เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 522: อาคม

บทที่ 522: อาคม

บทที่ 522: อาคม


ซีเยว่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกล่าวว่า “คุณชายเสิ่นล้อเล่นแล้ว ของส่วนตัวจะเป็นอะไรได้อีก? มันจะต้องเป็นสิ่งของที่ท่านพกติดตัวตลอดเวลา ยิ่งท่านพกไว้ใกล้ตัวมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น”

เสิ่นจวินเฉาผลักหญิงสาวที่เอาไหล่มากระแซะตนแล้วพูดว่า “องค์หญิง เราไม่จำเป็นต้องขยับเข้ามาใกล้กันขนาดนี้ ข้าได้ยินสิ่งที่ท่านพูดชัดเจน อีกอย่างข้าไม่ค่อยคุ้นเคยกับการเข้าใกล้ผู้หญิงเช่นนี้”

ดวงตาของซีเยว่เป็นประกายมากขึ้น “ข้าไม่คิดเลยว่าคุณชายเสิ่นที่ประสบความสำเร็จทางด้านการค้าจะหน้าบางได้ถึงเพียงนี้ น่าสนใจจริง ๆ”

มู่ไป๋ไป่รีบกระแอมในลำคอขัดจังหวะคนทั้ง 2 “เอาล่ะ จริงจังหน่อยสิ ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่า…”

ดูจากท่าทางของซีเยว่ หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะตกหลุมรักพี่สามของเธอเรียบร้อยแล้ว?

ตอนที่พวกเธอเจอกันครั้งแรก องค์หญิงซีฉือก็ให้ความสนใจเสิ่นจวินเฉาแบบโจ่งแจ้งโดยไม่สำรวมเลยแม้แต่น้อย แถมเธอยังเป็นแฟนคลับตัวยงของเขาด้วย

“ข้าก็จริงจังมาตลอด” องค์หญิงซีฉือพูดพลางเอียงคอเล็กน้อย “เป็นเพราะคุณชายเสิ่นถามคำถามมากมาย ข้าก็แค่ตอบเขาเท่านั้น”

เสิ่นจวินเฉาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดโดยที่ไม่ได้พูดอะไร จากนั้นเขาจึงถอดจี้หยกที่แขวนอยู่ที่เอวออกมาเงียบ ๆ

มู่ไป๋ไป่จำจี้หยกนั้นได้ ตั้งแต่สมัยเด็กเธอเห็นอีกฝ่ายพกจี้หยกนี้เอาไว้ตลอดเวลา มันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางใจสำหรับเขามาก

“นี่” เสิ่นจวินเฉาส่งจี้หยกให้ซีเยว่ “ข้าพกจี้หยกอันนี้ติดตัวมาตั้งแต่เด็กแล้ว มันอยู่กับข้ามานานหลายปี นับว่าเป็นของส่วนตัวหรือไม่?”

หญิงสาวใช้ปลายนิ้วไล้จี้หยกเบา ๆ ก่อนจะหัวเราะและพยักหน้า “ใช้ได้ หยกชิ้นนี้เนื้อดีมาก แถมยังมีกลิ่นอายของคุณชายเสิ่นติดอยู่มากมาย เราสามารถใช้จี้หยกอันนี้ได้”

เสิ่นจวินเฉายังคงไม่คลายคิ้วที่ขมวดแน่นในขณะที่เขาเอ่ยถามว่า “ท่านมีสิ่งใดที่ต้องการอีกหรือไม่?”

“องค์หญิงหก ท่านช่วยหาห้องที่เป็นส่วนตัวให้ข้าได้หรือไม่?” ซีเยว่หันไปหามู่ไป๋ไป่ “การจะใช้อาคมต้องใช้ในที่มืด ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายแล้ว แดดข้างนอกมันแรงเกินไป ข้าต้องการห้องที่มืดสนิทที่สุด”

หญิงสาวพยักหน้าตอบรับทันที “ได้”

มีห้องหนึ่งที่ตั้งอยู่หลังตำหนัก เนื่องจากที่นั่นเป็นมุมอับไม่ได้รับแสงสว่างเพียงพอ เธอจึงไม่ได้ใช้งานมัน

ตอนนี้มันเหมาะที่จะให้ซีเยว่ร่ายอาคม

จากนั้นมู่ไป๋ไป่ก็เดินนำทุกคนไปยังห้องดังกล่าว

“เป็นห้องที่เหมาะมาก” องค์หญิงซีฉือเดินดูรอบห้องแล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ต่อไปก็ขอให้ทุกคนรอข้างนอกสักครู่ คุณชายเสิ่น เชิญท่านตามข้าเข้ามาด้านใน”

“ช้าก่อน” มู่จวินฝานรีบก้าวเข้าไปขวางเสิ่นจวินเฉาอย่างแนบเนียน “องค์หญิงซีเยว่ ท่านไม่ได้บอกหรือว่าจะพิสูจน์ให้พวกเราเห็นต่อหน้า? ถ้าจวินเฉาเข้าไปในห้องกับท่านเพียงลำพัง แล้วเราจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในได้อย่างไร?”

“องค์รัชทายาท ท่านกลัวว่าข้าจะทำอะไรคุณชายเสิ่นอย่างนั้นหรือ?” ซีเยว่ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรที่อีกฝ่ายเคลือบแคลงสงสัยตน เธอยืนกอดอกพิงกรอบประตูขณะพูดว่า “ท่านอย่าได้กังวลไปเลย ตัวข้านั้นไม่ทำอันตรายญาติพี่น้องขององค์หญิงหกหรอก เพียงแต่หากต้องร่ายอาคม เราจะต้องทำในพื้นที่ส่วนตัว”

“มิฉะนั้นผู้อื่นก็จะได้รับผลกระทบของอาคมไปด้วย หลังจากนั้นข้าก็ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปเช่นกัน”

มู่จวินฝานขมวดคิ้วมุ่น แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็หันไปถามมู่ไป๋ไป่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไป๋ไป่ เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร?”

ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ตอบอะไรออกไป เสิ่นจวินเฉาก็พูดขึ้นมาก่อนว่า “ข้าไม่เป็นไร พูดตามตรง ข้าเองก็มีความสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับการร่ายอาคมเช่นกัน ข้าอยากเห็นว่านางจะร่ายอาคมใส่ข้าอย่างไร พี่ใหญ่ไม่ต้องกังวล ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี”

หลังจากมู่จวินฝานได้ยินสิ่งที่น้องชายพูด เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะโต้แย้งอีก เขาจึงขยับไปด้านข้างเพื่อเปิดทางให้กับอีกฝ่าย

“ซีเยว่” มู่ไป๋ไป่มองตามหลังเสิ่นจวินเฉากับองค์หญิงซีฉือที่กำลังเดินเข้าไปในห้อง แล้วเธอก็อดที่จะพูดขึ้นมาไม่ได้ “ข้าหวังว่าท่านจะรักษาคำพูดของท่าน”

“องค์หญิงหก อย่ากังวลไปเลย ข้าอยู่ข้างท่าน” ซีเยว่ตอบก่อนที่จะปิดประตู

แล้วช่วงเวลาแห่งการรอคอยที่แสนยาวนานก็เกิดขึ้น ดังนั้นมู่ไป๋ไป่จึงสั่งให้คนไปนำของว่างมาจัดให้ทุกคนได้ดื่มชารอ

ในตอนที่ของว่างมาส่ง เธอกลับไม่รู้สึกอยากกินอะไรเลย เธอนั่งลงบนม้านั่งหินโดยที่สายตาจับจ้องไปยังประตูไม่วางตา

“ไป๋ไป่ ท่านอย่าได้กังวลไปเลย” เซียวถังถังเห็นศิษย์พี่ทำหน้ากังวล นางจึงมานั่งลงด้านข้างแล้วพูดปลอบใจอีกฝ่าย “เท่าที่ข้าเห็นองค์หญิงซีเยว่ ถึงแม้ว่านางจะมีนิสัยแปลกประหลาดไปสักหน่อย แถมยังดูไม่น่าเชื่อถือ แต่คิดดูสิว่าที่นี่เป็นที่ของเรา ถ้านางคิดจะทำเรื่องไม่ดี เราก็จัดการนางทีหลังได้ไม่ใช่หรือ? ถึงเวลานั้นเราจะจับตัวนางส่งให้ท่านพี่ไปสอบสวน ถึงอย่างไรวิธีการทรมานของท่านพี่นั้นก็โหดร้ายมาก แม้กระทั่งนักโทษประหารชีวิตในเรือนจำก็ทนไม่ได้…”

“อะแฮ่ม…” เซียวถังอี้กระแอมในลำคอขัดจังหวะการพูดของน้องสาว “ถังถัง ถ้าไม่มีอะไรดี ๆ จะพูด หุบปากไว้บ้างก็ดี และเรื่องน่าเบื่อพวกนี้อย่าเที่ยวเอาไปพูดให้ใครฟังอีก”

“มันน่าเบื่ออย่างไร?” เซียวถังถังอาศัยจังหวะตอนที่มีคนอยู่ด้วยเป็นจำนวนมากโต้เถียงกับพี่ชายของตัวเองโดยไม่เกรงกลัว “บางทีไป๋ไป่อาจจะอยากฟังมันก็ได้!”

“หรือท่านพี่กลัวว่าสิ่งที่ท่านเคยทำจะทำให้ไป๋ไป่ตกใจกลัว?”

“ไม่ใช่...”

“ถ้าไม่ใช่ ข้าก็จะพูดต่อ” เซียวถังถังแทบไม่เคยจะชนะการโต้เถียงกับเซียวถังอี้มาก่อนเลย ซึ่งครั้งนี้นับว่าเป็นชัยชนะที่นางรู้สึกภาคภูมิใจมากทีเดียว “ไป๋ไป่ มีเรื่องอะไรที่ท่านอยากรู้หรือไม่ ข้าจะเล่าให้ท่านฟังทุกอย่าง”

“ไม่มี” มู่ไป๋ไป่มองชายหนุ่มด้วยท่าทางอึดอัด เธอคิดว่าตนรู้จักผู้ชายคนนี้ดีกว่าน้องสาวของเขาเสียอีก

เพราะถึงอย่างไรพวกเธอก็ได้เผชิญเรื่องราวต่าง ๆ ร่วมกันมาตลอดหลายปี

เมื่อเซียวถังอี้สังเกตเห็นสายตาของหญิงสาว เขาก็หันไปมองนาง ขณะที่สายตาของทั้งคู่กำลังจะสบกัน มู่ไป๋ไป่ก็หันหน้าหนีไปอีกทาง นั่นทำให้ดวงตาที่อยู่ใต้หน้ากากหม่นแสงลง

“จริงหรือ?” เซียวถังถังที่ไม่ค่อยจะสนใจอะไรไม่ทันสังเกตเห็นท่าทางแปลกประหลาดระหว่างชายหญิงทั้ง 2 นางขยับเข้าไปใกล้ผู้เป็นศิษย์พี่มากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับพูดว่า “ข้ารู้เรื่องน่าอับอายในวัยเด็กของท่านพี่มากมาย ข้าได้ยินเรื่องพวกนั้นมาจากคนรับใช้เก่า ๆ ของเรา ข้ารับรองได้เลยว่าบนโลกนี้มีคนรู้เรื่องพวกนี้ไม่เกิน 3 คนแน่นอน!”

มู่ไป๋ไป่กำลังจะส่ายหัวปฏิเสธ ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงเปิดประตูพร้อมกับที่ประตูถูกเปิดออก แล้วเสิ่นจวินเฉาก็เดินออกมายืนอยู่ที่หน้าประตูด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

“พี่จวินเฉา เป็นอย่างไรบ้าง?” หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยมู่จวินฝานและมู่จวินเซิ่งที่เดินตามมาติด ๆ

พี่น้องทั้ง 3 คนมองเสิ่นจวินเฉาให้ดีอีกครั้ง จากนั้นทุกคนก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าหน้าผมของเขายังคงอยู่ในสภาพเดิม ไม่ได้ต่างจากตอนที่เข้าไปในห้องเลยสักนิด

จากนั้นพวกมู่จวินฝานก็ให้ความสนใจเรื่อง ‘อาคม’ ที่ร่ายใส่ตัวชายหนุ่ม

“เขาไม่เป็นไร” ซีเยว่เอ่ยขึ้นขณะเดินออกมาจากห้องช้า ๆ มู่ไป๋ไป่ไม่รู้ว่าตัวเองตาฝาดไปเองหรือไม่ แต่เธอรู้สึกว่าสีหน้าของอีกฝ่ายดูย่ำแย่ลงมากเมื่อเทียบกับตอนที่เข้าไปในห้อง

“ทำไมท่านไม่ทักทายทุกคนล่ะ?” องค์หญิงซีฉือตบไหล่เสิ่นจวินเฉาเบา ๆ ในที่สุดเขาก็เหมือนตื่นจากภวังค์และโค้งคำนับให้มู่ไป๋ไป่และคนอื่น ๆ “จวินเฉาคารวะทุกท่าน”

“พี่จวินเฉา?” หญิงสาวมองท่าทางเฉยเมยของพี่ชายคนที่ 3 และก้าวออกไปหาเขาอย่างลังเล “ท่านจำข้าไม่ได้หรือ?”

เสิ่นจวินเฉาค่อย ๆ ขยับสายตามองมู่ไป๋ไป่แล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ข้าจำได้ว่าเจ้าเป็นน้องสาวของข้า มู่ไป๋ไป่”

ฝ่ายที่ได้ยินขมวดคิ้วแน่น เธอรู้สึกว่าท่าทางของพี่สามหลังจากถูกอาคมเข้าไปนั้นแปลกประหลาดมาก แต่เธอก็ยังบอกไม่ได้ว่ามันแปลกตรงไหน

ซีเยว่เห็นสีหน้าสับสนของมู่ไป๋ไป่ เธอจึงอธิบายให้คนตรงหน้าฟังว่า “ที่จริงแล้ว การใช้อาคมก็คล้ายกับการสะกดจิตแบบหนึ่ง ขอเพียงแค่เขาทำตามคำสั่งของคนสะกดจิต ความทรงจำและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเขาจะยังเหมือนเดิม”

จบบทที่ บทที่ 522: อาคม

คัดลอกลิงก์แล้ว