- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 523: เสิ่นจวินเฉา จูบข้าสิ
บทที่ 523: เสิ่นจวินเฉา จูบข้าสิ
บทที่ 523: เสิ่นจวินเฉา จูบข้าสิ
“การสะกดจิต?” มู่จวินฝานกับเซียวถังอี้ขมวดคิ้วพร้อมกัน “หมายความว่าอย่างไรหรือ?”
ซีเยว่ยิ้มโดยไม่พูดอะไร เธอทำเพียงมองไปที่องค์หญิงหกเป็นการสื่อว่าให้อีกฝ่ายเป็นคนอธิบายให้พวกเขาฟัง
มู่ไป๋ไป่จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องอธิบายว่า “มันเป็นพฤติกรรมที่แทรกแซงความคิดของผู้คนผ่านการพูด… น่าจะประมาณนี้ แต่มันก็มีวิธีการที่สอดคล้องกันอยู่เล็กน้อย”
พระเจ้า ใครจะช่วยเธออธิบายให้คนที่อยู่คนละโลกฟังว่าการสะกดจิตคืออะไรได้บ้าง?
“มันทำแบบนั้นได้ด้วยหรือ?” มู่จวินฝานแตะคางตัวเองเบา ๆ เขาดูเหมือนจะสนใจเรื่องนี้มากทีเดียว “มีตำราที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บ้างหรือไม่?”
“คงไม่มีหรอกเพคะ” มู่ไป๋ไป่รู้ความคิดของพี่ชายคนโตได้ในทันที เขาคงอยากจะเอาความรู้นี้ไปใช้ในท้องพระโรงแน่
“ไม่มีหรือ?” มู่จวินฝานถอนหายใจด้วยความเสียใจ “ถ้ามีตำราเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าก็อยากจะลองศึกษาความรู้ประเภทนี้เอาไว้สักหน่อย”
“ไม่ ไม่มีเพคะ!” มู่ไป๋ไป่ปาดเหงื่อเย็น ๆ ที่ผุดขึ้นมาบนหน้าผากก่อนจะหันไปหาซีเยว่ “แล้วท่านสะกดจิตพี่สามแล้วหรือ?”
“ท่านฟังข้านะ” องค์หญิงซีฉือพูดพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่ตอบท่านเมื่อกี้ เป็นเพราะว่าเขายังไม่ได้รับอนุญาตจากข้า”
“...” มู่ไป๋ไป่ถึงกับพูดไม่ออก
“มันวิเศษขนาดนั้นเลยหรือ?” เซียวถังถังรู้สึกสับสนขณะที่ฟังบทสนทนาของทุกคน นางจึงอดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปใกล้มากยิ่งขึ้น “หรือว่าพวกท่าน 2 คนตกลงกันตอนที่อยู่ข้างใน ตอนนี้จึงได้แสดงละครหลอกพวกเรา?”
“ท่านไม่เชื่อหรือ?” ซีเยว่ที่ได้ยินคำพูดยั่วยุก็เริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมา “ท่านจะให้ข้าพิสูจน์ให้ท่านเห็นกับตาไม่ใช่หรืออย่างไร ตอนนี้ข้าก็ทำตามที่บอกแล้ว แต่พวกท่านก็ไม่เชื่อ แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร?”
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อ” เซียวถังถังเกาหัวเบา ๆ พลางกล่าวว่า “ข้าแค่คิดว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นมันดูเกินจริงมากไปหน่อย”
“เอาล่ะ เช่นนั้นท่านก็สั่งให้เขาจูบท่านสิ ถ้าเขายอมจูบท่านจริง ๆ ข้าจะเชื่อ!”
มู่ไป๋ไป่แทบจะสำลักน้ำลายตัวเองเมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าศิษย์น้องจอมป่วน “ถังถัง นี่เจ้ากำลังพยายามทำลายความบริสุทธิ์ของพี่สามอยู่นะ!”
“นี่ ไป๋ไป่ ท่านอย่าเพิ่งโกรธไปเลย” เซียวถังถังยิ้มประจบศิษย์พี่ใหญ่ “ท่านไม่คิดหรือว่านี่เป็นการทดสอบที่ดีที่สุด?”
“หากพี่สามของท่านอยู่ในสภาวะปกติ เขาไม่มีทางจูบนางแน่”
มู่ไป๋ไป่เหลือบมองซีเยว่ที่ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ก่อนที่เธอจะรีบปิดปากอีกฝ่ายไม่ให้พูดต่อ
เธอกลัวว่าถ้าปล่อยให้ศิษย์น้องตัวแสบพูดอะไรพล่อย ๆ ต่อไป องค์หญิงซีฉือที่ยินดีจะช่วยเหลือเธอจะเปลี่ยนใจไปเสีย
ขณะที่มู่ไป๋ไป่กำลังจะอธิบายให้ซีเยว่ฟังว่าเซียวถังถังพูดเล่น เธอก็พูดขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ “ได้ ถ้าท่านต้องการอย่างนั้นก็ได้ ข้าไม่กลัว”
หลังจากพูดจบหญิงสาวก็ไม่ว่ารอให้ใครได้พูดอะไรอีก เธอหันไปหาเสิ่นจวินเฉาแล้วคว้าจับคอเสื้อเขาด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนจะดึงอีกฝ่ายเข้ามาหาตน “เสิ่นจวินเฉา จูบข้าหน่อย!”
“อย่านะ!” มู่ไป๋ไป่ร้องห้ามอย่างตื่นตระหนก “ท่านไม่จำเป็นจะต้องทำเรื่องใหญ่ต่อข้าถึงเพียงนี้!”
ถ้าพี่สามของเธอมีสติกลับมาจะเป็นอย่างไร เขาจะไม่หัวใจวายตายก่อนหรือ?
แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว เสิ่นจวินเฉากะพริบตาครั้งหนึ่งราวกับว่าเขาไม่ได้ยินคำพูดของมู่ไป๋ไป่ จากนั้นเขาก็เอนตัวเข้าไปหอมแก้มซีเยว่
“...”
ในชั่วขณะนั้น ภายในลานกว้างเงียบสงัดจนน่าขนลุก
มู่ไป๋ไป่ถึงขั้นได้ยินเสียงกบร้องจากในสระน้ำด้วยซ้ำ
ซีเยว่ปล่อยคอเสื้อของเสิ่นจวินเฉาก่อนจะเชิดหน้าท้าทายเซียวถังถัง “เอาล่ะ ตอนนี้ท่านเชื่อแล้วใช่หรือไม่?”
“ยอดไปเลย…” เซียวถังถังปรบมือชื่นชม “สุดยอดมาก องค์หญิงซีเยว่ ท่านช่วยสอนข้าด้วยเถิด หากในอนาคตข้าเกลียดใครสักคนเข้า ข้าจะร่ายอาคมใส่เขาทำให้เขาเชื่อฟังข้า!”
“เจ้าอย่าได้คิดอะไรแปลก ๆ แบบนี้อีก” เซียวถังอี้ที่รู้ทันความคิดของน้องสาวยกมือขึ้นมาตบหัวนางเพื่อขจัดความคิดแปลก ๆ ออกจากหัวของนาง
เขามีลางสังหรณ์ว่า หากเจ้าตัวแสบได้เรียนรู้วิธีการร่ายอาคม นางจะต้องนำมันมาใช้กับเขาเป็นคนแรกแน่นอน
“นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีหรืออย่างไร?” เซียวถังถังโต้กลับทันควัน “องค์หญิงซีเยว่ใช้ได้ ทำไมข้าจะใช้ไม่ได้?”
ฮึ! ถ้าข้ารู้วิธีใช้อาคม ข้าจะใช้กับท่านพี่ก่อนเป็นคนแรก ข้าจะได้แก้แค้นที่เขารังแกข้ามาตั้งแต่เด็ก!
“ข้าไม่สามารถสอนเรื่องพวกนี้ให้คนอื่นได้” ซีเยว่ปรับสีหน้าของตัวเองให้ดูเคร่งขรึมขึ้น “อาคมเป็นสิ่งที่ทำร้ายทั้งผู้อื่นและตัวเอง ผู้ที่ร่ายอาคมจะต้องได้รับผลสะท้อนกลับในระดับหนึ่ง ดังนั้นหากท่านยังไม่อยากตาย ก็อย่าได้คิดแตะต้องสิ่งเหล่านี้เด็ดขาด”
เมื่อมู่ไป๋ไป่ได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนี้ เธอก็ขมวดคิ้วมุ่น
ท่าทางนี้บ่งบอกได้ว่าเธอเกิดความสงสัยอะไรบางอย่างในใจ องค์หญิงซีฉือที่เห็นดังนั้นจึงหันไปยิ้มให้เธอจาง ๆ แล้วพูดว่า “ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้า ข้าแตกต่างจากคนพวกนั้น เรามีสมบัติลับอยู่ที่แคว้นซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ข้าได้รับผลสะท้อนจากอาคม แต่ข้าไม่สามารถบอกเรื่องนี้กับคนอื่นได้”
มู่ไป๋ไป่ที่ได้ยินคำอธิบายก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ดีแล้วที่ท่านจะไม่ได้รับผลกระทบ ตอนนี้พวกเราเชื่อท่านแล้ว เช่นนั้นขอให้ท่านถอนอาคมให้พี่สามด้วยเถอะ”
ซีเยว่รู้สึกลังเลเล็กน้อยที่จะถอนอาคมให้เสิ่นจวินเฉา แต่เมื่อเธอคิดว่ามีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องไปทำ เธอจึงดึงเขากลับเข้าไปในห้อง
ระหว่างที่รอคอยการถอนอาคม พวกมู่ไป๋ไป่ก็ดูเหมือนจะมีท่าทีผ่อนคลายลงมาก
เซียวถังถังใช้โอกาสนี้ดึงศิษย์พี่ใหญ่มาพูดคุยว่าจะร่ายอาคมใส่พี่ชายของตนดีหรือไม่ แต่นางก็ถูกอีกฝ่ายฟาดไป 1 ที นางถึงจะยอมหยุดคิดเรื่องนี้
จากนั้นทุกคนก็ปรึกษากันว่าจะถอนอาคมให้มู่เทียนฉงอย่างไรโดยที่ไม่ให้คนอื่นรู้ โดยเฉพาะลี่เฟยที่เป็นผู้ร่ายอาคมใส่ฝ่าบาทซึ่งพวกเขาจะต้องระวังเป็นพิเศษ
และแล้วประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เสิ่นจวินเฉาแทบจะวิ่งหน้าตาตื่นออกมาประหนึ่งว่าเขาเพิ่งประสบกับเรื่องเลวร้ายบางอย่าง
มู่ไป๋ไป่ตกใจกับท่าทางนั้นจึงรีบเข้าไปหาผู้เป็นพี่ชายและถามด้วยความเป็นห่วง “พี่สาม เกิดอะไรขึ้นหรือ ว่าแต่ท่านไม่ได้เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
เสิ่นจวินเฉาจ้องมองน้องสาวอยู่นานก่อนที่จะส่ายหัวช้า ๆ เป็นการบอกว่าเขาไม่เป็นไร
ทางด้านมู่ไป๋ไป่ยังไม่ปักใจเชื่อ เธอจับข้อมือของพี่ชายมาตรวจชีพจรเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้รับผลกระทบใด ไม่นานเธอก็พบว่าร่างกายของเขาปกติดี ยกเว้นหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย เธอจึงรู้สึกโล่งใจขึ้นมา
“เขาไม่เป็นไร” ซีเยว่เอามือ 2 ข้างไพล่หลังเดินออกมาจากห้องด้วยท่าทางอารมณ์ดี พร้อมกับดวงตาสีฟ้าสดใสของเธอเป็นประกาย “เขาแค่รู้สึกอับอายกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้”
ใบหน้าหล่อเหลาของเสิ่นจวินเฉาเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันหลังจากได้ยินคำพูดของหญิงสาว
“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นหรือ?” มู่ไป๋ไป่ตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะพูดว่า “ท่านหมายถึง… แม้ว่าอาคมจะถูกทำลายไปแล้ว แต่คนที่ถูกอาคมก็ยังจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นได้ใช่หรือไม่?”
“ใช่” ซีเยว่พยักหน้ารับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ข้าบอกไปแล้วไม่ใช่หรือว่าการใช้อาคมก็คล้ายกับการสะกดจิตแบบหนึ่ง การใช้วิธีการเพื่อแทรกแซงพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกร่ายอาคม แบบนั้นจึงทำให้คนที่ถูกร่ายอาคมใส่ไม่ได้หลงลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น”
“เช่นนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีทีเดียว” เซียวถังอี้ที่เงียบอยู่นานพูดขึ้นมา “หลังจากที่ทำลายอาคมแล้ว เสด็จพ่อของเจ้าก็ยังจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลานั้นโดยที่เราไม่จำเป็นจะต้องอธิบายอะไรให้พระองค์ฟังเพิ่มเติม”
มู่ไป๋ไป่คิดไตร่ตรองดูแล้วรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล เธอจึงโล่งใจมากขึ้นและพูดว่า “เช่นนั้นเราก็รีบมาลงมือกันเถอะ”
ในขณะที่ทุกคนรอให้องค์หญิงซีฉือถอนอาคมให้เสิ่นจวินเฉา มู่ไป๋ไป่ก็ได้หารือกับพวกมู่จวินฝานเรียบร้อยแล้วว่าจะพามู่เทียนฉงออกไปจากตำหนักตี้เฉิน
จากนั้นซีเยว่จะออกมาช่วยฝ่าบาททำลายอาคม
ในช่วงเวลานี้ มู่จวินฝานกับเซียวถังอี้จะวางกำลังเฝ้าอยู่นอกตำหนักเพื่อไม่ให้มีใครมาขัดจังหวะ
“ช้าก่อน แล้วข้าล่ะ?” เซียวถังถังยกมือขึ้น “ไป๋ไป่ ดูเหมือนว่าเมื่อกี้ท่านจะลืมแบ่งงานให้ข้า”
--------------------------------------------------
พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: พี่สามเสียความบริสุทธิ์ไปซะแล้ว 555555