- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 524: ท่านไม่มีสิทธิ์มาควบคุมข้า
บทที่ 524: ท่านไม่มีสิทธิ์มาควบคุมข้า
บทที่ 524: ท่านไม่มีสิทธิ์มาควบคุมข้า
“เจ้า…” มู่ไป๋ไป่เหลือบมองเซียวถังอี้ที่อยู่อีกฝั่ง เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบว่า “เจ้าอยู่ที่ตำหนักคอยให้การสนับสนุนทุกคน”
“หา?” เซียวถังถังทำหน้ามึนงง “ท่านหมายความว่าจะให้ข้าอยู่ที่ตำหนัก แล้วท่านจะพาเสด็จพ่อของท่านมาที่ตำหนักอวี๋ชิงหรือ?”
“ถูกต้อง” หญิงสาวตบไหล่ของศิษย์น้องแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เอาเป็นว่าเผื่อไว้ก่อน ข้าจะส่งท่านแม่ไปที่ห้องโถงด้านหลัง ดังนั้นความปลอดภัยของห้องโถงด้านหลังและท่านแม่ ข้าจะขอฝากไว้กับเจ้า”
“เจ้าจะต้องปกป้องพวกนาง แบบนี้พวกข้าจะได้มีสมาธิในการจัดการเรื่องท่านพ่อ”
เซียวถังถังที่ก่อนหน้านี้รู้สึกลังเล แต่พอได้ยินว่าภารกิจที่ตนได้รับนั้นสำคัญมาก นางจึงจับมือมู่ไป๋ไป่พร้อมพูดด้วยความฮึกเหิม “ไป๋ไป่ ท่านไม่ต้องกังวล ข้าจะดูแลท่านน้าหว่านเอง ข้าจะปกป้องนางให้ปลอดภัย แม้ว่าจะต้องสละชีวิตของตัวเองก็ตาม!”
“เอ่อ…” มุมปากของผู้เป็นศิษย์พี่กระตุกหลังจากได้ฟังคำพูดของอีกฝ่าย “ไม่จำเป็นหรอก ยังมีองครักษ์เงาอีกหลายคนที่ถูกจัดให้คอยเฝ้ารอบ ๆ ตำหนักอวี๋ชิง หากเกิดอะไรขึ้นเจ้าก็เรียกพวกเขามาช่วยเหลือได้ อย่าได้ฝืนตัวเอง”
เธอกลัวว่าศิษย์น้องผู้โง่เขลาและดื้อด้านคนนี้จะก่อเรื่องเข้า
“ข้ารู้แล้ว” เซียวถังถังตบหน้าอกตัวเองให้ความมั่นใจแก่คนตรงหน้า “ท่านอย่าได้กังวลไป เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ข้าจัดการเองได้ ว่าแต่ท่านพี่เถอะ”
จากนั้นหญิงสาวก็หันไปพูดกับพี่ชาย “ท่านพี่ ท่านจะต้องปกป้องไป๋ไป่ให้ดี ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนาง ข้าจะสู้ตายกับท่านแน่!”
เซียวถังอี้มองน้องสาวตัวเองด้วยสายตาเอือมระอา “เจ้าไปเรียนรู้นิสัยที่ชอบใช้ชีวิตของตัวเองมาอ้างจากที่ไหน?”
“...” ทางด้านพวกมู่จวินฝานที่อยู่ด้านข้างได้แต่มองดู 2 พี่น้องตระกูลเซียวที่กำลังโต้เถียงกันเงียบ ๆ
“อะแฮ่ม…” มู่ไป๋ไป่กระแอมในลำคอก่อนจะพูดว่า “นี่ก็ใกล้ถึงเวลาแล้ว เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า”
…
ในเวลาเดียวกัน ณ ลานบ้านแห่งหนึ่งในเมืองหลวง
หลัวเซียวเซียวรอคอยจนเส้นลมปราณสุดท้ายในร่างกายของนางคลายตัวลง นางจึงพลิกตัวลงจากเตียงในท่าทางที่อ่อนแอ
เมื่อประมาณ 1 ถ้วยชาที่แล้ว ฉู่เสวียนถูกเรียกตัวออกไป
นางจะต้องอาศัยจังหวะนี้รีบหลบออกไปจากที่นี่
แล้วหลัวเซียวเซียวก็รีบเดินออกจากห้องไป นางต้องการจะหาสัตว์สักตัวเพื่อบอกให้มันไปรายงานข่าวให้มู่ไป๋ไป่ทราบ แต่หลังจากเดินหารอบ ๆ มาสักพัก นางก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตใดเลย
แปลกมาก… ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้?
หญิงสาวทำหน้านิ่วคิ้วขมวด หรือว่าคนของสำนักตระกูลถังจะใช้วิธีบางอย่างในการป้องกันไม่ให้พวกสัตว์เข้ามาใกล้จวน
ถ้าเป็นอย่างนั้น… แม้ว่าองค์หญิงหกจะส่งสัตว์ออกมาค้นหาพวกถังเป่ยเฉินทั่วเมืองหลวง บางทีนางอาจจะไม่พบร่องรอยใด ๆ เลยก็ได้
พอหลัวเซียวเซียวคิดถึงเรื่องนี้ นางก็ไม่เสียเวลาตามหาสัตว์น้อยใหญ่อีก นางรีบฉีกเสื้อผ้าชิ้นหนึ่งจากชายกระโปรง จากนั้นก็กรีดฝ่ามือของตัวเอง
เนื่องจากสัตว์มีความไวต่อกลิ่นมาก ขอเพียงนางทิ้งเลือดเอาไว้ สัตว์พวกนั้นก็จะได้กลิ่นและรู้ว่าเป็นนาง จากนั้นพวกมันก็จะไปแจ้งองค์หญิงหกเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สถานที่ซ่อนตัวของศัตรูแล้วส่งกำลังคนมาจับกุมพวกเขา
หลัวเซียวเซียวทนความเจ็บปวดรอจนกระทั่งผ้าผืนนั้นถูกย้อมด้วยสีเลือด ก่อนที่นางจะใช้กำลังทั้งหมดโยนผ้าผืนนั้นข้ามกำแพงออกไปโดยหวังว่าจะมีสัตว์มาค้นพบมัน
หลังจากที่นางทำทั้งหมดนี้เสร็จแล้ว ฉู่เสวียนก็เดินเข้ามาพร้อมกับถือถาดไว้ในมือ
เขามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเฉยเมย แม้แต่บนใบหน้าซีดเซียวก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ
ทางด้านหลัวเซียวเซียวก็รีบเอามือข้างที่กรีดเป็นแผลหลบซ่อนไว้ข้างหลังแล้วพูดอย่างใจเย็นว่า “ในเมื่อท่านไม่ได้คิดจะฆ่าข้า ท่านก็ปล่อยข้าไปเถอะ”
ฉู่เสวียนเหลือบมองหญิงสาวอย่างใจเย็น จากนั้นเขาก็วางถาดลงบนโต๊ะก่อนจะหยิบชามออกมาทีละใบ “มากินข้าว”
หลัวเซียวเซียวกัดฟันแน่น อาวุธที่ซ่อนอยู่ในตัวของนางถูกอีกฝ่ายริบไปหมดแล้ว อีกอย่างนางไม่มีทางสู้กับเขาด้วยมือเปล่าให้ได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ จุดที่ถูกสกัดก็เพิ่งคลายลง ร่างกายของนางจึงยังปวดและชามากเพราะนางนอนตัวเกร็งมาตลอดทั้งคืน
“หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว ท่านจะปล่อยข้าไปหรือไม่?” หญิงสาวตัดสินใจเดินไปนั่งลงบนโต๊ะหินตรงข้ามกับชายหนุ่มแต่โดยดี ทว่านางก็ไม่ยอมขยับตะเกียบเพราะนางกำลังรอคำตอบจากเขา
ฉู่เสวียนหยุดมือที่กำลังจัดถ้วยชามและตะเกียบ เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ขณะนี้ใบหน้าของหลัวเซียวเซียวสะท้อนอยู่ในดวงตาสีแดงก่ำของเขา ไม่นานเขาก็เอียงคอพูดว่า “เจ้าจะกลับไปหามู่จวินเซิ่งหรือไม่?”
ฝ่ายที่ได้ยินคำถามตกตะลึงไปชั่วขณะ นางไม่คิดว่าฉู่เสวียนจะถามคำถามเช่นนี้ แต่แล้วใบหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที “ข้าจะกลับไปหาใครมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับท่าน ฉู่เสวียน ท่านไม่มีสิทธิ์มาควบคุมข้า”
ชายหนุ่มกะพริบตาช้า ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นหมายจะสัมผัสใบหน้าของหญิงสาว
หลัวเซียวเซียวที่เห็นดังนั้นก็รีบหลบตามสัญชาตญาณพร้อมกับถามว่า “ท่านคิดจะทำอะไร?”
“หลัวเซียวเซียว…” ฉู่เสวียนมองตรงไปที่หญิงสาว ในขณะที่น้ำเสียงของเขาเริ่มกดต่ำลง “ทำไมเจ้าต้องทรยศข้า?”
หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “ฉู่เสวียน ท่านอย่าได้อวดดีเกินไปนัก ท่านกับข้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน แล้วท่านจะมาบอกว่าข้าทรยศท่านได้อย่างไร?”
ปัง!
“หุบปาก!!” จู่ ๆ ฉู่เสวียนก็โมโหจนทุบโต๊ะหินแตกออกเป็นชิ้น ๆ ทำให้อาหารที่เพิ่งจัดวางร่วงลงพื้นระเนระนาด “เจ้ากล้าพูดแบบนั้นออกมาได้อย่างไร?!”
ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนมีเข็มเงินจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังทิ่มแทงในหัวของเขาบังคับให้เขานึกถึงความทรงจำหลายอย่างที่ตนลืมเลือนไป
ความทรงจำนี้เป็นเรื่องของหลัวเซียวเซียวทั้งหมด พวกมันล้วนเป็นภาพที่นางทรยศเขาและหนีไปพร้อมกับมู่จวินเซิ่ง ซึ่งมันทำให้เขาหัวใจแตกสลาย
ทำไม…
ทำไมเจ้าถึงทำกับข้าแบบนี้?
ที่ข้าให้เจ้ามันยังไม่พออีกหรือ?
จู่ ๆ ดวงตาของฉู่เสวียนก็เปลี่ยนเป็นสีแดง แล้วมันก็ค่อย ๆ กระจายออกจากด้านหลังรูม่านตาทำให้ดวงตาที่เคยเป็นสีขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งหมด
ขณะเดียวกัน หลัวเซียวเซียวรู้สึกหายใจไม่ออก นางค่อย ๆ ก้าวถอยหลังหนีจากชายหนุ่มไปช้า ๆ พลางถามด้วยสายตาเหลือเชื่อว่า “ฉู่เสวียน… ท่านได้ฝึกวิชามารบางอย่างมาหรือ?”
ก่อนหน้านี้นางรู้สึกว่าท่าทางของอีกฝ่ายนั้นผิดปกติ ยิ่งนางได้เห็นแบบนี้ มันก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกมั่นใจในความคิดของตัวเองมากขึ้น
“ทำไมเจ้าถึงทำกับข้าเช่นนี้!” ฉู่เสวียนดูเหมือนไม่ได้ยินคำถามของหญิงสาว เขาพุ่งเข้าไปหานางอย่างบ้าคลั่ง
หลัวเซียวเซียวที่เห็นดังนั้นก็หันหลังเตรียมวิ่งหนี แต่อีกฝ่ายเร็วกว่านางมาก เขาจับตัวนางกลับมาได้อย่างง่ายดาย
ฉู่เสวียนคว้าคอหญิงสาวและยกนางลอยขึ้นไปในอากาศ “หลัวเซียวเซียว ข้าทำเพื่อเจ้าตั้งมากมาย… ทำไมเจ้าถึงได้ทรยศข้าแบบนั้น?”
หลัวเซียวเซียวที่ถูกบีบคอรู้สึกหายใจไม่ออก ในไม่ช้าหูของนางก็เริ่มมีเสียงอื้ออึงเนื่องจากการขาดอากาศหายใจ
หญิงสาวพยายามดิ้นรนด้วยการทั้งตีทั้งหยิกทั้งดึงมือใหญ่ของคนตัวสูงกว่า แม้แต่เลือดที่ยังไม่แห้งสนิทบนบาดแผลที่ฝ่ามือก็ได้เปื้อนหลังมือของชายหนุ่มทำให้ผิวของเขายิ่งดูซีดเซียวมากขึ้น
ในระหว่างที่หลัวเซียวเซียวกำลังจะหมดสติ นางรู้สึกสงสัยขึ้นมาว่าฉู่เสวียนตัวเย็นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
นางจำได้ว่ามือของเขาเคยอบอุ่นมาก
ขณะที่สติของนางใกล้หมดลง มือใหญ่ที่กำอยู่รอบคอนางก็คลายออก
ฉู่เสวียนมองหญิงสาวที่ร่วงลงไปกองกับพื้นตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่าราวกับว่าเขาไม่เชื่อสิ่งที่ตนเองเพิ่งทำลงไป
เขาหลับตาลงเพื่อสงบสติอารมณ์ หลังจากเวลาผ่านไปนาน เขาก็พูดว่า “เป็นเด็กดีอยู่ที่นี่ อย่าแม้แต่จะคิดหนีไปไหน! ไม่อย่างนั้นครั้งหน้าข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”
ชายหนุ่มพูดจบแล้วก็หันหลังเดินออกไป
“แค่ก ๆๆ!” หลัวเซียวเซียวที่ล้มไปกองอยู่กับพื้นได้กลิ่นเลือดรุนแรงในลำคอทำให้นางไอไม่หยุด
แล้วหญิงสาวก็นั่งอยู่บนพื้นอยู่นานก่อนที่จะเดินโซซัดโซเซกลับเข้าไปในห้อง
ตอนนี้นางสามารถหลบหนีออกไปได้ แต่นางก็ไม่ทำ
นางอยากช่วยองค์หญิงหกจับกุมฉู่เสวียนกับถังเป่ยเฉิน
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้การลอบปลงพระชนม์ที่เกิดขึ้นในวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮาสิ้นสุดลง