- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 514: พาท่านแม่ทัพกลับจวน
บทที่ 514: พาท่านแม่ทัพกลับจวน
บทที่ 514: พาท่านแม่ทัพกลับจวน
หลัวเซียวเซียวเงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นจึงพยักหน้า “ท่านรอสักครู่ ข้าจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”
เมื่อพ่อบ้านสูงวัยได้ยินคำตอบตกลงของหญิงสาว เขาก็รู้สึกมีความสุขมากและเขาก็ตะโกนตามหลังอีกฝ่ายไปว่าไม่ต้องรีบ เขาจะให้คนไปเตรียมรถม้า
หลัวเซียวเซียวใช้เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าและสวมเสื้อคลุมไม่นานก่อนจะเดินออกจากห้อง
กลางคืนยามนี้มีลมแรง สายลมได้หอบความเย็นที่มีอุณหภูมิกำลังดีไม่ร้อนหรือไม่หนาวเกินไปพัดผ่านตัวของหญิงสาว
หลัวเซียวเซียวนั่งอยู่ในรถม้าพลางมองทิวทัศน์ยามค่ำคืน 2 ข้างถนน
นางรู้ว่าเหตุใดมู่จวินเซิ่งจึงออกไปดื่มหนักขนาดนี้
เดิมทีนางได้ตัดสินใจว่าจะลองเปิดใจยอมรับองค์ชายรอง และนางก็ทำเช่นนั้นมาสักพักแล้ว
อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของฉู่เสวียนทำให้สิ่งที่นางคิดไว้ต้องหยุดชะงัก ซึ่งมันทำให้นางรู้ว่าตนกำลังหลอกตัวเอง
“คุณหนูหลัว เรามาถึงแล้วขอรับ” รถม้าหยุดลงพร้อมกับเสียงพ่อบ้านดังมาจากข้างนอก
หลัวเซียวเซียวตอบรับก่อนจะเปิดผ้าม่านเดินลงจากรถม้า แล้วนางก็พบว่าร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านที่มู่ไป๋ไป่มาเยี่ยมเยียนทุกปีหลังจากกลับเมืองหลวง
“คุณหนูหลัว ท่านแม่ทัพอยู่ชั้นบนขอรับ” พ่อบ้านชราถือโคมไฟไว้ในมือและยืนอยู่ที่ประตูร้านพร้อมกับพูดเร่งหญิงสาว “ตอนที่ข้าน้อยมาถึงก่อนหน้านี้ ท่านแม่ทัพเมาจนสติเหลือเพียงครึ่งเดียวแล้วขอรับ”
หลัวเซียวเซียวพยายามระงับความคิดในใจตัวเองแล้วพูดว่า “ข้าจะขึ้นไปตามท่านแม่ทัพ แต่… ข้าไม่รับปากว่าจะสามารถพาตัวท่านแม่ทัพกลับได้หรือไม่”
สุดท้ายแล้วมู่จวินเซิ่งก็มาที่นี่เพื่อดื่มดับความเศร้าโศกเพราะนาง
นางไม่แน่ใจว่าตอนนี้ชายหนุ่มต้องการพบนางหรือไม่ หากเขาเจอหน้านาง เขาจะมีปฏิกิริยาเช่นไรนางก็ไม่อาจทราบได้
“คุณหนูหลัว ท่านวางใจเถอะ ท่านแม่ทัพจะต้องฟังท่านแน่” พ่อบ้านรู้สึกมั่นใจมาก เขาเอาแต่จ้องหลัวเซียวเซียวด้วยสายตาเป็นประกายซึ่งทำให้นางรู้สึกอึดอัด แล้วนางก็ทำเพียงแค่พยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน
สิ่งที่นางไม่ทันสังเกตเห็นก็คือ บนหลังคาตรงข้ามร้านอาหารมีชายสวมชุดดำคนหนึ่งนั่งอยู่ ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมสีดำเผยให้เห็นเพียงดวงตาสีแดงคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมาที่นางเงียบ ๆ
นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้แสดงอาการบ้าคลั่งเหมือนก่อนหน้านี้ มันดูสงบนิ่งจนไม่เหมือนดวงตาของคนที่มีชีวิตอยู่
“นางเป็นคนที่เจ้ายึดติดอย่างนั้นหรือ?” ต้วนอ๋องปรากฏตัวขึ้นด้านหลังฉู่เสวียน จากนั้นจึงมองตามสายตาของอีกฝ่ายแล้วเห็นหลัวเซียวเซียวที่กำลังเดินขึ้นไปชั้น 2 “ฮ่าๆๆ ที่แท้เป็นผู้หญิงนี่เอง เจ้าก็ช่างเอาใจใส่เสียจริง”
ชายหนุ่มยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาไร้ชีวิตชีวาของเขายังคงมองตามหญิงสาวไปช้า ๆ มีเพียงมือของเขาเท่านั้นที่กำกระบี่เอาไว้แน่น
“ถังเป่ยเฉินสั่งให้เจ้าฆ่านางใช่หรือไม่?” ต้วนอ๋องคิดว่าฉู่เสวียนเป็นคนที่น่าสนใจมาก เพราะว่ามีไม่กี่คนที่สามารถดิ้นรนเพื่อเรียกสติตัวเองกลับมาหลังจากถูกราชากู่ควบคุม
เขาไม่เคยเห็นคนแบบนี้มาก่อนเลย
หากฉู่เสวียนไม่ใช่คนของถังเป่ยเฉิน เขาก็อยากจะพาอีกฝ่ายกลับไปที่หนานซวนเพื่อศึกษาให้ละเอียดดูสักครั้ง
สิ้นเสียงคำถามของต้วนอ๋อง ชายหนุ่มก็ยังคงนิ่งเงียบเช่นเคย
“เจ้าตัดใจลงมือกับนางได้หรือไม่?” ต้วนอ๋องจงใจเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงคล้ายกำลังกล่อมคู่สนทนา “ว่าอย่างไร? ถ้าเจ้าขอร้องข้า ข้าอาจจะไว้ชีวิตนาง”
เขาอยากจะดูว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ที่ฉู่เสวียนเสียการควบคุมเพราะผู้หญิงคนนี้
ในไม่ช้าดวงตาสีแดงเข้มของชายหนุ่มก็สั่นไหวเล็กน้อย แต่มันก็ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ทั้งสิ้นเหมือนกับว่าเขาไม่ได้ยินสิ่งที่ต้วนอ๋องพูด
ในร้านอาหารฝั่งตรงข้าม หลัวเซียวเซียวเดินตามเสี่ยวเอ้อร์ขึ้นไปชั้น 2 แล้วพบมู่จวินเซิ่งกับฉินเซียวที่อยู่ในสภาพเมามายแล้ว
ผู้บัญชาการฉินเผลอหลับไปทั้ง ๆ ที่ยังคงกอดไหสุราไว้ในอ้อมแขน ส่วนแม่ทัพหนุ่มที่อยู่ด้านข้างก็กำลังพยายามเขย่าตัวสหายเพื่อปลุกให้เขาลุกขึ้นมาดื่มต่อ
“ฉินเซียว เจ้าจะทำเช่นนี้ไม่ได้ ใครกันบอกว่าจะดื่มกับข้า ตอนนี้ข้ายังไม่เมา ทำไมเจ้าถึงเมาแล้วล่ะ รีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า”
“เจ้ายังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือไม่?”
ฉินเซียวที่โดนเขย่าตัวไม่เลิกรู้สึกเวียนหัว เขาจึงปัดมืออีกฝ่ายออก “ก็ได้ ข้าไม่ใช่ลูกผู้ชาย พอใจหรือยัง? ข้าดื่มต่อไม่ไหวแล้ว ถ้าท่านอยากดื่มก็ดื่มไปเองสิ พรุ่งนี้ข้าจะต้องไปเข้าเวรแต่เช้า…”
มู่จวินเซิ่งจ้องสหายของตัวเอง คิ้วหนาค่อย ๆ ยกขึ้นช้า ๆ และพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกว่า “เจ้านี่คออ่อนชะมัด”
“...” ฉินเซียวที่ได้ยินคำพูดไม่เข้าหูก็ทนไม่ไหวจึงลุกออกจากโต๊ะก่อนจะชี้หน้าอีกฝ่ายพร้อมพูดว่า “มู่จวินเซิ่ง ข้าทนท่านมานานแล้วนะ ท่านหมายความว่าอย่างไรที่บอกว่าข้าอ่อน?”
“ดื่มต่อหรือไม่ล่ะ? ดื่มสิ ถ้าเจ้าเมาต่อหน้าข้า ก็นับว่าเจ้าอ่อน” แม่ทัพหนุ่มพูดท้าทายคนตรงหน้า
เมื่อหลัวเซียวเซียวเห็นว่าทั้ง 2 ฝ่ายกำลังจะเริ่มดื่มอีกยก นางจึงถอนหายใจและเดินเข้าไปหาพวกเขา
“ท่านแม่ทัพ นี่ก็ดึกมากแล้ว ได้เวลากลับจวนแล้วเจ้าค่ะ”
มู่จวินเซิ่งชะงักไปทันทีและหันกลับไปมองหญิงสาวช้า ๆ
“ท่านแม่ทัพ?” หลัวเซียวเซียวคิดว่าชายหนุ่มไม่อยากกลับไปกับตน นางจึงคิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วนางก็เห็นเขายกมือขึ้นขยี้ตาตัวเองอยู่หลายครั้ง
“เซียวเซียว?”
“ข้าเองเจ้าค่ะ” หญิงสาวเพิ่งเข้าใจว่าแม่ทัพหนุ่มมึนเมาจนแทบจะมองไม่ออกว่านางเป็นใคร “ข้ามาพาท่านแม่ทัพกลับจวนเจ้าค่ะ”
มู่จวินเซิ่งยังคงจ้องหลัวเซียวเซียวไม่เลิก
“วันนี้เขาจะไม่กลับจวน” ฉินเซียวโซเซลุกขึ้นมากอดไหล่สหายคนสนิทแล้วกล่าวว่า “เราเพิ่งตกลงกันไปเมื่อกี้ว่าไม่เมาไม่กลับ ถ้าเขาคิดจะกลับตอนนี้ เขาจะต้องยอมรับว่าตัวเองนั้นเป็นไก่อ่อน”
“เจ้าสิไก่อ่อน” มู่จวินเซิ่งเหมือนถูกปลุกขึ้นจากความฝัน เขาเปลี่ยนไปทำสีหน้าเคร่งขรึมและยกมือขึ้นคว้าไหสุราในมือผู้บัญชาการหนุ่ม “ดื่ม”
แต่แล้วชายหนุ่มกลับพบว่าในมือของตัวเองว่างเปล่า “อ้าว สุราข้าหายไปไหน?”
หลัวเซียวเซียววางไหสุราที่นางดึงออกมาจากมือของแม่ทัพหนุ่มไว้ข้าง ๆ แล้วหันไปพูดกับเสี่ยวเอ้อร์ว่า “เสี่ยวเอ้อร์ ท่านรู้ทางไปจวนผู้บัญชาการฉินหรือไม่?”
เสี่ยวเอ้อร์ยิ้มและพยักหน้าตอบ “ขอรับ ข้าน้อยรู้ขอรับ คุณหนูหลัวถามทำไมหรือขอรับ?”
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอรบกวนให้เสี่ยวเอ้อร์ไปแจ้งให้ครอบครัวของผู้บัญชาการชินมารับเขากลับด้วย” หญิงสาวไหว้วานอีกฝ่ายและคิดจะจ่ายเงินให้กับเขา
“ไม่ ๆๆ ไม่ขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์รีบโบกมือปฏิเสธเมื่อเห็นว่าหลัวเซียวเซียวกำลังหยิบกระเป๋าเงินออกมา “นายท่านบอกว่าถ้าคนของหุบเขาหมอเทวดามากินดื่มที่ร้านไม่จำเป็นต้องจ่ายเงิน”
“ข้าน้อยจะไปทำตามที่ท่านสั่งทันที หากท่านมีเรื่องใดจะสั่งอีกก็บอกได้เลยขอรับ”
หลัวเซียวเซียวรู้ว่าเจ้าของร้านอาหารแห่งนี้คือเสิ่นจวินเฉา ในเมื่ออีกฝ่ายได้เอ่ยปากเช่นนี้แล้ว แม้ว่านางจะพยายามจ่ายเงิน แต่เสี่ยวเอ้อร์กับเถ้าแก่จะไม่มีวันรับเงินของนาง
พอหญิงสาวคิดถึงเรื่องนี้ นางก็เก็บเงินของตัวเองลงไปและกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ จากนั้นจึงหันไปหาฉินเซียวกับมู่จวินเซิ่งที่ยังคงเมาไม่ได้สติ
“ผู้บัญชาการฉิน ข้าขอให้เสี่ยวเอ้อร์ไปแจ้งคนที่บ้านของท่านแล้ว ได้โปรดรอสักครู่”
“อืม” ฉินเซียวพยักหน้ารับเบา ๆ แต่ผ่านไปได้ไม่กี่อึดใจ เขาก็หรี่ตามองหลัวเซียวเซียวราวกับว่าเขากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ จากนั้นเขาก็ลดเสียงพูดกับมู่จวินเซิ่งว่า “สหาย ท่านแอบไปแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมท่านถึงไม่บอกข้า ดูเหมือนว่าฮูหยินของท่านจะรักท่านมากทีเดียว…”
“ฮูหยิน?” แม่ทัพหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น เขายังคงทำหน้าจริงจังแต่ดวงตาของเขากลับดูสับสน “ข้าไม่มีฮูหยิน?”
“ท่านไม่มีฮูหยิน แล้วนางเป็นใครล่ะ?” ผู้บัญชาการฉินไม่เชื่อคำพูดของสหายพร้อมกับคิดว่าอีกฝ่ายกำลังหลอกตน เขาจึงยืนโซเซชี้ไปที่หลัวเซียวเซียวแล้วถามว่า “นางมารับท่านที่นี่ ถ้านางไม่ใช่ฮูหยินของท่าน แล้วนางเป็นใคร บอกข้ามาเดี๋ยวนี้นะ!”
“...” หญิงสาวที่ได้ยินดังนี้ไม่รู้ว่าจะพูดกับคนเมาอย่างไรดี
มู่จวินเซิ่งขมวดคิ้วคิดอยู่นานก่อนจะตอบว่า “ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ ข้าไม่มีฮูหยิน เจ้าอย่าพูดจาเหลวไหล ถ้าเกิดเซียวเซียวมาได้ยินเข้าแล้วเข้าใจผิดจะทำอย่างไร?”
--------------------------------------------------
พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: เมาแล้วสติเลอะเลือนมาก 2 คนนี้ ใครก็ได้รีบมาเอาไปเก็บที 555555