เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 538: ตื่นเต้นมากเกินไป

บทที่ 538: ตื่นเต้นมากเกินไป

บทที่ 538: ตื่นเต้นมากเกินไป


“นอกจากนี้ เจ้าดู~~” เซียวถังถังจงใจลากเสียงยาวในขณะที่มองอวี้หวานหว่านด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย “ดูเหมือนว่าท่าทางของเจ้าจะเหมือนเด็กสาวที่กำลังมีความรักตามที่บรรยายในตำรา”

“รีบบอกข้ามาเร็วเข้า เจ้าชอบผู้ชายคนไหนอยู่หรือไม่?”

คำถามนั้นทำให้ใบหน้าของเด็กหญิงที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงมากขึ้นไปอีก นางที่กลัวว่าจะถูกจับได้ก็พูดตะกุกตะกักมากยิ่งขึ้น “ศิษย์พี่รอง ท่านพูดเรื่องเหลวไหลอะไรกัน ข้ายังเด็กอยู่นะ!”

“นี่ ผู้หญิงในเมืองหลวงตอนอายุเท่าเจ้า บางคนหมั้นหมายกันไปตั้งนานแล้ว” เซียวถังถังพูดพลางโบกมือแบบไม่ใส่ใจ “ศิษย์พี่ใหญ่รู้ว่าเจ้ากังวลเรื่องอะไร ไม่เป็นไร เจ้าบอกแค่ศิษย์พี่รองคนนี้ก็พอ ศิษย์พี่รองของเจ้าจะช่วยสืบประวัติของคนผู้นั้นและแจ้งให้ท่านอาจารย์ทราบเอง”

“ข้าไม่คุยกับท่านแล้ว!” อวี้หวานหว่านกระทืบเท้าแก้เขินและหันหลังวิ่งหนีไป “ศิษย์พี่รองใจร้าย!”

“หา?” เซียวถังถังตกตะลึงกับปฏิกิริยาของศิษย์น้อง จากนั้นจึงรีบวิ่งตามอีกฝ่ายไป “เจ้าเป็นอะไรไป ข้าแค่เป็นห่วงเจ้าเท่านั้นเอง”

“หวานหว่าน ฟังศิษย์พี่รองนะ พวกเราเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ถ้าเจ้าตกหลุมรักใครก็อย่าได้อาย…”

แล้วเสียงของคนทั้ง 2 ก็ค่อย ๆ หายไป ขณะเดียวกัน หลัวเซียวเซียวเดินออกมาจากมุมหนึ่งพร้อมกับถ่าน นางหันไปมองตามหลังเซียวถังถังกับอวี้หวานหว่าน

นางมองไปยังทิศทางนั้นอยู่นานก่อนที่นางจะยิ้มออกมาด้วยความอิจฉา

สุดยอดไปเลย ข้าเองก็อยากใช้ชีวิตแบบไร้กังวลเช่นนี้เหมือนกัน

หลัวเซียวเซียวเงยหน้ากะพริบตาไว ๆ จากนั้นก็ปรับอารมณ์ของตัวเองแล้วเดินถืออาหารจากห้องครัวเข้าไปในห้องของมู่จวินเซิ่ง

“องค์หญิงเพคะ หม่อมฉันเอาอาหารมาให้พระองค์ พระองค์ยุ่งมาตลอดทั้งเช้าแล้ว พระองค์ควรเสวยอะไรสักหน่อยแล้วค่อยทำงานต่อเถิดเพคะ”

มู่ไป๋ไป่กำลังฝังเข็มให้กับพี่ชายคนรอง เมื่อเธอได้ยินเสียงของสหายคนสนิท เธอจึงหันกลับมาพูดว่า “เซียวเซียว ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่ ข้าไม่ได้บอกให้เจ้ากลับไปพักผ่อนหรอกหรือ?”

“องค์หญิงเพคะ ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายกว่าแล้วเพคะ” หลัวเซียวเซียวกล่าว “เมื่อเช้าหม่อมฉันได้ทำตามคำสั่งของพระองค์โดยการกลับไปพักผ่อนที่ห้อง ตอนนี้หม่อมฉันพักผ่อนเต็มที่แล้วเพคะ”

“ดูสมองข้าสิ” มู่ไป๋ไป่ที่ได้ยินดังนั้นก็ตีหัวตัวเองทันที “สมองข้าเริ่มเลอะเลือนแล้ว ข้าเกือบลืมสิ่งที่ตัวเองพูดไปเลย”

“พระองค์ก็เป็นเช่นนี้เสมอ” หลัวเซียวเซียววางอาหารลงบนโต๊ะ จากนั้นก็หันมาพูดกับอีกคนว่า “ทุกครั้งที่พระองค์รักษาผู้ป่วยที่รับมือได้ยาก พระองค์จะไม่ยอมกินดื่มหรือพักผ่อนเลยด้วยซ้ำ ถ้าหม่อมฉันไม่คอยดูแลพระองค์ พระองค์ก็จะล้มป่วยไปอีกคน”

“ฮ่า ๆๆ ข้าไม่ได้ตั้งใจ” มู่ไป๋ไป่ล้างมือตัวเองให้สะอาดแล้วเดินเข้าไปหานาง “พี่รองเพิ่งตื่นมาสักครู่ ตอนนี้เขาดีขึ้นแล้ว ในช่วงนี้ข้าจะคอยดูแลเขาเอง เขาน่าจะใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 10 วัน”

หลัวเซียวเซียวมองไปที่มู่จวินเซิ่งด้วยสายตาสับสนก่อนจะพูดว่า “ระหว่างที่เดินมาที่นี่หม่อมฉันบังเอิญพบท่านรองแม่ทัพ พวกเขาบอกว่าท่านแม่ทัพถูกพิษศพหรือเพคะ?”

“ใช่” มู่ไป๋ไป่ไม่ได้คิดปิดบังคนตรงหน้า “แต่เรายังคิดไม่ออกว่าพี่รองไปถูกพิษศพมาจากที่ใด แต่สิ่งที่แน่ชัดแล้วก็คือ เขาได้รับพิษศพจริง ๆ”

ทันใดนั้นจู่ ๆ ความคิดประหลาดก็ผุดขึ้นมาในใจของหลัวเซียวเซียว พิษศพนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับฉู่เสวียนหรือไม่?

แต่ไม่นานนางก็ปฏิเสธความคิดนี้

ตัวนางนั้นในระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่ในหุบเขาหมอเทวดา นางก็ได้เรียนรู้วิชาการแพทย์พร้อมกับผู้เป็นนาย นางรู้ว่าพิษศพมีสาเหตุจากอะไร ฉู่เสวียนยังมีชีวิตอยู่ และแทบไม่ได้อยู่ใกล้มู่จวินเซิ่ง มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่พิษศพจากชายคนนั้นจะถูกส่งต่อไปยังท่านแม่ทัพโดยตรง

พอหญิงสาวคิดถึงเรื่องนี้ สมองของนางก็เผลอคิดเรื่องของฉู่เสวียนโดยไม่รู้ตัว

นางยังจำได้ถึงท่าทีโกรธแค้นที่เขาแสดงออกมาในวันนั้น

“เซียวเซียว เจ้าอย่าคิดมากไปเลย” เมื่อมู่ไป๋ไป่เห็นว่าหลัวเซียวเซียวนิ่งเงียบไป เธอจึงคิดว่านางกำลังเป็นห่วงพี่ชายคนรอง เธอจึงพูดปลอบโยนนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พิษศพนั้นรักษาได้ไม่ยาก เพียงแต่จะต้องใช้เวลามากกว่าปกติเท่านั้น ข้าตั้งใจว่าจะฝังเข็มให้พี่รองทุกวัน มันจะช่วยให้ร่างกายของเขาขับพิษได้เร็วขึ้น”

“องค์หญิง หม่อมฉันเชื่อมั่นในฝีมือของพระองค์อยู่แล้วเพคะ” หลัวเซียวเซียวฝืนยิ้ม “แต่พระองค์ก็อย่าได้ฝืนตัวเองมากเกินไปน เรื่องในวังหลวงยังไม่จบสิ้น หากพระองค์มีสิ่งใดอยากให้หม่อมฉันช่วย พระองค์บอกหม่อมฉันได้เลยเพคะ พระองค์อย่าได้กันหม่อมฉันออกไปเหมือนเป็นคนนอกแบบที่ผ่านมาเลยนะเพคะ”

มู่ไป๋ไป่รู้สึกสะเทือนใจเมื่อได้ยินสหายคนสนิทพูดเช่นนั้น แล้วเธอก็อดไม่ได้ที่จะพูดหยอกล้อนางว่า “ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้เจ้ากำลังเป็นว่าที่พี่สะใภ้ของข้าแล้วนะ ข้าจะกล้าใช้งานพี่สะใภ้ของตัวเองได้อย่างไรกัน”

“แบบนั้นพี่รองจะต้องบ่นข้าแน่”

หลัวเซียวเซียวตกตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นนางก็หลุบตาลงต่ำ

มู่ไป๋ไป่คิดว่าอีกฝ่ายแค่เขินอาย เธอจึงกล่าวว่า “เอาล่ะ ๆ ข้าจะให้เจ้าคอยดูแลพี่รอง ข้าขอตัวไปกินข้าวก่อน เจ้าอย่าเพิ่งดึงเข็มออกจากตัวพี่รองนะ อีกสักพักเขาก็น่าจะตื่นแล้ว ตอนนั้นเขาน่าจะอาเจียนเลือดพิษออกมา ถึงเวลานั้นให้เจ้ารีบมาเรียกข้านะ”

หลังจากพูดจบหญิงสาวก็เดินออกไปข้างนอกพร้อมกับถาดอาหาร โดยที่เธอตั้งใจว่าจะกินข้าวไปด้วยอ่านตำราแพทย์ที่เซียวถังถังนำมาจากตำหนักไปด้วย

ในวันนั้นมู่จวินเซิ่งก็อาเจียนออกมาเป็นเลือดอยู่หลายครั้ง ในตอนแรกเลือดเป็นสีดำสนิทดูน่ากลัวมาก แต่ต่อมาเลือดสีดำก็ค่อย ๆ เปลี่ยนกลายเป็นสีแดง

ถึงเวลานั้นสีหน้าของชายหนุ่มก็กลับมาเป็นปกติ

ในช่วงเวลานี้มู่ไป๋ไป่กับหลัวเซียวเซียวก็ผลัดกันคอยดูแลมู่จวินเซิ่งอยู่ตลอด 10 วัน

พอเข้าสู่เช้าวันที่ 10 ในที่สุดแม่ทัพหนุ่มก็ลืมตาตื่นขึ้นมา

ทันทีที่เขาลืมตา เขาก็เห็นหลัวเซียวเซียวกำลังงีบหลับอยู่ข้างเตียงของตน

แสงแดดที่สอดส่องเข้ามาทางหน้าต่างส่องตรงมาที่ร่างของหญิงสาวพอดีทำให้ใบหน้าของนางดูชวนฝันจนทำให้คนที่ได้มองตกตะลึงไปชั่วขณะ

จนกระทั่งหลัวเซียวเซียวตื่นขึ้นมาและสบตากับเขาด้วยความงุนงงเล็กน้อย เขาจึงจะได้สติกลับคืนมา

“ท่านแม่ทัพ?” หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ และใช้เวลาสักครู่กว่าที่จะรู้ตัวว่าตนนั้นไม่ได้ฝันไป นางจึงลุกยืนพร้อมกับพูดว่า “ท่านแม่ทัพ ท่านฟื้นแล้วหรือ?”

“ใช่…” มู่จวินเซิ่งเปิดปากพูดแต่กลับพบว่าคอของเขาแห้งผากมาก เขาขมวดคิ้วในขณะที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง หลัวเซียวเซียวก็หยิบถ้วยน้ำมาจรดที่ริมฝีปากเขาเรียบร้อย

“ท่านแม่ทัพดื่มน้ำก่อนเถิดเจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวพลางประคองถ้วยน้ำให้เขาดื่มอย่างระมัดระวัง “ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาท่านหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่ตลอดจึงยังไม่ค่อยได้กินอะไรมากนัก ตอนนี้คอของท่านคงจะแห้งมาก ท่านดื่มน้ำให้ชุ่มคอก่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะไปเรียกองค์หญิงมาดูอาการท่าน”

เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะผละตัวออกไป เขาก็รีบเอื้อมมือไปคว้ามือนางเอาไว้

หลัวเซียวเซียวจึงหันกลับมามองเขาด้วยความสับสน “ท่านแม่ทัพ มีอะไรหรือเจ้าคะ?”

“เซียวเซียว…” มู่จวินเซิ่งมองตรงไปที่หญิงสาว เขาอ้ำอึ้งอยู่นานก่อนจะพูดต่อว่า “สิ่งที่เจ้าสัญญากับข้าในวันนั้นยังนับหรือไม่?”

ความจริงเขาไม่คิดที่จะถามคำถามนี้ทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมา

แต่ภาพที่เขาเห็นตอนตื่นมาครั้งแรกนั้นงดงามมาก มันชวนฝันจนเขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามออกมาเช่นนี้

หลัวเซียวเซียวตกตะลึงไปชั่วขณะ นางก้มหน้าลงต่ำเพราะความไม่สบายใจที่เกิดขึ้น ก่อนที่นางจะตอบว่า “แน่นอนว่ายังนับเพคะ แม้ว่าเซียวเซียวจะไม่ใช่คนมีหน้ามีตาอะไร แต่ข้าก็รักษาคำพูดของตัวเองเจ้าค่ะ”

ชายหนุ่มเหมือนหายใจติดขัด เขาผุดลุกขึ้นจากเตียงด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับถามย้ำให้แน่ใจ “จริงหรือ?”

“ท่านแม่ทัพระวัง!” หลัวเซียวเซียวตกใจกับท่าทีของอีกฝ่าย และรีบเข้าไปช่วยพยุงเขาให้นั่งลงบนเตียง “ท่านเพิ่งหาย หากท่านลุกขึ้นกะทันหันเช่นนี้ มันจะเป็นผลเสียกับตัวท่าน”

“ข้าไม่เป็นไร” มู่จวินเซิ่งจับมือหญิงสาวเอาไว้แน่นในขณะที่เขายิ้มกว้าง “วันนั้นเจ้าสัญญาไว้ว่าขอเพียงข้าหายดี เจ้าจะแต่งงานกับข้า”

“ตอนนี้ข้าฟื้นแล้ว ข้าจะไปหาแม่เจ้าเพื่อทำการสู่ขอทันที”

จบบทที่ บทที่ 538: ตื่นเต้นมากเกินไป

คัดลอกลิงก์แล้ว