เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 526: หม่อมฉันมีสติชัดเจน

บทที่ 526: หม่อมฉันมีสติชัดเจน

บทที่ 526: หม่อมฉันมีสติชัดเจน


ซีเยว่ถอนหายใจแล้วหันไปพูดกับมู่ไป๋ไป่ว่า “ไป๋ไป่ สายเกินไปแล้ว ยามที่กำยานถูกจุด คนร่ายอาคมจะสังเกตเห็นมัน เราจะต้องรีบตัดสินใจ”

หญิงสาวกัดฟันดึงเชือกออกมาจากหลังเอวตัวเองพร้อมกับพูดว่า “ขอโทษนะท่านพ่อ พี่สามออกมาช่วยข้าหน่อย”

“ไป๋ไป่ เจ้าคิดจะทำอะไร?!” มู่เทียนฉงขมวดคิ้ว และความโกรธก็ค่อย ๆ ฉายชัดในดวงตาของเขา “เจ้ากำลังถูกอาคมของแคว้นซีฉือจนคิดจะทำร้ายเราหรือ?”

“ท่านพ่อ หม่อมฉันมีสติชัดเจนเพคะ” มู่ไป๋ไป่ไม่มีเวลาอธิบายให้ผู้เป็นพ่อฟัง เธอจัดการโยนเชือกเส้นหนึ่งไปให้เสิ่นจวินเฉาที่ออกมาจากมุมหนึ่ง แล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันบังคับให้มู่เทียนฉงผูกติดอยู่ที่มุมห้อง

ส่วนซีเยว่เองก็อาศัยโอกาสนี้ก้าวเข้าไปหาฝ่าบาทพร้อมกับกระถางธูป

ในเวลานี้มีสิ่งแปลกประหลาดมากมายเกิดขึ้น ควันสีขาวจากกระถางธูปค่อย ๆ แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทำให้มู่ไป๋ไป่แสบตาจนลืมตาแทบไม่ขึ้น

“ซีเยว่ เกิดอะไรขึ้น?” หญิงสาวพยายามหรี่ตามองดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับพ่อของตนให้ชัดเจน แต่ควันสีขาวตรงหน้าได้บดบังสายตาเธอไว้จนหมด เธอจึงมองไม่เห็นอะไรเลยสักนิด

“นี่เป็นสถานการณ์ปกติ” องค์หญิงซีฉือพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “ท่านอย่ากังวลไปเลย ไป๋ไป่ ปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ข้าเถอะ เสด็จพ่อของท่านต้องไม่เป็นอะไรแน่”

มู่ไป๋ไป่กัดฟันแน่น ในเมื่อเรื่องได้มาถึงจุดนี้แล้ว เธอจึงไม่มีทางให้ถอยนอกจากจะต้องไว้ใจอีกฝ่าย

เวลาได้ไหลผ่านไปเฟินต่อเฟิน ขณะที่บริเวณโดยรอบเงียบสงบลงจนหญิงสาวได้ยินแม้กระทั่งเสียงเต้นของหัวใจตัวเอง

หลังจากเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง ควันสีขาวประหลาดก็สลายลง เธอสามารถมองเห็นเงาร่างของมู่เทียนฉงและซีเยว่ได้ชัดขึ้น

ถัดมา องค์หญิงซีฉือเก็บกระถางธูปก่อนจะขยับไปยืนอยู่ไม่ไกลจากฝ่าบาท ขณะนั้นใบหน้าของมู่เทียนฉงดูไม่สู้ดีนัก มันซีดขาวราวกับว่าเขาเพิ่งหายจากโรคร้ายแรง

“ท่านพ่อ!” มู่ไป๋ไป่รีบคลายเชือกออกแล้วพุ่งเข้าไปช่วยพยุงผู้เป็นพ่อพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “ท่านพ่อรู้สึกอย่างไรบ้างเพคะ?”

ชายวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นมองลูกสาวในขณะที่เตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่ทันไรเขาก็เอนตัวพิงกำแพงแล้วอาเจียนออกมา

ในตอนแรกมู่ไป๋ไป่คิดว่ามู่เทียนฉงกำลังจะกระอักเลือด เธอจึงตกใจมาก แต่หลังจากเห็นสิ่งที่พ่อของเธออาเจียนออกมานั้นเป็นของเหลวเหนียว ๆ สีดำ เธอก็ยิ่งตกใจนิ่งค้างไป

ของเหลวเหนียว ๆ นั้นมีกลิ่นเหม็นมาก มันเหมือนกลิ่นศพที่กำลังเน่าเปื่อย

กลิ่นนี้มันทำให้มู่ไป๋ไป่ต้องรีบกลั้นหายใจ กลิ่นมันรุนแรงมากจนเธอทนรับไม่ไหว แล้วร่างกายก็มีปฏิกิริยาอยากจะขย้อนของเก่าออกมา

“ไม่ต้องกังวล” ทางด้านซีเยว่นั่งลงดื่มชาด้วยท่าทีไม่รีบร้อน “เราต้องรอจนกว่าเสด็จพ่อของท่านอาเจียนของเหลวพวกนั้นให้หมดก่อน”

“ของเหลวพวกนั้นก็คือ ‘พิษ’ ที่ยังคงหลงเหลือในร่างกาย หลังจากที่พิษพวกนี้ถูกขจัดออกไปแล้ว พระองค์ถึงจะกลับมามีสติครบถ้วนสมบูรณ์”

“พิษ?” ท่าทีของมู่ไป๋ไป่เปลี่ยนไป เธอหันไปมองอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจ “ทำไมท่านไม่บอกข้าตั้งแต่แรก?!”

เธอคิดว่าขอเพียงซีเยว่ใช้อาคม เธอก็จะสามารถทำลายอาคมบนตัวมู่เทียนฉงได้อย่างง่ายดาย

ใครจะไปคาดคิดว่ามันจะไม่ต่างจากการถอนพิษที่เธอเคยทำเลยสักนิด

“แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพิษพวกนี้ไม่ได้ถูกขจัดออกไป?” หญิงสาวขมวดคิ้วถาม “ท่านรับประกันได้หรือไม่ว่าพิษพวกนี้จะถูกขจัดออกไปจนหมด?”

ซีเยว่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเอ่ยปากอธิบายว่า “ที่ข้าไม่ได้บอกท่านไปตั้งแต่แรกเพราะกลัวว่าท่านจะเป็นเช่นนี้ ไป๋ไป่ ท่านเป็นห่วงเสด็จพ่อของตัวเองมากเกินไป การเป็นห่วงมากจนเกินพอดีอาจจะทำให้เกิดความสับสน และท่านอย่าได้กังวลไปเลย สิ่งที่ข้าพูดในตอนแรกนั้นเป็นเรื่องจริง ข้าบอกว่าข้าสามารถทำลายอาคมบนตัวของเสด็จพ่อของท่านได้ และมันจะไม่มีผลข้างเคียงอะไรกับเขา”

ทันทีที่องค์หญิงซีฉือพูดจบ มู่เทียนฉงก็หยุดอาเจียน

“ท่านพ่อ?” มู่ไป๋ไป่รีบเทน้ำใส่ถ้วยแล้วส่งให้เขา “ท่านพ่อดื่มน้ำสักหน่อยเถิดเพคะ”

ผู้เป็นพ่อรับน้ำมาถือเอาไว้แต่ไม่ได้ดื่มในทันที เขาจ้องไปที่ลูกสาวและถามอย่างไม่แน่ใจว่า “ไป๋ไป่ นั่นเจ้าหรือ?”

“หม่อมฉันเองเพคะ” มู่ไป๋ไป่ตกตะลึงกับปฏิกิริยาแรกของท่านพ่อ เธอจึงถามออกไปว่า “ท่านพ่อ ท่านจำได้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น?”

มู่เทียนฉงคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “เราจำได้… แต่เราก็จำได้ไม่ชัดเจนเช่นกัน”

“ช่วงเวลาที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในความฝัน เราฝันว่ามีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ลี่เฟยถูกปล่อยตัว และนางก็ยังมีลูกอีกด้วย… จากนั้นก็มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นในงานเลี้ยงวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮา…”

“ใช่ ๆ” มู่ไป๋ไป่พยักหน้าซ้ำ ๆ หลายครั้ง “ใช่เพคะ มีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นจริง ท่านพ่อ ท่านจำไม่ผิด”

มู่เทียนฉงสูดหายใจเข้าลึก ๆ เมื่อได้รู้ว่าเรื่องต่าง ๆ มากมายที่ผ่านมาล้วนเป็นเรื่องจริง “เมื่อกี้เจ้ากับองค์หญิงซีเยว่กำลังคุยกันเรื่องอาคม นั่นหมายความว่าอย่างไร? ว่าแต่มีใครทำอะไรกับเราหรือ?”

หลังจากที่หลุดจากการควบคุมของอาคม ฮ่องเต้ผู้ปราดเปรื่องก็กลับมาในทันที

มู่ไป๋ไป่รู้สึกมีความสุขมากที่ได้เห็นผู้เป็นพ่อกลับมาเป็นปกติจนแทบจะหลั่งน้ำตาออกมา เธอพยายามกล้ำกลืนความรู้สึกนั้นลงคอไปแล้วพยักหน้าตอบว่า “ท่านพ่อ ท่านพูดถูกแล้ว มีคนร่ายอาคมเพื่อควบคุมท่าน”

จากนั้นดวงตาของมู่เทียนฉงก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา “เป็นลี่เฟยใช่หรือไม่?”

“น่าจะเป็นเช่นนั้นเพคะ” หญิงสาวเล่าถึงเหตุการณ์ที่คนของเซียวถังอี้ค้นพบนางกำนัลที่ติดตามลี่เฟยฝังบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ด้านหลังตำหนักตี้เฉิน

“แต่สิ่งนั้นไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้ ของพวกนั้นถูกไฟเผาจนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าแต่เดิมเป็นอะไร”

ชายวัยกลางคนคิดไตร่ตรองสักครู่แล้วหันไปถามซีเยว่อย่างสุภาพว่า “องค์หญิงซีเยว่ ท่านมีหนทางที่จะจับผู้ที่ใช้อาคมกับเราได้หรือไม่?”

องค์หญิงซีฉือที่กำลังหลับตาพักผ่อน พอได้ยินแบบนั้นเธอก็ยิ้มแล้วตอบว่า “ไม่จำเป็นต้องจับหรอกเพคะ ตอนนี้อาคมที่ครอบงำฝ่าบาทถูกทำลายลงแล้ว ผู้ที่ร่ายอาคมจะได้รับผลสะท้อนกลับอย่างแน่นอน อีกไม่นานฝ่ายนั้นก็จะเผยธาตุแท้ของตัวเองออกมาเอง”

ในเวลาเดียวกัน ภายในตำหนักตี้เฉิน

ลี่เฟยซึ่งแต่เดิมกำลังแต่งตัวจู่ ๆ ก็พบรอยดำแปลก ๆ บนใบหน้า

นางขมวดคิ้วแล้วรีบเดินไปที่คันฉ่องทองแดงพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “เข้ามา เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้ส่งคันฉ่องผุพังมาที่นี่ หากเจ้าทำให้ฝ่าบาททรงกริ้ว เจ้าจะรับผลที่ตามมาไหวหรือไม่?!”

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นางให้มู่เทียนฉงคอยดูแลนางโดยอ้างว่ากำลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ

ทุกคนที่อยู่ในตำหนักตี้เฉินเห็นว่านางได้รับการเอาใจใส่จากฝ่าบาทและเข้าใจโดยปริยายว่านางอาจจะได้รับความโปรดปรานกลับคืนมา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าขัดใจนาง

หลังจากนางกำนัลทั้ง 2 ได้ยินลี่เฟยตะโกนเช่นนี้ พวกนางก็รีบก้มหัวขอโทษพร้อมกับร้องขอความเมตตา และจะรีบเอาคันฉ่องมาเปลี่ยนให้ทันที

อย่างไรก็ตาม ตอนที่นางกำนัลในตำหนักเดินเข้าไปมองดูคันฉ่อง พวกนางก็พบว่าคันฉ่องยังอยู่ในสภาพที่ดีอยู่ไม่มีรอยแตกร้าวใด ๆ

ขณะที่พวกนางกำลังสงสัยว่าลี่เฟยหาเรื่องพวกตนอยู่หรือไม่ ทั้งคู่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นลี่เฟยเต็มตาและพากันกรีดร้องออกมา

“พวกเจ้าจะเสียงดังกันทำไม?” ลี่เฟยหันกลับมาขมวดคิ้วพูดเยาะเย้ย “ข้าแค่สั่งให้พวกเจ้ามาเปลี่ยนคันฉ่อง แค่นี้ก็ไม่พอใจแล้วหรือ?”

“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะให้ฝ่าบาทตัดสินโทษพวกเจ้าเป็นการส่วนตัวในตอนที่พระองค์เสด็จกลับมา”

“ไม่-ไม่ใช่เพคะ…” นางกำนัลทั้ง 2 พูดตะกุกตะกัก “พระสนม หน้าพระสนม…”

ลี่เฟยขมวดคิ้วก่อนจะหันไปส่องคันฉ่องทองแดง และนางก็เห็นว่าบนใบหน้าที่เคยมีจุดดำเพียงจุดเดียวได้เปลี่ยนเป็น 4 จุดแล้ว

อีกทั้งยังมีรอยดำค่อย ๆ แพร่กระจายไปทั่ว

ปัจจุบันใบหน้าของนางเหมือนคนถูกฉีกผิวหนังออกทีละรอย ซึ่งภาพที่ปรากฏมันดูน่าขนลุกมาก

“หน้าข้า!” ลี่เฟยเข้าใจได้ทันทีว่ารอยนั้นไม่ได้เกิดจากคันฉ่อง แต่เป็นใบหน้าของนางต่างหากที่มีปัญหา

จากนั้นนางก็พุ่งตัวเข้าไปเพ่งมองคันฉ่องใกล้ ๆ พร้อมกับยกมือขึ้นปิดหน้าไว้ “ทำไมหน้าของข้าถึงกลายเป็นเช่นนี้!”

“โอ๊ย เจ็บ! มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?!”

จากใต้รอยแตกนั้น ความเจ็บปวดที่เหมือนถูกมีดกรีดค่อย ๆ แพร่กระจายไปทั่วใบหน้า ทำให้นางต้องล้มลงไปกลิ้งอยู่บนพื้นพลางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: เป็นไงล่ะ! ของย้อนกลับเข้าตัวเองแล้ว

จบบทที่ บทที่ 526: หม่อมฉันมีสติชัดเจน

คัดลอกลิงก์แล้ว