุบเขาหมอเทวดาต่ำเกินไปนั้นร้ายแรงแค่ไหน เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะทำให้ท่านอาเจียนและท้องเสียตลอดทั้งวัน!”
“ข้าไม่ได้ดูถูกเจ้า” เมื่อเซียวถังอี้ได้ยินดังนั้น เขาก็ถอนหายใจเบา ๆ “ไป๋ไป่ เจ้าอย่าได้ตีความหมายของข้าผิดไป ข้าแค่เป็นห่วงเจ้า”
คำพูดนี้ทำให้หญิงสาวหายใจติดขัด เธอจ้องคนตัวสูงกว่าด้วยสายตาสับสน เพราะเธอรู้สึกว่าตนไม่คุ้นหูกับคำพูดที่ฟังดูเป็นห่วงเป็นใยของเขาเลย นั่นส่งผลให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงมากยิ่งขึ้น
แต่ความตื่นเต้นนั้นดูเหมือนว่าจะเกิดเพียงชั่วขณะ ในไม่ช้าเธอก็นึกถึงภาพที่เซียวถังอี้ปิดบังความจริงและปฏิเสธเธอในวันนั้น
เธอจึงกัดฟันจ้องชายหนุ่มเขม็ง “ใครขอให้ท่านมาเป็นห่วงกัน ท่านเลิกทำตัวเป็นหมาหยอกไก่กับข้าได้แล้ว ข้าไม่อยากให้ท่านมาเป็นห่วงข้า”
จากนั้นเธอก็เปลี่ยนใจแบบกะทันหัน “เอาเป็นว่าข้าจะไม่ไปที่ตำหนักอ๋องเซียวแล้ว ถังถังทำถูกที่ทะเลาะกับท่าน”
หลังจากพูดจบมู่ไป๋ไป่ก็หันหลังวิ่งหนีไปโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว
“ไป๋ไป่…” เซียวถังอี้มองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่หายไปจากประตู พร้อมกับความรู้สึกขมขื่นในใจ
นี่มันสายเกินไปแล้วจริง ๆ หรือ?
มู่ไป๋ไป่วิ่งหนีออกจากจวนแม่ทัพ แล้วได้ส่งสัญญาณเรียกนกตัวหนึ่งมาบอกให้มันส่งจดหมายไปที่ตำหนักอ๋องเซียวให้เซียวถังถังและอวี้หวานหว่านเป็นการแจ้งให้พวกนางออกมาพบเธอข้างนอก
เนื่องจากตอนนี้สัตว์ตัวเล็กตัวน้อยในเมืองหลวงทุกตัวคุ้นเคยกับเซียวถังถังเป็นอย่างดี นกน้อยบินจากไปอย่างมีความสุขหลังจากได้รับคำสั่งและรางวัลจากท่านจ้าวอสูร
หลังจากนั้นไม่นาน เซียวถังถังกับอวี้หวานหว่านก็ออกจากตำหนักอ๋องเซียวไปตามสถานที่ที่นัดหมายกับมู่ไป๋ไป่