- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 521: ของส่วนตัว
บทที่ 521: ของส่วนตัว
บทที่ 521: ของส่วนตัว
“พี่สาม…” มู่ไป๋ไป่มองเสิ่นจวินเฉาพร้อมกับยิ้มให้เขาจาง ๆ “เวลาเช่นนี้ท่านยังคิดจะทำการค้าอีกหรือ?”
“แน่นอน” ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกขัดเขินอะไร ในความคิดของเขา การหาเงินเป็นสิ่งที่ทำได้ทุกที่ทุกเวลา
ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่ได้เป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในเป่ยหลงอย่างเช่นทุกวันนี้
นอกจากนี้เซียวถังอี้กับมู่จวินฝานก็ยังได้ส่งองครักษ์เงาของพวกเขาช่วยออกไปค้นหาเบาะแสของหลัวเซียวเซียวอีกด้วย
มู่ไป๋ไป่ที่เพิ่งจะออกคำสั่งให้สัตว์ทุกตัวในเมืองหลวงออกไปตามหาหลัวเซียวเซียวเสร็จ ซีเยว่ก็มาถึงที่ตำหนักอวี๋ชิงพอดี
วันนี้องค์หญิงซีฉือเปลี่ยนไปสวมชุดประจำแคว้นเป่ยหลง แต่ผมสีทองที่เป็นลอนสวยของเธอกลับดูสะดุดตามากยิ่งขึ้น
แม้ว่าหญิงสาวจะสวมเสื้อผ้าแบบชาวเป่ยหลงธรรมดา ซึ่งมันอาจจะดูแปลกตาไปบ้าง แต่เธอก็ยังงดงามมากเช่นกัน
“ว้าว ที่นี่มีคนเยอะแยะเลย” ซีเยว่เดินเข้าไปในเรือนด้วยความรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นคนมากมายเช่นนี้ “ไป๋ไป่ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ไว้ใจฉันเท่าไหร่”
มู่ไป๋ไป่ยิ้มแห้ง ๆ พร้อมกับอธิบายให้ได้ยินกันเพียง 2 คนว่า “ถึงยังไงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของท่านพ่อ การที่ฉันขอให้เธอช่วยท่านพ่อทำลายอาคมไม่ใช่สิ่งที่ฉันสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง”
ปัจจุบันมู่เทียนฉงอยู่ในสภาพที่แปลกมาก
หากซีเยว่ต้องการทำลายอาคมให้เขาจริง ๆ เธอก็ไม่ควรทำให้คนที่ร่ายอาคมใส่ท่านพ่อรู้ตัว
ดังนั้นเธอกับมู่จวินฝานรวมถึงคนอื่น ๆ จะต้องร่วมมือกันจัดการในหลาย ๆ เรื่อง
“ฉันเข้าใจแล้ว” องค์หญิงซีฉือตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ฉันแค่พูดเล่นเท่านั้น ฉันไม่ได้โกหกจริง ๆ ไม่ว่าเธอจะขอให้ใครมาช่วยยืนยันกี่คนมันก็ไม่สำคัญอะไร”
เมื่อมู่ไป๋ไป่ได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนี้ เธอก็รู้สึกโล่งใจ
หลังจากหญิงสาวได้รู้ว่าซีเยว่มาจากโลกเดียวกัน เธอก็ยิ่งรู้สึกใกล้ชิดอีกคนมากขึ้น
แต่ความใกล้ชิดแบบนี้มันแตกต่างไปจากความผูกพันที่เธอมีให้กับบรรดาญาติ ๆ ของเธอที่อยู่ในโลกนี้ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา
ถ้าเธอต้องเลือกจริง ๆ… เธอยังคงเลือกพวกมู่จวินฝานอยู่ดี ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเธอได้ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมยาก เธอจึงไม่อาจทำใจจากลาครอบครัวในโลกนี้ที่เธอรักและผูกพันได้จริง ๆ
หลังจากซีเยว่พูดจบ เธอก็ไม่ลังเลที่จะเดินไปนั่งบนโต๊ะหิน แถมเธอยังรินชาร้อนให้ตัวเองพร้อมกับยิ้มให้มู่ไป๋ไป่กับคนอื่น ๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้ภาษาของโลกนี้ “เอาล่ะ พวกท่านวางแผนกันเรียบร้อยแล้วสินะ ท่านต้องการให้ข้าสาธิตให้ดูตอนนี้เลยหรือไม่?”
มู่จวินฝานเลิกคิ้วขึ้นโดยไม่มีใครสังเกตเห็น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ถ้าเป็นไปได้ หนทางนี้คงจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด”
“ตกลง” หญิงสาวพยักหน้ารับ “แต่การใช้อาคมต้องมีเป้าหมาย ถ้าอยากให้ข้าแสดงมันให้ดู จะต้องมีคนมาช่วยเป็นเป้าหมายให้ข้า”
“ให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง” มู่ไป๋ไป่ยกมือขึ้นเสนอตัวเองทันที
องค์หญิงซีฉือส่ายหัวปฏิเสธทันควันเช่นกัน “เชื่อหรือไม่ว่าอาคมใช้กับท่านไม่ได้ผล”
หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนี้ “ทำไมล่ะ?”
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” ซีเยว่ตอบพลางยักไหล่ “ในตำราบอกว่าการใช้อาคมไม่ได้ผลกับคนอย่างท่าน ข้าเดาว่าคนที่ใช้อาคมกับเสด็จพ่อของท่านคงจะพยายามทำกับท่านแล้ว แต่มันล้มเหลว”
มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วมุ่น เธอไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย
แต่เธอเองก็รู้สึกไวต่ออาคมมากกว่าคนอื่น ๆ
ยกตัวอย่างเช่น เธอเคยได้กลิ่นแปลก ๆ ตอนที่อยู่ในตำหนักตี้เฉิน แต่เซียวถังอี้กับอาเค่อกลับไม่ได้กลิ่นอะไรเลย
“ถ้าเช่นนั้นให้ข้าเป็นเป้าหมายดีหรือไม่?” มู่จวินฝานขันอาสา “ข้าเคยถูกพิษมาก่อน ดังนั้นการใช้อาคมกับข้าน่าจะง่ายมากกว่าคนอื่น”
“ท่านก็ไม่ได้เช่นกัน” ซีเยว่เอามือไพล่หลังแล้วส่ายหัว “ท่านเคยโดนวางยาพิษมาก่อน ร่างกายของท่านจึงอ่อนแอมาก ข้ากลัวว่าถ้าข้าควบคุมอาคมได้ไม่ดีพอ ข้าจะเผลอไปฆ่าท่าน”
“แล้วไป๋ไป่ก็จะโทษข้า”
“นี่ท่านกำลังหาเรื่องกันอยู่หรืออย่างไร?” เซียวถังถังกอดอกมองผู้หญิงผมสีอ่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า นางรู้สึกไม่พอใจองค์หญิงของแคว้นซีฉือผู้นี้ตั้งแต่ตอนที่เจอกันครั้งแรกแล้ว แถมนางยังทำตัวสนิทสนมกับมู่ไป๋ไป่มากด้วย
“ไอ้นั่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่ได้ ท่านจงใจพูดแบบนั้นเพราะพยายามหลีกเลี่ยงอยู่ใช่หรือไม่?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่” ซีเยว่ไม่ได้รู้สึกโมโหกับคำพูดอีกฝ่ายเลย ในขณะที่เธออธิบายว่า “ข้าแค่หวังว่าจะเลือกเป้าหมายที่เหมาะสมที่สุดได้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ข้าจะร่ายอาคม”
“ถ้าคนผู้นั้นไม่ถูกใจข้า ข้าก็เกรงว่าตัวเองจะทำได้ไม่ดีนัก”
คำพูดของหญิงสาวทำให้เซียวถังอี้รู้สึกสงสัยขึ้นมาทันที “มีเหตุผลเช่นนี้ด้วยหรือ? ถ้าอย่างนั้นทำไมท่านไม่เอ่ยมาเลยว่าใครเหมาะสมที่สุด อย่าปล่อยให้เราคาดเดากันต่อไปเลย มันเสียเวลาเปล่า”
ดวงตาสีฟ้าที่มีประกายน้ำของซีเยว่ค่อย ๆ ไล่มองหน้าคนอื่น ๆ ทีละคน สุดท้ายก็ไปหยุดอยู่ที่เสิ่นจวินเฉา
การกระทำนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มชะงักค้างไปชั่วขณะ แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากชีวิตนี้เขาพบเจอผู้คนมามากมาย เขาจึงกางพัดในมือมาเพื่อปิดบังอารมณ์ของตัวเองก่อนที่จะมีใครสังเกตเห็น “ข้าหรือ?”
“ถูกต้อง” ซีเยว่พยักหน้าอย่างมีความสุข “คุณชายเสิ่น ผู้นำตระกูลเสิ่น ข้าอยากจะรู้ว่าท่านยินดีหรือไม่?”
“...” เสิ่นจวินเฉาไม่ได้ตอบออกไปทันที
“ซีเยว่ พี่สามของข้าไม่มีวรยุทธ เขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง” มู่ไป๋ไป่รู้สึกว่าการเลือกขององค์หญิงซีฉือนั้นเป็นเพราะว่าเธอมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง “ผลของอาคมส่งผลร้ายแรงกับร่างกายมากไม่ใช่หรือ ท่านเปลี่ยนเป็นคนอื่นดีหรือไม่?”
หญิงสาวคิดสักครู่แล้วชี้ไปที่เซียวถังอี้พร้อมกับพูดว่า “เปลี่ยนเป็นผู้ชายคนนี้ดีกว่า เขามีฝีมือขั้นเทพ แถมยังหน้าตาดีที่สุด ท่านสามารถทำอะไรกับเขาก็ได้ตามต้องการ”
ทางด้านชายหนุ่มมองนิ้วเรียวของมู่ไป๋ไป่ที่กำลังจิ้มแขนเสื้อของเขา ทำให้มีรอยยิ้มแล่นผ่านดวงตา และภายใต้สายตาของทุกคน เขาก็พยักหน้าหน้าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี “ใช่ ท่านจะทำอะไรก็ได้ตามต้องการ”
“...” เซียวถังถังถึงขั้นกลอกตามองบน
ผู้ชายที่เชื่อฟังตรงหน้านี้ยังเป็นพี่ชายของนางอยู่หรือไม่?
“ไม่ได้” ซีเยว่ปฏิเสธขณะลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเสิ่นจวินเฉาและคว้าจับแขนเขาเอาไว้แน่น “ข้าต้องการเขา”
ไม่ว่าชายหนุ่มจะเป็นคนที่รักษากิริยาท่าทางของตัวเองได้เก่งแค่ไหน เขาก็ยังรู้สึกตื่นตระหนกกับการกระทำของหญิงสาวคนนี้เช่นกัน “องค์หญิงซีเยว่ ระหว่างชายหญิงมีความแตกต่างกัน...”
“ท่านหมายความว่าอย่างไรที่บอกว่ามีความแตกต่างกัน? มันไม่ต่างกันสักหน่อย” ซีเยว่ยิ้มแล้วดึงแขนอีกฝ่ายกลับมา “ในแคว้นซีฉือ เราไม่มีหลักการเช่นนั้น”
ใบหน้าเกลี้ยงเกลาของเสิ่นจวินเฉาแดงก่ำทันที จากนั้นเขาก็เอ่ยปากโต้แย้ง “แต่ในแคว้นเป่ยหลงของเรามีกฎเกณฑ์ชายหญิงไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกัน องค์หญิงซีเยว่ ท่านควรปล่อยข้าก่อน การกระทำเช่นนี้มันหยาบคายเกินไป”
“ไม่!”
มู่ไป๋ไป่มองดูชายหญิงทั้ง 2 ที่ยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมาด้วยความรู้สึกปวดหัว “เอาล่ะ พี่สาม ตอนนี้เราควรคิดถึงภาพรวมเป็นสำคัญ ท่านเสียสละตัวเองหน่อยเถอะ”
“!!!” เสิ่นจวินเฉาถึงขึ้นเบิกตามองน้องสาวด้วยความเหลือเชื่อ
มู่ไป๋ไป่ที่เห็นสายตานั้นก็รู้สึกผิดจึงรีบถอยไปหลบอยู่ข้างหลังเซียวถังอี้กับมู่จวินฝาน
“น้องสาม ข้าคิดว่าไป๋ไป่พูดถูก” องค์รัชทายาทพยายามกลั้นยิ้มในขณะที่พยักหน้าเห็นด้วย “เจ้าให้ความร่วมมือกับองค์หญิงซีเยว่สักหน่อยเถอะ อย่าให้เสียเวลาไปมากกว่านี้เลย”
เซียวถังอี้รีบพูดเสริมขึ้นมาเช่นกัน “องค์หญิงซีเยว่ ท่านต้องการอะไรเพิ่มอีกหรือไม่? ข้าจะสั่งให้คนไปเอามาให้ทันที”
เมื่อเสิ่นจวินเฉาได้ยินคำพูดของคนอื่น ๆ ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำด้วยความโมโห “ข้าจะจดจำวันนี้เอาไว้ให้ขึ้นใจ!”
พวกเขาไม่ใช่พี่น้องของข้าแล้ว!
พอองค์หญิงซีเยว่ได้ยินคำพูดที่ตนต้องการ เธอก็เลิกล้อเล่นและบอกสิ่งที่ตัวเองอยากได้แก่เซียวถังอี้ตามตรง
ภายในเวลาไม่นาน ไหสุราและมีดสั้นก็ถูกส่งมาวางไว้ตรงหน้าหญิงสาว
“คุณชายเสิ่น ข้าขอยืมของส่วนตัวของท่านได้หรือไม่?” ซีเยว่จ้องเสิ่นจวินเฉาที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยรอยยิ้ม
ชายหนุ่มรู้สึกหวาดกลัวรอยยิ้มของหญิงสาวมากจนทำให้เขาแอบถอยหลังหนีไป 2 ก้าว เขาเริ่มรู้สึกหวาดระแวงอีกฝ่ายอย่างบอกไม่ถูก “ของส่วนตัวอะไร?”