เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 532: เซียวเซียว มานี่!

บทที่ 532: เซียวเซียว มานี่!

บทที่ 532: เซียวเซียว มานี่!


ภายในตำหนักตี้เฉิน

เซียวถังอี้เช็ดมือกับผ้าเช็ดหน้าแล้วเดินไปที่ประตู เขาคิดว่ามู่ไป๋ไป่จะรีบวิ่งเข้ามาถามเขาว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร

แต่เมื่อเขาเปิดประตูออกไป เขาก็พบเพียงมู่จวินฝานเท่านั้น

“...ไป๋ไป่อยู่ที่ไหน?” ชายหนุ่มเอ่ยถาม

องค์รัชทายาทมองเสด็จอาของตัวเองด้วยสายตาสับสนก่อนจะตอบว่า “มีนกตัวหนึ่งเพิ่งจะนำข่าวหลัวเซียวเซียวมาแจ้ง ไป๋ไป่กับน้องรองจึงได้รีบไปช่วยหลัวเซียวเซียวพ่ะย่ะค่ะ”

เซียวถังอี้ที่ได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น เจ้าตัวเล็กนั่นยังคงทำอะไรหุนหันพลันแล่นเช่นเคย แม้แต่กับเขาก็ไม่บอกกันสักคำ

มู่จวินฝานสังเกตเห็นท่าทีของอีกฝ่าย เขาจึงรีบพูดว่า “ไป๋ไป่กลัวจะเข้าไปรบกวนเสด็จอา นางบอกว่าพระองค์กำลังสืบสวนข้อมูลสำคัญอยู่ ดังนั้นนางจึงขอให้กระหม่อมรอพระองค์อยู่ที่นี่”

คิ้วของเซียวถังอี้คลายลงเล็กน้อย ไม่นานเขาก็กล่าวว่า “ลี่เฟยบอกว่าบุคคลที่สอนอาคมให้กับนางคือผู้ชายที่สวมชุดคลุมสีดำ นางบอกว่านางเคยเจอเขาแค่ครั้งเดียว แต่เนื่องจากเขาสวมหมวกคลุมหน้าไว้ นางจึงไม่รู้ว่าเขามีหน้าตาเป็นอย่างไร แต่นางบังเอิญเห็นหน้ากากไม้ที่เขาสวมเอาไว้บนใบหน้า”

“หน้ากากไม้?” มู่จวินฝานนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ เขาจำได้ว่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนที่เขาอยู่ในจวนตระกูลจิน ที่นั่นมีกลุ่มคนของหนานซวนที่สวมหน้ากากไม้ปรากฏตัวขึ้นด้วย

ในเวลานั้นมู่ไป๋ไป่กับหลัวเซียวเซียวถูกคนพวกนั้นจับตัวไป แต่โชคดีที่พวกนางพบมู่จวินเซิ่งระหว่างทาง ทั้งคู่จึงรอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกมัน

แล้วเวลาก็ผ่านไปนานหลายปี ผู้ชายที่สวมหน้ากากไม้กลับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง นี่มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือมีคนวางแผนอยู่เบื้องหลังกันแน่?

“หลัวเซียวเซียวอยู่ที่ไหน?” เซียวถังอี้ถามพลางเช็ดเลือดออกจากมือของตัวเองจนสะอาด ก่อนจะเก็บผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนเลือดลงไป

“หืม?” มู่จวินฝานไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะถามคำถามนี้ขึ้นมา เขาที่ไม่ทันตั้งตัวก็รู้สึกสับสนไม่น้อย “เสด็จอา พระองค์ถามทำไมหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“ข้าจะแวะไปดูสักหน่อย” ชายหนุ่มยังคงพูดอย่างใจเย็น “เมื่อกี้ข้าสัญญากับเสด็จพี่เอาไว้แล้วว่าจะดูแลไป๋ไป่ให้ดี แต่ตอนนี้เจ้าเด็กนั่นดันหนีไปเสียได้ ถ้าในระหว่างนี้เกิดอะไรขึ้นกับนาง ข้าคงไม่สามารถอธิบายให้เสด็จพี่ฟังได้”

สำหรับมู่จวินฝานแล้ว คำอธิบายนี้ฟังดูมีเหตุผลมาก แต่เขาก็ยังรู้สึกแปลกประหลาดอยู่ดี

“กระหม่อมเองก็ไม่รู้ที่ตั้งแน่ชัดพ่ะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทบังคับตัวเองให้กล้ำกลืนความรู้สึกประหลาดใจเอาไว้ในขณะที่กล่าวว่า “นกตัวนั้นมารายงานไป๋ไป่ กระหม่อมไม่รู้ภาษาสัตว์จึงไม่เข้าใจสิ่งที่พวกนางพูดคุยกันพ่ะย่ะค่ะ”

“แต่ไป๋ไป่ได้พาองครักษ์เงาของกระหม่อมติดตามไปด้วย ถ้าเสด็จอาอยากทราบว่าไป๋ไป่อยู่ที่ใด เช่นนั้นกระหม่อมก็จะติดต่อองครักษ์เงาเพื่อสอบถามให้พระองค์ได้พ่ะย่ะค่ะ”

มู่จวินฝานกับองครักษ์เงามีวิธีการพิเศษบางอย่างที่เอาไว้ติดต่อกัน และทั้ง 2 ฝ่ายก็สามารถแจ้งที่อยู่ตำแหน่งของตนได้

“ถ้าเช่นนั้นข้าก็คงต้องขอรบกวนองค์รัชทายาทด้วย” เซียวถังอี้พูดเสียงเรียบเฉย “เจ้ารีบลงมือเถอะ”

“...”

หลังจากนั้นไม่นาน ดอกไม้ไฟสีฟ้าก็ถูกจุดขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือตำหนักตี้เฉิน

ไม่กี่อึดใจต่อมา อีกทิศทางหนึ่งของเมืองก็มีพลุสีแดงถูกจุดโต้กลับมา

เซียวถังอี้ระบุตำแหน่งได้อย่างรวดเร็วและใช้วิชาตัวเบามุ่งหน้าไปยังทิศทางของพลุสีแดง

อีกด้านหนึ่ง หลังจากมู่จวินเซิ่งผละออกจากถังเป่ยเฉิน เขาก็รีบตามหลัวเซียวเซียวไปก่อนจะบังเอิญเห็นฉู่เสวียนกำลังบีบคอนางด้วยมือข้างหนึ่ง

ภาพนั้นทำให้หัวใจของชายหนุ่มเต้นเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน แล้วเขาก็พุ่งออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วเท่าที่ชีวิตนี้จะทำได้และโจมตีฉู่เสวียนด้วยกำลังทั้งหมดที่มีโดยไม่สนใจสิ่งใดอีก

ในเวลาเดียวกัน เขาก็เตรียมพร้อมที่จะตั้งรับการโต้กลับของคู่ต่อสู้

ถึงอย่างไรเขาก็เคยต่อสู้กับชายผู้นี้มาก่อน เขารู้ว่าวรยุทธของอีกฝ่ายนั้นพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนเหนือกว่าเขาไปมาก

หากเขาต่อสู้แบบเผชิญหน้ากับฉู่เสวียน เขาคงไม่สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้

อย่างไรก็ตาม ในตอนที่ฝ่ามือของแม่ทัพหนุ่มกระแทกเข้าใส่ชายตรงหน้า เจ้าตัวไม่ได้ต่อต้านเลย นอกจากนี้ เขายังคลายมือที่กำลังบีบคอหลัวเซียวเซียวออกอีกด้วย

มู่จวินเซิ่งที่เห็นดังนั้นก็รู้สึกประหลาดใจไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะคว้าตัวหญิงสาวและพานางออกมาให้ห่างจากฉู่เสวียน

“เซียวเซียว เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?” ชายหนุ่มมองสำรวจคนข้างกายด้วยสายตาเป็นห่วง ในตอนที่เห็นว่านอกจากรอยแดงที่คอแล้วนางไม่เป็นอะไร เขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

“แค่ก ๆๆ! ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ…” หลัวเซียวเซียวยังคงไออย่างหนัก ขณะมองฉู่เสวียนด้วยความวิตกกังวล

เมื่อกี้ตอนที่มีเสียงประหลาดดังขึ้น ท่าทีของผู้ชายคนนั้นก็เปลี่ยนไปจากเดิม แล้วเขาก็หันมาบีบคอนางทันที

โชคดีที่มู่จวินเซิ่งมาช่วยนางไว้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นนางคงจะถูกฉู่เสวียนบีบคอจนตายแน่

“ดีแล้วที่เจ้าไม่เป็นไร” แม่ทัพหนุ่มตบไหล่ปลอบโยนหญิงสาว ก่อนจะดึงนางให้ไปหลบอยู่ข้างหลัง “เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าอยู่ที่นี่แล้ว ข้าจะไม่ปล่อยให้ฉู่เสวียนพาเจ้าไปได้อีก”

หลัวเซียวเซียวมองแผ่นหลังที่สูงใหญ่ของมู่จวินเซิ่ง ในขณะที่นางมีท่าทีลังเลเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง

นางอยากบอกเขาว่าอย่าได้ทำเช่นนี้เพื่อนางเลย มันไม่คุ้มค่า

แต่นางก็รู้ว่าสิ่งที่นางพูดมันจะเป็นอันตรายต่ออีกฝ่าย

“เซียวเซียว…” ฉู่เสวียนที่ถูกฝ่ามือกระแทกเข้าใส่ทำให้ความคิดที่ถูกเสียงนกหวีดรบกวนกลับมาชัดเจนขึ้น ดวงตาสีแดงของเขาจับจ้องไปที่หลัวเซียวเซียวกับมู่จวินเซิ่ง เขารู้สึกว่าภาพตรงหน้ามันมีความคล้ายคลึงกับภาพบางอย่างในความทรงจำของเขามาก

แต่เขานึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าในช่วงเวลานั้นเกิดอะไรขึ้น

มิหนำซ้ำยิ่งเขาพยายามคิดถึงมันมากเท่าไหร่ ในหัวของเขาก็เหมือนมีเข็มนับหมื่นเล่มกำลังทิ่มแทงมากขึ้นเท่านั้น

“เซียวเซียว มานี่!” ฉู่เสวียนกัดฟันพูดในขณะที่เส้นเลือดบนหน้าผากเริ่มปูดออกมา ทำให้ใบหน้าของเขายิ่งดูแปลกมากขึ้น “มานี่เดี๋ยวนี้!”

“ข้าให้เซียวเซียวไปกับเจ้าไม่ได้” มู่จวินเซิ่งชิงตอบออกมาก่อนที่หลัวเซียวเซียวจะทันได้พูดอะไร “ฉู่เสวียน เจ้าลักลอบเข้าไปในวังหลวงเพื่อลอบสังหารนาง และยังลักพาตัวนางมาอีก เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าเจ้าได้กระทำผิดร้ายแรงอยู่หลายครั้ง ตอนนี้เจ้าอย่าคิดว่าจะหนีไปได้ ทหาร มาจับตัวเขาไว้!”

“มู่จวินเซิ่ง…” ดวงตาสีแดงก่ำของฉู่เสวียนยิ่งมีสีสดมากขึ้นเรื่อย ๆ เขายกกระบี่ขึ้นต่อสู้กับคนที่พุ่งเข้ามาโจมตีเขา ก่อนจะมุ่งเป้าไปที่แม่ทัพหนุ่มด้วยจิตสังหารที่รุนแรง “ข้าจะฆ่าเจ้า!”

ตราบใดที่มู่จวินเซิ่งตายก็ไม่มีใครสามารถมาคั่นกลางระหว่างเขากับหลัวเซียวเซียวได้อีก

ปัจจุบันความรู้สึกนึกคิดของชายหนุ่มค่อย ๆ เลือนหายไป เหลือเพียงคำเดียวเท่านั้นที่อยู่ในหัวของเขา นั่นก็คือ ‘ฆ่า’

ก่อนหน้านี้หลัวเซียวเซียวคิดว่าฉู่เสวียนใช้พละกำลังของตัวเองไปจนหมดแล้ว แต่เมื่อนางเห็นเขากำลังต่อสู้กับมู่จวินเซิ่ง นางก็รู้ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้น

นางไม่รู้ว่าในเวลาเพียง 1 เดือนที่ผ่านมา ชายผู้นี้ได้ประสบอะไรมาบ้าง เหตุใดวรยุทธของเขาจึงพัฒนาได้รวดเร็วขึ้นถึงเพียงนี้?

ด้วยเหตุผลบางประการ นางนึกถึงเสียงนกหวีดประหลาดที่นางได้ยินเมื่อครู่

หรือว่าฉู่เสวียนจะฝึกวิชามารบางอย่าง?

ในตอนที่หลัวเซียวเซียวเห็นว่ามู่จวินเซิ่งค่อย ๆ เพลี่ยงพล้ำ นางก็ไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องนี้อีก นางคว้ากระบี่จากคนใกล้ตัวแล้ววิ่งเข้าไปช่วยเขาจัดการกับศัตรู

และการโจมตีที่รุนแรงของฉู่เสวียนก็ต้องหยุดชะงักลงหลังจากที่หญิงสาวเข้าร่วมการต่อสู้

มู่จวินเซิ่งจึงได้คว้าโอกาสนี้หมายจะสกัดจุดอีกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ฉู่เสวียนสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของแม่ทัพหนุ่ม ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนทิศทางกระบี่ในมือแทงเข้าไปที่ฝ่ายตรงข้ามโดยตรง

ฉึก!

ก่อนหน้านี้มู่จวินเซิ่งรับกระบี่แทนหลัวเซียวเซียว บาดแผลที่เกิดจากกระบี่เล่มนั้นยังไม่หายสนิทดี คราวนี้กระบี่เล่มเดิมก็โจมตีเข้าที่จุดเดิมซ้ำอีกครั้ง

หลัวเซียวเซียวมองกระบี่เงินที่แทงทะลุร่างกายของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกว่าเลือดในกายของนางเย็นลง

“ท่านแม่ทัพ!!!” หญิงสาวกรีดร้องและวิ่งไปข้างหน้าทันที

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ซ้ำแผลเดิมไปอี๊ก พี่รองงงง! T____T

จบบทที่ บทที่ 532: เซียวเซียว มานี่!

คัดลอกลิงก์แล้ว