เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 524: ท่านไม่มีสิทธิ์มาควบคุมข้า

บทที่ 524: ท่านไม่มีสิทธิ์มาควบคุมข้า

บทที่ 524: ท่านไม่มีสิทธิ์มาควบคุมข้า


“เจ้า…” มู่ไป๋ไป่เหลือบมองเซียวถังอี้ที่อยู่อีกฝั่ง เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบว่า “เจ้าอยู่ที่ตำหนักคอยให้การสนับสนุนทุกคน”

“หา?” เซียวถังถังทำหน้ามึนงง “ท่านหมายความว่าจะให้ข้าอยู่ที่ตำหนัก แล้วท่านจะพาเสด็จพ่อของท่านมาที่ตำหนักอวี๋ชิงหรือ?”

“ถูกต้อง” หญิงสาวตบไหล่ของศิษย์น้องแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เอาเป็นว่าเผื่อไว้ก่อน ข้าจะส่งท่านแม่ไปที่ห้องโถงด้านหลัง ดังนั้นความปลอดภัยของห้องโถงด้านหลังและท่านแม่ ข้าจะขอฝากไว้กับเจ้า”

“เจ้าจะต้องปกป้องพวกนาง แบบนี้พวกข้าจะได้มีสมาธิในการจัดการเรื่องท่านพ่อ”

เซียวถังถังที่ก่อนหน้านี้รู้สึกลังเล แต่พอได้ยินว่าภารกิจที่ตนได้รับนั้นสำคัญมาก นางจึงจับมือมู่ไป๋ไป่พร้อมพูดด้วยความฮึกเหิม “ไป๋ไป่ ท่านไม่ต้องกังวล ข้าจะดูแลท่านน้าหว่านเอง ข้าจะปกป้องนางให้ปลอดภัย แม้ว่าจะต้องสละชีวิตของตัวเองก็ตาม!”

“เอ่อ…” มุมปากของผู้เป็นศิษย์พี่กระตุกหลังจากได้ฟังคำพูดของอีกฝ่าย “ไม่จำเป็นหรอก ยังมีองครักษ์เงาอีกหลายคนที่ถูกจัดให้คอยเฝ้ารอบ ๆ ตำหนักอวี๋ชิง หากเกิดอะไรขึ้นเจ้าก็เรียกพวกเขามาช่วยเหลือได้ อย่าได้ฝืนตัวเอง”

เธอกลัวว่าศิษย์น้องผู้โง่เขลาและดื้อด้านคนนี้จะก่อเรื่องเข้า

“ข้ารู้แล้ว” เซียวถังถังตบหน้าอกตัวเองให้ความมั่นใจแก่คนตรงหน้า “ท่านอย่าได้กังวลไป เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ข้าจัดการเองได้ ว่าแต่ท่านพี่เถอะ”

จากนั้นหญิงสาวก็หันไปพูดกับพี่ชาย “ท่านพี่ ท่านจะต้องปกป้องไป๋ไป่ให้ดี ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนาง ข้าจะสู้ตายกับท่านแน่!”

เซียวถังอี้มองน้องสาวตัวเองด้วยสายตาเอือมระอา “เจ้าไปเรียนรู้นิสัยที่ชอบใช้ชีวิตของตัวเองมาอ้างจากที่ไหน?”

“...” ทางด้านพวกมู่จวินฝานที่อยู่ด้านข้างได้แต่มองดู 2 พี่น้องตระกูลเซียวที่กำลังโต้เถียงกันเงียบ ๆ

“อะแฮ่ม…” มู่ไป๋ไป่กระแอมในลำคอก่อนจะพูดว่า “นี่ก็ใกล้ถึงเวลาแล้ว เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า”

ในเวลาเดียวกัน ณ ลานบ้านแห่งหนึ่งในเมืองหลวง

หลัวเซียวเซียวรอคอยจนเส้นลมปราณสุดท้ายในร่างกายของนางคลายตัวลง นางจึงพลิกตัวลงจากเตียงในท่าทางที่อ่อนแอ

เมื่อประมาณ 1 ถ้วยชาที่แล้ว ฉู่เสวียนถูกเรียกตัวออกไป

นางจะต้องอาศัยจังหวะนี้รีบหลบออกไปจากที่นี่

แล้วหลัวเซียวเซียวก็รีบเดินออกจากห้องไป นางต้องการจะหาสัตว์สักตัวเพื่อบอกให้มันไปรายงานข่าวให้มู่ไป๋ไป่ทราบ แต่หลังจากเดินหารอบ ๆ มาสักพัก นางก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตใดเลย

แปลกมาก… ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้?

หญิงสาวทำหน้านิ่วคิ้วขมวด หรือว่าคนของสำนักตระกูลถังจะใช้วิธีบางอย่างในการป้องกันไม่ให้พวกสัตว์เข้ามาใกล้จวน

ถ้าเป็นอย่างนั้น… แม้ว่าองค์หญิงหกจะส่งสัตว์ออกมาค้นหาพวกถังเป่ยเฉินทั่วเมืองหลวง บางทีนางอาจจะไม่พบร่องรอยใด ๆ เลยก็ได้

พอหลัวเซียวเซียวคิดถึงเรื่องนี้ นางก็ไม่เสียเวลาตามหาสัตว์น้อยใหญ่อีก นางรีบฉีกเสื้อผ้าชิ้นหนึ่งจากชายกระโปรง จากนั้นก็กรีดฝ่ามือของตัวเอง

เนื่องจากสัตว์มีความไวต่อกลิ่นมาก ขอเพียงนางทิ้งเลือดเอาไว้ สัตว์พวกนั้นก็จะได้กลิ่นและรู้ว่าเป็นนาง จากนั้นพวกมันก็จะไปแจ้งองค์หญิงหกเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สถานที่ซ่อนตัวของศัตรูแล้วส่งกำลังคนมาจับกุมพวกเขา

หลัวเซียวเซียวทนความเจ็บปวดรอจนกระทั่งผ้าผืนนั้นถูกย้อมด้วยสีเลือด ก่อนที่นางจะใช้กำลังทั้งหมดโยนผ้าผืนนั้นข้ามกำแพงออกไปโดยหวังว่าจะมีสัตว์มาค้นพบมัน

หลังจากที่นางทำทั้งหมดนี้เสร็จแล้ว ฉู่เสวียนก็เดินเข้ามาพร้อมกับถือถาดไว้ในมือ

เขามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเฉยเมย แม้แต่บนใบหน้าซีดเซียวก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ

ทางด้านหลัวเซียวเซียวก็รีบเอามือข้างที่กรีดเป็นแผลหลบซ่อนไว้ข้างหลังแล้วพูดอย่างใจเย็นว่า “ในเมื่อท่านไม่ได้คิดจะฆ่าข้า ท่านก็ปล่อยข้าไปเถอะ”

ฉู่เสวียนเหลือบมองหญิงสาวอย่างใจเย็น จากนั้นเขาก็วางถาดลงบนโต๊ะก่อนจะหยิบชามออกมาทีละใบ “มากินข้าว”

หลัวเซียวเซียวกัดฟันแน่น อาวุธที่ซ่อนอยู่ในตัวของนางถูกอีกฝ่ายริบไปหมดแล้ว อีกอย่างนางไม่มีทางสู้กับเขาด้วยมือเปล่าให้ได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ จุดที่ถูกสกัดก็เพิ่งคลายลง ร่างกายของนางจึงยังปวดและชามากเพราะนางนอนตัวเกร็งมาตลอดทั้งคืน

“หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว ท่านจะปล่อยข้าไปหรือไม่?” หญิงสาวตัดสินใจเดินไปนั่งลงบนโต๊ะหินตรงข้ามกับชายหนุ่มแต่โดยดี ทว่านางก็ไม่ยอมขยับตะเกียบเพราะนางกำลังรอคำตอบจากเขา

ฉู่เสวียนหยุดมือที่กำลังจัดถ้วยชามและตะเกียบ เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

ขณะนี้ใบหน้าของหลัวเซียวเซียวสะท้อนอยู่ในดวงตาสีแดงก่ำของเขา ไม่นานเขาก็เอียงคอพูดว่า “เจ้าจะกลับไปหามู่จวินเซิ่งหรือไม่?”

ฝ่ายที่ได้ยินคำถามตกตะลึงไปชั่วขณะ นางไม่คิดว่าฉู่เสวียนจะถามคำถามเช่นนี้ แต่แล้วใบหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที “ข้าจะกลับไปหาใครมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับท่าน ฉู่เสวียน ท่านไม่มีสิทธิ์มาควบคุมข้า”

ชายหนุ่มกะพริบตาช้า ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นหมายจะสัมผัสใบหน้าของหญิงสาว

หลัวเซียวเซียวที่เห็นดังนั้นก็รีบหลบตามสัญชาตญาณพร้อมกับถามว่า “ท่านคิดจะทำอะไร?”

“หลัวเซียวเซียว…” ฉู่เสวียนมองตรงไปที่หญิงสาว ในขณะที่น้ำเสียงของเขาเริ่มกดต่ำลง “ทำไมเจ้าต้องทรยศข้า?”

หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “ฉู่เสวียน ท่านอย่าได้อวดดีเกินไปนัก ท่านกับข้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน แล้วท่านจะมาบอกว่าข้าทรยศท่านได้อย่างไร?”

ปัง!

“หุบปาก!!” จู่ ๆ ฉู่เสวียนก็โมโหจนทุบโต๊ะหินแตกออกเป็นชิ้น ๆ ทำให้อาหารที่เพิ่งจัดวางร่วงลงพื้นระเนระนาด “เจ้ากล้าพูดแบบนั้นออกมาได้อย่างไร?!”

ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนมีเข็มเงินจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังทิ่มแทงในหัวของเขาบังคับให้เขานึกถึงความทรงจำหลายอย่างที่ตนลืมเลือนไป

ความทรงจำนี้เป็นเรื่องของหลัวเซียวเซียวทั้งหมด พวกมันล้วนเป็นภาพที่นางทรยศเขาและหนีไปพร้อมกับมู่จวินเซิ่ง ซึ่งมันทำให้เขาหัวใจแตกสลาย

ทำไม…

ทำไมเจ้าถึงทำกับข้าแบบนี้?

ที่ข้าให้เจ้ามันยังไม่พออีกหรือ?

จู่ ๆ ดวงตาของฉู่เสวียนก็เปลี่ยนเป็นสีแดง แล้วมันก็ค่อย ๆ กระจายออกจากด้านหลังรูม่านตาทำให้ดวงตาที่เคยเป็นสีขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งหมด

ขณะเดียวกัน หลัวเซียวเซียวรู้สึกหายใจไม่ออก นางค่อย ๆ ก้าวถอยหลังหนีจากชายหนุ่มไปช้า ๆ พลางถามด้วยสายตาเหลือเชื่อว่า “ฉู่เสวียน… ท่านได้ฝึกวิชามารบางอย่างมาหรือ?”

ก่อนหน้านี้นางรู้สึกว่าท่าทางของอีกฝ่ายนั้นผิดปกติ ยิ่งนางได้เห็นแบบนี้ มันก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกมั่นใจในความคิดของตัวเองมากขึ้น

“ทำไมเจ้าถึงทำกับข้าเช่นนี้!” ฉู่เสวียนดูเหมือนไม่ได้ยินคำถามของหญิงสาว เขาพุ่งเข้าไปหานางอย่างบ้าคลั่ง

หลัวเซียวเซียวที่เห็นดังนั้นก็หันหลังเตรียมวิ่งหนี แต่อีกฝ่ายเร็วกว่านางมาก เขาจับตัวนางกลับมาได้อย่างง่ายดาย

ฉู่เสวียนคว้าคอหญิงสาวและยกนางลอยขึ้นไปในอากาศ “หลัวเซียวเซียว ข้าทำเพื่อเจ้าตั้งมากมาย… ทำไมเจ้าถึงได้ทรยศข้าแบบนั้น?”

หลัวเซียวเซียวที่ถูกบีบคอรู้สึกหายใจไม่ออก ในไม่ช้าหูของนางก็เริ่มมีเสียงอื้ออึงเนื่องจากการขาดอากาศหายใจ

หญิงสาวพยายามดิ้นรนด้วยการทั้งตีทั้งหยิกทั้งดึงมือใหญ่ของคนตัวสูงกว่า แม้แต่เลือดที่ยังไม่แห้งสนิทบนบาดแผลที่ฝ่ามือก็ได้เปื้อนหลังมือของชายหนุ่มทำให้ผิวของเขายิ่งดูซีดเซียวมากขึ้น

ในระหว่างที่หลัวเซียวเซียวกำลังจะหมดสติ นางรู้สึกสงสัยขึ้นมาว่าฉู่เสวียนตัวเย็นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

นางจำได้ว่ามือของเขาเคยอบอุ่นมาก

ขณะที่สติของนางใกล้หมดลง มือใหญ่ที่กำอยู่รอบคอนางก็คลายออก

ฉู่เสวียนมองหญิงสาวที่ร่วงลงไปกองกับพื้นตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่าราวกับว่าเขาไม่เชื่อสิ่งที่ตนเองเพิ่งทำลงไป

เขาหลับตาลงเพื่อสงบสติอารมณ์ หลังจากเวลาผ่านไปนาน เขาก็พูดว่า “เป็นเด็กดีอยู่ที่นี่ อย่าแม้แต่จะคิดหนีไปไหน! ไม่อย่างนั้นครั้งหน้าข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”

ชายหนุ่มพูดจบแล้วก็หันหลังเดินออกไป

“แค่ก ๆๆ!” หลัวเซียวเซียวที่ล้มไปกองอยู่กับพื้นได้กลิ่นเลือดรุนแรงในลำคอทำให้นางไอไม่หยุด

แล้วหญิงสาวก็นั่งอยู่บนพื้นอยู่นานก่อนที่จะเดินโซซัดโซเซกลับเข้าไปในห้อง

ตอนนี้นางสามารถหลบหนีออกไปได้ แต่นางก็ไม่ทำ

นางอยากช่วยองค์หญิงหกจับกุมฉู่เสวียนกับถังเป่ยเฉิน

มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้การลอบปลงพระชนม์ที่เกิดขึ้นในวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮาสิ้นสุดลง

จบบทที่ บทที่ 524: ท่านไม่มีสิทธิ์มาควบคุมข้า

คัดลอกลิงก์แล้ว