- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 535: ถูกวางยาพิษ
บทที่ 535: ถูกวางยาพิษ
บทที่ 535: ถูกวางยาพิษ
หลังจากมู่ไป๋ไป่ได้ยินสิ่งที่เซียวถังอี้พูด เธอก็นึกขึ้นได้ว่าตนมัวแต่วิ่งวุ่นจัดการกับปัญหาจนไม่มีอะไรตกถึงท้องทั้งวัน ท้องของเธอนั้นว่างเปล่า แล้วตอนนี้เธอก็หิวมาก
หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นและเดินตรงไปที่โต๊ะหินโดยไม่เกรงใจใด ๆ “อย่างนั้นหรือ?”
ห่อกระดาษนั้นยังมีไอร้อนแผ่ออกมา บ่งบอกว่าไก่ย่างนี้เพิ่งถูกซื้อมาได้ไม่นาน
ทันทีที่มู่ไป๋ไป่เปิดห่อกระดาษออก กลิ่นไก่ย่างก็ลอยเข้ามาในจมูก ทำให้ท้องของเธอเริ่มร้องประท้วง
โครก~
“...”
ท้องเจ้ากรรมทำให้เธอขายหน้าเสียจริง!
ทางด้านเซียวถังอี้พยายามกลั้นรอยยิ้มเอาไว้ขณะที่พูดว่า “เอาเถอะ ข้าก็ช่วยอะไรอย่างอื่นเจ้าไม่ได้อยู่แล้ว”
บัดนี้มู่ไป๋ไป่รู้สึกหิวมากและเธอก็ไม่ได้คิดที่จะสนใจรักษาภาพลักษณ์ต่อหน้าชายหนุ่มอีกต่อไป เธอจึงฉีกน่องไก่ออกมายัดเข้าปากคำโต
“กินช้า ๆ ลงหน่อย ไม่มีใครแย่งเจ้าหรอก” เซียวถังอี้ส่ายหัวเบา ๆ พร้อมกับเทชาส่งให้หญิงสาว “ถ้าไม่พอข้าจะไปซื้อให้เจ้าเพิ่ม”
มู่ไป๋ไป่กลืนอาหารที่อยู่ในปากแล้วถามว่า “ท่านไปซื้อมันมาเองจริง ๆ หรือ?”
“จะมีใครได้อีกล่ะ?” ฝ่ายที่ถูกถามมองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังกินไก่ย่างอย่างเอร็ดอร่อยด้วยสายตาขบขัน “เจ้าคิดว่าข้าสั่งคนให้ไปซื้อมาให้หรืออย่างไร?”
มู่ไป๋ไป่กะพริบตาปริบ ๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ในหัวของเธอคิดแบบนั้นจริง ๆ
เซียวถังอี้พยายามปั้นหน้านิ่งอย่างสุดความสามารถพร้อมกับพูดว่า “ไป๋ไป่ ข้าไม่ได้โกหกเจ้า”
หญิงสาวรู้สึกสับสนไม่น้อยเมื่อเห็นว่าจู่ ๆ อีกฝ่ายก็ทำหน้าจริงจัง เธอจึงเสมองไปทางอื่นพลางพูดเสียงเบาว่า “ก่อนหน้านี้ท่านยังโกหกข้าไม่พออีกหรือ?”
ถึงแม้ว่าเขาจะถูกเปิดโปง แต่เขาก็ยังไม่ยอมรับความจริง เธอไม่เคยเห็นใครไร้ยางอายได้เท่าผู้ชายคนนี้มาก่อนเลย
“...” เซียวถังอี้ยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไร
“ไก่ย่างราคาเท่าไหร่?” หลังจากมู่ไป๋ไป่กินไก่หมดไปครึ่งตัว เธอก็รู้สึกอิ่มขึ้นมา เธอจึงไม่ได้รีบกินอย่างหิวโหยเหมือนก่อนหน้านี้
ถัดมา เธอห่อไก่ย่างที่เหลือครึ่งหนึ่งแล้วลุกขึ้นยืนพลางกล่าวว่า “พรุ่งนี้ข้าจะให้คนนำเงินไปให้ที่ตำหนักของท่าน”
เซียวถังอี้มองหญิงสาวด้วยความสับสน “เจ้าคิดว่าที่ข้าซื้อไก่ย่างมาให้เจ้าเพราะอยากได้เงินจากเจ้าหรือ?”
“ท่านจะต้องการหรือไม่มันก็เรื่องของท่าน แต่ข้าจะให้หรือไม่ให้มันก็เป็นเรื่องของข้าเช่นกัน” มู่ไป๋ไป่ตอบขณะปัดชายกระโปรงของตัวเองเบา ๆ “ท่านอ๋องเซียว ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ท่านควรกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักอ๋องเซียวของท่านได้แล้ว”
“อาการบาดเจ็บของพี่รองดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณท่านอ๋องที่เป็นห่วง”
หลังจากพูดจบหญิงสาวก็เดินออกไปพร้อมกับไก่ย่างครึ่งตัวโดยที่ไม่สนใจคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะหินอีก
เซียวถังอี้ที่มองคนตัวเล็กกว่าเดินออกไปก็ได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ
ตอนนี้เขาหิวมากเพราะรอหญิงสาวมาทั้งวัน แต่นางก็ไม่ถามเขาสักคำเลยว่าเขากินอะไรมาแล้วหรือยัง
ในจวนแม่ทัพ มู่ไป๋ไป่มีห้องเป็นของตัวเอง และคนรับใช้ก็ได้ทำความสะอาดห้องของเธอเรียบร้อยแล้ว
ตอนที่เธอมาถึงห้องของตนเอง เธอไม่มีกะจิตกะใจจะกินไก่ย่างที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งให้หมด หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้วเธอก็ล้มตัวนอนลงบนเตียงและหลับสนิทไปทันที
คืนนั้นหญิงสาวหลับสบายมาก อาจเป็นเพราะเธอได้เติมเต็มท้องตัวเองจนอิ่ม ถ้าไม่มีคนมาปลุก เธอคงจะนอนต่อไปจนถึงช่วงเวลาสาย ๆ
“อืม…” มู่ไป๋ไป่บิดตัวอยู่บนเตียง ชั่วขณะหนึ่งเธอคิดว่าตัวเองยังอยู่ในตำหนักอวี๋ชิง แต่พอเธอได้ยินเสียงคนรับใช้ตะโกนมาจากประตู เธอก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตนอยู่ในจวนแม่ทัพ
“ข้าตื่นแล้ว” เธอส่งเสียงตอบรับ
ถัดมา หญิงสาวเดินไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมแล้วเดินไปเปิดประตูทั้งที่ยังอ้าปากหาวกว้าง “มีอะไรหรือ พี่รองตื่นแล้วหรือ?”
“ไม่เพคะ” คนรับใช้ตอบด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล “องค์หญิงหก พระองค์ไปดูหน่อยเถิดเพคะ ในตอนที่หม่อมฉันเอาน้ำไปให้ท่านแม่ทัพเมื่อครู่ หม่อมฉันเห็นว่าท่านแม่ทัพดูซีดเซียวกว่าเมื่อวานมาก”
“เขาดูซีดกว่าเมื่อวานหรือ?” มู่ไป๋ไป่ตื่นเต็มตาทันทีที่ได้ยินว่าอาการของพี่ชายคนรองไม่สู้ดีนัก “เป็นไปไม่ได้ เมื่อวานข้าให้พี่รองกินยาห้ามเลือดเอาไว้แล้ว และร่างกายของพี่รองก็แข็งแรงดี เขาอยู่ในช่วงวัยที่แข็งแรงที่สุด เขาน่าจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าคนทั่วไป ผิวของเขาไม่น่าซีดเช่นนี้”
ขณะที่หญิงสาวพูดเธอก็เดินไปที่ห้องของมู่จวินเซิ่ง
เมื่อวานหลัวเซียวเซียวยืนกรานที่จะคอยดูแลพี่ชายของเธอ ดังนั้นเธอจึงพบอีกฝ่ายหลังจากที่เธอเดินเข้าไปในห้องของเขา
หลัวเซียวเซียวไม่ได้นอนเลยทั้งคืน ทำให้สีหน้าของนางดูอิดโรยยิ่งนัก นางน่าจะอดหลับอดนอนคอยเฝ้าดูอาการของแม่ทัพหนุ่มตลอดคืน
พอนางเห็นองค์หญิงหกเดินเข้ามาในห้อง นางก็รีบลุกขึ้นไปหาพร้อมกับพูดว่า “องค์หญิง สภาพของท่านแม่ทัพไม่ดีขึ้นเลยเพคะ”
“ข้าได้ยินมาจากคนรับใช้แล้ว” มู่ไป๋ไป่พยักหน้ารับ “คนรับใช้บอกว่าพี่รองหน้าซีดกว่าเมื่อวานมากเลยหรือ?”
“เพคะ” หลัวเซียวเซียวลูบหน้าตัวเองและปรับอารมณ์ให้ดูร่าเริงขึ้น “เมื่อคืนนี้หลังจากที่ท่านแม่ทัพกินยาตามที่พระองค์สั่ง อาการของเขาก็ดีขึ้นมาก ตอนกลางดึกเขายังตื่นขึ้นมาดื่มน้ำครั้งหนึ่ง แต่พอถึงตอนเช้า อาการเขากลับแย่ลงอย่างกะทันหัน… นอกจากหน้าของเขาจะซีดลงแล้ว แม้แต่เล็บมือก็ยังดำขึ้นอีกด้วยเพคะ”
มู่ไป๋ไป่ชะงักไปทันทีที่ได้ยินคำอธิบายอาการของพี่ชายคนรอง “เล็บดำหรือ? นั่นไม่ใช่อาการที่บ่งบอกว่าเขาถูกวางยาพิษหรืออย่างไร?”
หรือว่ากระบี่ที่ฉู่เสวียนใช้แทงพี่รองเมื่อวานนี้มีพิษ?
แต่มันไม่แปลกไปหน่อยหรือ… ถ้าพี่รองถูกพิษ เธอจะตรวจไม่พบได้อย่างไรกัน?
นี่มันผิดปกติมาก มันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้
แล้วสีหน้าของมู่ไป๋ไป่ก็เริ่มเคร่งเครียดมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นเธอก็ก้าวเข้าไปดูอาการของมู่จวินเซิ่งโดยไม่รอช้า
ขณะที่หลัวเซียวเซียวกับคนรับใช้ได้กล่าวว่าอาการของแม่ทัพหนุ่มแย่ลงมากเมื่อเทียบกับเมื่อคืนนี้ แม้แต่บาดแผลที่ถูกห้ามเลือดเอาไว้แล้วก็เริ่มมีเลือดออกอีกครั้ง
นอกจากนี้เลือดที่ไหลออกมายังเป็นสีดำและมีกลิ่นเหม็นอีกด้วย
“พี่รอง?” มู่ไป๋ไป่ตบหน้ามู่จวินเซิ่งเบา ๆ เพื่อพยายามปลุกเขา แต่เจ้าตัวกลับไม่ตอบสนองเลย มันทำให้เธอเริ่มใจไม่ดี
“องค์หญิงหก?” คนรับใช้ที่มารายงานหญิงสาวเป็นกังวลมาก “อาการของนายท่านยังรักษาได้หรือไม่เพคะ?”
“แน่นอนว่ารักษาได้” มู่ไป๋ไป่พยักหน้าตอบโดยไม่ต้องคิด “ข้ามาจากหุบเขาหมอเทวดา ไม่มีโรคใดบนโลกนี้ที่หุบเขาหมอเทวดาจะรักษาไม่ได้”
หญิงสาวคิดถึงเรื่องนี้แล้วหยิบเข็มเงินออกมาแทงเข้าไปในจุดฝังเข็มที่สำคัญหลายจุดบนร่างกายของมู่จวินเซิ่ง
ในไม่ช้าเลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลบนหน้าอกของเขาก็หยุดไหลอีกครั้ง
แต่คราวนี้เมื่อมู่ไป๋ไป่ดึงเข็มเงินออก ปลายเข็มก็เปลี่ยนเป็นสีดำ
“มันคือพิษ” หญิงสาวที่เห็นดังนี้ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “แถมพิษยังแพร่กระจายไปทั่วร่างกายของพี่รองอีกด้วย แปลกมาก ทำไมพี่รองถึงไม่มีอาการอะไรเลยในตอนที่ข้าตรวจเขาเมื่อวานนี้”
“หรือว่ามีใครวางยาเขาในภายหลังเพคะ?” หลัวเซียวเซียวขมวดคิ้วคาดเดาถึงความเป็นไปได้
“เป็นไปไม่ได้” มู่ไป๋ไป่ส่ายหัวปฏิเสธ “หลังจากพี่รองกลับมาเมื่อวานพวกเราก็ผลัดกันดูแลเขาอยู่ตลอด มิหนำซ้ำข้ายังต้มยาเองด้วย ใครจะมาลอบวางยาพี่รองต่อหน้าพวกเราได้อีก?”
หญิงสาวคิดสักครู่แล้วกล่าวต่อไปว่า “ตอนนี้ดูเหมือนว่ามีความเป็นไปได้เพียงทางเดียวเท่านั้นก็คือ พี่รองถูกวางยาพิษตั้งแต่เมื่อวาน เพียงแต่พิษนี้มันประหลาดมาก เราไม่สามารถตรวจพบมันได้ในช่วงแรก และเราจะตรวจพบอีกทีตอนที่พิษกำเริบแล้วเท่านั้น”
พอมู่ไป๋ไป่เห็นว่าหลัวเซียวเซียวยังคงขมวดคิ้วแน่น เธอจึงตบบ่านางเบา ๆ พร้อมกับพูดปลอบโยนอีกฝ่าย “เจ้าอย่ากังวลไปเลย พี่รองของข้าเป็นคนโชคดี เขาไม่เป็นไรหรอก”
“นอกจากนี้ เจ้ายังยอมตกลงแต่งงานกับเขาแล้ว แม้ว่าเขาจะต้องหนีออกจากประตูนรก เขาก็จะพยายามกลับมาให้ได้”
“องค์หญิงหก…” หลัวเซียวเซียวยิ้มขมขื่น นางไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปดี
“ฮ่า ๆๆ ข้ารู้ว่าคำพูดของข้ามันไม่ตลกเลย” มู่ไป๋ไป่พูดพลางขยี้จมูกเบา ๆ “เอาเถอะ ข้าแค่หวังว่าเจ้าจะมีความสุขขึ้นสักเล็กน้อยก็ยังดี”
“เจ้าคอยเฝ้าพี่รองของข้ามาตลอดทั้งคืนแล้ว เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ ตรงนี้ปล่อยให้ข้าจัดการต่อเอง”