เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 537: สัญชาตญาณของข้าแม่นยำที่สุด!

บทที่ 537: สัญชาตญาณของข้าแม่นยำที่สุด!

บทที่ 537: สัญชาตญาณของข้าแม่นยำที่สุด!


มู่ไป๋ไป่พูดเสร็จแล้วก็ลงมือทันที ในตอนที่พ่อบ้านนำชามาให้ เธอก็สั่งให้เขาไปเรียกคนสนิทของมู่จวินเซิ่ง มาถามเกี่ยวกับทุกอย่างตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในเมืองหลวง

แม้ว่าคนสนิทหลายคนจะไม่ทราบว่าองค์หญิงหกมีจุดประสงค์ใดถึงได้ถามเช่นนี้ แต่พวกเขาก็รู้ว่าท่านแม่ทัพรักน้องสาวคนนี้มาก

ดังนั้นพวกเขาจึงเล่าทุกอย่างที่ตนรู้ให้หญิงสาวฟัง

หลังจากมู่ไป๋ไป่ฟังรายงานของคนสนิทพี่รองแล้ว เธอก็ยิ่งคิดหนัก

“องค์หญิงหก มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” มีทหารคนหนึ่งที่กล้าเอ่ยถามขึ้นมา “ถ้ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้น พระองค์ลองบอกพวกเราดีหรือไม่ เผื่อพวกเราช่วยอะไรได้”

มู่ไป๋ไป่คิดสักครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “พี่รองถูกพิษศพ”

“พิษศพ?” บรรดาลูกน้องคนสนิทที่ต่อสู้ร่วมกับมู่จวินเซิ่งตั้งแต่ที่ชายแดนต่างพากันตกตะลึง “ท่านแม่ทัพติดพิษศพได้อย่างไร องค์หญิงหก พระองค์วินิจฉัยผิดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

“พวกเราทุกคนต่างต่อสู้อยู่ที่ชายแดนมานานหลายปี เรารู้เรื่องเกี่ยวกับพิษศพมาบ้าง ถึงอย่างไรพวกเราต่างก็เคยเกลือกกลิ้งอยู่บนกองศพนับพัน ดังนั้นพวกเราจึงพกถุงยาป้องกันพิษศพติดตัวเอาไว้เสมอพ่ะย่ะค่ะ”

ลูกน้องคนสนิทเหล่านั้นต่างพากันดึงถุงที่มัดอยู่กับที่คาดเอวส่งให้มู่ไป๋ไป่

“ถุงสมุนไพรนี้หมอทหารในค่ายเตรียมให้พวกเราทุกคน มันเป็นตัวยาเฉพาะที่มีประโยชน์ในการป้องกันพิษศพ ท่านแม่ทัพเองก็ได้รับถุงสมุนไพรนี้ด้วยเช่นกัน”

“ยิ่งไปกว่านั้น หากจะมีใครติดพิษศพจริง ๆ ก็ต้องอยู่กับศพจำนวนมากเป็นเวลานาน พวกเราไม่มีใครเคยติดพิษชนิดนี้มาก่อนจนกระทั่งเราเดินทางเข้ามาในเมืองหลวงพร้อมกับท่านแม่ทัพ นี่ยังไม่นับรวมเรื่องที่ว่าหลังจากกลับมาถึงเมืองหลวง ท่านแม่ทัพก็อยู่กับแม่นางหลัวที่จวนแม่ทัพทุกวัน บางครั้งท่านแม่ทัพก็จะออกเดินทางไปยังวังหลวง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ท่านแม่ทัพจะได้สัมผัสกับศพ”

มู่ไป๋ไป่รับถุงสมุนไพรมาดมกลิ่นแล้วพบว่าภายในนั้นมีสมุนไพรบางชนิดที่สามารถขจัดพิษได้จริง ๆ และปริมาณสมุนไพรที่ใช้นั้นก็คำนวณเอาไว้อย่างดี

“แปลกมากจริง ๆ” เซียวถังถังพูดขัดขึ้นมา “ไป๋ไป่คงจะไม่ได้วินิจฉัยผิดไปหรอก คำถามตอนนี้ก็คือแม่ทัพของพวกท่านไปรับพิษมาจากที่ใด?”

“องค์หญิงหก เรื่องนี้พวกเราจะต้องตรวจสอบให้ชัดเจนพ่ะย่ะค่ะ” รองแม่ทัพยกมือประสานต่อหน้ามู่ไป๋ไป่และกล่าวว่า “พวกเราจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”

หญิงสาวคาดเดาเรื่องนี้เอาไว้แล้วว่ามันคงไม่เลวร้ายนัก แต่เธอก็รู้เช่นกันว่าคนที่อยู่ข้างกายพี่รองของเธอต่างก็เป็นห่วงเขามาก ถ้าเธอไม่ให้พวกเขาทำอะไรสักอย่าง พวกเขาคงจะได้แต่รอคอยด้วยความกระสับกระส่ายแน่

ใครจะไปรู้ว่าในตอนนั้นจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นอีก

“ตกลง” มู่ไป๋ไป่พยักหน้ารับ “เช่นนั้นข้าก็ขอฝากเรื่องนี้ให้พวกท่านไปจัดการ ถ้าพวกท่านพบสิ่งใดก็ให้รีบมารายงานข้าโดยตรงได้เลย”

รองแม่ทัพรับคำสั่งแล้วรีบออกไปทันที

ขณะนั้นเซียวถังถังเหลือบมองศิษย์พี่ใหญ่และเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายพร้อมกับรอยยิ้ม “ไป๋ไป่ ท่านคิดอะไรอยู่หรือ?”

“อย่าปฏิเสธเลย ข้ารู้จักท่านมานานหลายปี แค่มองสีหน้าข้าก็สามารถคาดเดาได้แล้วว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่ ท่านอย่าพยายามปิดบังข้าเลย”

มู่ไป๋ไป่สบตาศิษย์น้องนิ่ง ๆ โดยไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไรดี

เซียวถังถังที่เห็นท่าทางนั้นของอีกคนก็ยู่ปากเข้าหากัน “ทำหน้าอะไรของท่าน?”

“ข้าไม่ยักรู้ว่าเจ้าจะฉลาดเป็นกับเขาด้วย” มู่ไป๋ไป่ยกมือขึ้นยีหัวศิษย์น้องเบา ๆ “เอาล่ะ เจ้าเอาของมาให้ข้าเรียบร้อยแล้ว เจ้ารีบกลับไปเถอะ”

“แล้วช่วงนี้เจ้าก็อย่าได้มาที่จวนแม่ทัพ แม้ว่าโอกาสจะติดพิษศพมีน้อยมาก แต่มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย หวานหว่านเองก็ร่างกายอ่อนแอและยังเด็กมาก ดังนั้นเจ้าต้องระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ”

“ศิษย์พี่ ตอนนี้ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ” อวี้หวานหว่านพูดขึ้นอย่างเป็นกังวลเมื่อเห็นว่าศิษย์พี่ใหญ่จะจัดการปัญหาด้วยตัวเอง “ถ้ามีอะไรที่ข้าสามารถช่วยท่านได้ ข้าเองก็อยากจะช่วยเหมือนกัน”

มู่ไป๋ไป่ไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเด็กหญิง เธอทำเพียงแค่ยิ้มและลูบหัวนางเบา ๆ พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ตกลง ข้ารับน้ำใจของเจ้าเอาไว้แล้ว แต่พวกเจ้าอยู่ที่ตำหนักอ๋องเซียวจะดีกว่า”

“ข้าคำนวณวันไว้แล้ว ท่านอาจารย์น่าจะกลับมาเร็ว ๆ นี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ข้าจะอธิบายให้นางฟังได้อย่างไร?”

เมื่ออวี้หวานหว่านได้ยินผู้เป็นศิษย์พี่เอ่ยปากเช่นนี้ ประกายในดวงตาของนางก็ค่อย ๆ หรี่ลงขณะที่นางทำหน้าเสียใจ

มู่ไป๋ไป่ที่เห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็รู้สึกปวดใจ เธอเป็นห่วงความปลอดภัยของศิษย์น้องจึงไม่ต้องการให้นางเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในตอนที่เธอกำลังจะพูดบางสิ่งเพื่อปลอบใจนาง แต่จังหวะนั้นเธอได้ยินเสียงดังมาจากในห้องของมู่จวินเซิ่งเสียก่อน

มันทำให้ความสนใจของเธอถูกหันเหไปทันที ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นว่า “พี่รองน่าจะตื่นแล้ว ส่วนถังถัง ช่วงนี้เจ้าคอยดูแลหวานหว่านให้ดี ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ให้ส่งคนมาแจ้งข้าก็พอ เจ้าไม่ต้องมาเอง”

หลังจากพูดจบหญิงสาวก็หันหลังวิ่งเข้าไปในห้องของพี่ชายคนรอง

ทางด้านเซียวถังถังถอนหายใจขณะที่มองตามหลังศิษย์พี่ใหญ่ของตัวเองไป ก่อนจะหันไปตบไหล่อวี้หวานหว่านเบา ๆ “เจ้าอย่าเก็บคำพูดของศิษย์พี่ใหญ่มาใส่ใจเลย นางไม่ได้มองว่าเจ้าเป็นภาระ นางแค่เป็นห่วงเจ้ามากจนกลัวว่าจะมีเรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้นกับเจ้า แล้วนางจะไม่สามารถอธิบายให้ท่านอาจารย์ฟังได้”

เด็กหญิงพยักหน้าเล็กน้อยพลางตอบกลับเสียงอ่อน “ศิษย์พี่รอง เรื่องนี้ท่านไม่จำเป็นต้องบอกข้าหรอก ข้ารู้ทุกอย่างอยู่แล้ว”

ตัวนางนั้นสุขภาพไม่ค่อยดีมาตั้งแต่เด็ก นางเข้าใจว่าทุกคนในหุบเขาหมอเทวดาพยายามเอาใจใส่นางเป็นอย่างดี แต่นางก็อยากจะทำประโยชน์ให้แก่มู่ไป๋ไป่บ้างเช่นกัน

“เรากลับกันเถอะ ขากลับเราแวะเดินเล่นกันก่อนดีหรือไม่?” เซียวถังถังกอดไหล่ของศิษย์น้องแล้วพาเดินออกไป “เอาไว้เราค่อยกลับมากันใหม่”

“เอ๊ะ?” อวี้หวานหว่านเงยหน้าขึ้นมองคนพูดด้วยสายตาประหลาดใจ “ศิษย์พี่ใหญ่เพิ่งบอกพวกเราไม่ใช่หรือว่าให้รีบกลับ แล้วศิษย์พี่รองจะไปที่ไหนอีก?”

เซียวถังถังใช้นิ้วชี้ถูกจมูกตัวเองด้วยท่าทางภาคภูมิใจขณะกล่าวว่า “ถ้านางไม่ยอมมันก็เป็นเรื่องของนาง แต่เราจะไปมันก็เป็นเรื่องของเรา มีอะไรแปลกตรงไหน?”

“นอกจากนี้ หากเราในฐานะศิษย์ของหุบเขาหมอเทวดายังจัดการพิษศพไม่ได้ ใครที่รู้เรื่องนี้เข้าคงจะพากันหัวเราะเยาะแน่”

“ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าเอาแต่กังวลเรื่องของคนอื่น”

อวี้หวานหว่านมองอีกฝ่ายนิ่ง และนางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “คนเดียวที่กล้าขัดศิษย์พี่ใหญ่ก็คงมีเพียงท่าน ศิษย์พี่รอง”

เซียวถังถังแสร้งทำหน้าไม่พอใจพร้อมกับจ้องเด็กหญิงเขม็ง “นี่หวานหว่าน เจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้ากำลังชื่นชมศิษย์พี่รองของเจ้าหรือกำลังว่าข้าอยู่กันแน่?”

“ถ้าหากเจ้าไม่ชอบ ศิษย์พี่รองก็จะไม่เล่นกับเจ้าอีก”

อวี้หวานหว่านรู้สึกขบขันกับปฏิกิริยาของอีกฝ่ายจนหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี “ฮ่า ๆๆ ข้าไม่ได้ว่า ข้าไม่ได้ว่าท่าน ขอร้องล่ะศิษย์พี่รอง ในอนาคตเวลาจะออกไปเที่ยวเล่น ท่านอย่าลืมพาข้าไปด้วย”

“อ้อ จริงสิ… ศิษย์พี่รอง… เราจะกลับเข้าไปในวังหลวงอีกหรือไม่เจ้าคะ?”

“หืม?” เซียวถังถังนิ่งคิดอยู่สักครู่ก่อนจะส่ายหัวตอบ “น่าจะไม่นะ ทำไมหรือ เจ้าคิดว่าในวังหลวงน่าสนุกหรือ เจ้าอยากไปเที่ยวเล่นที่นั่นหรืออย่างไร?”

“เปล่าเจ้าค่ะ…” อวี้หวานหว่านก้มหน้าพลางส่ายหัวเบา ๆ นางเพียงแค่อยากจะพูดคุยกับเขาคนนั้นสัก 2-3 ประโยค

นางไม่เคยถามอะไรแบบนี้มาก่อน แต่สิ่งที่ศิษย์พี่ใหญ่พูดเมื่อสักครู่ก็ทำให้นางนึกขึ้นได้

พ่อแม่ของนางกำลังจะเดินทางเข้ามาในเมืองหลวงเร็ว ๆ นี้ หลังจากที่นางกลับไปยังหุบเขาหมอเทวดา นางจะไม่มีโอกาสได้พบกับคนผู้นั้นอีกเลย

ถ้านางไม่ใช้โอกาสนี้พูดคุยกับเขาสัก 2-3 ประโยค นางอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตก็ได้

“มีอะไรหรือ?” เซียวถังถังก้มลงไปสบตาอวี้หวานหว่านด้วยความสงสัย “หวานหว่าน ข้าคิดว่าช่วงนี้เจ้าทำตัวแปลก ๆ”

“เจ้าชอบเหม่อลอย แถมยังไม่ยอมอ่านตำราแพทย์เล่มโปรดของเจ้าอีก”

อวี้หวานหว่านหน้าแดงแล้วพูดตะกุกตะกัก “จริงหรือ? ท่านคิดไปเองหรือไม่ ศิษย์พี่รอง…”

“ไม่น่าใช่” เซียวถังถังกอดอกเชิดหน้าขึ้นด้วยความมั่นใจ “สัญชาตญาณของข้าแม่นยำที่สุด!”

จบบทที่ บทที่ 537: สัญชาตญาณของข้าแม่นยำที่สุด!

คัดลอกลิงก์แล้ว