เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 528: ให้เสด็จอาอยู่เถอะ

บทที่ 528: ให้เสด็จอาอยู่เถอะ

บทที่ 528: ให้เสด็จอาอยู่เถอะ


ยามนี้ลี่เฟยหัวเราะเหมือนคนเสียสติไปแล้ว ถึงแม้ว่าเลือดบนใบหน้าของนางจะไหลเข้าปาก แต่นางก็เหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร แถมยังหัวเราะเยาะเย้ยทุกคนต่อไป

มู่เทียนฉงขมวดคิ้วฉับแล้วหันไปสั่งให้คนลากอีกฝ่ายออกไปจากตำหนักทันที

เนื่องจากเขารู้ว่าผู้ร้ายคือลี่เฟย เขาจึงไม่ยอมปล่อยให้นางได้มีชีวิตอยู่ต่อ หนทางของนางที่รออยู่เบื้องหน้ามีเพียงความตายเท่านั้น

“ท่านพ่อ” มู่ไป๋ไป่เหมือนคาดเดาความคิดของมู่เทียนฉงได้จึงรู้ว่าหากลี่เฟยถูกพาตัวไปคราวนี้ นางจะต้องตายแน่ แล้วโอกาสที่เธอจะสืบสาวหาตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังก็จะน้อยลงไปอีก “ขอท่านพ่อทรงอนุญาตให้หม่อมฉันคุยกับลี่เฟยตามลำพังได้หรือไม่เพคะ?”

เธออยากจะลองดูสักครั้ง

หญิงสาวรู้สึกว่า หากเธอไม่สามารถจับตัวคนที่บงการอยู่เบื้องหลังลี่เฟยออกมาได้ ในอนาคตจะมีปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย

“ไม่ได้” มู่เทียนฉงปฏิเสธลูกสาวทันควัน “ผู้หญิงใจมารคนนี้ถูกบีบให้จนมุมแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นถ้านางจนตรอกถึงขั้นทำอะไรเจ้า?”

“ท่านพ่อ หม่อมฉันรู้ว่าท่านเป็นห่วงหม่อมฉัน” มู่ไป๋ไป่ไม่รู้ว่าควรรู้สึกดีใจที่พ่อของตนเป็นห่วงดีหรือไม่ “แต่หม่อมฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น ถ้าท่านพ่อกังวล…”

หญิงสาวหันไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างหลังตัวเอง ก่อนจะกระแอมในลำคอแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น ให้เสด็จอาอยู่กับหม่อมฉันก็ได้”

ซีเยว่เคยบอกเธอว่าเซียวถังอี้เองก็มีความสามารถในการต้านทานอาคมเช่นกัน

การที่เขาอยู่ที่นี่มันคงจะปลอดภัยกว่าให้คนอื่นอยู่

เมื่อชายหนุ่มเห็นสายตาของหญิงสาว รอยยิ้มจาง ๆ ก็ปรากฏในดวงตาของเขาที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาของหน้ากากเงิน

มู่ไป๋ไป่ที่เห็นดังนั้นจึงรีบหลบสายตาและพึมพำเบา ๆ ว่า “หัวเราะอะไร? รู้จักแต่หัวเราะเยาะคนอื่นสินะ”

“นี่…”

ทางด้านมู่เทียนฉงยังคงรู้สึกลังเล ก่อนที่เขาจะตอบตกลง เซียวถังอี้ก็พูดขัดขึ้นว่า

“เสด็จพี่ ให้ข้าอยู่ที่นี่เถอะ ข้าจะปกป้องไป๋ไป่ให้ดี”

การกระทำนั้นทำให้ชายวัยกลางคนรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

เขารู้จักเซียวถังอี้เป็นอย่างดี เขารู้จักนิสัยน้องชายของเขา อีกฝ่ายไม่ใช่คนที่จะออกหน้ายอมทำเพื่อใคร และไม่ชอบยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเสนอตัวออกมาปกป้องคนเช่นนี้ ซึ่งมันผิดวิสัยของเจ้าตัว

มู่เทียนฉงจำได้เลือนรางว่าในช่วงเวลาที่เขาต้องอาคม มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นในราชสำนักมากมาย

“ในเมื่อถังอี้เอ่ยปาก เราก็วางใจ” ผู้เป็นฮ่องเต้เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ แล้วหันไปยิ้มให้ลูกสาวคนสำคัญ “ถึงแม้ว่าจะมีเสด็จอาอยู่ที่นี่ แต่เจ้าก็ต้องระวังตัวให้ดี เข้าใจหรือไม่? ถ้าเจ้าไม่ได้รับคำตอบอะไรจากนางก็ไม่เป็นไร เราจะส่งคนให้ไปสืบหาความจริงออกมาให้ได้เอง”

มู่ไป๋ไป่พยักหน้ารับบ่งบอกว่าเธอเข้าใจ หลังจากที่พวกมู่เทียนฉงเดินออกไปจากตำหนักแล้ว เธอก็ปิดประตูเดินหันกลับไปหาลี่เฟย

“ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าข้าไม่มีทางบอกเจ้า” ลี่เฟยเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีเคร่งขรึม “องค์หญิงหก เจ้าไม่จำเป็นจะต้องมาเปลืองพลังงานพูดคุยกับข้า”

มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วตอบกลับไปว่า “ถ้าท่านยอมบอกความจริงกับข้า ข้าจะช่วยท่าน ดีหรือไม่?”

“เฮอะ เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้าหรือ?” ฝ่ายที่ได้ฟังพูดเยาะเย้ย “ข้าไม่มีทางรอดพ้นไปจากบาปที่ข้าก่อเอาไว้ได้หรอก ตอนนี้เจ้าจะทำอะไรกับข้าก็ได้ จะสับข้าเป็นพัน ๆ ชิ้นก็ตามสบาย เลิกพูดพร่ำทำเพลงได้แล้ว”

หลังจากกล่าวจบลี่เฟยก็หลับตาและทิ้งตัวนอนลงบนพื้นเหมือนกับว่านางกำลังรอความตาย

มู่ไป๋ไป่ที่เห็นดังนี้ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที จากนั้นเธอก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้แล้วหันไปมองเซียวถังอี้ที่ยืนอยู่ด้านข้าง

คนผู้นี้รับหน้าที่สอบสวนนักโทษในคุกมานานหลายปี หากเขาลงมือจริง ๆ เขาอาจจะสามารถทำให้ลี่เฟยยอมเอ่ยปากว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ได้แน่

พอหญิงสาวคิดได้เช่นนี้ เธอก็ขยิบตาให้คนตัวสูงกว่าเป็นการส่งสัญญาณให้เขา

ทางด้านเซียวถังอี้ดูเหมือนว่าจะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร เขาจึงยิ้มอ่อนโยนให้นางพร้อมกับถามว่า “เจ้ามีอะไรหรือ ฝุ่นเข้าตาเจ้าหรือไม่?”

“...”

นี่เขาจงใจใช่หรือไม่?

“ไหน?” ร่างสูงเดินเอามือไพล่หลังขยับเข้ามาใกล้มู่ไป๋ไป่และก้มหน้าให้สายตาอยู่ระดับเดียวกับอีกคนก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ตาข้างไหน ให้ข้าดูหน่อย”

“ดู… อะไร?” หญิงสาวไม่ได้ออกเสียงคำว่า ‘บ้า’ ขณะถลึงตามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ “ท่านไม่คิดจะทำอะไรกับเรื่องลี่เฟยบ้างเลยหรืออย่างไร?”

“อ๋อ” เซียวถังอี้พยักหน้ารับเบา ๆ เป็นการบ่งบอกว่าเขาเข้าใจแล้ว จากนั้นเขาก็หันไปหาสตรีที่ยังคงนอนหลับตาไม่สนใจพวกเขาทั้ง 2 คน แล้วเอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบ “ข้าไม่ได้คิดจะทำอะไรเลย เหมือนที่เสด็จพ่อของเจ้าพูดเอาไว้ ไม่ว่านางจะยินดีเปิดเผยตัวตนบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หรือไม่ ในไม่ช้าเราก็จะต้องรู้เรื่องนี้ มันเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น”

มู่ไป๋ไป่อดรู้สึกกังวลขึ้นมาไม่ได้ “ท่านก็คิดแบบนั้นเหมือนกันหรือ?”

เดิมทีเธอคิดว่าอีกฝ่ายจะเห็นด้วยกับเธอ แล้วรู้สึกว่าถ้าเธอไม่คว้าโอกาสนี้เอาไว้ หลังจากนี้จะมีปัญหาตามมาอีกมากมาย

“ประมาณนั้น” เซียวถังอี้ยกยิ้มมุมปาก “แต่ถ้าเจ้าอยากรู้จริง ๆ ข้าก็ช่วยเจ้าถามได้”

มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วมุ่น เธอรู้สึกว่าสิ่งที่ชายหนุ่มพูดนั้นฟังดูแปลกประหลาดมาก

แล้วมันก็เป็นไปตามที่เธอคาดไว้ เขาพูดประโยคต่อไปด้วยรอยว่า “แต่ข้าจะไม่ช่วยเจ้าเปล่า ๆ เท่านั้นเอง”

“ในเวลาแบบนี้ท่านยังจะมาต่อรองเงื่อนไขกับข้าอีกหรือ?” หญิงสาวรู้สึกโมโหมาก นี่สายตาของเธอแย่ถึงขนาดไปตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ได้อย่างไรกัน?

เซียวถังอี้ยังคงยิ้มโดยที่เขาไม่คิดว่าสิ่งที่ตนทำอยู่ตอนนี้ผิดปกติตรงไหน “ถ้าข้าช่วยเจ้า แน่นอนว่าข้าจะต้องได้รับอะไรบางอย่างตอบแทน”

“ก็ได้ ๆ” มู่ไป๋ไป่ขี้เกียจโต้เถียงกับเขาจึงโบกมือไหว ๆ พลางตอบแบบไม่ใส่ใจนัก “ข้ารับปากท่าน ท่านรีบลงมือเร็วเข้า”

เจ้าของดวงตาดุจเหยี่ยวเป็นประกายทันที “เจ้าตอบตกลงโดยไม่ถามเงื่อนไขจากข้าเลยหรือ?”

“คนอย่างท่านจะเสนอเงื่อนไขอะไรได้อีก?” หญิงสาวไม่คิดว่าเซียวถังอี้จะเสนอเงื่อนไขที่เกินขอบเขตที่เธอจะยอมรับได้

พวกเธอรู้จักกันมานานหลายปี อีกทั้งยังผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มาด้วยกันตั้งมากมาย มันทำให้ทั้งคู่พอจะเข้าใจกันและกันอยู่บ้าง

ดังนั้นเธอจึงกล้าตอบตกลงข้อเสนอของอีกฝ่ายโดยไม่ลังเล เธอมั่นใจว่ามันไม่เหลือบ่ากว่าแรงตน

“ตกลง” เซียวถังอี้พยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจ แล้วรอยยิ้มที่มุมปากของเขาก็กดลึกขึ้น “เช่นนั้น เจ้าออกไปก่อน”

“หา?” มู่ไป๋ไป่เลิกคิ้วมองชายร่างสูงอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมข้าต้องออกไปข้างนอกด้วย ข้าอยากอยู่ที่นี่ฟังสิ่งที่นางพูด ในเมื่อข้าตกลงที่จะจ่ายเงินให้ท่านแล้ว ดังนั้นท่านก็มีหน้าที่ต้องบริการให้ข้าเป็นอย่างดีไม่ใช่หรือ?”

“บริการ?” เซียวถังอี้ได้ยินคำศัพท์ใหม่จากหญิงสาวอีกครั้ง เขาจึงเลิกคิ้วขึ้นถามด้วยความสงสัย “นั่นหมายความว่าอย่างไร?”

มู่ไป๋ไป่ไม่รู้จะอธิบายให้เขาฟังเช่นไรดี เธอจึงนิ่งเงียบไปก่อนจะตอบปัดว่า “ท่านอย่าสนใจเรื่องนี้เลย ข้าจะอยู่ที่นี่กับท่าน”

ชายหนุ่มมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจ “เจ้าอย่าดื้อ แล้วออกไปรอข้าข้างนอก ตกลงหรือไม่?”

เสียงของเซียวถังอี้นุ่มนวลลงเล็กน้อย มันเหมือนกับว่าเขาไม่มีหนทางจัดการกับเจ้าตัวเล็กคนนี้แล้ว จึงได้พูดหว่านล้อมเสียงอ่อนหวาน แถมยังเจือด้วยความเอ็นดูและเอาใจใส่อยู่ในนั้นอีกด้วย

ทันใดนั้นหัวใจของมู่ไป๋ไป่ก็เต้นแรงขึ้น เธอเกือบจะพยักหน้าตอบตกลงคำพูดของอีกฝ่ายไปแล้ว แต่โชคดีที่ในชั่วอึดใจสุดท้ายเธอได้สติกลับมาเสียก่อน

บ้าเอ๊ย นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย!

ทำไมเขาถึงพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงแบบนั้น มันเหมือนเขากำลังเกลี้ยกล่อมเธอ!

“ลี่เฟยกำลังจะตาย” เมื่อเซียวถังอี้เห็นว่าหญิงสาวไม่ยอมตอบตกลง เขาก็หรี่ตามองนางก่อนจะอธิบายว่า “ถ้าเจ้าอยากให้นางพูด เราจะต้องใช้วิธีการบางอย่าง แต่ข้ากลัวว่าถ้าเจ้าได้เห็นกับตาตัวเอง เจ้าจะเก็บไปฝันร้ายและกินอะไรไม่ลงไปอีกหลายวันเท่านั้น”

จู่ ๆ มู่ไป๋ไป่ก็นึกถึงกลิ่นคาวเลือดจากตัวเซียวถังอี้ที่เพิ่งกลับมาจากคุกหลวงในตอนนั้น เธอเกือบลืมไปแล้วว่าชายตรงหน้าที่ดูเหมือนเป็นคนสบาย ๆ แท้จริงแล้วเขาเป็นคนที่โหดร้ายมากขนาดไหน

จบบทที่ บทที่ 528: ให้เสด็จอาอยู่เถอะ

คัดลอกลิงก์แล้ว