- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 533: เจ้าทรยศข้าอีกแล้ว
บทที่ 533: เจ้าทรยศข้าอีกแล้ว
บทที่ 533: เจ้าทรยศข้าอีกแล้ว
ฉึก!
หลัวเซียวเซียวตั้งใจแน่วแน่ว่าจะช่วยมู่จวินเซิ่งไม่ให้ฉู่เสวียนฆ่าเขาให้ได้
ในตอนที่นางรู้สึกตัวอีกที กระบี่ในมือนางก็แทงทะลุหน้าอกของชายหนุ่มไปเสียแล้ว
ขณะนั้นฉู่เสวียนทำหน้าเหมือนกับว่าเขาไม่เชื่อว่าหญิงสาวจะกล้าแทงตน เขาจ้องมองนางนิ่ง จากนั้นไม่นานเขาก็ปล่อยกระบี่ในมือช้า ๆ
“หลัวเซียวเซียว…”
แล้วหญิงสาวก็เหมือนจะเพิ่งได้สติ นางพยายามบังคับตัวเองให้กลับมามีสติก่อนจะกำด้ามกระบี่ที่สั่นเทาเอาไว้แน่น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉู่เสวียน ถ้าท่านก้าวออกมาอีกก้าว อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
“หลัวเซียวเซียว…” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงแหบพร่า เลือดสีแดงในดวงตาของเขายิ่งเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะคลุมดวงตาทั้งดวง “หลัวเซียวเซียว!”
เมื่อหญิงสาวได้ยินเสียงเรียกชื่อตนของฉู่เสวียน นางก็รู้สึกปวดใจ แต่ภายนอกนางกลับไม่แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมา นางพยายามสุดความสามารถที่จะบังคับตัวเองให้มองชายตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา
“เซียวเซียว มาหาข้า…” มู่จวินเซิ่งเอามือกุมบาดแผลพลางกระซิบเรียกหลัวเซียวเซียว “ฉู่เสวียนไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว ถังเป่ยเฉินบอกว่าเขาใช้แมลงกู่กับฉู่เสวียน”
หญิงสาวตกตะลึงเมื่อได้ยินสิ่งที่แม่ทัพหนุ่มพูด “แมลงกู่?”
“ใช่” มู่จวินเซิ่งพยักหน้าและจ้องมองศัตรูตาไม่กะพริบขณะที่เขาหน้านิ่วคิ้วขมวด “ถึงแม้ว่าถังเป่ยเฉินจะโกหก แต่เราก็ควรระมัดระวังเอาไว้ก่อนจะดีกว่า”
ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ ฉู่เสวียนก็คว้ากระบี่ของหลัวเซียวเซียวไว้แน่น
“ท่านทำอะไรน่ะ!” หญิงสาวตกใจกับการกระทำของเขามาก “ท่านบ้าไปแล้วหรืออย่างไร!”
กระบี่เล่มนั้นยังคงติดอยู่ที่อกของฉู่เสวียน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดใด ๆ เลย เขากำกระบี่เอาไว้แน่นและค่อย ๆ เดินเข้าไปหาหลัวเซียวเซียวทีละก้าว
“หลัวเซียวเซียว เจ้าทรยศข้าอีกแล้ว” ดวงตาแดงก่ำของชายหนุ่มสะท้อนเพียงภาพของหญิงสาวตรงหน้า เขาไม่สนสิ่งอื่นใดนอกจากผู้หญิงคนนี้ “ข้าช่วยเจ้าเอาไว้ แต่เจ้าคิดอยากจะฆ่าข้า ในเมื่อเจ้าไม่ยินดีหนีไปกับข้า เช่นนั้นก็จงตายอยู่ที่นี่พร้อมกับข้าเถอะ…”
“เซียวเซียว ระวัง! รีบปล่อยกระบี่เร็วเข้า!” ทางด้านมู่จวินเซิ่งรู้ได้ทันทีว่าฉู่เสวียนคิดจะทำอะไร เขาไม่สนใจบาดแผลของตัวเองแล้วรีบก้าวออกไปคว้ามือหลัวเซียวเซียวและดึงนางให้พ้นจากฝ่ายตรงข้าม
ซึ่งนั่นทำให้เขารับการโจมตีของฉู่เสวียนแทนหญิงสาวอีกครั้ง
บัดนี้ภาพตรงหน้าของหลัวเซียวเซียวดูเหมือนจะช้าลง นางเฝ้าดูแม่ทัพหนุ่มถูกฝ่ามือของชายผู้นั้นกระแทกเข้าที่หน้าอกจนกระเด็นออกไป
นางอยากจะพุ่งเข้าไปรับตัวมู่จวินเซิ่ง แต่ร่างกายของนางกลับไม่เชื่อฟังสมอง ตัวนางแข็งทื่อได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ มองดูทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าโดยที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้
อีกด้านหนึ่ง มู่ไป๋ไป่ใช้วิชาตัวเบาไล่ตามถังเป่ยเฉิน จังหวะนั้นเธอบังเอิญเห็นภาพพี่ชายคนรองถูกฉู่เสวียนกระแทกฝ่ามือเข้าใส่ ภาพที่เกิดขึ้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกจากอก
“พี่รอง!!” จากนั้นหญิงสาวก็เลิกไล่ตามเจ้าสำนักตระกูลถังแล้วพุ่งตัวมาใช้แส้โจมตีเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามโดยตรง “บังอาจมาทำร้ายพี่รองของข้า เจ้ามันรนหาที่ตาย!!”
แม้ว่าวรยุทธของมู่ไป๋ไป่จะเทียบกับฉู่เสวียนไม่ได้ แต่เธอที่เรียนวิชาแพทย์มารู้จุดแข็งและหลีกเลี่ยงจุดอ่อนของตัวเองได้อย่างแม่นยำ หลังจากผ่านไป 10 กระบวนท่า นอกจากเธอจะไม่แพ้ให้กับเขาแล้ว เธอยังสามารถทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บหลายตำแหน่งอีกด้วย
ทว่าน่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บเหล่านั้นไม่ทำให้คู่ต่อสู้เพลี่ยงพล้ำเลย
“หลีกไป!” ฉู่เสวียนตะคอกเสียงดัง แล้วค่อย ๆ ดึงกระบี่ที่ปักอยู่ในอกออกมาคล้ายกับว่าเจ้าตัวไม่รู้สึกเจ็บกับการกระทำนี้เลย “มู่ไป๋ไป่ ถ้าเจ้าไม่อยากตายก็หลีกไป!”
“เหอะ เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก เจ้ากล้าสั่งให้องค์หญิงอย่างข้าหลีกทางอย่างนั้นหรือ?” หญิงสาวมองบาดแผลที่หน้าอกของคนตรงหน้าด้วยความสงสัย และความสงสัยแต่เดิมก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
มันแปลกมาก จากบาดแผลที่ฉู่เสวียนได้รับมันน่าจะทำให้หัวใจของเขาเสียหาย ร่างกายเขาควรจะมีเลือดออกเยอะมาก
แต่เท่าที่เธอสังเกตดู เขาไม่มีเลือดไหลออกมาจากบาดแผลที่ถูกแทงตรงหัวใจเลย
นอกจากนี้วรยุทธของชายหนุ่มดูเหมือนจะพัฒนาเร็วจนเกินไป ซึ่งเรื่องนี้มันแปลกเกินไปมาก คนปกติไม่ควรจะเป็นเช่นนี้
“องค์หญิงหก พระองค์ไม่สามารถเอาชนะเขาได้หรอก” ขณะนั้นถังเป่ยเฉินเดินไปหาฉู่เสวียน พร้อมกับรอยยิ้มแห่งชัยชนะ “หากพระองค์ยังสู้ต่อไป แม้ว่าพระองค์จะต้องยอมเสียสละทุกคนที่นี่ มันก็ไร้ประโยชน์”
มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้ว ในที่สุดเธอก็เข้าใจถึงบางสิ่ง เธอจึงถามออกไปว่า “ท่านทำอะไรกับเขา?”
“ข้าหรือ?” เจ้าสำนักตระกูลถังยิ้มแบบไม่ใส่ใจนัก “แน่นอนว่าสิ่งที่ข้าทำกับเขานั้นคือการช่วยชีวิตเขาเอาไว้”
“ข้าไม่เชื่อท่านหรอก” ถัดมา หญิงสาวใช้มีดกรีดมือตัวเอง แล้วสะบัดเลือดไปทางฉู่เสวียน
นั่นทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มเปื้อนไปด้วยเลือดของเธอ แต่เขาก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
แววตาของมู่ไป๋ไป่แสดงออกถึงความสงสัย ขณะที่เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ถังเป่ยเฉินก็หยิบนกหวีดไม้ออกมาเริ่มเป่า
คราวนี้เสียงนกหวีดฟังดูเร่งเร้ามาก
หญิงสาวสังเกตเห็นว่าท่าทีของฉู่เสวียนค่อย ๆ เปลี่ยนไปหลังจากที่มีเสียงนกหวีดดังขึ้น
“ฉู่เสวียน เราไปกันเถอะ” เจ้าสำนักตระกูลถังเก็บนกหวีดเข้าไปในอกเสื้อ เมื่อเขาพูดอีกครั้ง รอยยิ้มในดวงตาของเขาก็เปลี่ยนไป “วันนี้ข้าไม่มีเวลาว่างมาเล่นกับองค์หญิงหก”
ทางด้านฉู่เสวียนมองหลัวเซียวเซียวด้วยดวงตาแดงก่ำอึดใจหนึ่ง จากนั้นเขาก็ยกกระบี่พุ่งเข้าโจมตีทหารที่อยู่รอบตัวเพื่อเปิดเส้นทางและหนีไปพร้อมกับถังเป่ยเฉิน
“องค์หญิง เรายังต้องไล่ตามพวกเขาไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” องครักษ์เงาคนหนึ่งเข้ามาถามมู่ไป๋ไป่เบา ๆ
หญิงสาวมองเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บบนพื้นและถอนหายใจเงียบ ๆ ก่อนจะตอบว่า “ช่างเถอะ ไม่ต้องไล่ตามพวกเขาแล้ว”
จากสภาพของฉู่เสวียนเมื่อกี้นี้มันแปลกมาก เขาสามารถฆ่าคนที่เธอพามาด้วยแล้วหลบหนีไปได้โดยง่าย
หลังจากนี้ถ้าเธอส่งคนไปไล่ตามพวกเขาเพิ่มอีก มันมีแต่จะส่งทหารไปตายเท่านั้น เธอไม่อยากส่งคนไปให้ฝ่ายศัตรูเชือดทิ้งโดยเปล่าประโยชน์
ปัจจุบันหลัวเซียวเซียวปลอดภัยแล้ว นี่เป็นเหตุผลหลักที่เธอมาที่นี่ นั่นนับว่าภารกิจสำเร็จ
“ส่งตัวคนเจ็บไปรักษาก่อน” มู่ไป๋ไป่ระงับความกังวลในใจทั้งหมด และมอบยาที่พกติดตัวให้กับองครักษ์เงา พร้อมกับสั่งให้พวกเขาเอายานี้ทาให้กับคนที่ได้รับบาดเจ็บก่อน สุดท้ายเธอก็หันกลับไปดูอาการของมู่จวินเซิ่งซึ่งดูน่าเป็นห่วงอย่างมาก เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสทีเดียว
“พี่รอง!” หญิงสาวก้าวออกไปพร้อมกับหยิบเข็มเงินที่พกติดตัวมาฝังเข็มหลายจุดบนร่างกายของพี่ชายคนรองเพื่อเป็นการห้ามเลือด “ตื่นก่อน ท่านห้ามหลับนะ”
บัดนี้มู่จวินเซิ่งเริ่มหายใจลำบาก ดวงตาของเขาพร่าเลือนในขณะที่ค่อย ๆ เลื่อนไปหาหลัวเซียวเซียว “เซียวเซียว ข้าขอโทษ…”
“ท่านแม่ทัพ ท่านอย่าเพิ่งพูดเลยเจ้าค่ะ” หญิงสาวมองบาดแผลบนร่างกายของชายหนุ่มแล้วน้ำตาก็ไหลลงมาอาบแก้ม “ถ้าท่านมีอะไรจะพูด เอาไว้รอให้ท่านหายดีก่อนค่อยพูดนะเจ้าคะ”
“ไม่…” มู่จวินเซิ่งสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะกัดฟันพูดอย่างยากลำบาก “ข้ากลัวว่าถ้าข้าไม่พูดตอนนี้ หลังจากนี้จะไม่มีโอกาสได้พูดอีกแล้ว…”
มู่ไป๋ไป่ได้แต่กลั้นสะอื้นเอาไว้ เธอพยายามห้ามไม่ให้น้ำตาไหลออกมาขณะพูดว่า “พี่รอง ทำไมท่านถึงเอ่ยคำพูดที่สิ้นหวังเช่นนั้น ข้าเป็นถึงศิษย์คนโตของหุบเขาหมอเทวดา ตอนนี้ข้าอยู่ที่นี่แล้ว ถึงอย่างไรท่านก็มีทางรอดเหลืออยู่มากมาย”
ผู้เป็นพี่ชายหัวเราะเบา ๆ หลังจากได้ยินคำพูดของน้องสาว “พี่รองเชื่อไป๋ไป่ แต่ก็ดีแล้ว พี่ขอให้ไป๋ไป่เป็นพยานในสิ่งที่พี่จะพูดด้วย”
“ตกลง” มู่ไป๋ไป่พูดคุยกับพี่ชายขณะที่ยังคงฝังเข็มต่อไป พร้อมกันนั้น เหงื่อเม็ดโตค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นบนหน้าผาก “ขอเพียงท่านยังรักษาสติของตัวเองเอาไว้ได้ ท่านอยากพูดอะไรก็พูดได้เต็มที่เลย”
ทางด้านหลัวเซียวเซียวที่เดิมทีอยากจะห้ามมู่จวินเซิ่งได้กลืนคำพูดที่กำลังเปล่งออกมาจากปากลงไปทันที
จากนั้นแม่ทัพหนุ่มก็หันไปมองหญิงสาวด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า
“เซียวเซียว ข้าขอโทษ… ข้าสัญญาว่าจะปกป้องเจ้าให้ดี” มู่จวินเซิ่งเริ่มหอบหายใจแรงขึ้น “แต่ข้าก็ผิดสัญญา”