- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 536: พิษศพ
บทที่ 536: พิษศพ
บทที่ 536: พิษศพ
“ไม่เพคะ” หลัวเซียวเซียวส่ายหัวปฏิเสธทันที “หม่อมฉันอยากดูแลท่านแม่ทัพเพคะ”
มู่ไป๋ไป่มองอีกฝ่ายแล้วก็ถอนหายใจอย่างจนใจ “เจ้าดูสภาพของตัวเองตอนนี้สิ ถ้าเจ้ายังอยู่ที่นี่อีก ข้าไม่รู้ว่าใครต้องดูแลใคร”
“เจ้าเชื่อข้าเถอะ กลับไปพักผ่อนเสีย อย่างน้อยพักสักนิดก็ยังดี แล้วค่อยมาเปลี่ยนกับข้าตอนเที่ยงก็ได้”
“แต่ว่า…” หลัวเซียวเซียวยังคงลังเล แต่องค์หญิงหกไม่เปิดโอกาสให้นางปฏิเสธอีกและดันหลังนางให้ออกไปจากห้อง
“เจ้ายังไม่ได้ออกเรือน ดังนั้นเจ้ายังเป็นคนของข้าเหมือนเดิม เจ้าต้องฟังที่ข้าบอก กลับไปพักผ่อน และอย่าออกจากห้องไปไหน ข้าจะสั่งให้คนไปคอยดูแลเจ้า”
“ใครก็ได้ รีบพาเซียวเซียวไปพักผ่อนที่ห้อง”
“เพคะองค์หญิง” คนรับใช้ฟังคำสั่งของมู่ไป๋ไป่ อีกทั้งนางยังกังวลว่าหลัวเซียวเซียวจะป่วยไปเสียก่อนที่มู่จวินเซิ่งจะตื่นขึ้นมา “คุณหนูหลัว ท่านกลับไปพักผ่อนก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
“หากนายท่านตื่นมาแล้วเห็นท่านเป็นแบบนี้ นายท่านจะต้องเสียใจแน่นอน” นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องยกท่านแม่ทัพขึ้นมาพูด ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายก็คงไม่ยอมกลับไปพักผ่อนเสียที
หลัวเซียวเซียวหันกลับไปมองแม่ทัพหนุ่มครู่หนึ่ง สุดท้ายนางก็ยอมตกลงและเดินตามคนรับใช้ไปแต่โดยดี
มู่ไป๋ไป่รอจนกระทั่งสหายเดินออกไปจากเรือนก่อนที่เธอจะเรียกองครักษ์เงาที่ติดตามเธอออกมา
“ท่านช่วยไปนำของบางอย่างจากตำหนักอวี๋ชิงที รีบไปรีบกลับ อย่าชักช้าเสียเวลา”
หลังจากองครักษ์เงาได้รับคำสั่งขององค์หญิงหก เขาก็รีบใช้วิชาตัวเบาหายไปในพริบตา
แล้วเช้านั้นมู่ไป๋ไป่ก็ยุ่งอยู่ตลอดทั้งเช้า เธอคอยสังเกตชีพจรของมู่จวินเซิ่งอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งปรับแผนการรักษาตามปฏิกิริยาการตอบสนองของผู้ป่วย
ในตอนที่หญิงสาวรู้ตัวอีกทีก็เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว เวลาช่างผ่านไปเร็วยิ่งนัก
ยามนี้นอกห้องของแม่ทัพหนุ่มมีคนมาเยือน
พอมู่ไป๋ไป่ก้าวออกมาจากห้องของพี่ชายคนรอง เธอก็พบกับศิษย์น้องทั้ง 2 ของตน
“ถังถัง หวานหว่าน พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่?” มู่ไป๋ไป่รู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็น 2 คนนี้กำลังนั่งกินขนมจิบชาอยู่ที่โต๊ะหินในลานด้านหน้า
“ศิษย์พี่” อวี้หวานหว่านยืนขึ้นทักทายพร้อมรอยยิ้ม “พวกเรามาช่วยท่านเจ้าค่ะ”
“ไป๋ไป่ ทำไมท่านถึงไม่บอกข้า กว่าข้าจะรู้เรื่องก็ตอนที่ท่านสั่งให้องครักษ์เงากลับไปเอาของที่ตำหนักอวี๋ชิง” เซียวถังถังพูดขึ้นพลางปัดเศษขนมที่ติดบนฝ่ามือออก “ข้าเห็นชายชุดดำ 2-3 คนแอบย่องเข้าไปในห้องของท่าน ตอนแรกข้าคิดว่าท่านโดนปล้นเสียอีก สุดท้ายแล้วพวกเขาบอกว่าท่านสั่งให้พวกเขาไปเอาของบางอย่างมาให้ท่าน”
“ข้าได้ยินเช่นนี้จึงสอบถามรายละเอียดกับพวกเขา และได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ในวังไม่มีอะไรให้ทำพอดี ข้าเลยตัดสินใจติดตามพวกเขามาที่นี่”
จากนั้นคนเป็นศิษย์น้องก็เสนอความคิดขึ้นมา “เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ท่านพาหวานหว่านเข้าไปตรวจหน่อย เผื่อว่ามีอะไรที่นางพอจะช่วยได้บ้าง”
“เป็นอย่างนี้นี่เอง” มู่ไป๋ไป่เดินเข้าไปหาศิษย์น้องทั้ง 2 ด้วยรอยยิ้ม “แล้วทำไมตอนที่มาถึงจวนแม่ทัพพวกเจ้าถึงไม่เรียกข้าล่ะ มันนั่งอู้งานอยู่ที่นี่เฉย ๆ ได้อย่างไร?”
“ใครบอกว่าเราไม่เรียกท่าน” เซียวถังถังส่ายหัว “ท่านลองถามหวานหว่านดูสิ ข้าเรียกท่านตั้งกี่ครั้ง ท่านตอบรับหรือไม่?”
“ในตอนที่ศิษย์พี่รักษาคนไข้ ศิษย์พี่มักจะทุ่มสมาธิไปกับการรักษาอย่างเต็มที่เสมอ” อวี้หวานหว่านพูดยิ้ม ๆ “มันเป็นเรื่องปกติที่ท่านจะไม่ได้ยิน”
มู่ไป๋ไป่ลูบหัวของเด็กหญิงด้วยความรักใคร่พลางกล่าวว่า “ศิษย์น้องเข้าใจข้าจริง ๆ”
“ใช่ ๆ หวานหว่านรู้จักท่านดีที่สุด” เซียวถังถังพูดพร้อมกับทำหน้างอง้ำ “ไม่เหมือนข้าที่ไม่รู้อะไรเลย แม้ว่าท่านจะพยายามต่อต้านท่านพี่— อื้อ ๆๆ!”
มู่ไป๋ไป่ยกมือขึ้นปิดปากศิษย์น้องจอมปากมากแน่น ในขณะที่ใบหน้าของเธอแดงก่ำ “เจ้าพูดอะไร!”
“ข้าบอกเจ้าไปแล้วไม่ใช่หรืออย่างไรว่าอย่าพูดเรื่องนี้อีก?”
เจ้าศิษย์น้องตัวแสบคนนี้ชอบพูดจาเหลวไหลอยู่ตลอดเวลา ใครจะรู้ บางทีพี่ชายนางอาจจะแค่ฟังสิ่งที่นางพูดจนคล้อยตามก็ได้
“อื้อ ๆๆ!” เซียวถังถังเริ่มส่งเสียงประท้วง
“ข้าจะยอมปล่อยเจ้าไปก็ได้” มู่ไป๋ไป่มองดุอีกฝ่าย “แต่เจ้าอย่าพูดเรื่องเมื่อกี้อีก!”
คนเป็นศิษย์น้องพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก จากนั้นศิษย์พี่ใหญ่ก็ยอมปล่อยมือ
“ถุด ๆๆ! มือท่านมีแต่กลิ่นยา” หญิงสาวเช็ดปากตัวเองด้วยความรังเกียจ “ข้าเกือบจะเป็นลมไปแล้ว”
“จริงหรือ?” มู่ไป๋ไป่ดมมือตัวเองพร้อมทำหน้าประหลาดใจ “ข้าไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย เจ้าเองก็อยู่ที่หุบเขาหมอเทวดามาตั้งหลายปี ทำไมเจ้าไม่ชินกลิ่นยาล่ะ?”
“เพราะข้าไม่เหมาะที่จะเป็นหมออย่างไรเล่า” เซียวถังถังถอนหายใจเบา ๆ “หลังจากกลับมาเมืองหลวงข้าถึงได้เข้าใจเรื่องนี้ การเป็นหมอเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถบังคับกันได้ ก่อนที่ข้าจะไปพลั้งมือฆ่าใคร ข้าควรหยุดเสียตอนนี้ดีกว่า”
มู่ไป๋ไป่ตกตะลึง เธอไม่คิดว่าศิษย์น้องจะพูดเรื่องนี้ออกมาอย่างกะทันหัน เธอกำลังจะถามนางว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อีกฝ่ายก็เปลี่ยนเรื่องพูดไปเสียก่อน “เมื่อวานหลังจากที่ท่านออกจากวังหลวงไปเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมพี่รองของท่านถึงได้รับบาดเจ็บอีกแล้ว?”
เมื่อวานนางถูกทิ้งไว้ที่ตำหนักอวี๋ชิงจึงไม่รู้เรื่องอะไรมากนัก
มิหนำซ้ำนางยังรู้ข่าวการบาดเจ็บของมู่จวินเซิ่งจากองครักษ์เงาเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนหน้านี้ด้วย
และองครักษ์เงาก็ไม่ยอมบอกรายละเอียดใด ๆ กับนาง มู่ไป๋ไป่จึงได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ให้ศิษย์น้องทั้ง 2 ฟังคร่าว ๆ
เซียวถังถังกับอวี้หวานหว่านรู้สึกประหลาดใจมากหลังจากได้ยินเรื่องราวทั้งหมด
“เป็นฉู่เสวียนอีกแล้ว!” เซียวถังถังขมวดคิ้วแน่นเมื่อนึกถึงผู้ชายคนนั้น “ทำไมเขาถึงได้ตามหลอกหลอนเราอยู่เรื่อย ๆ? เขาจะต้องเป็นคนวางยาพิษพี่รองของท่านแน่!”
“ไป๋ไป่ ท่านอย่ากังวลไปเลย ข้าจะไปขอให้ท่านพี่ส่งคนไปจับตัวฉู่เสวียนกับถังเป่ยเฉิน เพื่อให้พวกเขามอบยาถอนพิษให้เรา”
หญิงสาวพูดจบแล้วก็ตั้งท่าจะวิ่งออกไปจากเรือน
“เจ้าใจเย็นลงก่อน” มู่ไป๋ไป่ที่เห็นดังนั้นก็รีบลากตัวศิษย์น้องให้กลับมานั่งที่เดิม “ข้าส่งคนไล่ตามถังเป่ยเฉินกับฉู่เสวียนไปเมื่อวานนี้ แต่ก็ยังไม่ได้รับข่าวอะไรเลย”
“สำหรับพิษในร่างกายของพี่รอง ข้าเองก็มีหนทางอยู่แล้ว มันไม่ใช่พิษที่คนทั่วไปใช้”
“หืม?” เซียวถังถังกับอวี้หวานหว่านมองหน้ากัน ก่อนจะหันมาถามศิษย์พี่ใหญ่ด้วยความสับสน “ท่านหมายความว่าอย่างไรที่บอกว่ามันไม่ใช่พิษที่คนทั่วไปใช้?”
มู่ไป๋ไป่ไม่รู้จะอธิบายให้พวกนางฟังว่าอย่างไร เธอจึงคิดสักครู่ก่อนจะถามว่า “พวกเจ้ารู้จักพิษศพหรือไม่?”
“พิษศพ?” เซียวถังถังมองอีกฝ่ายด้วยสายตาว่างเปล่า “ข้าคิดว่าข้าเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน”
“หวานหว่านก็รู้เจ้าค่ะ” อวี้หวานหว่านพูดขึ้นเบา ๆ “หวานหว่านเคยอ่านในตำราแพทย์ หลังจากที่คนคนหนึ่งเสียชีวิตแล้ว หากไม่ได้รับการจัดการศพอย่างเหมาะสม พิษก็จะค่อย ๆ เกิดขึ้นมา หากคนที่มีชีวิตได้รับพิษศพ พวกเขาก็จะมีอาการไม่ต่างจากคนตาย”
“หากไม่สามารถขจัดพิษศพได้ทันเวลา คนที่ถูกพิษชนิดนี้จะกลายเป็นศพที่มีชีวิต”
“แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับศพที่มีชีวิต?” เซียวถังถังถามพลางลูบขนแขนที่ลุกชันของตัวเอง “หวานหว่าน ในเวลากลางวันแสก ๆ เช่นนี้เจ้าอย่าได้พูดเรื่องผีสางสิ”
พออวี้หวานหว่านได้ยินเช่นนี้ นางก็ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไร “ศิษย์พี่รอง เรื่องพวกนี้ถูกเขียนอยู่ในตำราแพทย์ทั้งหมดเลย แล้วหวานหว่านก็พูดเรื่องจริง”
เซียวถังถังที่รู้สึกหวาดกลัวก็ขยับไปกอดแขนมู่ไป๋ไป่พร้อมกับเบียดตัวเข้าหาอีกคนไม่หยุด “เจ้าอ่านตำราแปลก ๆ แบบไหนกัน ทำไมถึงได้ต่างจากที่ข้าเคยอ่านล่ะ?”
“เจ้านี่มันช่างกล้าพูดจริง ๆ” คนเป็นศิษย์พี่ใหญ่รู้สึกขบขันกับคำพูดของศิษย์น้อง “อาการของพี่รองคล้ายกับอาการของคนที่ถูกพิษศพมาก”
“พิษศพรักษาได้ไม่ยาก เพียงแต่เราจะต้องใช้เวลาเท่านั้น”
“ว่าแต่พี่รองของท่านไปติดพิษศพนี้มาจากที่ไหน?” เซียวถังถังเอ่ยถามขณะลูบคางตัวเองเบา ๆ “หวานหว่านเพิ่งพูดไปไม่ใช่หรือว่าเพื่อทำให้คนมีชีวิตได้รับพิษศพ พวกเขาจะต้องสัมผัสกับศพที่ตายไปนานแล้ว ช่วงนี้พี่รองของท่านได้สัมผัสกับศพใครบ้าง?”
มู่ไป๋ไป่ส่ายหัวตอบว่า “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เอาไว้ข้าจะไปถามเรื่องนี้กับคนของพี่รองทีหลัง”
--------------------------------------------------
พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: พี่รองอาการหนักมาก ขอให้พี่รองอยู่รอดปลอดภัยด้วยเถอะ
คุณนักอ่านที่น่ารักทั้งหลาย E-Book ไป๋ไป่ เล่ม 10 วางขายเป็นที่เรียบร้อยแล้วน้า นักอ่านท่านใดรอเก็บ E-Book อยู่สามารถเข้าไปจับจองกันได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลยจ้า~