เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 534: ข้ารับปากเจ้าไปแล้ว

บทที่ 534: ข้ารับปากเจ้าไปแล้ว

บทที่ 534: ข้ารับปากเจ้าไปแล้ว


“ไม่...” หลัวเซียวเซียวส่ายหัวทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า “ท่านแม่ทัพ ท่านปกป้องข้าได้ดีมาก นอกจากนี้ท่านยังช่วยชีวิตท่านแม่ของข้าด้วย”

มู่จวินเซิ่งพยายามฝืนยิ้มในขณะที่เขาพูดอย่างอ่อนแรง “นั่นเป็นสิ่งที่ข้าควรทำ… แต่ก่อนข้าเป็นคนขี้ขลาดมากจนไม่กล้าแสดงความรู้สึกของตัวเอง… ข้าเอาแต่คิดกับตัวเองตลอดว่ารอให้เจ้าเปิดใจให้ข้าอีกสักหน่อยแล้วค่อยเปิดเผยความรู้สึกของข้าให้เจ้าฟัง…”

“แต่หลังจากผ่านอันตรายมา ข้าไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว… ข้าไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกในอนาคต ข้าไม่อยากให้มีคนพาตัวเจ้าไปแล้วข้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะพาเจ้ากลับคืนมา…”

หลัวเซียวเซียวพอจะรู้คร่าว ๆ ว่าแม่ทัพหนุ่มจะพูดอะไรต่อไป นั่นทำให้นางรู้สึกตื่นตระหนกไม่น้อย

“เซียวเซียว…” มู่จวินเซิ่งมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาแน่วแน่ และไม่เปิดโอกาสให้นางได้หลบเลี่ยงหรือถอยหนี “ถ้าในครั้งนี้ข้าสามารถมีชีวิตรอดไปได้ เจ้าจะให้โอกาสข้าได้หรือไม่?”

“แต่งงานกับข้าเถอะนะ”

หลัวเซียวเซียวถึงขั้นทำเข็มเงินเล่มสุดท้ายในมือหล่น นางเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยท่าทางซับซ้อน

หญิงสาวเคยคิดกับตัวเองว่าองค์ชายรองนั้นเก่งด้านการสู้รบ แต่เป็นคนโง่ในเรื่องความสัมพันธ์ ตอนนี้นางอยากจะขอเปลี่ยนความคิดของตัวเอง

คนโง่ในเรื่องความสัมพันธ์จะไปเข้าใจกลอุบายเช่นนี้ได้อย่างไร?

“ข้า…” หลัวเซียวเซียวยังคงทำหน้าตื่นตระหนก นางไม่รู้ว่าควรจะตอบคำถามนี้อย่างไร

นางไม่ได้รู้สึกเกลียดมู่จวินเซิ่ง แต่ถ้านางตอบตกลงแต่งงานกับเขา นางก็รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมกับอีกฝ่ายเลย

ตัวนางนั้นไม่คู่ควรกับท่านแม่ทัพเลยจริง ๆ

ที่สำคัญ ณ เวลานี้หัวใจของนางยังไม่สามารถเปิดรับบุคคลอื่นเข้ามาได้

มู่จวินเซิ่งค่อย ๆ เอื้อมมือไปจับมือหญิงสาวเอาไว้ราวกับว่าเขารู้ว่าในใจของนางกำลังคิดอะไรอยู่ “ข้าไม่ต้องการให้เจ้ารับข้าเข้าไปอยู่ในใจ ข้ายังรอเจ้าได้ แต่ข้าหวังว่าหลังจากที่ข้าแต่งงานกับเจ้าแล้ว เจ้าจะเปิดใจยอมรับข้าเข้าไป”

“เซียวเซียว… ข้าไม่อยากเห็นเจ้าถูกฉู่เสวียนคุกคามไม่หยุดหย่อนแบบนี้ ขอเพียงเราแต่งงานกัน เขาจะยอมแพ้”

หลังจากชายหนุ่มพูดประโยคสุดท้ายแล้ว เขาก็จ้องหลัวสตรีที่ตนรักด้วยความกังวล

เขายอมรับว่าครั้งนี้เขาใช้กลอุบาย

แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น

เขาบอกไปว่าเขาไม่อยากเห็นหลัวเซียวเซียวถูกฉู่เสวียนลักพาตัวไปอีก แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ นางดูจะหวั่นไหวทันทีที่ได้ยินประโยคสุดท้ายของเขา

จากนั้นมู่จวินเซิ่งก็เลือกที่จะตีเหล็กขณะที่ยังร้อนโดยการจับมือนางเอาไว้แน่น “ถ้าเจ้าไม่เห็นด้วย ข้าก็จะไม่รักษาบาดแผลของตัวเอง”

มู่ไป๋ไป่ที่เฝ้าดูอยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากออกมาว่า “พี่รอง… การที่ท่านทำเช่นนี้มันไม่ถูกต้อง”

“ท่านจะเอาชีวิตความตายของตัวเองมาล้อเล่นได้อย่างไรกัน?”

ผู้เป็นพี่ชายยิ้มขมขื่นให้น้องสาว “ไป๋ไป่ พี่รองกำลังร้องขอความเมตตา ถ้าเจ้ามีอะไรอยากสั่งสอนเจ้าค่อยมาสั่งสอนทีหลังไม่ได้หรืออย่างไร? ไม่เช่นนั้นเจ้าช่วยพี่ขอความเมตตาจากเซียวเซียวดีหรือไม่?”

เมื่อมู่ไป๋ไป่ยืนยันแล้วว่าในตอนนี้พี่รองของตัวเองจะไม่เป็นไร เธอก็กอดอกเดินไปอีกด้านหนึ่งเพื่อยืนพิงกำแพงมองอีกฝ่ายแบบไม่ใส่ใจ “ช่างเถอะ ข้าจะไม่ก้าวก่ายเรื่องระหว่างพวกท่านอีก”

“ค่อย ๆ คุยกันไปเถอะ ถ้าท่านพร้อมแล้วค่อยเรียกข้าอีกที คิดเสียว่าข้าไม่ได้อยู่ตรงนี้ก็ได้”

แล้วบรรยากาศที่เคยตึงเครียดก็ถูกทำลายลงด้วยคำพูดของหญิงสาว

มู่จวินเซิ่งมองน้องสาวด้วยสายตาเอือมระอาขณะที่เขาคิดว่าคำวิงวอนของตนในวันนี้คงไม่เกิดผลอะไร แต่จู่ ๆ หลัวเซียวเซียวก็พูดขึ้นมา

“เจ้าค่ะ”

ภายใต้สายตาประหลาดใจของ 2 พี่น้องตระกูลมู่ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นยิ้มจาง ๆ ให้ชายหนุ่มแล้วกล่าวว่า “ขอเพียงท่านแม่ทัพปลอดภัย ข้าก็ยินยอมที่จะแต่งงานกับท่าน”

ดวงตาของมู่จวินเซิ่งเบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่เขาจ้องมองหลัวเซียวเซียวด้วยความเหลือเชื่อ “จริงหรือ?”

“จริงเจ้าค่ะ” หญิงสาวยิ้มอ่อนโยน “เช่นนั้นท่านแม่ทัพก็ควรปล่อยให้องค์หญิงช่วยรักษาบาดแผลให้ท่านโดยเร็วที่สุด”

แม่ทัพหนุ่มกะพริบตาปริบ ๆ ต่อมาเขาก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วหันไปตะโกนเรียกน้องสาวของตน “ไป๋ไป่ เร็วเข้า มียาตัวไหนที่ทำให้ข้าหายสนิททันทีบ้างหรือไม่? เอามันออกมาใช้ให้หมดเลย!”

ทางด้านมู่ไป๋ไป่มองหลัวเซียวเซียวด้วยสายตาสับสนและตอบพี่ชายคนรองอย่างไม่พอใจ “ข้าจะไปหายาแบบนั้นมาได้จากที่ไหนกัน! ท่านนอนลงซะ อย่าขยับ หากแผลของท่านปริอีกครั้ง ข้าก็ช่วยท่านไม่ได้จริง ๆ แล้ว!”

มู่จวินเซิ่งรีบนอนลงนิ่ง ๆ อย่างเชื่อฟัง แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่หญิงผู้เป็นที่รักไม่วางตา เขาไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่านางจะยอมตอบตกลงคำขอของเขา

ในตอนที่เซียวถังอี้มาถึงที่เกิดเหตุ เขาก็ได้เห็นสภาพที่แปลกประหลาดเช่นนี้ของคนทั้ง 3

ชายหนุ่มเดินเอามือไพล่หลังเข้าไปหามู่ไป๋ไป่ช้า ๆ และเลิกคิ้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้น ทำไมข้าถึงคิดว่าพี่รองของเจ้าดูมีความสุขมากทั้งที่ได้รับบาดเจ็บ?”

“เขาจะไม่มีความสุขได้อย่างไรกัน ในเมื่อบาดแผลพวกนี้แลกมาด้วยการมีภรรยา?” หญิงสาวบีบนวดหว่างคิ้วที่ปวดตุบ ๆ ก่อนจะหันไปมองร่างสูง “ท่านมาที่นี่ทำไม?”

“ท่านได้ข้อมูลอะไรจากลี่เฟยหรือไม่?” เธอมั่นใจว่าวิธีการสอบสวนของเขาจะต้องได้ข้อมูลบางอย่างมาจากลี่เฟยแน่นอน

“ได้” เซียวถังอี้ซ่อนความประหลาดใจในดวงตาของตัวเองและตอบออกไปด้วยรอยยิ้มจาง ๆ “ในเมื่อข้ารู้แล้ว ข้าก็ควรจะรีบบอกเจ้าไม่ใช่หรือ?”

“ท่านจะรีบอะไรนักหนา” มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วสงสัย “ข้าขอให้ท่านพี่รัชทายาทรอท่านอยู่ที่ประตูแล้วไม่ใช่หรือ แล้วทำไมท่านต้องมาหาข้าถึงที่นี่?”

เซียวถังอี้ยังคงตอบอีกฝ่ายอย่างใจเย็นว่า “ข้ารับปากเจ้าไปแล้วไม่ใช่หรือว่าหลังจากที่ข้าได้ข้อมูลแล้วจะรีบบอกเจ้าทันที?”

“...”

ผู้ชายคนนี้เป็นอะไรไป ทำไมเขาถึงมาเถียงเธอเรื่องคำพูดไม่หยุด?

“เอาล่ะ เช่นนั้นท่านก็บอกมาเถอะ” หญิงสาวกอดอกจ้องอีกฝ่ายนิ่ง “เกิดอะไรขึ้นกับลี่เฟย แล้วใครสอนนางใช้อาคม?”

“เขาเป็นคนของหนานซวน” เซียวถังอี้เก็บซ่อนรอยยิ้มในดวงตาขณะที่มีท่าทีเคร่งเครียด “นางบอกว่าคนที่สอนให้นางใช้อาคมนั้นเป็นชายสวมชุดคลุมสีดำที่พูดด้วยสำเนียงหนานซวน เขามักจะสวมหน้ากากไม้ปิดบังใบหน้า ดังนั้นนางจึงไม่เห็นใบหน้าของเขา”

“หน้ากากไม้หรือ?” มู่ไป๋ไป่ตกตะลึงไปชั่วขณะ แล้วเธอก็ยืดตัวขึ้นพร้อมกับทำหน้าจริงจัง “หน้ากากไม้อีกแล้วหรือ?”

เธอคิดถึงความทรงจำที่ตนกับหลัวเซียวเซียวเกือบถูกลักพาตัวขึ้นมาได้ทันที

ในเวลานั้นคนกลุ่มนั้นสวมหน้ากากไม้เช่นกัน

“ใช่” เซียวถังอี้มองหญิงสาวด้วยท่าทางจริงจังเช่นกัน “ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดเรื่องอะไร แต่ตอนนี้เรายังไม่แน่ใจว่าคนที่ปรากฏตัวต่อหน้าลี่เฟยเป็นคนกลุ่มเดียวกับคนที่ต้องการจะลักพาตัวเจ้าเมื่อครั้งนั้นหรือไม่”

“เรายังจำเป็นจะต้องยืนยันเรื่องนี้อีกหรือ?” มู่ไป๋ไป่ยิ้มเยาะ “ก่อนหน้านี้พวกเขาพัวพันกับข้า ตอนนี้พวกเขาก็มาหาเรื่องข้าอีกแล้ว มันจะเป็นเรื่องบังเอิญอย่างนั้นหรือ และฮ่องเต้หนานซวนยังมายื่นขอแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับท่านพ่ออีก ท่านไม่คิดว่านี่ดูเหมือนเป็นแผนการที่พวกเขาวางเอาไว้หรืออย่างไร?”

เซียวถังอี้เงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากว่า “ถ้าเจ้าอยากตรวจสอบ ข้าก็สามารถช่วยเจ้าได้”

“ไม่จำเป็น” มู่ไป๋ไป่โบกมือปฏิเสธทันควัน “ท่านช่วยข้ามามากพอแล้ว ที่ข้าขอให้ท่านช่วยเรื่องลี่เฟยก็เพราะว่าข้าไม่มีทางเลือกอื่น หนานซวนมาที่นี่ก็เพื่อข้า ส่วนที่เหลือข้าต้องจัดการเอง”

ชายหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อได้ยินดังนั้น เขารู้สึกไม่พอใจกับคำพูดที่หญิงสาวพูดสักนิด มันเหมือนว่านางพยายามทำตัวห่างเหินจากเขาให้มากที่สุด

ปัจจุบันมู่จวินเซิ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส นั่นทำให้มู่ไป๋ไป่รู้สึกเป็นกังวลมาก ดังนั้นเธอจึงตามเขากลับไปที่จวนแม่ทัพเพื่อช่วยรักษาเขา

หลังจากที่หญิงสาวทำการรักษาเสร็จ เธอก็เตรียมยาไว้ให้พี่ชายคนรอง จนกระทั่งตอนนี้เธอเพิ่งพบว่าเซียวถังอี้คอยติดตามเธอตนอยู่ตลอดเวลา

“ทำไมท่านยังอยู่ที่นี่อีก?” มู่ไป๋ไป่หันไปมองชายร่างสูงที่กำลังดื่มชาอยู่ที่โต๊ะหินในลานบ้าน ซึ่งมันส่งผลให้เธอเสียสมาธิไปชั่วขณะ

เซียวถังอี้ชี้ไปที่ถุงกระดาษที่เปื้อนน้ำมันบนโต๊ะแล้วพูดว่า “ข้ากลัวว่าเจ้าจะหิว ข้าก็เลยซื้อไก่ย่างมาฝาก”

จบบทที่ บทที่ 534: ข้ารับปากเจ้าไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว