เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 513: ทุกคำพูดล้วนมาจากใจจริง

บทที่ 513: ทุกคำพูดล้วนมาจากใจจริง

บทที่ 513: ทุกคำพูดล้วนมาจากใจจริง


“นี่คือท่านแม่ทัพเองหรือ?” ดวงตาของนางหลัวเป็นประกายในยามที่นางมองชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“เจ้าค่ะ” หลัวเซียวเซียวเข้าไปช่วยพยุงผู้เป็นแม่และแนะนำมู่จวินเซิ่งให้นางรู้จัก “นอกจากนี้ท่านแม่ทัพผู้นี้ยังเป็นถึงองค์ชายรอง และเป็นพี่รองขององค์หญิงหกด้วยเจ้าค่ะ”

“ข้ารู้” นางหลัวจ้องชายหนุ่มรูปหล่อด้วยสายตาชื่นชม ดูเหมือนว่านางจะมีความคิดบางอย่างในใจจึงตีหัวตัวเองเบา ๆ “ดูหัวของแม่สิ เซียวเซียวช่วยแม่หน่อย แม่จะละเลยมารยาทในการพบปะท่านแม่ทัพไม่ได้”

“ท่านป้า ท่านไม่ต้องทำเช่นนั้นหรอกขอรับ” มู่จวินเซิ่งรีบเข้าไปห้ามหญิงวัยกลางคนเอาไว้ “อย่างที่ข้าเพิ่งพูดไป พวกท่านคิดเสียว่าที่นี่เป็นบ้านของตนเอง การอยู่บ้านตัวเองไม่จำเป็นจะต้องมากพิธีขนาดนั้น”

“นอกจากนี้ ข้ายังมองเซียวเซียวเป็นเหมือนสหาย ดังนั้นการทำตามพิธีรีตองพวกนั้นมันอาจจะดูน่าอึดอัดไปสักหน่อย”

“ทำไมเซียวเซียวของเราถึงได้โชคดียิ่งนักถึงขั้นได้เป็นสหายกับคนอย่างท่านแม่ทัพ” นางหลัวกล่าวพลางจับมือลูกสาวอย่างมีความสุข “เจ้าเด็กคนนี้คงไม่ได้ก่อปัญหาให้ท่านแม่ทัพหรอกใช่หรือไม่?”

“ลูกของข้าก็เป็นเช่นนี้ นางชอบเก็บทุกอย่างเอาไว้กับตัวเอง ข้าหวังว่าท่านแม่ทัพจะใจกว้างกับนาง”

“ท่านแม่…” หลัวเซียวเซียวไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะคำพูดของผู้เป็นแม่ฟังดูเหมือนสนิทสนมกับอีกฝ่ายมากราวกับว่ามู่จวินเซิ่งไม่ใช่สหายของนาง แต่เป็นสามีที่นางจะฝากชีวิตเอาไว้

“แม่พูดอะไรผิดไปหรือ?” นางหลัวพูดเสียงกลั้วหัวเราะ “เอาเถอะ แม่จะไม่พูดอะไรมาก ถึงอย่างไรก็ขอบคุณท่านแม่ทัพที่คอยดูแลข้าในครั้งนี้ ตอนนี้ข้าเหนื่อยมากแล้ว เซียวเซียว เจ้าไปส่งท่านแม่ทัพแทนแม่ได้หรือไม่?”

“...”

“ถ้าเช่นนั้น เซียวเซียว ข้าคงต้องขอรบกวนเจ้าสักหน่อย” มู่จวินเซิ่งผายมือเชิญหญิงสาวไปทางประตู

หลัวเซียวเซียวได้แต่ลอบถอนหายใจและเดินออกไปพร้อมกับชายหนุ่ม

“ท่านแม่ทัพ ครั้งนี้ท่านจะต้องเสียเงินรักษาท่านแม่ของข้าเท่าไหร่หรือเจ้าคะ?” หญิงสาวถามขณะหยิบกระเป๋าเงินที่พกติดตัวออกมา

มู่จวินเซิ่งดูแลนางเป็นอย่างดี ซึ่งนางนั้นก็ไม่ชอบเอาเปรียบผู้อื่น นางจึงได้ถามคำถามนี้ออกไป

“ไม่จำเป็น” แม่ทัพหนุ่มถอยหลังไปหนึ่งก้าวพร้อมกับยิ้มให้หญิงสาว “ไป๋ไป่ได้ไหว้วานให้ข้าดูแลเจ้าให้ดี เจ้าอย่าได้คิดกังวลกับเงินทองเพียงเล็กน้อยเท่านี้”

ทันทีที่ชายหนุ่มพูดถึงมู่ไป๋ไป่ หลัวเซียวเซียวก็ไม่รู้ว่าจะหาเหตุผลใดมาโต้แย้งอีก

เมื่อมู่จวินเซิ่งเห็นหญิงสาวมองหน้าเขาโดยไม่พูดอะไร เขาก็คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “การที่ข้ามาที่นี่วันนี้ทำให้เจ้าไม่สบายใจหรือไม่? ถ้าอย่างไรครั้งต่อไปข้าจะใส่ใจให้มาก”

“เซียวเซียว ข้าไม่ได้คิดที่จะกดดันเจ้า ข้าเพียงแค่อยากจะไปเยี่ยมท่านป้าเท่านั้น”

“ไม่เจ้าค่ะ” หลัวเซียวเซียวรีบส่ายหัวปฏิเสธ “ท่านแม่ทัพ เพราะความมีน้ำใจของท่าน ท่านแม่จึงได้รับการรักษาทันท่วงที ข้าต้องขอขอบคุณท่าน ข้าไม่รู้ว่าจะตอบแทนท่านอย่างไรดี”

“เซียวเซียว… เจ้าเกรงใจข้าอีกแล้ว” มู่จวินเซิ่งหลุบตามองคนตรงหน้า เขารู้สึกว่าสิ่งที่ตนพูดไปนั้นไม่ได้เข้าหัวอีกฝ่ายเลยสักนิด

ชายหนุ่มสามารถเอาชนะกองทัพศัตรูบนสนามรบและวางแผนรับมือกับอุบายของศัตรูได้อย่างง่ายดาย

แต่พอเขาอยู่ต่อหน้าหลัวเซียวเซียว เขากลับรู้สึกว่าพรสวรรค์ทั้งหมดของเขาช่างไร้ประโยชน์ยิ่งนัก ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไร เขาก็ไม่สามารถเข้าใกล้หัวใจนางได้เลย

“ช่างเถอะ” มู่จวินเซิ่งถอนหายใจพร้อมกับฝืนยิ้มให้อีกฝ่าย “เซียวเซียว ข้าหวังว่าเจ้าจะรู้ว่าข้าจริงจังในทุกคำพูดและทุกคำสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้า”

พอพูดจบแล้วเขาก็หันหลังเดินออกไป

ทางด้านหลัวเซียวเซียวได้แต่มองตามแผ่นหลังของแม่ทัพหนุ่มไปอย่างเหม่อลอย

หลังจากที่ฉินเซียวเพิ่งเสร็จภารกิจ เขาก็ถูกเรียกให้ไปพบที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง

ร้านอาหารนั้นเป็นร้านอาหารที่โด่งดังที่สุดในเมืองหลวง แม้แต่ขุนนางอย่างเขาก็ต้องจองโต๊ะเอาไว้ล่วงหน้าถึงจะได้มีโอกาสไปรับประทานอาหารที่นั่น

แต่วันนี้ภายในร้านกลับเงียบสงบ

ต่อมา เสี่ยวเอ้อร์ได้เดินนำเขาขึ้นไปที่ชั้น 2 ก่อนที่เขาจะพบเพื่อนสนิทกำลังนั่งดื่มสุราอยู่ที่ริมหน้าต่างเพียงลำพัง

“หืม?” ฉินเซียวเดินวนรอบตัวมู่จวินเซิ่งด้วยความรู้สึกสนใจก่อนจะไปนั่งลงตรงข้ามอีกฝ่าย “เป็นภาพที่หาได้ยากเสียจริง แม่ทัพใหญ่ของเรามีปัญหาหัวใจหรืออย่างไรถึงต้องมาดื่มอยู่ที่นี่?”

แม่ทัพหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองสหายคนสนิทของตน “เลิกพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว เจ้าจะดื่มหรือไม่?”

“ดื่มสิ” ผู้บัญชาการฉินไม่มีท่าทีเกรงใจอีกฝ่ายเลย นอกจากเขาจะรินสุราให้ตัวเองแล้ว เขายังใช้โอกาสนี้สั่งอาหารหลายจานที่ตนอยากกินมานานอีกด้วย “ท่านรู้จักเจ้าของร้านนี้หรือ ถ้าข้ารู้ว่าท่านมีเส้นสายแบบนี้ ข้าคงจะแอบใช้ชื่อท่านไปตั้งนานแล้ว ข้าจะได้ไม่ต้องเข้าแถวรอทุกครั้งที่มาทานอาหารที่นี่”

มู่จวินเซิ่งไม่สนใจคำพูดของฉินเซียว

เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าร้านอาหารแห่งนี้จะเป็นของเสิ่นจวินเฉา น้องสามของเขา

วันนี้ชายหนุ่มรู้สึกหดหู่มากจึงอยากจะหาร้านอาหารสักแห่งเพื่อดื่มย้อมใจ แต่ใครจะไปคาดคิดว่าเถ้าแก่ร้านอาหารแห่งนี้จะออกมาต้อนรับและพาเขาขึ้นไปชั้น 2 ทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามา มิหนำซ้ำอีกฝ่ายยังไล่แขกคนอื่น ๆ ออกไปอีกด้วย

“เล่าให้ข้าฟังหน่อยสิว่าระหว่างท่านกับแม่นางที่ชื่อเซียวเซียวเกิดอะไรขึ้น?” ฉินเซียวจิบสุราจากนั้นก็เอนตัวมาเท้าคางมองสหายตรงหน้า “ข้าบอกท่านแล้วว่าอย่าอยู่แต่ในค่ายทหาร ท่านควรออกไปหาประสบการณ์ชีวิตอย่างอื่นบ้าง”

“อย่าเอาข้าไปเปรียบเทียบกับเจ้า” มู่จวินเซิ่งพ่นลมหายใจที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นสุราออกมา “เซียวเซียวไม่ใช่ผู้หญิงประเภทเดียวกับคนที่เจ้าเจอในหอนางโลม”

ผู้บัญชาการฉินยิ้มกว้างทันที “สมแล้วที่ท่านเป็นเพื่อนสนิทของข้า แต่สถานที่ที่ข้าชอบไปบ่อย ๆ คือศาลาไป่ฮวา ไม่ใช่หอนางโลม”

“...”

จู่ ๆ แม่ทัพหนุ่มก็รู้สึกว่าการเรียกฉินเซียวให้มาดื่มกับเขานั้นเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด

“เอาล่ะ เลิกพูดล้อเล่นกันได้แล้ว” ผู้บัญชาการหนุ่มเหมือนมองทะลุความคิดของสหายจึงรีบปรับสีหน้าของตัวเองทันที “ถ้าท่านมีปัญหาอะไรก็บอกข้ามาได้เลย แม้ว่าเซียวเซียวของท่านจะไม่ใช่นางโลม แต่ความคิดของผู้หญิงก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก”

มู่จวินเซิ่งวางจอกสุราลงแล้วพูดว่า “ทำไมเจ้าถึงได้พูดยืดยาวเช่นนี้ ข้าเรียกให้เจ้ามาที่นี่วันนี้ก็เพื่อดื่มเป็นเพื่อนข้า หากเจ้ายังพูดจาไร้สาระอีก ข้าจะสั่งให้คนมาลากเจ้าออกไปข้างนอก”

“ท่านนี่มันปากแข็งชะมัด” ฉินเซียวเลิกคิ้วขึ้น “ก็ได้ ข้าจะไม่พูดอะไรอีก การได้กินดื่มโดยไม่ต้องจ่ายมันดีอย่างนี้นี่เอง ทำไมข้าจะต้องเสียเวลาคุยกับท่านด้วย มา ๆ ดื่มกันเถอะ วันนี้ไม่เมาไม่กลับ!”

แล้วชายหนุ่มทั้ง 2 ก็ดื่มกันจนถึงกลางดึก

ร้านอาหารควรจะปิดไปนานแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าแขกยังคงดื่มกันอยู่ ทางร้านก็ไม่ได้ไล่พวกเขาออกไป อีกทั้งยังนำอาหารและกับแกล้มมาให้พวกเขาเรื่อย ๆ

ในจวนแม่ทัพ หลัวเซียวเซียวถูกปลุกขึ้นเพราะเสียงเคาะประตูอย่างเร่งรีบของพ่อบ้าน

ตอนเย็นนางไม่ได้ไปกินข้าวเป็นเพื่อนท่านแม่ที่เรือนด้านหน้า ดังนั้นนางจึงไม่รู้ว่าเสิ่นจวินเฉาไม่ได้กลับมาเลยนับตั้งแต่ที่เขาออกไปตอนบ่าย

“มีอะไรหรือเจ้าคะ?” หลัวเซียวเซียวหยิบเสื้อคลุมมาสวมแล้วเดินไปเปิดประตู พอเห็นว่าพ่อบ้านมีท่าทีแปลกประหลาด นางจึงเข้าใจได้ทันทีว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น “เกิดอะไรขึ้นกับท่านแม่ทัพหรือไม่?”

“ขอรับ” พ่อบ้านสูงวัยพยักหน้า “นับตั้งแต่ที่ท่านแม่ทัพออกไปช่วงบ่ายจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา ข้าน้อยจึงได้ส่งคนออกไปตามหาท่านแม่ทัพ แล้วพวกเขาบอกว่าท่านแม่ทัพกำลังดื่มอยู่กับผู้บัญชาการฉินอยู่ที่ร้านอาหาร”

หญิงสาวตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่นางจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วนางก็รู้สึกผิดขึ้นมาในใจ

“ปกติแล้วท่านแม่ทัพเป็นคนที่มีวินัยในตนเองสูงมาก เขาไม่เคยออกไปสำมะเลเทเมาข้างนอกตอนกลางคืน แถมยังไม่เคยดื่มเหล้าจนเมาด้วย” พ่อบ้านชรากล่าวพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ “แต่พอข้าน้อยไปรับท่านแม่ทัพ ทำอย่างไรเขาก็ไม่ยอมกลับ เขาเอาแต่ตะโกนว่าจะไม่กลับจนกว่าจะเมาหัวราน้ำ”

“คุณหนูหลัว ข้าน้อยไม่รู้ว่าระหว่างท่านกับท่านแม่ทัพเกิดอะไรขึ้น ข้าน้อยแค่อยากจะขอให้ท่านไปช่วยพาท่านแม่ทัพกลับจวนได้หรือไม่?”

“ถ้าเป็นคุณหนูหลัว ท่านแม่ทัพจะต้องยอมกลับมาแน่นอน”

จบบทที่ บทที่ 513: ทุกคำพูดล้วนมาจากใจจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว