เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 518: อย่างไรก็ได้ ขอเพียงเจ้าเชื่อฟัง

บทที่ 518: อย่างไรก็ได้ ขอเพียงเจ้าเชื่อฟัง

บทที่ 518: อย่างไรก็ได้ ขอเพียงเจ้าเชื่อฟัง


สำหรับหลัวเซียวเซียว คืนนี้ช่างแสนยาวนาน

ในยามที่ท้องฟ้านอกหน้าต่างค่อย ๆ สว่างขึ้น นางก็รู้สึกเหมือนกับว่าเวลาผ่านไปนานหลายปี

ไม่นานนางก็เริ่มรับรู้ถึงทุกส่วนของร่างกาย แต่ยังเคลื่อนไหวได้ไม่คล่องตัวนัก นางจึงพยายามระงับความหงุดหงิดในใจเพื่อรอต่อไป

ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

เมื่อฝีเท้านั้นมาถึงหน้าประตู ฉู่เสวียนที่หลับตานอนอยู่ด้านข้างก็ลุกขึ้นทันที

ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาเร็วมากจนหลัวเซียวเซียวอดสงสัยไม่ได้ว่าก่อนหน้านี้เขาแกล้งหลับหรือไม่

ชายหนุ่มลดม่านลงจากนั้นก็เดินไปเปิดประตู “มีอะไรหรือขอรับ?”

ด้านนอกประตู มือของถังเป่ยเฉินยังคงยกอยู่กลางอากาศในขณะที่เขาเตรียมจะเคาะประตู เขาเหลือบมองไปที่ห้องด้านหลังฉู่เสวียนโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามว่า “ทำไมเจ้าถึงตื่นเช้าขนาดนี้ หรือว่าไม่ได้นอนทั้งคืนอีกแล้ว?”

ฝ่ายที่ถูกถามจ้องชายตรงหน้าอย่างไร้ความรู้สึกอยู่นิ่ง ๆ โดยไม่ตอบคำถามของเขา

เจ้าสำนักตระกูลถังที่เห็นดังนี้ก็ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเพื่อคลายอาการปวดหัว “หลัวเซียวเซียวตายแล้วใช่หรือไม่ เจ้าเอาศพนางไปไว้ที่ไหน? คนของจวนแม่ทัพกำลังตามหานางทั่วเมืองหลวง ตอนนี้ข้างนอกกำลังวุ่นวายมากเลยทีเดียว”

ในที่สุดฉู่เสวียนก็ตอบสนอง เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นทำให้ดวงตาสีแดงก่ำของเขายิ่งดูน่าขนลุกในยามที่อยู่ใต้เงามืด แม้แต่ถังเป่ยเฉินก็ยังอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาอย่างกะทันหันที่ใช้ราชากู่กับผู้ชายคนนี้ ตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นเพียงแมลงธรรมดาเท่านั้น ในฐานะเจ้าสำนักตระกูลถังคนปัจจุบัน การควบคุมแมลงกู่นั้นเป็นเรื่องง่ายดายมาก

ในตอนที่ฉู่เสวียนเสียการควบคุม อีกทั้งยังทำตัวผิดปกติ เขาก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเรื่อย ๆ

เขาคิดอยู่ตลอดว่าถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไป จะต้องมีเรื่องแย่ ๆ เกิดขึ้นกับอีกฝ่ายแน่ แล้วเขาอาจจะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ด้วยซ้ำ

“นางตายแล้วขอรับ” ฉู่เสวียนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ข้าทำลายใบหน้าของนางแล้วเอาศพไปโยนทิ้งเรียบร้อยแล้ว”

ถังเป่ยเฉินถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่เขาก็อดที่จะถามออกไปไม่ได้ว่า “ถ้าเจ้าอยากฆ่านาง ก็ฆ่านางไปสิ ทำไมต้องทำลายใบหน้านางด้วย?”

“ดูจากการเคลื่อนไหวของจวนแม่ทัพแล้ว ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่ล้มเลิกจนกว่าจะพบศพของนาง”

ฉู่เสวียนตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “แค่ได้เห็นข้าก็รู้สึกน่ารำคาญมากแล้ว ถ้าพวกมันไม่ยอมหยุด ข้าส่งศพกลับไปให้พวกมันก็ได้”

“ช่างเถอะ ๆ” เจ้าสำนักตระกูลถังรีบห้ามเขาไว้ “ยิ่งเราอยู่เงียบ ๆ มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น เจ้าเองก็เลิกก่อเรื่องได้แล้ว”

ฉู่เสวียนตอบรับในลำคอและไม่ได้พูดอะไรอีก

ถังเป่ยเฉินเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรกับเอีกฝ่ายต่อ เขาจึงหันหลังเดินออกไป ในจังหวะนั้นลมได้พัดเข้าไปทางประตูทำให้ผ้าม่านบนเตียงเปิดขึ้นเผยให้เห็นเสื้อผ้าสีอ่อน

ทันใดนั้นดวงตาของเจ้าสำนักตระกูลถังก็คมดุขึ้น “มีคนอยู่ในห้องของเจ้า ใครกัน?”

หลัวเซียวเซียวที่นอนอยู่บนเตียงเผลอกลั้นหายใจทันที

ปัจจุบันนางเริ่มขยับนิ้วได้แล้ว แต่เหตุการณ์นี้ทำให้นางไม่กล้าขยับเลย

วรยุทธของฉู่เสวียนนั้นสูงกว่านางมาก หากเพิ่มถังเป่ยเฉินเข้าไปอีกคน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเอาชนะฝ่ายศัตรู แม้แต่โอกาสในการเอาตัวรอดก็แทบไม่มีด้วยซ้ำ

ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่คาดคิดมาก่อนว่าฉู่เสวียนจะพานางมาซ่อนอยู่ที่เดียวกับเจ้าสำนักตระกูลถัง

นางจะต้องหาทางหลบหนีออกไปจากที่นี่แล้วแจ้งเรื่องดังกล่าวให้องค์หญิงหกทราบให้ได้

“ขอรับ” คำตอบที่เฉยเมยของฉู่เสวียนดังขัดจังหวะความคิดของหญิงสาว เนื่องจากนางนอนนิ่งอยู่บนเตียง ม่านจึงได้บดบังวิสัยทัศน์ส่วนใหญ่ นางจึงทำได้เพียงเพ่งสมาธิเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวด้านนอกเท่านั้น

“ใคร?” น้ำเสียงของถังเป่ยเฉินเริ่มเข้มขึ้น “ฉู่เสวียน เจ้าพาใครกลับมา เจ้ารู้หรือไม่ว่าถ้าเราถูกจับได้ ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร!”

ฉู่เสวียนมองถังเป่ยเฉินเงียบ ๆ โดยไม่ตอบอะไร

แต่ความเงียบนั้นให้ความรู้สึกอึดอัดมาก ในตอนที่หลัวเซียวเซียวคิดว่าเจ้าสำนักตระกูลถังจะทำร้ายชายหนุ่ม นางก็ได้ยินถังเป่ยเฉินส่งเสียงขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

“หรือว่าเจ้า… พาศพของหลัวเซียวเซียวกลับมาที่นี่หรือ?”

“...”

“...”

อย่างไรก็ตาม ถังเป่ยเฉินมองว่าความเงียบของฉู่เสวียนเป็นการตอบตกลงโดยปริยาย ในชั่วขณะนั้นเขารู้สึกสับสนมาก ในสายตาของเขา ชายผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว

เพราะเขาไม่ใช่มนุษย์ ความคิดของเขาถึงได้ผิดมนุษย์มนาไปมากถึงเพียงนี้เลยหรือ?

“เจ้า!” เจ้าสำนักตระกูลถังชี้หน้าฉู่เสวียนในขณะที่เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเขามองใบหน้าไร้ความรู้สึกของอีกฝ่าย เขาก็พูดไม่ออกสักคำ

ในที่สุดเขาก็หลุดปากได้เพียงคำว่า ‘เจ้า’ จากนั้นเขาก็แสดงท่าทีฮึดฮัดแล้วกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “เจ้ารีบกำจัดศพนางออกไปให้เร็วที่สุด เสร็จแล้วก็ให้รีบกลับมา”

ฉู่เสวียนรอจนกระทั่งเสียงฝีเท้าของถังเป่ยเฉินหายไป ก่อนที่จะปิดประตูแล้วเดินกลับไปที่เตียง ขณะนี้ม่านเตียงถูกเปิดออก หลัวเซียวเซียวมองเขาและกระซิบว่า “ถังเป่ยเฉินสั่งให้ท่านฆ่าข้า แล้วทำไมท่านถึงขัดคำสั่งเขา?”

ชายหนุ่มยังคงนิ่งเงียบ เขากลับมาล้มตัวนอนลงบนเตียงและหลับตาลง

ท่าทางของเขาดูเหมือนคนที่เหนื่อยล้ามาก

แต่หลัวเซียวเซียวรู้สึกว่าเขาไม่ได้หลับจริง ๆ

“ฉู่เสวียน ถ้าท่านไม่ฆ่าข้าตอนนี้ คราวหน้าท่านจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว” หญิงสาวกล่าวพลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ “หากมีโอกาสข้าจะรีบหลบหนีทันที หลังจากที่ข้าออกไปแล้ว ข้าจะบอกว่าท่านซ่อนตัวอยู่ที่ไหน…”

“ได้ อย่างไรก็ได้” ฉู่เสวียนตอบทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา “ไม่สำคัญว่าเจ้าจะทำอะไร ขอเพียงเจ้าเชื่อฟังคำสั่งก็พอ”

จู่ ๆ หลัวเซียวเซียวก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างมาบีบคอนางเอาไว้จนทำให้กระบอกตาร้อนผ่าว

ฉู่เสวียน… ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านกำลังพูดอะไร?

ในเวลาเดียวกัน ณ จวนแม่ทัพ

หลังจากที่มู่จวินเซิ่งสร่างเมาแล้ว เขาก็พาคนออกไปตามหาหลัวเซียวเซียวทันที

แต่เขาค้นหาเกือบทั่วทั้งเมืองหลวงก็ยังไม่พบร่องรอยของหญิงสาวเลย

“นี่ ท่านพักก่อนเถอะ” ฉินเซียวนวดขมับเพื่อคลายอาการเมาค้างของตัวเองและแนะนำสหายของเขาว่า “ท่านตามหานางมาทั้งคืนแล้ว ถ้าท่านยังทำเช่นนี้ต่อไป พอเจอคุณหนูหลัวแล้วท่านคงจะไม่ไหวเอา”

“ข้าไม่เป็นไร” ยามนี้สีหน้าของแม่ทัพหนุ่มดูหม่นหมองมาก พร้อมกับที่ไอสังหารแผ่ออกมาจากทั่วร่างกายเขา

นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาฆ่าฟันศัตรูอยู่ที่ชายแดนมาหลายปี ตามปกติเขาจะควบคุมมันได้ดี แต่วันนี้เนื่องจากมีเรื่องเกิดขึ้นกับหลัวเซียวเซียว เขาจึงเริ่มควบคุมมันเอาไว้ไม่ได้

“ท่านไม่เป็นไร แต่ข้าเป็น!” ผู้บัญชาการฉินเดินไปนั่งลงเก้าอี้ข้างถนนแล้วตะโกนสั่งน้ำชาจากเถ้าแก่ร้าน จากนั้นเขาก็หันมาพูดกับสหายว่า “ในเมื่อท่านแน่ใจว่าคนที่ลักพาตัวคุณหนูหลัวเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่ลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาท เราจะตามหาพวกมันตอนนี้ไปทำไม หากเราหาพวกมันพบ พวกราชองครักษ์ก็คงพบตัวคนพวกนั้นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”

“นอกจากนี้ ข้าได้ยินมาว่าองค์หญิงหกกำลังตามหาพวกมันอยู่เช่นกัน แต่พระองค์ก็ยังไม่ได้รับข่าวอะไรเลย ท่านคิดว่าเพียงแค่กำลังของเรา 2 คนจะค้นหาอะไรได้?”

มู่จวินเซิ่งหันกลับมาเขม็งมองฉินเซียว ดวงตาเย็นชาของเขาทำให้ฝ่ายที่ได้สบตาต้องตัวสั่น “ถ้าเจ้าไม่อยากตามหา เจ้าก็นั่งพักอยู่ที่นี่ไป อย่ามาห้ามข้า คนอื่นหาไม่ได้ นั่นไม่ได้หมายความว่าข้าจะหาไม่ได้เช่นกัน!”

“...”

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะเดินออกไปค้นหาพร้อมกับคนของตน เขาก็ได้รับจดหมายจากมู่ไป๋ไป่ผ่านนกพิราบ

เขาเหลือบมองสหายของตัวเอง ในขณะที่สายตาแสดงถึงการต่อต้าน ในที่สุดเขาก็คว้าคอเสื้อฉินเซียวมาพูดว่า “ข้าขอถอนคำพูดเมื่อกี้นี้ เจ้าจะต้องช่วยข้าตามหานางต่อไป ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเมื่อคืนนี้เจ้าเมาจนไร้สติ เซียวเซียวคงไม่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูเพียงลำพัง ตอนนี้ข้าจะเข้าไปในวังหลวง ถ้าข้าออกมาแล้วเจ้ายังหานางไม่พบ ข้าไม่จบกับเจ้าแน่!”

หลังจากพูดเช่นนั้น แม่ทัพหนุ่มก็ผละตัวออกจากอีกฝ่าย แล้วหันหลังเดินออกไปโดยไม่รอฟังคำตอบจากคู่สนทนา

ผู้บัญชาการฉินมองตามแผ่นหลังของมู่จวินเซิ่งไป เวลาผ่านไปไม่นานเขาก็เริ่มสบถคำหยาบคาย

“พวกเจ้ามองอะไร ไม่ได้ยินสิ่งที่ท่านแม่ทัพสั่งหรืออย่างไร?!”

“ไยไม่รีบไปตามหาคนอีก!”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ฉู่เสวียนคือเกินเยียวยาไปมาก สงสารทั้งคู่เลย

จบบทที่ บทที่ 518: อย่างไรก็ได้ ขอเพียงเจ้าเชื่อฟัง

คัดลอกลิงก์แล้ว