- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 520: ตามหาเซียวเซียว
บทที่ 520: ตามหาเซียวเซียว
บทที่ 520: ตามหาเซียวเซียว
จวนแม่ทัพนั้นอยู่ใกล้วังหลวงมากกว่าตำหนักอ๋องเซียวเสียอีก ตามหลักเหตุผลแล้วมู่จวินเซิ่งควรจะมาถึงเร็วกว่าพวกเซียวถังอี้
หากมีเรื่องที่ทำให้เขาล่าช้าในระหว่างทาง มันก็ไม่น่าจะช้าไปกว่าเสด็จอามากนัก
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าพิจารณาจากนิสัยของแม่ทัพหนุ่ม หากเกิดเรื่องขึ้น เขาจะส่งคนมาแจ้งมู่ไป๋ไป่ก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เธอเป็นกังวล
“บางทีอาจจะมีเรื่องเกิดขึ้น” เซียวถังถังลูบคางตัวเองและตอบออกมาโดยที่แม้แต่เซียวถังอี้ก็ห้ามไว้ไม่ทัน “เมื่อกี้ตอนที่เรากำลังรีบมุ่งหน้ามาที่วังหลวง เราพบคนจำนวนหนึ่งกำลังตามหาใครบางคนอยู่ทั่วเมือง ดูจากเสื้อผ้าของพวกเขาแล้ว พวกเขาคงมาจากจวนแม่ทัพ ข้าเองก็อยากเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนบางคนไม่ยอมให้ข้าพูด”
“อ๋อ มีเรื่องด่วน…”
เซียวถังถังพูดพลางเหลือบมองพี่ชายของตน ทำให้มู่ไป๋ไป่รู้ว่า ‘คนบางคน’ ที่นางกำลังพูดถึงเป็นใคร
“กำลังตามหาคนอยู่หรือ?” หญิงสาวจับประเด็นสำคัญได้อีกประเด็นหนึ่ง เธอจึงเอ่ยปากถามว่า “ในบ้านพี่รองน่าจะไม่มีใครคนอื่นอาศัยอยู่ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเซียวเซียวหรือไม่?”
“อะไรนะ!” เซียวถังถังทำหน้าจริงจังขึ้นมาทันที “ไม่มีทางเสียหรอก พี่รองของไป๋ไป่เป็นคนที่มีวรยุทธสูง แถมเขายังเป็นแม่ทัพของเป่ยหลง ยามที่อยู่ต่อหน้าเขาใครจะกล้าทำร้ายเซียวเซียว”
“เอาล่ะ ท่านอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป ถ้าข้าคาดเดาผิดล่ะ คนพวกนั้นอาจจะไม่ได้เป็นคนของจวนแม่ทัพก็ได้”
เซียวถังอี้กดหน้ากากเงินลงบนใบหน้าแน่นขึ้น เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าตบหัวน้องสาวเบา ๆ “พูดให้น้อยลงหน่อย”
“ท่านทำอะไรเนี่ย!” เซียวถังถังที่โดนห้ามปรามเริ่มโวยวายออกมายกใหญ่ แล้วนางก็หันไปจ้องพี่ชายด้วยความโมโห “ทำไมท่านถึงไม่ให้ข้าพูด? ฮึ! ท่านปิดบังข้าทุกเรื่อง แล้วตอนนี้ยังจะมาควบคุมปากข้าอีกหรือ ไม่มีทาง!”
ดวงตาของเซียวถังอี้ภายใต้หน้ากากหรี่ลงเล็กน้อย ซึ่งภาพนั้นทำให้หัวใจของคนเป็นน้องสาวกระตุก ก่อนที่นางจะรีบวิ่งไปหลบด้านหลังศิษย์พี่ใหญ่ จากนั้นนางก็ยื่นหน้าออกมายิ้มแหย ๆ ให้พี่ชาย “ข้าพูดผิดตรงไหน”
“...”
“เอาล่ะ ๆ” มู่ไป๋ไป่ที่เห็น 2 พี่น้องทะเลาะกันก็รู้สึกปวดหัวตุบ ๆ “ถังถังทำตัวดี ๆ อย่าไปแหย่ให้พี่ชายเจ้าโกรธสิ”
เซียวถังถังเบะปากแล้วพูดว่า “ข้าเนี่ยนะทำตัวไม่ดี ข้าเป็นเด็กดีจะตาย ฮึ! ช่างเถอะ เพื่อเห็นแก่ท่าน ข้าจะปล่อยท่านพี่ไปก่อน”
คนเป็นศิษย์พี่ถอนหายใจและกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จังหวะนั้นเธอได้ยินคนด้านนอกรายงานว่ามู่จวินเซิ่งมาถึงแล้ว
“พี่รอง!” มู่ไป๋ไป่รู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้นขณะรีบลุกไปทักทายพี่ชายคนรอง “ข้ารอท่านตั้งนาน ข้านึกว่ามีเรื่องเกิดขึ้นกับท่านและเซียวเซียว…”
แต่พอหญิงสาวได้เห็นสีหน้าของมู่จวินเซิ่ง คำพูดของเธอก็หยุดอยู่ที่ริมฝีปาก
เธอไม่เคยเห็นพี่ชายคนรองมีท่าทางแบบนี้มาก่อนในชีวิต แม้แต่มู่จวินฝานกับเสิ่นจวินเฉาที่อยู่ด้านหลังก็ยังขมวดคิ้ว
“น้องรอง ทำไมเจ้าถึงอยู่ในสภาพนี้?” องค์รัชทายาทก้าวเข้าไปถามน้องชายด้วยความเป็นกังวล “มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในเมืองหลวงหรือ?”
แม้ว่าตัวเขานั้นจะส่งองครักษ์เงาจำนวนมากไปค้นหาทั่วเมืองหลวง แต่ข้อมูลบางส่วนก็ยังได้รับผ่านมู่จวินเซิ่งและเซียวถังอี้อยู่ดี
ดังนั้นตอนที่เขาเห็นน้องชายคนรองอยู่ในสภาพอิดโรย เขาก็คิดได้เพียงว่าตนได้พลาดข้อมูลสำคัญบางอย่างไป
“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ” ยามที่แม่ทัพหนุ่มพูด เสียงของเขาแหบพร่ามาก “มีเรื่องเกิดขึ้นกับเซียวเซียว… จู่ ๆ ฉู่เสวียนก็บุกเข้ามาเมื่อคืน เขาต้องการจะลอบสังหารเซียวเซียวกับข้า”
“เซียวเซียวถูกฉู่เสวียนจับตัวไป จนกระทั่งตอนนี้ข้าก็ยังหาตัวนางไม่พบเลย”
มู่ไป๋ไป่จ้องมู่จวินเซิ่งด้วยความสับสน เธอต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเข้าใจว่าเขากำลังพูดอะไร
“ฉู่เสวียน?” เซียวถังอี้กับมู่จวินฝานมีท่าทีจริงจังขึ้น “เขามาคนเดียวหรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาหนีไปทางไหน”
ปัจจุบันฉู่เสวียนและคนของสำนักตระกูลถังกำลังซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลวง ปัญหาก็คือพวกเขายังหาที่ซ่อนตัวของอีกฝ่ายไม่พบ แม้ว่ามู่ไป๋ไป่จะขอความช่วยเหลือจากเหล่าสัตว์ทั้งหลายก็ตาม
หากมู่จวินเซิ่งสามารถพบเบาะแสอะไรบางอย่างได้ มันจะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพวกเขามาก นอกจากปัญหาที่มู่เทียนฉงถูกอาคมแล้ว เรื่องลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ไม่แพ้กัน
“ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ” มู่จวินเซิ่งตอบขณะแสดงสีหน้ารู้สึกผิด “เมื่อวานข้าออกไปดื่มที่ร้านอาหาร ข้าเมามาก…”
จากนั้นชายหนุ่มก็หันไปพูดกับน้องสาว “ไป๋ไป่ พี่รองขอโทษ เจ้าฝากเซียวเซียวไว้กับพี่ แต่พี่ก็ยังปกป้องนางเอาไว้ไม่ได้ มันเป็นความผิดของพี่รองเอง ถ้าอยากจะโทษใครสักคน…”
“พี่รองพอเถอะ” มู่ไป๋ไป่ที่สงบสติอารมณ์ได้แล้วรีบก้าวเข้าไปกอดพี่ชายคนรอง “ข้ารู้ดีว่าท่านไม่อยากให้มีเรื่องเกิดขึ้นกับเซียวเซียวมากกว่าใคร ไม่เป็นไร เราจะไปตามหาหลัวเซียวเซียวด้วยกัน ข้าจะรวบรวมสัตว์ทั่วเมืองหลวงอีกครั้ง ข้าเชื่อว่าเซียวเซียวจะยังมีชีวิตอยู่”
มู่จวินเซิ่งสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกอดน้องสาวกลับ ก่อนจะแสดงออกถึงความอ่อนแอต่อหน้าคนที่เขารักมากที่สุด
ถูกต้อง มันเป็นดั่งที่มู่ไป๋ไป่พูดเอาไว้
ในตอนที่หลัวเซียวเซียวพบเจอปัญหา เขารู้สึกแย่มากกว่าใคร ๆ
แต่ในฐานะแม่ทัพ เขาไม่สามารถแสดงอารมณ์นี้ต่อหน้าผู้อื่นได้จริง ๆ เขาทำได้เพียงต้องข่มอารมณ์ไว้ในใจและทำตัวเข้มแข็งเป็นผู้นำของทุกคนเท่านั้น
มู่ไป๋ไป่ตบไหล่ปลอบผู้เป็นพี่ชาย จากนั้นจึงเลื่อนสายตาไปมองเซียวถังอี้
ชายหนุ่มเข้าใจสายตาที่หญิงสาวส่งมา เขาจึงเงยหน้าเป่าปากขึ้นไปบนท้องฟ้า
ในไม่ช้าเงาขนาดใหญ่ก็โฉบลงมา แล้วก็พุ่งไปเกาะบนไหล่ของเซียวถังอี้
“นายท่าน ท่านจ้าวอสูร มีอะไรให้ข้ารับใช้หรือขอรับ?” ชางหลานยืดตัวตรงอยู่บนไหล่ของผู้เป็นนาย ซึ่งท่าทางของมันดูสง่างามมาก
“ชางหลาน ข้ามีเรื่องด่วนต้องรบกวนให้เจ้าช่วยอีกแล้ว” มู่ไป๋ไป่ไม่เสียเวลาพูดอ้อมค้อม เธออธิบายสถานการณ์ให้เหยี่ยวตัวโตฟังต่อหน้าทุกคนและออกคำสั่ง “เจ้าช่วยข้าไปแจ้งข่าวให้สัตว์ต่าง ๆ ในเมืองออกตามหาเซียวเซียว โดยเฉพาะสัตว์ที่มีประสาทรับกลิ่นดีเยี่ยม แล้วข้าจะมอบของตอบแทนให้อย่างงาม”
“เซียวเซียวเป็นคนฉลาด นางจะต้องหาทางขอความช่วยเหลือแน่ สั่งให้พวกนกออกไปบินตรวจตรารอบ ๆ อย่างต่อเนื่อง หากพวกเจ้าได้รับสัญญาณหรือพบอะไรน่าสงสัย ให้รีบแจ้งข้าทันที”
“ขอรับ” ชางหลานพยักหน้าเพื่อบ่งบอกว่ามันเข้าใจแล้ว จากนั้นมันก็ใช้ปากคาบผ้าเช็ดหน้าจากมือของหญิงสาว ก่อนจะกางปีกบินขึ้นไปบนท้องนภาและหายลับไปจากสายตาของทุกคนอย่างรวดเร็ว
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เสิ่นจวินเฉากับมู่จวินฝานได้เห็นมู่ไป๋ไป่พูดคุยกับสัตว์ แต่การได้เห็นมันอีกครั้งพวกเขาก็ยังคิดว่าเรื่องนี้มันยากจะเชื่ออยู่เหมือนเคย จึงอดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่า “ไป๋ไป่ให้ชางหลานช่วยถ่ายทอดคำสั่ง แล้วสัตว์ตัวอื่น ๆ จะเข้าใจคำพูดของชางหลานหรือไม่?”
“เข้าใจเพคะ” หญิงสาวยิ้มแบบฝืน ๆ “ถึงแม้ว่าพวกมันจะเป็นสัตว์ต่างสายพันธุ์กัน แต่ก็ไม่มีปัญหาในการสื่อสารกันเลย ตัวอย่างเช่น แม้ว่าในเป่ยหลงจะมีภาษาแต่ละพื้นถิ่นแตกต่างกันออกไป แต่ทุกคนก็ยังสามารถสื่อสารเป็นภาษากลางได้”
เสิ่นจวินเฉากับมู่จวินฝานทำหน้าเข้าใจก่อนจะยิ้มให้น้องสาว “เราไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้กันเลย”
“พี่รอง ถ้าอย่างนั้นก็ให้ช่วยข้าตามหาแม่นางเซียวเซียวเถอะ” เสิ่นจวินเฉาหันไปพูดกับพี่ชายคนรองพลางโบกพัดตัวเอง “ขอเพียงคนที่ลักพาตัวแม่นางเซียวเซียวยังอาศัยอยู่ในเมืองหลวง คนพวกนั้นก็ยังจำเป็นจะต้องกินอาหารและใช้เสื้อผ้า”
“ข้ามีสายลับแฝงตัวอยู่ในร้านทุกที่ในเมืองหลวง ข้าจะสั่งให้พวกเขาช่วยจับตาดูคนต้องสงสัย แล้วอีกไม่นานเราน่าจะได้รับข่าวเร็ว ๆ นี้”
มู่จวินเซิ่งสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นโค้งคำนับให้น้องชายเป็นการขอบคุณ “น้องสาม ข้าจะจดจำบุญคุณในครั้งนี้เอาไว้ให้ขึ้นใจ”
แม่ทัพหนุ่มรู้สึกซาบซึ้งใจมากที่ครอบครัวของเขาเต็มใจที่จะช่วยเหลือในยามที่ตนประสบปัญหาและกำลังมืดแปดด้าน มันทำให้เขาเริ่มมีความหวังในการตามหาหญิงสาวที่เขารัก
“ด้วยความยินดี” เสิ่นจวินเฉายิ้มพร้อมกับขยับพัดเบา ๆ “ข้าแค่หวังว่าในตอนที่ท่านจะต้องซื้อเสบียงของกองทัพ ท่านจะให้โอกาสข้าที่เป็นน้องชายของท่าน”
--------------------------------------------------
พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ฮือออ สภาพพี่รองคือไม่ไหวแล้ว