เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 533: เจ้าทรยศข้าอีกแล้ว

บทที่ 533: เจ้าทรยศข้าอีกแล้ว

บทที่ 533: เจ้าทรยศข้าอีกแล้ว


ฉึก!

หลัวเซียวเซียวตั้งใจแน่วแน่ว่าจะช่วยมู่จวินเซิ่งไม่ให้ฉู่เสวียนฆ่าเขาให้ได้

ในตอนที่นางรู้สึกตัวอีกที กระบี่ในมือนางก็แทงทะลุหน้าอกของชายหนุ่มไปเสียแล้ว

ขณะนั้นฉู่เสวียนทำหน้าเหมือนกับว่าเขาไม่เชื่อว่าหญิงสาวจะกล้าแทงตน เขาจ้องมองนางนิ่ง จากนั้นไม่นานเขาก็ปล่อยกระบี่ในมือช้า ๆ

“หลัวเซียวเซียว…”

แล้วหญิงสาวก็เหมือนจะเพิ่งได้สติ นางพยายามบังคับตัวเองให้กลับมามีสติก่อนจะกำด้ามกระบี่ที่สั่นเทาเอาไว้แน่น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉู่เสวียน ถ้าท่านก้าวออกมาอีกก้าว อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”

“หลัวเซียวเซียว…” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงแหบพร่า เลือดสีแดงในดวงตาของเขายิ่งเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะคลุมดวงตาทั้งดวง “หลัวเซียวเซียว!”

เมื่อหญิงสาวได้ยินเสียงเรียกชื่อตนของฉู่เสวียน นางก็รู้สึกปวดใจ แต่ภายนอกนางกลับไม่แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมา นางพยายามสุดความสามารถที่จะบังคับตัวเองให้มองชายตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา

“เซียวเซียว มาหาข้า…” มู่จวินเซิ่งเอามือกุมบาดแผลพลางกระซิบเรียกหลัวเซียวเซียว “ฉู่เสวียนไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว ถังเป่ยเฉินบอกว่าเขาใช้แมลงกู่กับฉู่เสวียน”

หญิงสาวตกตะลึงเมื่อได้ยินสิ่งที่แม่ทัพหนุ่มพูด “แมลงกู่?”

“ใช่” มู่จวินเซิ่งพยักหน้าและจ้องมองศัตรูตาไม่กะพริบขณะที่เขาหน้านิ่วคิ้วขมวด “ถึงแม้ว่าถังเป่ยเฉินจะโกหก แต่เราก็ควรระมัดระวังเอาไว้ก่อนจะดีกว่า”

ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ ฉู่เสวียนก็คว้ากระบี่ของหลัวเซียวเซียวไว้แน่น

“ท่านทำอะไรน่ะ!” หญิงสาวตกใจกับการกระทำของเขามาก “ท่านบ้าไปแล้วหรืออย่างไร!”

กระบี่เล่มนั้นยังคงติดอยู่ที่อกของฉู่เสวียน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดใด ๆ เลย เขากำกระบี่เอาไว้แน่นและค่อย ๆ เดินเข้าไปหาหลัวเซียวเซียวทีละก้าว

“หลัวเซียวเซียว เจ้าทรยศข้าอีกแล้ว” ดวงตาแดงก่ำของชายหนุ่มสะท้อนเพียงภาพของหญิงสาวตรงหน้า เขาไม่สนสิ่งอื่นใดนอกจากผู้หญิงคนนี้ “ข้าช่วยเจ้าเอาไว้ แต่เจ้าคิดอยากจะฆ่าข้า ในเมื่อเจ้าไม่ยินดีหนีไปกับข้า เช่นนั้นก็จงตายอยู่ที่นี่พร้อมกับข้าเถอะ…”

“เซียวเซียว ระวัง! รีบปล่อยกระบี่เร็วเข้า!” ทางด้านมู่จวินเซิ่งรู้ได้ทันทีว่าฉู่เสวียนคิดจะทำอะไร เขาไม่สนใจบาดแผลของตัวเองแล้วรีบก้าวออกไปคว้ามือหลัวเซียวเซียวและดึงนางให้พ้นจากฝ่ายตรงข้าม

ซึ่งนั่นทำให้เขารับการโจมตีของฉู่เสวียนแทนหญิงสาวอีกครั้ง

บัดนี้ภาพตรงหน้าของหลัวเซียวเซียวดูเหมือนจะช้าลง นางเฝ้าดูแม่ทัพหนุ่มถูกฝ่ามือของชายผู้นั้นกระแทกเข้าที่หน้าอกจนกระเด็นออกไป

นางอยากจะพุ่งเข้าไปรับตัวมู่จวินเซิ่ง แต่ร่างกายของนางกลับไม่เชื่อฟังสมอง ตัวนางแข็งทื่อได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ มองดูทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าโดยที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้

อีกด้านหนึ่ง มู่ไป๋ไป่ใช้วิชาตัวเบาไล่ตามถังเป่ยเฉิน จังหวะนั้นเธอบังเอิญเห็นภาพพี่ชายคนรองถูกฉู่เสวียนกระแทกฝ่ามือเข้าใส่ ภาพที่เกิดขึ้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกจากอก

“พี่รอง!!” จากนั้นหญิงสาวก็เลิกไล่ตามเจ้าสำนักตระกูลถังแล้วพุ่งตัวมาใช้แส้โจมตีเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามโดยตรง “บังอาจมาทำร้ายพี่รองของข้า เจ้ามันรนหาที่ตาย!!”

แม้ว่าวรยุทธของมู่ไป๋ไป่จะเทียบกับฉู่เสวียนไม่ได้ แต่เธอที่เรียนวิชาแพทย์มารู้จุดแข็งและหลีกเลี่ยงจุดอ่อนของตัวเองได้อย่างแม่นยำ หลังจากผ่านไป 10 กระบวนท่า นอกจากเธอจะไม่แพ้ให้กับเขาแล้ว เธอยังสามารถทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บหลายตำแหน่งอีกด้วย

ทว่าน่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บเหล่านั้นไม่ทำให้คู่ต่อสู้เพลี่ยงพล้ำเลย

“หลีกไป!” ฉู่เสวียนตะคอกเสียงดัง แล้วค่อย ๆ ดึงกระบี่ที่ปักอยู่ในอกออกมาคล้ายกับว่าเจ้าตัวไม่รู้สึกเจ็บกับการกระทำนี้เลย “มู่ไป๋ไป่ ถ้าเจ้าไม่อยากตายก็หลีกไป!”

“เหอะ เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก เจ้ากล้าสั่งให้องค์หญิงอย่างข้าหลีกทางอย่างนั้นหรือ?” หญิงสาวมองบาดแผลที่หน้าอกของคนตรงหน้าด้วยความสงสัย และความสงสัยแต่เดิมก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

มันแปลกมาก จากบาดแผลที่ฉู่เสวียนได้รับมันน่าจะทำให้หัวใจของเขาเสียหาย ร่างกายเขาควรจะมีเลือดออกเยอะมาก

แต่เท่าที่เธอสังเกตดู เขาไม่มีเลือดไหลออกมาจากบาดแผลที่ถูกแทงตรงหัวใจเลย

นอกจากนี้วรยุทธของชายหนุ่มดูเหมือนจะพัฒนาเร็วจนเกินไป ซึ่งเรื่องนี้มันแปลกเกินไปมาก คนปกติไม่ควรจะเป็นเช่นนี้

“องค์หญิงหก พระองค์ไม่สามารถเอาชนะเขาได้หรอก” ขณะนั้นถังเป่ยเฉินเดินไปหาฉู่เสวียน พร้อมกับรอยยิ้มแห่งชัยชนะ “หากพระองค์ยังสู้ต่อไป แม้ว่าพระองค์จะต้องยอมเสียสละทุกคนที่นี่ มันก็ไร้ประโยชน์”

มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้ว ในที่สุดเธอก็เข้าใจถึงบางสิ่ง เธอจึงถามออกไปว่า “ท่านทำอะไรกับเขา?”

“ข้าหรือ?” เจ้าสำนักตระกูลถังยิ้มแบบไม่ใส่ใจนัก “แน่นอนว่าสิ่งที่ข้าทำกับเขานั้นคือการช่วยชีวิตเขาเอาไว้”

“ข้าไม่เชื่อท่านหรอก” ถัดมา หญิงสาวใช้มีดกรีดมือตัวเอง แล้วสะบัดเลือดไปทางฉู่เสวียน

นั่นทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มเปื้อนไปด้วยเลือดของเธอ แต่เขาก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย

แววตาของมู่ไป๋ไป่แสดงออกถึงความสงสัย ขณะที่เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ถังเป่ยเฉินก็หยิบนกหวีดไม้ออกมาเริ่มเป่า

คราวนี้เสียงนกหวีดฟังดูเร่งเร้ามาก

หญิงสาวสังเกตเห็นว่าท่าทีของฉู่เสวียนค่อย ๆ เปลี่ยนไปหลังจากที่มีเสียงนกหวีดดังขึ้น

“ฉู่เสวียน เราไปกันเถอะ” เจ้าสำนักตระกูลถังเก็บนกหวีดเข้าไปในอกเสื้อ เมื่อเขาพูดอีกครั้ง รอยยิ้มในดวงตาของเขาก็เปลี่ยนไป “วันนี้ข้าไม่มีเวลาว่างมาเล่นกับองค์หญิงหก”

ทางด้านฉู่เสวียนมองหลัวเซียวเซียวด้วยดวงตาแดงก่ำอึดใจหนึ่ง จากนั้นเขาก็ยกกระบี่พุ่งเข้าโจมตีทหารที่อยู่รอบตัวเพื่อเปิดเส้นทางและหนีไปพร้อมกับถังเป่ยเฉิน

“องค์หญิง เรายังต้องไล่ตามพวกเขาไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” องครักษ์เงาคนหนึ่งเข้ามาถามมู่ไป๋ไป่เบา ๆ

หญิงสาวมองเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บบนพื้นและถอนหายใจเงียบ ๆ ก่อนจะตอบว่า “ช่างเถอะ ไม่ต้องไล่ตามพวกเขาแล้ว”

จากสภาพของฉู่เสวียนเมื่อกี้นี้มันแปลกมาก เขาสามารถฆ่าคนที่เธอพามาด้วยแล้วหลบหนีไปได้โดยง่าย

หลังจากนี้ถ้าเธอส่งคนไปไล่ตามพวกเขาเพิ่มอีก มันมีแต่จะส่งทหารไปตายเท่านั้น เธอไม่อยากส่งคนไปให้ฝ่ายศัตรูเชือดทิ้งโดยเปล่าประโยชน์

ปัจจุบันหลัวเซียวเซียวปลอดภัยแล้ว นี่เป็นเหตุผลหลักที่เธอมาที่นี่ นั่นนับว่าภารกิจสำเร็จ

“ส่งตัวคนเจ็บไปรักษาก่อน” มู่ไป๋ไป่ระงับความกังวลในใจทั้งหมด และมอบยาที่พกติดตัวให้กับองครักษ์เงา พร้อมกับสั่งให้พวกเขาเอายานี้ทาให้กับคนที่ได้รับบาดเจ็บก่อน สุดท้ายเธอก็หันกลับไปดูอาการของมู่จวินเซิ่งซึ่งดูน่าเป็นห่วงอย่างมาก เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสทีเดียว

“พี่รอง!” หญิงสาวก้าวออกไปพร้อมกับหยิบเข็มเงินที่พกติดตัวมาฝังเข็มหลายจุดบนร่างกายของพี่ชายคนรองเพื่อเป็นการห้ามเลือด “ตื่นก่อน ท่านห้ามหลับนะ”

บัดนี้มู่จวินเซิ่งเริ่มหายใจลำบาก ดวงตาของเขาพร่าเลือนในขณะที่ค่อย ๆ เลื่อนไปหาหลัวเซียวเซียว “เซียวเซียว ข้าขอโทษ…”

“ท่านแม่ทัพ ท่านอย่าเพิ่งพูดเลยเจ้าค่ะ” หญิงสาวมองบาดแผลบนร่างกายของชายหนุ่มแล้วน้ำตาก็ไหลลงมาอาบแก้ม “ถ้าท่านมีอะไรจะพูด เอาไว้รอให้ท่านหายดีก่อนค่อยพูดนะเจ้าคะ”

“ไม่…” มู่จวินเซิ่งสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะกัดฟันพูดอย่างยากลำบาก “ข้ากลัวว่าถ้าข้าไม่พูดตอนนี้ หลังจากนี้จะไม่มีโอกาสได้พูดอีกแล้ว…”

มู่ไป๋ไป่ได้แต่กลั้นสะอื้นเอาไว้ เธอพยายามห้ามไม่ให้น้ำตาไหลออกมาขณะพูดว่า “พี่รอง ทำไมท่านถึงเอ่ยคำพูดที่สิ้นหวังเช่นนั้น ข้าเป็นถึงศิษย์คนโตของหุบเขาหมอเทวดา ตอนนี้ข้าอยู่ที่นี่แล้ว ถึงอย่างไรท่านก็มีทางรอดเหลืออยู่มากมาย”

ผู้เป็นพี่ชายหัวเราะเบา ๆ หลังจากได้ยินคำพูดของน้องสาว “พี่รองเชื่อไป๋ไป่ แต่ก็ดีแล้ว พี่ขอให้ไป๋ไป่เป็นพยานในสิ่งที่พี่จะพูดด้วย”

“ตกลง” มู่ไป๋ไป่พูดคุยกับพี่ชายขณะที่ยังคงฝังเข็มต่อไป พร้อมกันนั้น เหงื่อเม็ดโตค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นบนหน้าผาก “ขอเพียงท่านยังรักษาสติของตัวเองเอาไว้ได้ ท่านอยากพูดอะไรก็พูดได้เต็มที่เลย”

ทางด้านหลัวเซียวเซียวที่เดิมทีอยากจะห้ามมู่จวินเซิ่งได้กลืนคำพูดที่กำลังเปล่งออกมาจากปากลงไปทันที

จากนั้นแม่ทัพหนุ่มก็หันไปมองหญิงสาวด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า

“เซียวเซียว ข้าขอโทษ… ข้าสัญญาว่าจะปกป้องเจ้าให้ดี” มู่จวินเซิ่งเริ่มหอบหายใจแรงขึ้น “แต่ข้าก็ผิดสัญญา”

จบบทที่ บทที่ 533: เจ้าทรยศข้าอีกแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว