- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 516: เธอไม่อยากกลับไปเหรอ?
บทที่ 516: เธอไม่อยากกลับไปเหรอ?
บทที่ 516: เธอไม่อยากกลับไปเหรอ?
อย่างไรก็ตาม มันสายเกินไปเสียแล้ว หลัวเซียวเซียวพลิกกระบี่แทงตรงไปที่ไหล่ของฉู่เสวียน
ฉึก!
เสียงเหล็กคมแทงทะลุเนื้อดังสะท้อนชัดเจนมากขึ้นในยามค่ำคืน มันทำให้หัวใจของหญิงสาวเจ็บแปลบ
นางยังคงจ้องคนที่มีสีหน้าไร้อารมณ์ นั่นยิ่งทำให้นางรู้สึกสับสนมากยิ่งขึ้น “ทำไม…”
ทำไมเขาถึงไม่หลบ?
เขามาที่นี่เพื่อฆ่านางไม่ใช่หรือ?
แล้วทำไมเขาถึงปล่อยให้นาง…
“ทำไม? บอกข้ามาเดี๋ยวนี้!” ยามนี้มือของหลัวเซียวเซียวที่ถือกระบี่สั่นเทา นางไม่กล้ามองกระบี่ของตัวเองด้วยซ้ำ นี่ยังไม่นับรวมถึงเลือดที่กำลังไหลซึมออกมาจากร่างของชายหนุ่มตรงหน้า
“ทำไม?” ฉู่เสวียนดูเหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัว สุดท้ายแล้วเขาก็ค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้น “ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไม”
หลังจากพูดจบเขาก็ไม่สนใจอาการบาดเจ็บที่ไหล่ของตัวเองแล้วพุ่งเข้าหาหลัวเซียวเซียวเพื่อสกัดจุดให้นางหมดสติทันที
ก่อนที่หญิงสาวจะหมดสติ นางเห็นเพียงดวงตาสีแดงเลือดของชายหนุ่มที่สะท้อนอยู่ภายใต้แสงจันทร์
ความสงสัยได้แล่นเข้ามาในหัวของนางชั่วขณะ
ดวงตาของฉู่เสวียนกลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
จากนั้นร่างสูงก็อุ้มหลัวเซียวเซียวที่หมดสติขึ้นมาแล้วเขาก็หายตัวไปอย่างเงียบ ๆ
ในเวลาเดียวกัน หลังจากพ่อบ้านส่งมู่จวินเซิ่งกลับไปถึงจวนแม่ทัพเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบสั่งให้คนไปต้มยาแก้เมาค้างให้แก่อีกฝ่าย จากนั้นเขาก็พาคนไปช่วยคุณหนูหลัว
ทว่าเมื่อเขากับลูกน้องมาถึงบริเวณหน้าร้าน ที่นั่นมีเพียงถนนที่ว่างเปล่า ไม่พบร่องรอยของหลัวเซียวเซียวหรือแม้แต่ศัตรูเลย
พ่อบ้านสูงวัยมองดูคราบเลือดที่หยดอยู่บนพื้นแล้วหัวใจหนักอึ้งขึ้นทันที
“ท่านพ่อบ้าน แบบนี้พวกเราควรทำอย่างไรกันดีขอรับ?” ทหารของจวนแม่ทัพมีสีหน้าเคร่งขรึมหลังจากที่พวกเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น “ท่านแม่ทัพให้ความสำคัญกับคุณหนูหลัวมาก ถ้าเขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าคุณหนูหลัวหายตัวไป…”
“เจ้าอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป!” พ่อบ้านหันไปดุทหารคนนั้น “คุณหนูหลัวอาจจะกำลังไล่ตามโจรไปอยู่ก็ได้ พวกเจ้ารีบแยกย้ายไปตามหานาง ตอนนี้เมืองหลวงอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก ดังนั้นโจรคนนั้นคงไม่สามารถหลบหนีออกจากเมืองหลวงไปได้แน่”
“แม้ว่าวันนี้เราจะต้องพลิกทั้งเมืองหลวง เราก็ต้องตามหาคุณหนูหลัวให้พบ มิฉะนั้น ข้ากับพวกเจ้าก็รอไปรับโทษกับท่านแม่ทัพได้เลย”
ไม่นานทหารของจวนแม่ทัพก็พากันแยกย้ายออกไปตามหาหลัวเซียวเซียวคนละทิศละทาง
พ่อบ้านที่ยืนอยู่ที่เดิมมองขึ้นไปยังแสงจันทร์สลัวที่ถูกเมฆบดบังและภาวนาในใจขอให้ดวงจันทร์ช่วยพวกเขาหาตัวคุณหนูหลัวพบ
…
ในเวลาเดียวกัน ภายในวังหลวง
มู่ไป๋ไป่นอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง จู่ ๆ คืนนี้เธอก็รู้สึกนอนไม่หลับ ขณะที่เธอกำลังจะนับแกะในใจเพื่อกล่อมให้ตัวเองหลับ เธอก็ได้ยินเสียงนกดังมาจากนอกหน้าต่าง
หญิงสาวตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะรีบลุกขึ้นนั่งเพื่อตั้งใจฟังเสียงนั้นว่าตนเองไม่ได้หูฝาดไป ในไม่ช้าเธอก็หยิบเสื้อคลุมมาสวมแล้วเดินไปที่หน้าต่าง
“ใครน่ะ?”
“จุ๊กกรู้~” เสียงนั้นดังใกล้เข้ามา แต่มองอย่างไรเธอก็ไม่เห็นเจ้าของเสียง
มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วพร้อมพูดเตือนออกไปว่า “ถ้าอยากพบข้าก็อย่าเล่นอะไรแบบนี้ รีบออกมาเถอะ ไม่เช่นนั้นก็อย่าโทษที่ข้าทำตัวหยาบคายด้วย ถึงอย่างไรวันนี้ข้าก็นอนไม่หลับ ข้าไม่รังเกียจที่จะมาเล่นกับท่าน”
“อ่า… ข้ามาแล้ว” เสียงคุ้นเคยดังมาจากใต้ขอบหน้าต่าง มู่ไป๋ไป่มองตามเสียงนั้นไปก็พบว่ามีคนนั่งหมอบอยู่ที่มุมหนึ่งของเรือนซึ่งเธอไม่ทันได้สังเกต
คนที่มีผมสีทองนั้นดูสะดุดตามากแม้จะอยู่ภายใต้แสงจันทร์
“องค์หญิงซีเยว่?” มู่ไป๋ไป่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาประหลาดใจ อันที่จริงเธอเกือบจะลืมชื่ออีกฝ่ายไปแล้วด้วยซ้ำ
“ฉันเอง ๆ” ซีเยว่ลุกขึ้นจากพุ่มไม้มาทักทายเจ้าของเรือนด้วยรอยยิ้ม “ฉันมาหากลางดึก ไม่คิดว่าเธอจะยังตื่นอยู่ ฉันรบกวนเธอหรือเปล่า?”
มู่ไป๋ไป่ไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีที่ผู้หญิงคนนี้มาหาเธอกลางค่ำกลางคืนด้วยวิธีประหลาด ๆ “ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ เวลานี้ควรจะนอนหลับพักผ่อนให้ดี ทำไมเธอถึงมาหาฉันเสียล่ะ?”
ทั้งคู่พบกันครั้งสุดท้ายในงานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮา จากนั้นพวกเธอก็ไม่เคยพบกันอีกเลย
ตามข่าวที่ได้รับบอกว่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาท ทูตที่มาร่วมเฉลิมฉลองทั้งหมดถูกจัดให้พักอยู่อีกฝั่งของวังหลวง ปัจจุบันอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก คนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า ส่วนมู่ไป๋ไป่ก็มัวแต่วุ่นอยู่กับการตามหาพวกถังเป่ยเฉิน พวกเธอจึงไม่ได้ติดต่อหากัน
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาหาเธอในเวลานี้ แต่สถานการณ์นี้มันเร่งด่วนมาก” ดวงตาของซีเยว่เป็นประกายขณะที่เธอพูด “องค์หญิงหก เธอเคยคิดที่จะหาวิธีกลับไปยังโลกเดิมหรือเปล่า?”
มู่ไป๋ไป่ตกตะลึงที่จู่ ๆ อีกฝ่ายก็ถามคำถามนี้ “เธอหมายความว่ายังไง?”
หญิงสาวอาศัยอยู่ในโลกนี้มานานหลายปีจนลืมไปแล้วว่าตนเองนั้นไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้ตั้งแต่แรก
“ก็เป็นไปตามที่เธอคิดนั่นแหละ” ซีเยว่ขยับเข้ามาใกล้มู่ไป๋ไป่ด้วยความตื่นเต้น “พูดตามตรงนะ ตั้งแต่ที่ฉันทะลุมิติมาที่โลกนี้ ฉันก็พยายามหาวิธีการเดินทางกลับไป”
“ถึงแม้ว่าโลกนี้จะไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่สำหรับฉัน มันไม่ค่อยสะดวกสบายเลยเพราะขาดเทคโนโลยีและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทันสมัย”
“แต่ฉันก็ยังพอจะโชคดีอยู่บ้าง หลังจากค้นหาวิธีอยู่สักพัก ฉันก็ค้นพบวิธีที่จะเปิดประตูมิติ แต่วิธีการนี้มันลึกลับมาก มันมีช่วงเวลาที่แน่นอน”
“เมื่อกี้นี้ฉันรู้สึกว่าโอกาสกำลังมาถึง และโอกาสนั้นก็อยู่ในวังหลวงของเธอแล้ว!”
มู่ไป๋ไป่ตกตะลึงงันทันทีเมื่อได้ยินเช่นนี้ “แล้ว?”
“ฉันเลยเดาได้ว่าโอกาสนั้นคือเธอ!” ซีเยว่พูดพร้อมกับคว้ามือเพื่อนสาวมาจับ “เธอรู้ไหมว่าโอกาสนั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาเป็นเวลาหลายปี แต่หลังจากที่ฉันเจอเธอเมื่อไม่นานมานี้ โอกาสก็ปรากฏขึ้น ถ้ามันไม่ใช่เธอแล้วมันจะเป็นอะไรไปได้?”
“เดี๋ยวนะ” มู่ไป๋ไป่เริ่มรู้สึกสับสนกับสิ่งที่คนตรงหน้าพูด เธอจึงยกมือขึ้นปรามอีกฝ่าย “เธอเอาอะไรมาตัดสินว่าโอกาสนั้นเป็นฉัน เธอมั่นใจได้ยังไงว่าประตูมิติจะพาเรากลับไปสู่โลกเดิมที่จากมาได้จริง ๆ?”
“นี่ก็ผ่านมานานหลายปีแล้ว… ถ้าเราได้กลับไปอีกครั้ง เราจะกลับไปในช่วงเวลาและสถานที่ไหน?”
“เรื่องนี้ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” ซีเยว่ตอบพลางเกาหัว ก่อนที่เธอจะหยิบกล่องเล็ก ๆ ออกมาจากแขนเสื้อ
กล่องนี้ดูเหมือนจะทำมาจากเหล็ก แต่มันก็มีลวดลายสลักอยู่ทั้ง 4 ด้าน
มู่ไป๋ไป่อาศัยแสงจันทร์มองกล่องนั้นและเห็นว่ามันเป็นเทียนกานตี้จือ*
*เทียนกานตี้จือ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า แผนภูมิสวรรค์ คือระบบเลขฐาน 60 แบบวนรอบที่เขียนด้วยอักษรจีน ซึ่งประกอบด้วยส่วนย่อย 2 ส่วน ได้แก่ ภาคสวรรค์ เรียกว่า "ราศีบน" มี 10 ตัวอักษร (天干; tiāngān เทียนกาน) และภาคปฐพี เรียกว่า "ราศีล่าง" มี 12 ตัวอักษร (地支; dìzhī ตี้จือ) แผนภูมิสวรรค์ใช้สำหรับการนับวันและปีแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในโหราศาสตร์ของจีน
“สิ่งนี้เป็นสมบัติของแคว้นซีฉือ” ซีเยว่อธิบายขณะยกกล่องขึ้นมา “ตามบันทึกในประวัติศาสตร์ของแคว้น หากเปิดใช้งานกล่องนี้ เราจะสามารถเดินทางผ่านแม่น้ำแห่งกาลเวลาไปสู่อดีตหรืออนาคตได้”
“แต่การขับเคลื่อนของกล่องนี้ เราจะต้องใช้บางสิ่งบางอย่างที่พิเศษมาก ตามประวัติศาสตร์ไม่ได้บันทึกข้อมูลเอาไว้ทั้งหมด ฉันก็เลยยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร”
“แต่ว่า! กล่องนี้เกิดปฏิกิริยาในตอนที่ฉันพบเธอ เธอลองดูสิ่งที่สลักบนนี้สิ มันเรืองแสงอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
ซีเยว่ชี้ไปที่แผนภูมิสวรรค์ด้านหนึ่งของกล่อง มู่ไป๋ไป่จึงขยับเข้าไปใกล้และเห็นว่ามันเรืองแสงจาง ๆ แบบกะพริบอยู่บนตัวเลข ซึ่งภาพที่ปรากฏดูน่าอัศจรรย์มาก
“เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ซีเยว่พยายามระงับความตื่นเต้นของตัวเองเอาไว้ “ดังนั้นฉันจึงสันนิษฐานว่าเธอเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดใช้งานกล่องนี้”
มู่ไป๋ไป่พยายามทำความเข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายในขณะที่เธอก้าวถอยห่างจากกล่องออกไปโดยไม่รู้ตัว
“ขอโทษ ฉัน…”
แล้วตัวเธอล่ะ?
เธอไม่อยากกลับไปที่โลกเดิมของเธอเหรอ?
เธอยังอยากอยู่บนโลกนี้ต่อไปหรือเปล่า?
คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของหญิงสาว แต่เธอก็ไม่สามารถตอบอะไรออกมาได้
ซีเยว่จ้องมองปฏิกิริยาของคนตรงหน้า แล้วความตื่นเต้นของเธอก็ค่อย ๆ จางหายไป “เธอไม่อยากกลับไปเหรอ?”
“ไม่” มู่ไป๋ไป่ตอบออกไปโดยไม่รู้ตัว แต่เธอก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายให้อีกฝ่ายฟังว่าอย่างไร
--------------------------------------------------
พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: เซียวเซียวแย่แล้วววว ว่าแต่มีวิธีเดินทางข้ามมิติได้ด้วย แต่ดูเหมือนไป๋ไป่จะไม่อยากกลับไปนะ